ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 31 โกรธ

    ฉินลู่ไปส่งเฉียนเชี่ยนกลับชุมชนXXX

            จากนั้นก็ขับรถไปยังชุมชนของตัวเอง เมื่อไปถึงเขาก็จอดรถไว้ใกล้ๆ จากนั้นก็โทร.หาซุนอิง

            “ตู๊ด...”

            “ฮัลโหล ฉินลู่เหรอ”

            “ใช่ ตอนนี้ฉันกลับบ้านแล้ว อยู่ในชุมชนเนี่ย”

            “ฉันกำลังจะถึงแล้ว นายรอแป๊บนึงนะ”

            หลังจากวางไปไม่นาน ซุนอิงก็ขับรถอาวดี้เข้ามาในชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองที่ฉินลู่อาศัยมาจอดอยู่ข้างๆ ลัมโบร์กีนีทันที

            ฉินลู่ลงจากรถ ล็อกประตู จากนั้นก็คืนกุญแจให้ซุนอิง “ขอบคุณมากนะช่วยฉันไว้เยอะเลย”

            “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ช่วยเยอะอะไรล่ะ แค่เรื่องเล็กน้อย” ซุนอิงตบที่เบาะนั่งข้างคนขับและพูดกับฉินลู่ว่า “ขึ้นรถสิ ฉันจะพานายไปที่บ้านงานเลี้ยงวันเกิดของคุณย่าฉันกำลังจะเริ่มแล้ว เราจะสายไม่ได้นะ”

            “แล้ว...”ฉินลู่ชี้ไปที่ลัมโบร์กีนีที่จอดอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “เอาไงกับรถคันนี้ จอดไว้ที่นี่เหรอหรือให้ฉันขับไปด้วยเลยไหม”

            ซุนอิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและพูดว่า “รถก็จอดไว้ที่นี่แหละมันไม่หายหรอก มีเวลาฉันค่อยมาเอา ขึ้นรถแล้วค่อยคุยกัน”

            “ฉันเข้าไม่ถึงโลกของเศรษฐีบ้านนอกจริงๆ”ฉินลู่พูดกับซุนอิงพร้อมยกนิ้วโป้งให้

            “เศรษฐีบ้านนอกอะไรล่ะ ฉันออกจะมีรสนิยมนะยะ!”

            พูดจบฉินลู่ก็หัวเราะ ขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับของรถอาวดี้ แล้วรถก็ขับออกจากประตูชุมชนไป

            การจราจรยามค่ำคืนในเมืองจิงเฉิงนั้นคล่องตัวมาก ขณะที่ขับไปที่คฤหาสน์ในเขตชานเมืองของเมืองจิงเฉิงทั้งสองไม่เจอรถติดเลย

            “ถึงแล้ว ที่นี่แหละ” ซุนอิงยิ้ม จากนั้นก็เข้าไปจอดรถในลานจอดรถ

            เห็นได้ว่าตอนนี้ที่จอดรถเต็มไปด้วยรถยนต์หรูหรามากมาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยูกลายเป็นยี่ห้อธรรมดาไปเลย

            “จะจอดไหนเนี่ย...” ซุนอิงกังวล “ตอนแรกก็บอกแล้วว่าให้จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ในครอบครัวแต่พวกผู้ใหญ่อยากจะจัดงานใหญ่ๆ เชิญทุกคนมาร่วมงาน ทีงี้เป็นไงล่ะคนมาเยอะขนาดนี้ ฉันไม่มีที่จอดรถเลยเนี่ย”

            ช่วยไม่ได้ ซุนอิงโมโหแล้ว เธอจึงไปจอดรถปิดหลังรถคาดิลแลคไว้

            ฉินลู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี“เธอจอดแบบนี้คนอื่นจะออกไปได้เหรอ เธอขวางทางอยู่นะ!”

            ซุนอิงพูดอย่างไม่แยแส “นี่คือบ้านของฉัน ฉันจอดรถไว้ในลานจอดรถในบ้านผิดตรงไหน ใครบอกให้เขามาจอดรถในบ้านฉันล่ะ”

            ฉินลู่ตกตะลึง “ฉันพูดไม่ออกเลย....”

            ทั้งสองลงจากรถ ซุนอิงพาฉินลู่เข้าไปในคฤหาสน์ขนาดใหญ่

            ทันทีที่เดินมาถึงหน้าคฤหาสน์ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าลานระเบียงที่ยื่นออกมาเต็มไปด้วยโต๊ะจัดเลี้ยงขนาดใหญ่เล็กอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าทานถูกจัดวางไว้ที่นั่นอย่างเป็นระเบียบ

            ซุนอิงมึนงง “นี่รองรับคนกี่คนเนี่ย ยังเป็นงานเลี้ยงวันเกิดอยู่ไหม”

            ฉินลู่พูดอย่างครุ่นคิด “นี่เป็นวันเกิดของชนชั้นสูงสินะมันไม่ใช่แค่งานเลี้ยงวันเกิด แต่มีความหมายกว่านั้น”

            “เฮ้อ! อ้อใช่ ฉันลืมบทกวีมู่หลานฮวาม่านที่นายให้ไว้ในรถ!”

            ฉินลู่ “...”

