ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 7 เปลี่ยนแผน

         ภายในบ้านทรงญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
         ชุนกำลังวางผัดผักรวมมิตร เต้าหู้ทอดและข้าวสวยร้อนๆที่เขาได้ทำจากวัตถุดิบในห้องครัวลงบนโต๊ะพร้อมกับคลายผ้าที่มัดทารกน้อยติดกับตัวเขาออก ก่อนจะวางทารกน้อยลงที่เดิมแล้วเริ่มทานข้าว
         กรุ๊บ!
         กร๊อบ!
         'นี่แหละ..ความรู้สึกของข้าวสวยร้อนๆในรอบสามสิบปี ผัดผักรวมมิตรหวานๆเค็มๆ เต้าหู้ทอดกรอบๆ'          ชุนคิดในใจระหว่างเคี้ยวเต้าหู้ทอดด้วยความสุขใจ อยู่ๆชุนเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้หลังจากกลืนเต้าหู้ทอดลงกระเพาะ
         "ฉิบหายแล้ว! ลืมทำน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด แม่งเอ้ย...นี่เราลืมเพราะไม่ได้ทำกินเองมานานหรือกลายเป็นลุงอายุสี่สิบแปดไปวะ"          ชุนบ่นเสียงดัง สุดท้ายเขาก็กินต่อทั้งอย่างนั้นจนทุกอย่างหมดเกลี้ยงในสิบนาทีต่อมา
         ขณะชุนกำลังเก็บจานไปล้าง เสียงรถของมิซึฮะได้ดังขึ้นและในเวลาไม่กี่นาทีเขาได้เห็นมิซึฮะขับรถเข้าไปจอดในฐานลับพร้อมเสียงกลไกทำงานอีกครั้ง
         สามนาทีต่อมาชุนเห็นมิซึฮะอุ้มชิงมู่มาบ้าน ชุนถือโอกาสตะโกนบอกมิซึฮะก่อนเอาจานไปล้าง
         "หาฟูกมาปูให้พี่สามผมนอนด้วยนะ"
         หลังจากชุนล้างจานเสร็จและเดินมาดู เขาเห็นชิงมู่นอนอยู่บนฟูก ด้านข้างคือทารกน้อยนอนอยู่บนฟูกไม่ต่างกัน ส่วนมิซึฮะกำลังชงชาให้ชุนดื่มพลางดูไลฟ์สดในสมาร์ตโฟนไปด้วย
         "มีอะไรเกิดขึ้นบางไหม"
         ชุนถามพร้อมรับถ้วยชาจากมิซึฮะ
         "ไม่มีค่ะ ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดี"
         มิซึฮะตอบแบบไม่มองชุน สายตาเธอจ้องมองอยู่กับสมาร์ตโฟนที่มีตัวละครสองมิติขยับเคลื่อนไหวไปมาอยู่
         "งั้นหรอ"
         อึก!
         "ขมแหะ"
         ชุนอุทานครั้งหนึ่งและวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ซึ่งมันทำให้เขาเผลอตัวหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังกายจากไอเทมบ๊อกมาดื่ม มิซึฮะหันมามองชุนพอดิบพอดีว่าน้ำยาขวดหนึ่งปรากฏอยู่ในมือชุนจากความว่างเปล่าถึงกับอ้าปากค้าง กว่าชุนจะรู้ตัวมิซึฮะได้ถามคำถามเขาแล้ว
         "นั่นมันอะไรหรอคะ"          "ภารกิจเป็นยังไงน่ะหรอ ไม่ยากนะแต่ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า พวกชั่วนั่นตายหมดฐาน ถือว่าดีทีเดียว"
         ชุนเปลี่ยนเรื่องเหมือนไม่ได้ยินมิซึฮะพูด ยิ่งทำให้มิซึฮะอยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่ น่าเสียดายมิซึฮะนั้นรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรจึงไม่เซ้าซี้ชุนอีก
         "ค่ะ...แขนซ้ายของคุณ"
         ชุนมองไปยังแขนซ้ายของเขา ไม่รู้ว่าเป็นความเคยชินหรือว่าอะไร เขาถึงได้ใช้มือขวาถอดแขนเทียมวางไว้บนโต๊ะหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....ยังไงซะบางเรื่องเขาไม่สามารถปิดบังคนใกล้ตัวที่หวังดีได้
         "ถ้าเล่าจะเชื่อไหมล่ะ"
         ชุนถามมิซึฮะพร้อมกับถอดเสื้อให้เห็นว่าแขนของเขาหายไปราวกับไม่เคยมีมาตั้งแต่เกิด
         "จะเป็นไปได้ยังไง ฉันเจอคุณก่อนไปทำภารกิจหนึ่งวัน ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้..ไม่มีทาง!"
