สายวันต่อมา หวังจุนเหยาลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อที่จะเข้าบริษัท วันนี้เขาไม่จำเป็ต้องเข้าไปที่ รพ.ของเขา เมื่อคืนเขาถึงได้มีความสุขกับผู้หญิงที่กำลังหลับอยู่อย่างไม่สนใจเวลาสักเท่าไหร่ กระทั่งเห็นว่าหากไม่ปลุกเธอคงไม่ตื่นง่าย ๆ เขาที่้ารีบจ่ายค่าตัวให้เธอแล้วรีบไปจึงได้ปลุกเธอขึ้นมา
ไป๋เหลียนที่ถูกเรียกและผลักเบา ๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อนึกถึงเื่เมื่อคืน เธอรีบเอาผ้าห่มปกปิดหน้าอกหน้าใจและเรือนร่างที่ยังเปลือยเปล่าเอาไว้แล้วเงยหน้าถามชายหน้าตาดีที่เธอเพิ่งเห็นชัด ๆ ในตอนนี้
“คุณปลุกฉัน มีอะไรหรือคะ”
“ค่าตัวเธอที่ฉันจะต้องจ่ายให้ เธอ้าเท่าไหร่”
“เอ่อ… ห้าพันค่ะ” ไป๋เหลียนก้มหน้าบอกเสียงเบา
หวังจุนเหยาได้ยินว่าเป็เงินห้าล้านถึงกับนึกในใจว่าแค่เสียความบริสุทธิ์ให้เขา ผู้หญิงคนนี้เรียกเงินถึงห้าล้านหยวนเลยทีเดียว แต่เงินแค่นี้ไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อเขาเป็ผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของตระกูลหวังที่ร่ำรวย
“อ่ะ เธอใส่ยอดเงินเอาเองแล้วกดโอนได้เลย”
หวังจุนเหยายื่นโทรศัพท์ที่เขาพิมพ์เลขบัญชีของเธอที่บอกก่อนหน้านี้ให้เธอกดตัวเลขเอาเอง โดยไม่สนใจว่าเธอจะให้เขาเสียเงินไปเท่าไหร่
“เอ่อ.. ขอบคุณค่ะ นี่โทรศัพท์ของคุณค่ะ”
ไป๋เหลียนยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาหลังจากโอนใส่บัญชีตัวเองห้าพันหยวน หวังจุนเหยารับโทรศัพท์มาเก็บเอาไว้ก่อนจะออกจากห้องไป โดยเขาได้บอกเธอไว้แล้วว่าให้เธอพักผ่อนต่อได้ตามสบาย ห้องนี้เขาจองเอาไว้แล้ว
ไป๋เหลียนรับคำเขาเสียงเบาอย่างอาย ๆ ก่อนที่จะเห็นเพียงหลังของเขาที่เดินออกไปจากห้อง เธอฟุบลงไปที่เตียงอย่างอ่อนแรง ไม่คิดเลยว่าตัวเธอเองจะต้องมาหาเงินแบบนี้จริง ๆ ไป๋เหลียนได้แต่คิดว่า อย่างน้อยเธอก็มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้ว
กว่าที่ไป๋เหลียนจะตื่นอีกทีเวลาก็ล่วงเข้าไปสู่่บ่ายสองโมงแล้ว เธอรีบอาบน้ำใส่เสื้อผ้าและไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อจ่ายค่าเทอมทันที ถึงแม้จะดูเร่งร้อนไปสักหน่อย แต่เธอกลัวว่าหากเก็บเงินเอาไว้จะถูกแม่แย่งไปเหมือนทุกครั้ง เธอจึงรีบไปจ่ายค่าเทอมที่จำเป็สำหรับเธอเสียก่อน ไป๋เหลียนไปถึงมหาวิทยาลัยในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอรีบจ่ายเงินก่อนจะหมดเวลาในวันนี้ อีกสองวันทางมหาวิทยาลัยก็จะปิดรับการลงทะเบียนแล้ว
หลังจากจ่ายค่าเทอมเสร็จ ไป๋เหลียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ภาระของเธอเสร็จไปหนึ่งอย่างแล้ว ตอนนี้เธอต้องกลับห้องไปพักผ่อนเสียที แต่เมื่อดูเวลาแล้ว ไป๋เหลียนตัดสินใจค้างที่หอพักแทนการกลับบ้าน เธอเจียดเงินเช่าหอพักเล็ก ๆ ห้องหนึ่งเอาไว้ก่อนหน้านี้เพราะต้องทำงานกลางคืน