            หลังจากกลับไปหยิบบทกวีมู่หลานฮวาม่านที่รถอีกครั้งทั้งสองก็เข้าไปในคฤหาสน์

            ลานบ้านเปิดไฟสว่างไสวผู้คนมากมายรวมตัวกันเป็นกลุ่มละสองสามคนพูดคุยกัน

            ทันทีที่ฉินลู่และซุนอิงเดินเข้ามาในคฤหาสน์พวกเขาก็ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย

            หลายคนที่อยู่ในนั้นต่างก็รู้จักซุนอิง แต่พวกเขากลับไม่คุ้นฉินลู่เลย

            ซุนอิงเป็นใคร

            หลานสาวสุดที่รักของตระกูลซุนเพรียบพร้อมไปด้วยความงดงามและชาติตระกูล มีหนุ่มหล่อมากมายหมายตาแต่ตอนนี้เธอกลับยืนอย่างสง่างามอยู่ข้างฉินลู่แน่นอนว่าต้องดึงดูดความสนใจของใครหลายๆ คนให้หันมามองและซุบซิบกัน

            ทุกคนต่างก็เริ่มคาดเดาภูมิหลังและตัวตนของฉินลู่

            ตอนนี้เขายังคงสวมเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เฉียนเชี่ยนซื้อให้อยู่ในระดับเฉียนเชี่ยนก็ถือว่าไม่ได้แย่แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมของคฤหาสน์ตระกูลซุนแล้วมันดูเชยมาก

            ทั้งตัวรวมกันไม่น่าเกิน 10,000 หยวน เท่ากับอาหารเพียงหนึ่งมื้อเท่านั้นสำหรับคนเหล่านี้

            ดังนั้นทุกคนที่อยู่ที่นี่จึงค่อนข้างงุนงงกับการปรากฏตัวของฉินลู่

            และในขณะนี้เอง ชายคนหนึ่งที่สวมชุดสูทเรียบร้อยผมเป็นมันเงาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหน้าฉินลู่และซุนอิง เขายิ้มแล้วพูดกับซุนอิงว่า“เสี่ยวอิง ทำไมเธอเพิ่งมาล่ะ เมื่อกี้เหมือนฉันเห็นเธออยู่บ้านนี่นาออกไปข้างนอกเหรอ ไปทำอะไรมาล่ะ”

            “อ้อ!” ซุนอิงยิ้มตอบ“ฉันออกไปรับเพื่อนมาน่ะค่ะ เอ่อ เขาเป็นเพื่อนฉัน ฉินลู่”

            “ฉินลู่ นี่คือพี่ชายของฉัน ซุนหย่ง” ซุนอิงแนะนำฉินลู่

            ซุนหย่งเหลือบมองฉินลู่แล้วยิ้ม ยื่นมือออกมาและกล่าวอย่างสุภาพ“สวัสดีครับคุณฉิน ดีใจมากที่ได้พบคุณ ผมชื่อซุนหย่งครับขอบคุณมากที่มางานร่วมงานวันเกิดคุณย่าของผม หวังว่าคุณจะสนุกนะครับ”

            “เกรงใจเกินไปแล้วครับ” ฉินลู่ยิ้มและจับมือกับซุนหย่ง“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่มีโอกาสได้มาร่วมงานวันเกิดของคุณย่า”

            “ไม่ต้องพูดจาตามมารยาทอย่างนั้นหรอก ฉันพาฉินลู่เข้าไปก่อนนะ” ซุนอิงโบกมืออย่างเหลืออดแล้วพาฉินลู่เข้าไปในคฤหาสน์

            ซุนหย่งที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึง มองไปที่ฉินลู่และซุนอิงอย่างงงๆ คล้ายสติหลุดลอย

            เกิดอะไรขึ้น

            น้องสาวของเขาที่เย็นชากับทุกคน กลับสนิทกับผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง จับมือกันด้วย

            ในขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่ในงานก็ตกตะลึงเช่นกัน

            พวกเขาต่างก็คาดเดาว่าชายหนุ่มที่ภายนอกดูมอซอคนนี้เป็นใคร

            ฉินลู่เห็นทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้สนใจ

            “ฉินลู่ ตอนนี้งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม ฉันจะพานายไปดูหยกในบ้านก่อนนายจะต้องชอบแน่ๆ” ซุนอิงพูดขณะลากฉินลู่

            “หยก!” ดวงตาของฉินลู่เป็นประกาย

            ครั้งนี้ที่เขาตกลงมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดเหตุผลส่วนใหญ่ก็คือเพื่อมาดูหยกชั้นดีที่ซุนอิงเคยบอกแน่นอนว่าเขาต้องไม่ปฏิเสธแน่ เขารีบพยักหน้าตอบตกลง “โอเค เราไปกันเถอะ”

            “ได้เลย” ซุนอิงพูดอย่างภาคภูมิใจ“ฉันบอกเลยว่าหยกเหล่านั้นไม่ใช่หยกธรรมดา เป็นของชั้นเลิศที่หาไม่ได้ในตลาด”

            “งั้นก็ยิ่งดีเลย”

            ซุนอิงพาฉินลู่เข้าไปในคฤหาสน์ แต่จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “อ้อใช่ฉันต้องไปหาคุณย่าก่อน เดี๋ยวฉันจะลงมาพานายไปนะ”

            ฉินลู่พูดไม่ออก จึงตอบไปว่า “งั้นยังไม่ต้องก็ได้ ฉันไม่รีบไปดูตอนไหนก็ได้ เธอไปหาคุณย่าก่อนเถอะ ฉันจะไปเดินเล่นที่ลานก็แล้วกันเธอมีเวลาเมื่อไหร่ค่อยมาหาฉัน เราเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

            ดวงตาของซุนอิงเป็นประกาย เธอจ้องไปที่ฉินลู่และพูด “พูดได้ดี นายไม่น่าเป็นหมอในมหา’ลัยหรอก เป็นนักการทูตยังได้เลย”