ตอนที่9ผู้ใช้พลังจิต
ภายในห้องพิเศษสำหรับผู้าุโภายในตระกูลพยัคฆ์เหิน ตอนนี้มีคนจำนวนหกคนนั่งอยู่สองคนเป็หญิงและอีกสี่เป็ชาย คนแรกคือกันต์ผู้นำตระกูลพยัคฆ์เหินคนปัจจุบันถัดมาคือกรลูกชายคนโตของตระกูล ข้างๆเป็หญิงกลางคนที่ชื่อกลิ่นแก้วเป็ลูกสาวคนที่สามของตระกูลฝั่งตรงข้ามคือไมเคิล ผู้นำตระกูลอาชา์คนปัจจุบันข้างๆมีหญิงกลางคนผมสั้นซึ่งเป็ลูกสาวคนรองของไมเคิลถัดมาคือชายวัยกลางคนที่มีผมยาวหนวดเคราขึ้นรกบนใบหน้าและสวมแว่นดำร่างกายสูงใหญ่กำยำสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวคล้ายเสื้อทหารกางเกงยีนรองดท้าหนังท่าทางไม่แยแสต่อสิ่งใดข้างกายมีกระเป๋าที่สภาพไม่สู้ดีนักวางอยู่ถึงเขาจะแต่งกายตามสบายๆไม่ได้หรูหราอะไรแต่คนทุกคนที่อยู่ในนี้ก็ดูท่าจะกริ่งเกรงเขาอยู่ไม่น้อย
“นี่คือคุณเอส ผู้เชี่ยวชาญวิชาหมัดที่ผมเชิญมา”
กรกล่าวแนะนำชายผมยาวให้ทุกคนในห้องได้รู้จักเอสพยักหน้าเบาๆเป็การทักทาย
“ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานยินดีที่ได้เจอครับ”
ไมเคิลยื่นมือไปจับมือกับเอสไมเคิลเป็ชายชราที่มีอายุไล่เลี่ยกับกันต์มีผมสีเหลืองจมูกโด่งถึงแม้จะแก่แล้วแต่ยังมีเค้าโครงความหล่อเหลาอยู่ร่างกายสูงผอม
“อืม”
เอสยื่นมือไปจับมือกับอีกฝ่ายก่อนที่จะนั่งลงที่โซฟาหรู
“คุณคงจะพอรู้ว่าพวกเราเชิญคุณมาทำอะไรนะครับ”
กันต์พูดอย่างนอบน้อมกับอีกฝ่าย
“ผมรู้ แต่ผมไม่คิดว่าพวกคุณจะสามารถต่อรองกับผมได้หากผมไม่ถูกใจเด็กคนไหนเลย ผมก็คงไม่มีธุระที่นี่อีกแล้ว หวังว่าพวกคุณคงเข้าใจ”
เอสพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะควักบุหรี่ออกมาสูบอย่างไม่แยแส
“แน่นอนครับ”
ถึงจะขุ่นเคืองอยู่บ้างแต่กันต์ก็ตอบออกไปอย่างสุภาพเขารู้ว่าไม่ควรไปยุ่งกับคนๆนี้ ถ้าหากเขาไม่พอใจขึ้นมา ลำพังแค่ตนกับลูกๆของตนก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสัตว์ประหลาดอย่างนี้ได้หรือเปล่าขึ้นชื่อว่าผู้ใช้พลังจิตแล้วใครก็ไม่คิดล่วงเกินยิ่งคนที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ใช้พลังจิตชั้นยอดอีกด้วย คนที่ทั้งดาวกันย์ก็มีเพียงแค่6คนเท่านั้นครั้งนี้ที่กรสามารถเชิญเอสมาที่ตระกูลได้ก็โชคดีที่สุดแล้ว การเชิญมาครั้งนี้ก็เพื่อหวังให้เอสช่วยชี้แนะรุ่นเยาว์ของตระกูลซักสองสามคน
“แล้วพวกคุณพาผมมาที่ห้องนี้ทำไมกันไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับการทดสอบของรุ่นเยาว์ตระกูลพวกคุณ”
เอสเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการทดสอบแต่อย่างใดเพียงแต่ผมจะขอให้คุณช่วยเป็พยานในเื่ที่เราจะพูดต่อไปนี้หน่อยนะครับ”
กรพูดขึ้น
“งั้นก็เร็วๆเถอะ ผมอยากจะนอนพักผ่อนแล้ว”
เอสได้แต่ตอบตกลงไปส่งๆ
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าเื่กันก่อนเถอะ”
กรพูดเปิดประเด็น
“แกอยากจะพูดอะไรก็พูดมาเลย”
กันต์หันไปทำตาดุใส่ลูกชาย
“เื่การหมั้นของยัยหนูครีนกับเ้าเด็กบ้านรองนั่น”
กรเปิดประเด็นขึ้น
“ผมอยากจะให้คุณพ่อประกาศยกเลิกไปซะผมไม่เห็นว่ามันจะเป็การดีอะไรเลย ถ้าเราจะปล่อยให้เื่นี้ยืดเยื้อต่อไป”
กรกล่าวอีก
“ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็ปัญหาอะไรเลยตอนนี้เด็กสองคนนั้นยังไม่ได้โตพอที่จะคิดเื่การแต่งงาน ตอนนี้ก็ปล่อยไปก่อนถึงเวลานั้นค่อยดูว่าพวกเขาจะเอายังไง ถ้าสองคนนั้นอยากยกเลิกหรืออยากแต่งงานกันก็ปล่อยให้พวกเขาคิดเองซิ”
กันต์พูดยิ้มๆ
“แต่คุณพ่อคะการให้ยัยหนูครีนหมั้นกับเด็กที่พิการอย่างเ้าเด็กนั่น มันจะไม่ดีกับหนูครีนนะคะถ้าหากเปลี่ยนเป็ตาไอซ์ของหนูจะไม่เป็การดีกว่าหรือคะ”
กลิ่นแก้วพูดแย้งขึ้น
“พูดไปพูดมาเธอก็แค่อยากจะให้ลูกของเธอหมั้นกับยัยหนูแทนอย่างนั้นซินะ”
กันต์พูดกับลูกสาว
“แต่ตาไอซ์เป็หลานชายของคุณพ่อนะคะมีตรงไหนที่ไม่ดี”
กลิ่นแก้วกล่าว
“ตาก๊อตก็เป็หลานชายของฉันเหมือนกันมีอะไรไม่ดี”
กันต์พูดสวนกลับไป
“แต่นั้นมันก็แค่เด็กจากบ้านรองนะคะคุณพ่อ”
กลิ่นแก้วยังเถียงกลับ
“เด็กบ้านรองบ้านสองหรือบ้านสามเมื่อมาจากตระกูลพยัคฆ์เหิน ก็เท่ากับเป็หลานชายฉันคนนี้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็ตาเคนตาแม็ค ตาก๊อต ตาเอกหรือตาไอซ์ ทุกคนล้วนเป็หลานชายของฉันทั้งนั้นและอีกอย่างเื่การหมั้นนี้ก็เป็เื่ที่ฉันกับน้องชายพูดกันไว้ก่อนเขาจะตายจะให้ฉันกลับคำได้ยังไงกัน”
กันต์พูดหนักแน่นเมื่อได้ยินดังนั้นเอสก็พลันชอบนิสัยตาแก่คนนี้ทันทีเพราะเขาเป็คนชอบคนที่รักษาคำพูด
“คุณพ่อจะให้ลูกของผมแต่งกับคนปัญญาอ่อนอย่างเ้าเด็กบ้านรองนั่นนะหรอผมไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าหากเป็สมัยก่อนที่มันสามารถสู้กับรุ่นเยาว์ในบ้านหลักของเราได้ก็พอจะว่าไปอย่างแต่ตอนนี้มันกลับสูญเสียพลังไปจนหมดสิ้น กลายเป็คนสติเลอะเลือนผมยอมไม่ได้เด็ดขาด”
กรพูดขึ้นเสียงดัง