สองเดือนต่อมา
ตอนนี้ไป๋เหลียนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในเครือ รพ.หวัง ได้สองสัปดาห์แล้ว เพื่อน ๆ ในห้องที่รู้ว่าไป๋เหลียนต้องทำงานพิเศษตอนกลางคืนไปด้วยมีหลายคนที่คอยดูถูกเธอที่ยากจนแต่กลับสอบติดมหาวิทยาลัยดังที่คุณหนู คุณชายอย่างพวกเขาสอบเข้าได้เช่นกัน เพียงแต่ไป๋เหลียนเลือกที่จะไม่สนใจพวกเขา อย่างไรเธอก็้าแค่ให้เรียนจบมาแล้วมีงานดี ๆ ทำเท่านั้น เธอรู้ดีว่าครอบครัวเธอใช้เงินอย่างไร
สัปดาห์ต่อมา ไป๋เหลียนรู้สึกเจ็บท้องน้อย เธอจึงไป รพ.หวังที่อยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ด้วยสวัสดิการนักศึกษา ทำให้เธอไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการมาพบหมอครั้งนี้ เพียงแต่ใครจะไปคิดเล่าว่าหมอที่ตรวจเธอจะกลายเป็หวังจุนเหยาที่มาเข้าเวร OPD ในวันนี้นั่นเอง
ไป๋เหลียนได้แต่กระอักกระอ่วนกับการตรวจท้องน้อยของหวังจุนเหยาที่เขาเอามือมาจับที่ท้องของเธอ โดยที่เธอไม่นึกเลยว่าประจำเดือนของตนเองนั้นไม่ได้มาหลายเดือนแล้วด้วยซ้ำไป
“เอ่อ… คุณหมอคะ ไม่ทราบว่าดิฉันเป็อะไรมากหรือเปล่าคะ”
หวังจุนเหยาหรี่สายตามองเด็กสาวตรงหน้า เขาไม่คิดว่าเธอจะเป็นักศึกษาที่นี่มาก่อน หลังจากคืนนั้นเมื่อหลายเดือนก่อน เขาก็ไม่ได้ไปที่คลับนั้นอีกเลย จึงไม่รู้ว่าเธอยังคงทำงานอยู่ที่นั่นหรือเปล่า
“คุณไม่ได้เป็อะไรมาก แค่เครียดลงกระเพาะนิดหน่อยเท่านั้น เดี๋ยวผมจะจ่ายยาให้ คุณไปรับได้ที่ห้องยา”
“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ” ไป๋เหลียนรีบเดินก้มหน้าจากไป
หวังจุนเหยาเดินออกมาที่ประตูและมองตามหลังไป๋เหลียนไปอย่างครุ่นคิด พอดีกับที่หลินซินเลขาของเขาเดินมาพบเข้าจึงรู้สึกแปลกใจที่เ้านายซึ่งไม่เคยมองสาวคนไหนกลับมองตามเด็กผู้หญิงคนเมื่อกี้ไปอย่างไม่วางตา
“เ้านาย มีอะไรที่เ้านายยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่าครับ แล้วเ้านายรู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอครับ”
“ฮึ! ไม่ใช่เื่ของนาย ไปทำงานได้แล้ว”
หวังจุนเหยาเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจหลังจากคีย์ใบสั่งยาให้ไป๋เหลียนเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็เดินออกไปจากห้องไปพักผ่อน ส่วนหลินซินที่ยังคงสงสัยอยู่ก็โทรสอบถามบอดี้การ์ดจนได้ความว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เคยนอนกับเ้านายเขามาก่อนเมื่อหลายเดือนที่แล้ว หลินซินอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะกำลังท้องลูกของเ้านายอยู่หรือเปล่า เขาจึงแอบส่งพยาบาลไปขอเืเธอมาตรวจ DNA โดยอ้างว่าเป็บริการตรวจพิเศษของ รพ.
