ตอนที่ 94
ภายในห้องประชุมตึกระฟ้า ในกรุงไคโร เหล่าผู้อาวุโสต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้า ซึ่งตอนนี้หากนับรวมผู้อาวุโสสูงสุด พวกเขาจะเหลืออยู่เพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้น ตอนนี้บรรยากาศภายในห้อง เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจากที่ได้รับรายงานว่า ผู้อาวุโสสามอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว
“จากข้อมูลที่ได้รับมา ศัตรูเป็นแพทย์ที่เก่งกาจ จนได้รับการขนานนามว่า‘แพทย์เทวะ' ดังนั้นเราจึงจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด และเรายังสืบมาได้อีกว่า หอนพเก้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของชายคนนี้ ล้วนมีพนักงานเป็นผู้บ่มเพาะแทบทั้งสิ้น แต่พลังโดยเฉลี่ย อยู่เพียงขอบเขตสร้างแก่นปราณเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ ที่จะมีคนที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกครับ" ชายหนุ่มที่ได้รับหน้าที่สืบหาข้อมูล ยืนอธิบายอยู่หน้าห้องประชุม ก่อนที่จะกลับไปนั่งที่ของตนเอง
ผู้อาวุโสใหญ่นั่งอ่านเอกสารอยู่สักพัก หากไม่ใช่ศัตรูเขาคงจะเอ่ยปากชม ชายหนุ่มคนนี้ไปนานแล้ว เนื่องจากมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่คนๆหนึ่ง จะประสบความสำเร็จ ด้วยอายุเพียงเท่านี้ “แล้วรู้หรือยังว่า เขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน"
“ตอนนี้เรายังไม่ทราบครับ แต่เราได้ยินมาว่าครอบครัวของเขา อาศัยอยู่ในเมืองหลวง เราจึงมีแผนที่จะเริ่มค้นหาที่นั่นครับ"
อามุนลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “ถ้าเช่นนั้น ก็เอาตามที่เจ้าว่ามาแล้วกัน ทันทีที่ผู้บ่มเพาะทุกคนเดินทางมาถึง เราจะเริ่มออกเดินทางในทันที"
***************************
หลังจากที่ชิงเทียน ไปส่งซ่งเหว่ยหนานและหลานชาย ที่ด้านหน้าหอนพเก้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปที่ห้องของตนเอง จากนั้นก็นำหินแก่นหยางขนาดใหญ่ ออกมาจากแหวนมิติ แล้วเริ่มทำการกลั่นยาทันที
เม็ดยาสีแดงจำนวน 30 เม็ด ลอยวนอยู่เหนือฝ่ามือของชายหนุ่ม แม้ประสิทธิภาพจะไม่สามารถเทียบได้กับ เม็ดยาสุริยคราส แต่จำนวนขนาดนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขา เลื่อนระดับได้อย่างง่ายดาย
หลายวันต่อมา ในที่สุดชิงเทียนก็ออกมาจากการเก็บตัวบ่มเพาะ ระดับพลังของเขา ทะลวงรวดเดียวถึงสองขอบเขต จนในตอนนี้ชายหนุ่มขึ้นมาอยู่ใน ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขั้นต้น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งวิชาเนตรสรรพธาตุ ก็ได้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ หากรวมกับยุทธภัณฑ์เทวะทั้งสามชิ้น ต่อให้คู่ต่อสู้เป็นผู้บ่มเพาะ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขั้นสูง ก็ยังไม่อาจเป็นคู่มือให้กับเขาได้ ทันใดนั้นเอง โกมินทร์ก็รีบวิ่งเข้ามาหาชิงเทียน ด้วยสีหน้าที่แตกตื่น
“ท่านอาจารย์!! เกิดเรื่องขึ้นแล้วครับ”
โกมินทร์ เปิดคลิปวิดีโอรายงานข่าวให้ชายหนุ่มดู ภายในคลิปปรากฏภาพบ้านหลักของตระกูลชิง ที่ถูกทำลายจนไม่เหลือซาก ช่างโชคดีจริงๆ ที่ชิงถิงฟง ตัดสินใจพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่ ก่อนเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น
ชิงเทียนยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก หากศัตรู้ว่าเขาเป็นใคร บางทีบริษัทและโรงงานอาจจะถูกทำลายไปด้วยก็ได้ “โกมินทร์ รีบไปกระจายข่าว ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่เกาะไห่หลิง พวกเราจะเปิดสงครามกับพวกมันที่นี่”