“นายท่านขอรับมีรายงานมาว่าพวกคุณหนูรองกับคุณหนูสามเข้าไปที่ลานยุทธ์ขอรับ”
ตอนนั้นเองที่มีชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวรายงานให้กันต์ฟัง
“พวกเขาไปกันกี่คน มีใครบ้าง”
กันต์รีบกล่าวถามพ่อบ้านทันที
“นอกจากคุณหนูรองกับคุณหนูสามแล้วยังมีคุณชายกับคุณหนูตระกูลอาชา์ และเด็กหนุ่มอีกคนครับ พวกยามบอกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นดูคล้ายๆคุณก๊อตขอรับ”
พ่อบ้านกล่าวรายงานด้วยความนอบน้อม
“พวกเขาทำอะไร”
“ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณชายตระกูลอาชา์จะกำลังทดสอบฝีมือขรับนายท่าน”
“บอกผู้ดูแลส่งภาพจากลานยุทธ์เข้ามาที่ห้องนี้”
กันต์ออกคำสั่งพ่อบ้านชรารับคำแล้วยกหูโทรศัพท์ เพียงครู่เดียวภาพของลานยุทธ์ก็ฉายขึ้นที่จอทีวีของห้องนี้เป็ภาพตอนที่ไอซ์กำลังสู้อยู่กับหุ่นไม้จำนวนสิบตัวการต่อสู้ของไอซ์นั้นนับว่าดีมากกว่าเด็กรุ่นเยาว์ในตระกูลพยัคฆ์เหินหลายๆคนเสียอีกการต่อสู้กับหุ่นไม้พร้อมๆกันสิบตัวคงมีเพียงรุ่นเยาว์ระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ซึ่งรุ่นเยาว์ระดับสูงในตระกูลพยัคฆ์เหินนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่ไม่ใช่สำหรับอีกสี่ตระกูลที่เหลือ
“ตาไอซ์นี่ช่างมีพร์มากนะครับ”
กรพูดขึ้นเพื่อยกย่องไอซ์ต่อหน้ากันต์
“ตาไอซ์แต่ไหนแต่ไรมาก็ทำให้ใอยู่เรื่อยเลย”
หญิงกลางคนผมสั้นซึ่งเป็ลูกคนรองของไมเคิลพูดขึ้นพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเธอมีศักดิ์เป็อาของไอซ์จึงคิดอยากจะให้หลานชายได้ตกแต่งกับครีน
“ถ้าเทียบกับหลานชายคนโตของนายมันนับเป็อะไรได้”
ไมเคิลหันไปพูดกับกันต์
“ตาเคนอายุเยอะแล้วคงไม่สามารถเอามาเทียบได้หรอกครับแต่ถ้าเทียบกับคนบางคนในตระกูลสาขา ตาไอซ์ก็ถือว่าดีกว่าเยอะ”
กรกล่าวพาดพิงไปยังก๊อต
“แล้วคุณเอสว่ายังไงบ้างครับตาไอซ์เป็ยังไงบ้าง”
กรหันไปถามความเห็นของอีกฝ่าย
“อืม”
เขาตอบเพียงคำสั้นๆก่อนจะเอนหลังพิงผนักโซฟาแต่เพียงคำสั้นๆนี้ก็ถือว่าเป็ลางดี โดยปกติถ้าหากเอสไม่ได้สนใจใครเลยเขาจะไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียวแต่เขากลับพูดว่าอืมเมื่อกรถามความเห็นเกี่ยวกับไอซ์ นับเป็สัญญาณดี กรคิด