         มิซึฮะพูดด้วยความตกใจ ดวงตาเธอเบิกกว้าง เธอคิดไม่ออกจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับชุน 
         "เชื่อผมไหมล่ะว่าหนึ่งวันที่เราไม่ได้เจอกัน มันเป็นสามสิบปีในนรกของผม"
         ชุนถามมิซึฮะอีกครั้ง ทำให้มิซึฮะส่ายหน้าจนเส้นผมสีดำยาวสลวยพลิ้วไหวไปมา 
         เห็นว่ามิซึฮะไม่เชื่อชุนได้แต่ถอนหายใจเบาๆด้วยความโล่งใจ เพราะมิซึฮะไม่ได้โกหกจริงๆ เรื่องนี้ต่อให้บอกคนทั้งโลกจะมีใครไปเชื่อลง
         "ดีแล้วล่ะ...อยากบอกก็แค่นั้น อย่าไปคิดเรื่องนี้อีกปล่อยๆมันไป เอาเวลาไปเตรียมตัวกับเรื่องในวันเสาร์เถอะ"
         ชุนพูดน้ำเสียงช่วยไม่ได้ เขามองไปยังแขนเทียมของเขาและคิดในใจเงียบๆ          'อาร์ติแฟ็คเสียหายไม่เยอะใช้เกล็ดมังกรสักสิบอันซ่อม ใช้หินเวทมนตร์สักก้อนเป็นการแลกเปลี่ยน คงซ่อมมันได้สบายๆ แต่คงต้องทำให้เหมือนแขนจริงๆซะหน่อยจะได้ไม่เกิดเรื่อง'          กลางดึก
         หลังจากมิซึฮะหลับไปแล้ว ชุนได้ซ่อมแขนเทียมของเขาและติดเข้ากับแขนเพื่อใช้เวทมนตร์เชื่อมต่อการทำงานของแขนเทียม เพราะยังไงเขาต้องใช้แขนอยู่แล้วขาดไปไม่ได้ อีกอย่างพรุ่งนี้ช่วงสายๆเขาจะไปซื้อวีลแชร์ให้ชิงมู่ สองแขนย่อมสำคัญ
         "ใช้ได้อยู่"
         ชุนลองขยับแขนเทียมที่เขาพึ่งซ่อมแซม ก่อนลองทดสอบขยับนิ้วมือด้วยความคล่องแคล่ว
         "ยอดเลย ดีกว่าเก่าเยอะ..ถึงจะไม่ดีเท่าแขนจริงๆก็เถอะ จะว่าไปหลังจากวันเสาร์ยังมีเวลาก่อนมหาลัยเปิดอีกยาว ลองใช้เวลาช่วงนั้นหาข่าววิชาลมปราณเผื่อจะมีหวังให้แขนงอกกลับมา...เอาวะไหนๆก็ไหนๆแล้วลองหาข้อมูลดูหน่อยละกัน"
         ชุนเอามือลูบคาง นั่งคิดเรื่องวิชาลมปราณในหัวพร้อมกับหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาลมปราณในโลกอินเทอร์เน็ต ชุนนั่งหาอยู่กว่าหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายเขาได้รู้เพียงแค่ว่าวิชาลมปราณเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ คนธรรมดาทั่วไปจะไม่มีทางทีวิชาลมปราณได้เลย ถ้าไม่มีพรสวรรค์และเคล็ดการฝึกอย่างถูกวิธี ไม่มีสองอย่างนี้จะหาวิธีอื่นให้ตายก็ไม่สามารถฝึกวิชาลมปราณได้
         "เปลี่ยนแผนจากวันเสาร์เป็นพรุ่งนี้ตอนเย็นละกัน ซื้อวีลแชร์เสร็จจะได้ไปถอนตัวจากองค์กรให้เรียบร้อยเพื่อชีวิตอันสงบสุข น่าเสียดายไม่มีข้อมูลน่าเชื่อถือพอให้หาวิธีฝึกลมปราณ ไม่งั้นจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเอาแขนคืนมาให้ได้เลย.....สงสัยเรื่องยุ่งยากอย่างนี้คงทำได้แค่ให้โชคช่วย นอนดีกว่า!"          ชุนบ่นพลางปิดหน้าจอสมาร์ตโฟน เขามองไปยังชิงมู่ ทารกน้อยและนอนลงไปยังฟูกใกล้ๆมิซึฮะ
         เมื่อชุนหลับตาลง เขาได้ผลอยหลับไปในเวลาไม่กี่นาที
         .     .     .