“ทราบแล้วครับ!!” โกมินทร์รีบวิ่งออกจากห้องไป เขาเองก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชิงเทียน หอนพเก้าอยู่หางไกลจากเขตชุมชน และสามารถวางรูปแบบ เพื่อชิงความได้เปรียบ
ชิงเทียน สั่งเรียกรวมพลสมาชิกหอนพเก้า ที่มีระดับพลังไม่ต่ำกว่า ขอบเขตก่อตั้งร่างกาย ซึ่งมีประมาณ 20 คนเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด หากเทียบกับเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทีแม้แต่ผู้ฝึกสอน ยังอยู่แค่ขอบเขตสร้างแก่นปราณ
ตอนนี้คนที่แข็งแกร่งรองลงมาจากชิงเทียน ก็คือจิ่วหยวนปิง ที่พึ่งจะเลื่อนเข้าสู่ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณ ถัดมาก็คือโนอาห์และแคร์ อดีตเจ้าหน้าที่ระดับ 5 ขององค์กรอิลลูมินาติ ส่วนทางด้านเหล่าผู้บริหารก็ทะลวงเข้าสู่ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกาย จนเกือบจะครบทุกคนแล้ว เหลือเพียงจิ่วเฟย ที่ยังติดอยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นสูง
ชิงเทียนและจิ่วหยวนปิง ช่วยกันวางรูปแบบม่านพลัง ที่ครอบคลุมไปจนถึงชั้นใต้ดิน ซึ่งแตกต่างจากม่านพลังที่โนอาห์หลบหนีไปได้ ที่เป็นเพียงการวางรูปแบบอย่างง่าย สาวนทางด้าน ชิงอัน ชิงเห๋อตี้ คนในตระกูล และเหล่าหญิงสาว ต่างก็อพยพเข้าไปในห้อง ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาร่างของจิ่วเหม่ย เพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้น หากมีจิ่วเหม่นคอยคุ้มครอง ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไป
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ในที่สุดชิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณ ปริมาณมหาศาล ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง บนท้องฟ้ามีชายหญิงจำนวน 7 คน ลอยตัวอยู่กลางอากาศ หากเขาเดาไม่ผิด คนเหล่านี้คงจะเป็นเหล่าผู้อาวุโส ที่มีระดับพลังไม่น้อยกว่า ขอบเขตก่อตั้งวิญญาณ
อามุน มองสำรวจม่านพลังอยู่สักพัก เขาไม่คิดเลยว่าชิงเทียนจะสามารถ วางรูปแบบที่มีความซับซ้อนขนาดนี้ได้ เพลิงทมิฬถูกจุดขึ้นมาบนฝ่ามือ รูปร่างของมัน ดูคล้ายกับดวงอาทิตย์ ขนาดย่อส่วนสีดำสนิท อามุนขว้างเพลิงทมิฬไปที่ม่านพลัง ทันทีที่พลังทั้งสองเข้าปะทะกัน เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกพื้นที่ แต่ทว่า เมื่อฝุ่นควันจางหาย ม่ายพลังกลับไม่ได้รับความเสียหาย เลยแม้แต่น้อย
เหล่าผู้อาวุโสที่เห็นเหตุการ ต่างพากันตะลึงจนอ้าปากค้าง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีรูปแบบม่านพลัง ที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่บนโลก ทันใดนั้น คนกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมาจากอาคารเบื้องล่าง โดยผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้า คือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่กำลังถือคันศรสีแดงเพลิงไว้ในมือ
ชิงเทียน ยกคันศรขึ้นเล็งไปบนท้องฟ้า แววตาของเขามีประกายเย็นเฉียบ อัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร ขณะที่เหล่าผู้อาวุโส กับลังสับสนกับการกระทำของชายหนุ่มอยู่นั้น ศรเพลิงก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา แล้วกลายสภาพเป็นวิหคเพลิงขนาดมหึมา
นัยน์ตาของอามุน เบิกโพลงขึ้นมาทันที ต่อหน้าวิหคเพลิง เขารู้สึกราวกับว่าตนเอง เป็นเพียงเศษฝุ่นที่อยู่ในจักรวาล “รีบมาหลบด้านหลังข้าเร็วเข้า!!"