“ฮาแค่ห้านาทีตาไอซ์ก็สามารถจัดการปิดระบบหุ่นไม้ได้ถึงสิบตัว แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงกรก็พูดขึ้นเสียงดังด้วยท่าทีตื่นเต้นกลิ่นแก้วเองก็มีความสุขไปด้วยที่ลูกของตนแสดงความแข็งแกร่งให้ผู้เชี่ยวชาญเห็นและที่สำคัญเธอคิดว่าพ่อของเธอก็คงจะตัดสินใจได้ว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับครีนจะเป็ไอซ์อัจฉริยะของตระกูลอาชา์หรือ ก๊อตเด็กปัญญาอ่อนที่มาจากบ้านรองของตระกูลพยัคฆ์เหินเธอกระหยิ่มยิ้มอยู่ในใจ
ทว่านาทีต่อมาทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้ก็ยังต้องอึ้งเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่ก๊อตใช้หมัดเปล่าๆชกหุ่นไม้แตกเป็เสี่ยงๆและที่สำคัญกันต์เองก็รู้ได้ว่าหุ่นไม้พวกนั้นถูกปรับไปเป็ระดับสองแล้วด้วย แก้วไวน์ในมือของหญิงกลางคนผมสั้นร่วงลงพื้นแล้วแตกกระจายแต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครมีปฏิกิริยาใดๆเกี่ยวกับเื่นี้ทุกคนกำลังติดอยู่ในภวังค์
“นั่นมัน เป็ไปได้ยังไงกัน”
กรกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา
“ฮ่าๆ ทีนี่แกมีอะไรจะอ้างอีกไหม”
กันต์กล่าวออกมากรได้แต่ส่ายหัวพลันเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นกรไม่้าจะพูดอะไรออกมาในตอนนี้จึงหันไปมองกลิ่นแก้วที่นั่งอยู่ข้างๆ
“มันคงถูกกำหนดไว้แล้ว ฉันคงไม่มีอะไรจะพูด”
ไมเคิลพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดออกมา
“คุณพ่อคะ”
กลิ่นแก้วหันควับไปพูดกับไมเคิลด้วยใบหน้าเป็กังวล
“น่าสนใจจริงๆ เด็กคนนี้”
เอสกล่าวก่อนจะลุพรวดขึ้นทุกคนในห้องต่างพากันมองตามเขาเป็ตาเดียว
“ห้องที่เห็นอยู่นี้มันอยู่ตรงไหนพาผมไปหน่อยได้หรือไม่”
เอสหันไปถามพ่อบ้านชราพ่อบ้านชราหันไปขอความเห็นจากกันต์ ตาแก่พยักหน้าอนุญาต พ่อบ้านชราจึงกล่าวว่า
“ตามผมมาครับ”
พูดจบก็เดินออกไปเอสเองก็รีบเดินตามอีกฝ่ายออกไปด้วย
“เราเองก็ควรไปดูซักหน่อย นั่งอยู่แต่ในห้องนี้จนเหน็บกินขาแล้ว”
กันต์กล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืนจากนั้นพวกเขาก็พากันไปยังลานยุทธ์โดยพร้อมเพียง
ภายในลานยุทธ์ก๊อตกำลังสู้ติดพันอยู่กับหุ่นไม้ที่ปรับเป็ระดับ2อยู่20ตัวตอนนี้ตัวของเขามีระดับพลังขั้นสอง่ปลายคอขวดที่กำลังจะก้าวสู่ขั้นสามส่วนหุ่นไม้ที่ถูกปรับเป็ระดับสองก็มีพลังประมาณพลังขั้นสอง่แรกเริ่มเท่านั้นการที่เขาจัดการพวกมันนั้นง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ เทียบกับตอนที่สู้กับเจราลแล้วหุ่นไม้พวกนี้นับเป็อะไรได้
ปั่ก...
แกร๊ก...
ปัง!