         รุ่งเช้า
         อุแว๊วววววววววววววววววววว
         เสียงร้องของทางรกน้อยดังลั่น ปลุกให้ชุนกับมิซึฮะสะดุ้งตื่น มีชิงมู่คนเดียวยังนอนหลับอยู่และไม่มีใครทราบว่าเธอจะตื่นเมื่อไหร่ เพราะต่อให้ชิงมู่หลับต่อไปโดยไม่กินอะไรหลายปี ร่างกายเธอไม่มีวันเสียหายหรือเสื่อมถอย         "เสียงดังจังนะ"
         ชุนพูดเสียงงัวเงีย แต่สายตาเขามองไปยังทารกน้อยเพื่อดูว่าทารกน้อยร้องทำไม พอดูไปครู่หนึ่งชุนถึงรู้ว่าทารกน้อยฉี่ราดกางเกง
         "ตายละ ลืมไปสนิทเลย"
         ชุนเอามือตบหน้าผาก แต่มิซึฮะได้อุ้มทารกน้อยไปล้างตัว ท่าทางการอุ้มทารกน้องยังถูกต้อง ชุนจึงวางใจปล่อยให้มิซึฮะจัดการ ส่วนฟูกของทารกน้อยชุนได้ยกไปใส่เครื่องซักผ้า เขาใส่ผงซักฟอกตามไปและทำการปั่นผ้าอัตโนมัติ จากนั้นชุนได้หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดพื้นใต้ฟูกของทารกน้อยที่ชื้นส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์อยู่
         หลังจากมิซึฮะล้างตัวทารกน้อยเสร็จ เธอเช็ดตัวให้ทารกน้อยเอาผ้ามาห่อตัวและวางทางรกน้อยไว้บนฟูกที่เธอนอน ก่อนจะไปทำอาหารเช้าให้ชุนทาน
         ชุนเห็นว่าอาหารสำหรับชิงมู่และทารกน้อยไม่จำเป็น เพราะอะไรก็ไม่อาจทราบได้จึงบอกมิซึฮะไป
         "ทำอาหารสำหรับสองคนพอนะ"
         "ค่ะ"
         มิซึฮะตอบกลับสั้นๆ ใบหน้าเธอดูงงๆขณะเข้าห้องครัวไป
         ชุนที่รอให้มิซึฮะเข้าไปในห้องครัวตั้งแต่แรก ใช้ช่วงเวลานี้ป้อนเลือดของเขาให้ทารกน้อยดื่ม ยังไงซะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทารกน้อยจะดื่มได้ ถึงจะไม่ต้องดื่มตลอด แต่เห็นทารกน้อยดื่มไปซักสักพักยังไม่หยุด เขาจึงนึกย้อนไปถึงไม่กี่วันก่อนและลองเอาทารกน้อยในวันนี้ไปเทียบกับทารกน้อยเมื่อวานในความทรงจำของเขา ทำให้ชุนรู้ว่าทารกน้อยโตขึ้นมาเล็กน้อย
         "โตเร็วดีนะ คาดว่าปีกว่าๆคงเหมือนเด็กห้าขวบแล้วล่ะ สมเป็นโฮมูนครูสดี"
         ชุนพึมพำพลางปล่อยให้ทารกน้อยดื่มเลือดเขาต่อไป
         -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
         ติชมได้นะ