‘วงแหวนรัตติกาล'
วงแหวนสีดำทมิฬ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับดูดซับเปลวเพลิง ราวกับหลุมดำไร้ก้น พลังทำลายระดับนี้ เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเกิดขึ้นจากการโจมตีของผู้บ่มเพาะ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณ ดังนั้น อามุนจคงให้น้ำหนักไปที่ คันธนูสีแดงเพลิง ในมือของชายหนุ่ม เมื่อคิดได้เช่นนั้น แววตาของเขา ก็ส่องประกายความโลภออกมา
ชิงเทียนทอดมองไปที่แนวป่า รอบหอนพเก้า ก็สัมผัสได้ถึง กลุ่มพลังปราณจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้บ่มเพาะสายมาร ที่กำลังดักซุ่มรอดูลาดเลาอยู่
“ในป่ามีผู้บ่มเพาะ ขอบเขตก่อตั้งร่างกาย ประมาณร้อยคน หากใครสู้ไม่ไหว ให้รีบเข้ามาหลบด้านในม่านพลังทันที" ชิงเทียน หันไปพูดกับเหล่าสมาชิกของหอนพเก้า ก่อนที่เขาจะนำดาบสีฟ้าครามออกมา แล้วพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยมีจิ่วหยวนปิง โนอาห์ และแคลร์ ติดตามไปด้วย
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา'
คลื่นดาบสีฟ้าขนาดใหญ่ พุ่งออกไปด้านหน้า ทว่าร่างของชายวัยกลางคน กลับกายเป็นเงา แล้วสลายหายไป รู้ตัวอีกทีเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังชิงเทียน พร้อมกับใช้ดาบในมือ แทงเข้าที่กลางแผ่นหลังของชายหนุ่ม
อามุนเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาไม่คิดเลยว่าชิงเทียนจะออกจากม่านพลัง มาด้วยตัวเองเช่นนี้ แต่ทันทีที่ใบดาบสัมผัสตัวชายหนุ่ม ร่างของอามุน กลับปลิวกระเด็นราวเว่าสายป่านขาด ชนเข้ากับม่านพลังอย่างรุนแรง
อามุนเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก แรงสะท้อนเมื่อครู่ ทำเอากระดูกซี่โครงของเขาหักไปหลายซี่ เขาไม่เข้าใจว่า ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในขณะที่เขากำลังสบสน ก็ได้มีลำแสงถูกยิงมาด้วยความเร็วสูง ชายวัยกลางพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ทว่าร่างกายของเขา กลับหยุดชะงักราวกับถูกชิงการควบคุมร่างกายไป
ลำแสงเจาะทะลุหน้าอกของอามุน เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะมองไปยังใบหน้าชายหนุ่มอย่างโกรธแค้น “อย่าให้มันมากนักนะ!!" ร่างของอามุนเปลี่ยนเป็นสีโลหิต พร้อมกับมีปีกสีแดงคล้ายกับปีกของมังกร งอกออกมาทางด้านหลัง
‘เผ่าโลหิต!? ไม่สิ...เผ่าโลหิตจะต้องมีเขางอกออกมาจากศรีษะ และมีกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น เป็นไปได้ว่า ชายคนนี้ อาจจะมีเคล็ดวิขาของเผ่าโลหิต ไว้ในครอบครอง' ชิงเทียนคิด
บาดแผลของอามุน เริ่มสมานตัว เขาสร้างหอกโลหิตนับพัน ขึ้นมาจากความว่างเปล่า แล้วพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างไร้ความปรานี
‘อริยะคันฉ่องต้านสวรรค์' กระจกแปดทิศขนาดใหญ่ ปรากกฏขึ้นเบื้องหน้า เพื่อสะท้อนการโจมตี ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ทำการชี้ดาบขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับใช้เคล็ดวิชาดาบสังหารเทพ กระบวนท่าที่สองออกมา
‘บัญญัติแห่งความพินาศ"
เหนือท้องฟ้า มีดาบขนาดเท่ากับตึกสิบชั้น แหวกก้อนเมฆลงมา ราวกับเป็นอุกกาบาต ที่กำลังจะพุ่งชนโลก ภายในใจของอามุน เต็มไปด้วยความรู้สึก หวาดกลัวอย่างสุดขีด หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่มายุ่งกับชายหนุ่มคนนี้อย่างเด็ดขาด
--------------------------------------