เสียงหุ่นไม้แตกหักทีละตัวทีละตัวก๊อตไม่ได้ทำอะไรมากเพียงแค่แกว่งแขนหวดหมัดเข้าใส่หุ่นไม้พวกนั้นทำให้พวกมันแตกกระจายออกไปเขาก้าวขาหนึ่งก้าว ออกหมัดหนึ่งหนก็จะต้องมีหุ่นหนึ่งตัวถูกทุบจนแตกเวลาผ่านไปเพียงแค่นาทีกว่าๆหุ่นทั้งยี่สิบตัวก็กลายเป็เศษซากไปเสียหมด
“อย่าได้ใจเกินไป เจอนี่หน่อยเป็ไง”
คิตตี้โกรธจัดเพราะเธอรู้สึกเหมือนโดนก๊อตตบหน้าเข้าจังๆเมื่อความโกรธเข้าครอบงำเธอจึงไม่สนใจอะไรรีบกดปุ่มเรียกหุ่นเหล็กขึ้นมาสองตัวหุ่นเหล็กนี่มีระดับอยู่ที่พลังขั้นสามมีไว้ทดสอบลูกหลานในตระกูลที่ได้รับปราณเทียมมาแล้วไม่นานหุ่นเหล็กก็ถูกส่งให้โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้น เมื่อครีนเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปที่ห้องควบคุมแล้วตวาดขึ้น
“นี่พี่บ้าไปแล้วหรอหุ่นเหล็กพวกนั้นมีพลังขั้นสาม พี่คิดจะฆ่าเขารึไง”
“ทำไมเธอเป็ห่วงมันมากขนาดนั้นก็เข้าไปช่วยมันซิ”
คิตตี้เบ้ปากพุดกับครีน
นอกจากเธอจะกลัวว่าก๊อตสู้ไม่ได้แล้วใจหนึ่งเธอก็ยังคงเชื่อว่าก๊อตจะสามารถสู้มันได้ แต่ถ้าหากเป็อย่างนั้นจริงมูลค่าของหุ่นเหล็กพวกนั้นก็แพงมากด้วยลำพังแค่หุ่นไม้ยี่สิบตัวที่พังไปนั้นก็มีมูลค่าอยู่ที่40ล้านแล้วถ้าหากหุ่นเหล็กถูกทำลายไปอีกความเสียหายทั้งหมดจะมีมูลค่าอยู่ที่60ล้านแล้วตอนนั้นเธอจะตอบคำถามของคุณปู่ได้ยังไงและที่สำคัญเมื่อกดปุ่มไปแล้วจะไม่สามารถหยุดหุ่นได้นอกจากจะทำให้ระบบบนตัวของหุ่นดับลงไปครีนเองก็คิดว่าถึงเป็ตัวเธอเอง ก็ไม่แน่ว่าจัดการหุ่นเหล็กพวกนั้นได้หรือเปล่า
หุ่นเหล็กพุ่งเข้าหาก๊อตในทันทีความเร็วของมันมีมากกว่าหุ่นไม้เป็หลายเท่าตัว เขาะโหลบออกมาแล้วเตะสวนเข้าไปทว่าหุ่นเหล็กมีปฏิกิริยาตอบสนองได้ดีมาก มันเองก็ะโหลบออกไปเช่นกันหุ่นอีกตัวพุ่งมาอีกด้าน ก๊อตก้มหลบลงไปแล้วกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง
ปัง
หุ่นตัวที่ะโหลบไปก่อนหน้าพุ่งมาอีกครั้งระหว่างที่เขากลิ้งตัวหลบมันชกหมัดออกมาก๊อตหลบไม่ทันจึงยกแขนขึ้นมากันไว้ทำให้ร่างของเขาไถลออกไปหนึ่งก้าวหุ่นอีกตัวไม่ได้ปล่อยโอกาสให้เขาหนีไปได้มันจึงหวดแขนเหล็กของมันเข้ามาก๊อตตั้งตัวได้แล้วจึงะโหลบออกไปด้านหลัง พลังขั้นสามกับขั้นสองช่างแตกต่างกันเสียนี่กระไรแม้ตอนนี้ก๊อตจะใช้พลังแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นก็ตาม แต่เขาก็คิดว่ามันช่างต่างกันเหลือเกิน
คิตตี้พลันรู้สึกยินดีปรีดาที่เห็นก๊อตถูกไล่ต้อนเธอหวังว่าหุ่นเหล็กสองตัวนั้นจะจัดการเขาให้พิการไปเลย ไอซ์เองก็คิดเช่นกันมันตะลึงกับการที่ก๊อตจัดการหุ่นไม้ยี่สิบตัวภายในนาทีกว่าๆมาแล้วตอนนี้เมื่อเห็นว่าก๊อตถูกหุ่นเหล็กไล่ต้อนมันก็พลันโล่งใจขึ้นมาบนใบหน้ามีร่องรอยของการสาแก่ใจอย่างเห็นได้ชัดเจนส่วนแอลลี่นั้นบังเกิดความรู้สึกซับซ้อนเธอไม่เคยเห็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่เก่งกาจขนาดนี้มาก่อนถึงตอนนี้เขาจะถูกหุ่นเหล็กไล่ต้อนแต่เธอก็สามารถบอกได้ว่าถ้าหากเปลี่ยนเป็เธอหรือพี่ชายลงไปในลานยุทธ์เพื่อสู้กับหุ่นเหล็กสองตัวนั้นเองก็คงจะถูกหุ่นเหล็กสังหารไปั้แ่เริ่มแรกแล้ว ครีนเองก็คิดเช่นเดียวกัน
“เห็นทีต้องใช้พลังเพิ่มขึ้นอีก”
ก๊อตที่ถอยออกมาครุ่นคิดในใจก่อนจะรวบรวมพลังปราณเข้ามาไว้ที่หมัดขวาเมื่อหุ่นตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดเขาก็ชกสวนออกไปเต็มแรง
ปัง!!!