ไป๋เหลียนที่ไม่ได้สงสัยอะไรก็มอบเืให้กับพยาบาลไปหนึ่งหลอด จากนั้นเธอไปรับยาและกลับออกจาก รพ.หวัง ไปเรียนใน่บ่ายต่อ
สองสัปดาห์หลังจากวันนั้น
หลินซินที่เพิ่งได้รับผลตรวจ DNA ยืนยันแล้วว่าตอนนี้ไป๋เหลียนกำลังท้องลูกของเ้านายเขาอยู่ ซึ่งคนตระกูลหวังนั้นมีลูกยากมาแต่ไหนแต่ไร ในเมื่อตอนนี้นายหญิงผู้เฒ่ากำลังจะมีหลาน เขาจึงต้องรีบเอาเอกสารนี้ไปให้ท่านดูเสียก่อน หากว่าเขาเอาไปให้เ้านายก่อนล่ะก็ เ้านายของเขาคงไม่ยอมรับแน่ ๆ ว่าทำผู้หญิงท้องจริง ๆ เื่นี้ต้องให้นายหญิงผู้เฒ่าจัดการแทนเขาเท่านั้น
หลินซินรีบออกจาก รพ.หวัง ไปยังคฤหาสน์หรูของตระกูลหวังที่นายหญิงผู้เฒ่าอาศัยอยู่ทันที ส่วนเ้านายเขานั้นมักจะพักอยู่ที่ห้องชุดคอนโดหรูใจกลางเมืองมากกว่าเพื่อความสะดวกในการทำงาน
ด้านไป๋เหลียนที่หลังจากพบหมอในวันนั้นแล้วก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่หายดี จนกระทั่งเธอนึกได้ว่าประจำเดือนของเธอไม่มานานแล้ว เธอจึงแอบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ จนรู้ตัวว่าท้องเสียแล้ว แน่นอนว่าเื่นี้เธอไม่คิดที่จะบอกชายคนนั้นที่เป็พ่อของลูก เธอกลัวว่าเขาจะหาว่าเธอ้าจับเขาด้วยการมีเด็ก เธอจึงเก็บความลับเื่นี้เอาไว้ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ไป๋เหลียนคิดว่าตอนนี้ลูกของเธอน่าจะอายุได้ประมาณสามเดือนแล้ว หากเธอทำแท้งเด็กคนนี้ไปคงนับว่าเป็บาปของเธอ ไป๋เหลียนจึงตั้งใจเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ เธอสามารถพักการเรียนระหว่างรอคลอดลูกได้ เพียงแต่เื่นี้เป็เื่ใหญ่ เธอจำเป็ต้องบอกแม่ของเธอ
ไป๋เหลียนคิดไปในทางที่ดีว่า แม่กับน้องชายของเธอคงไม่รังเกียจลูกคนนี้ที่เธอตั้งใจจะเลี้ยงเขาด้วยตัวเอง เพราะอย่างไรค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดก็เป็เธอที่รับผิดชอบอยู่คนเดียวมาตลอดหลายสิบปีแล้ว เธอ้าให้แม่ช่วยเลี้ยงลูกระหว่างที่เธอทำงานพิเศษและกลับไปเรียนหลังคลอดเท่านั้น