หุ่นเหล็กตัวนั้นลอยละลิ่วกลับออกไปกระแทกกับกำแพงกระจกแล้วร่วงลงไปแน่นิ่งอยู่กับพื้นหน้าจอแสดงผลเผยตัวเลขคะแนนขึ้นเป็220
“ไม่น่าเชื่อ เขาทำมันได้จริงๆ”
ครีนพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าปิติเธอเผยรอยยิ้มยินดีขึ้น
“แกตายซะ ไอ้หุ่นบัดซบ”
ก๊อตคำรามออกมาแล้ววิ่งเข้าไปหาหุ่นเหล็กอีกตัวเขาะโขึ้นแล้วพุ่งลงมาเหยียบที่ไหล่ของมันก่อนจะใช้สองมือจับเข้าที่หัวของหุ่นจากนั้นก็ออกแรงดึงหัวของมันขึ้น
“ย้ากกก”
เขาออกแรงดึงจนหัวของมันขาดออกจากร่างกายสายไฟหลายสายถูกดึงขาดออกมาพร้อมกับที่ระบบของหุ่นดับไป
“240”
หน้าจอแสดงผลคะแนนรวมทั้งหมดของเขาให้เป็ที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนในห้องนี้ไอซ์เห็นก็เกิดอาการผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว คะแนน50กับ240ดูยังไงก็รู้ว่าใครที่เหนือกว่า ใครกันแน่ที่เป็สวะ
“บ้าน่า ไอ้สวะบ้านนอกนี้”
มันเริ่มพึมพำกับตัวเองตอนนั้นเองที่ประตูลานยุทธ์เปิดออก
“จบแล้วซินะ”
ก๊อตเอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มหน้าระรื่นไปให้คิตตี้ที่นั่งอยู่ในห้องควบคุมเธอกำลังอ้าปากตาค้างอยู่ทำให้เห็นสีหน้าท่าทางตลกๆของเธอได้อย่างชัดเจน
ปัง!
ทว่ากลับมีบางอย่างพุ่งเข้ามาในลานยุทธ์เงาร่างของบางคนพุ่งเข้ามาใส่ก๊อตแล้วชกหมัดเข้าใส่ ก๊อตรีบยกแขนขึ้นกันไว้ตามสัญชาติญาณกระนั้นยังส่งให้ร่างของเขาไถลออกไปถึงห้าหกก้าวใครคนนั้นยังไม่หยุดยังพุ่งเข้าไปอีกก่อนจะใช้เท้าหวดเข้าไป ก๊อตย่อตัวหลบได้ทันเท้าของคนนั้นจึงเฉียดหัวเข้าไปเขาได้จังหวะกวาดขาเข้าไปหวังเตะตัดขาอีกข้างของคนๆนั้นทว่าเงาร่างนั้นกลับะโขึ้น้าแล้วหวดเท้าข้างหนึ่งลงมากลางศีรษะของก๊อตเขากลิ้งหลบออกไปส้นเท้าของเงานั้นจึงกระแทกกับพื้นเสียงดัง
ปัง!!
พื้นที่สร้างมาจากวัสดุพิเศษที่มีความแข็งแรงสูงบริเวณที่ส้นเท้ากระแทกลงมาหยุบลงไปลึกและฝากรอยแตกร้าวรูปไยแมงมุมขนาดใหญ่ไว้ด้วย
“บ้าฉิบ”
ตอนนี้เขาใช้พลังกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นแล้วยังไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้คนคนนี้มันปีศาจชัดๆ
“เห็นทีต้องงัดพลังทั้งหมดออกมาใช้เสียแล้ว”
เมื่อคิดได้เขาก็ใช้พลังทั้งหมดเพื่อพุ่งทะยานไปหาอีกฝ่ายหมัดขวาชกออกไปสุดแรง
“ฮึ น่าประทับใจ”
คนคนนั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทีพอใจก่อนจะชกหมัดสวนกลับไปปะทะตรงๆกับก๊อต
ปัง
เปรี๊ยะๆ
กระแสไฟฟ้าเส้นเล็กๆสี่ห้าสายพุ่งออกมาจากการปะทะร่างของก๊อตกระเด็นถอยออกมาหกถึงสิบกว่าก้าวทว่าร่างของอีกฝ่ายที่เหมือนปราการเหล็กนั้นกลับถอยหลังไปแค่เพียงครึ่งก้าวเท่านั้นตามร่างกายของก๊อตเหมือนมีกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กวิ่งไปมาแวบหนึ่งแล้วสลายไป
“ฮะๆ น่าประทับใจจริงๆด้วยที่ทำให้ฉันคนนี้ถอยหลังกลับมาได้ถึงครึ่งก้าว”
เอซหัวเราะชอบใจซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายงุนงงเป็อย่างยิ่ง
“แกเป็ใครกันแน่”
ก๊อตถามออกไปด้วยความสงสัย
“อย่าเสียมารยาทนั่นคือหนึ่งในหกผู้ใช้พลังจิตเชียวนะ”
กรที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์กล่าวตำหนิที่ก๊อตพูดจาไม่เคารพอีกฝ่าย
“ผู้ใช้พลังจิตงั้นหรอ?”
ในความทรงจำเขาก็เคยได้ยินมาว่าผู้ใช้พลังจิตของดาวกันต์เคยมีเพียงห้าคนเองไม่ใช่หรอหลังจากที่ก๊อตเค้นความทรงจำในสามปีที่ว่างเปล่าของเขาก็พบว่า ครั้งหนึ่งเคยมีประกาศไปทั่วทั้งดาวกันต์ว่ามีชายคนหนึ่งสามารถข้ามขีดจำกัดของพลังขั้นสิบไปได้จนเกิดผู้ใช้พลังจิตเพิ่มขึ้นอีกคน
“ลุงเป็ผู้ใช้พลังจิตจริงหรอ”
ก๊อตกล่าวถามด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่ซิ”
เอสยอมรับ
“ดูจากสภาพแล้วเหมือนพวกลุงขี้เหล้าเลยแฮะ”
ก๊อตกล่าวออกมา
“แหนะ อย่ามองคนที่ภายนอกดิเห้ย”
เอสแย้งขึ้นก่อนจะดีดนิ้วทีหนึ่งส่งสายฟ้าขนาดเล็กสายหนึ่งพุ่งเข้าไปใส่ร่างของหุ่นเหล็กตัวหนึ่งเสียงดังเปรี้ยงเมื่อประกายสายฟ้าดับลงก็เห็นเพียงแค่ร่างของหุ่นเหล็กที่ถูกเผาจนดำเป็ตอตะโกแล้วค่อยๆทลายกลายเป็ขี้เถ้า
“ถ้างั้นความแข็งแกร่งของพวกผู้ใช้พลังจริงก็ของจริงงั้นซินะเพราะเมื่อครู่ลุงใช้พลังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”
ก๊อตอึ้งไปก่อนจะกล่าวขึ้น
“ใช่ เมื่อกี้ฉันใช้พลังไปเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นเท่านั้นแต่ก็มีเธอเป็เด็กคนแรกที่ทำให้ฉันถอยหลังได้ น่าประทับใจ”
เอสกล่าวพร้อมชูสองนิ้วขึ้นเขาใช้คำว่าประทับใจกับก๊อตไปแล้วสามครั้ง หากเทียบกับคำว่าอืมที่พูดถึงไอซ์แล้วเห็นได้ชัดว่าเขาสนใจในตัวก๊อตมากแค่ไหน ด้านก๊อตเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายใช้พลังเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นก็ช็อคไปแวบหนึ่งเขาที่ทุ่มพลังแบบสุดตัวแต่ซัดคนที่ใช้พลังเพียงสิบเปอร์เซ็นให้ถอยไปได้แค่ครึ่งก้าว
“อย่าได้เศร้าไปเลยหนุ่มน้อยฉันก็บอกไปแล้วว่าเด็กรุ่นเธอมีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถทำให้ฉันก้าวออกจากจุดยืนได้เด็กคนอื่นต่อให้ฉันใช้พลังน้อยกว่านี้ก็ยังไม่มีใครสามารถทำให้ฉันถอยได้เหมือนเธอเลย”
เมื่อเห็นว่าก๊อตทำหน้าตาสลดเอสก็เอ่ยขึ้นย้ำอีกครั้ง
“ท่าผู้นำตระกูล ผมมีเด็กที่ทำให้ผมสนใจแล้วผมยอมรับข้อเสนอพวกคุณโดยจะช่วยชี้แนะเ้าเด็กคนนี้”
เอสหันไปกล่าวกับปู่กันต์
“อะไร ชี้แนะใคร?”
ก๊อตได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วสงสัยเขาจึงเอ่ยถามออกไป
“ก็เธอไงฉันคนนี้จะช่วยชี้แนะให้เธอซักวิชาก็ได้”
เอสหันกลับไปกล่าวกับก๊อต
“เกรงว่าคุณคงจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้วกระมัง”
กรแย้งขึ้น
“หมายความว่ายังไงกัน”
เอสทำสีหน้าสับสน
“ก็เ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่คนของบ้านหลักของพวกเรามันเป็แค่เด็กจากบ้านสายรองเท่านั้น”
กรพูดขึ้นอย่างหยามเหยียดตอนแรกมันก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าก๊อตอยู่แล้วยิ่งโดนการกระทำของก๊อตตบหน้าฉาดใหญ่ไปเมื่อครู่ก็ยิ่งทำให้ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
“ถ้างั้นผมคงหมดธุระกับบ้านหลักของพวกคุณแล้วล่ะ”
เอสกล่าวอย่างไม่แยแสทำให้กรพลันมีสีหน้าอึมครึมลงทันใด
“แต่ ผมเป็คนเชิญคุณมานะครับ คุณเอส”
กรพยายามแย้งขึ้น
“แต่ผมก็บอกคุณไปแล้วนี่ว่าผมถ้าคิดจะอยู่ก็อยู่ คิดจะไปก็ไปซึ่งคุณก็ตกลงแล้วก่อนที่ผมจะยอมถ่อมาถึงที่นี่”
เอสกล่าว
“แต่”
กรคิดจะสรรหาคำมาพูดแต่โดนตัดบทเสียก่อน
“หยุด อย่าเสียมารยาท คุณเอสเป็แขก เขา้าจะไปเราคงไม่อาจรั้งเขาไว้ปล่อยเขาไปเถอะ”
ปู่กันต์กล่าวขึ้น
“ขอบคุณท่านผู้นำที่เข้าใจ”
เอสหันไปกล่าวกับปู่กันต์แล้วหันไปพูดกับก๊อตว่า
“เฮ้ เ้าหนูฉันว่าเราออกไปหาที่คุยกันหน่อยดีกว่า”
“ก๊อตเอ้ย ในเมื่อแกมีวาสนากับเขาก็ตามเขาไปเถอะ ปู่ไม่ห้ามหรอก และจะไม่ให้ใครห้ามทั้งนั้น”
ปู่กันพูดกับก๊อตด้วยน้ำเสียงอบอุ่นซึ่งแต่ก่อนปู่แกก็ชอบพูดแบบนี้กับก๊อตอยู่แล้ว ถึงจะไม่เข้าใจแต่เมื่อได้ยินปู่ของตนเองพูดอย่างนั้นเขาก็ก้มคำนับปู่ทีหนึ่งแล้วเดินตามเอสออกไปปล่อยให้คนที่อยู่ที่นี่มองตามด้วยสายตาที่แตกต่างกันไปกรและกลิ่นแก้วมองด้วยสายตาขุ่นเคือง ไมเคิลมองด้วยสายตาที่ครุ่นคิดพวกเด็กรุ่นเยาว์มองด้วยสายตาที่ซับซ้อนแกรมอิจฉาส่วนปู่กันต์มองตามด้วยสายตาที่ทอประกาย