ฮูหยินผู้เฒ่าทอดสายตาไปยังหีบไม้เก่าแก่บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหันกลับมามองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความเข้าใจ
"ซีเออร์...ในหีบนี้คือสมบัติที่ย่าเก็บสะสมมาตลอดชีวิต มีทั้งเครื่องประดับล้ำค่าเงินทองมากมาย และสิ่งของที่ระลึกที่มีความหมายต่อย่า" นางหยุดพักเล็กน้อยมองลึกลงไปในดวงตาของหลานสาว
ฮูหยินผู้เฒ่ายื่นมือที่เหี่ยวย่นออกมาอย่างช้าๆราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างจากฮวาเสี่ยวซี
ฮูหยินผู้เฒ่ามองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตา
"ซีเออร์...หลานรัก" นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เจ้ารู้ไหมว่าย่าเก็บสะสมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่อใคร?"
ฮวาเสี่ยวซีมองเครื่องประดับล้ำค่าและตั๋วเงินจำนวนมากในหีบด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ
"ท่านย่า..."นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือเบาๆ"ทั้งหมดนี้... ย่ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว"นางมองลึกลงไปในดวงตาของหลานสาว"เจ้าเป็นหลานคนเดียวที่ย่ารักและเป็นห่วงที่สุด...จงเก็บรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ดีนะ"
นางสั่งให้แม่นมจางหยิบตั๋วเงินจำนวนหนึ่งออกมามอบให้กับฮวาเสี่ยวซี
"นี่...เอาไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเองและหลานชาย" นางมองไปยังเจ้าอ้วนน้อยด้วยความเอ็นดู"หากมีสิ่งใดขาดเหลือ... ก็บอกย่าได้เสมอ"
หลังจากมอบสมบัติส่วนตัวให้กับหลานสาวแล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ดูอ่อนเพลียลงอย่างเห็นได้ชัดลมหายใจของนางเริ่มถี่ขึ้นและเปลือกตาหนักอึ้ง
"เอาเถิด...ซีเออร์" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "ย่าเหนื่อยแล้ว...เจ้าพาลูกกลับไปพักผ่อนเถิด หากมีเวลา... ก็แวะมาหาย่าบ้างนะ"
ฮวาเสี่ยวซีมองผู้เป็นย่าด้วยความรักและความห่วงใยนางพยักหน้าทั้งน้ำตา
"เจ้าค่ะท่านย่า...เสี่ยวซีเออร์จะมาเยี่ยมท่านย่าอีกนะเจ้าคะ ท่านย่าต้องพักผ่อนมากๆ นะเจ้าคะ"
นางโอบกอดฮูหยินผู้เฒ่าเบาๆเป็นการอำลา ก่อนจะอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งความรัก ความผูกพัน และความกังวลเกี่ยวกับอาการป่วยของผู้เป็นย่า
แทนที่จะกลับไปยังเรือนของตนเองฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยเดินตรงไปยังเรือนของมารดาด้วยความรู้สึกที่หลากหลายความกังวลเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านย่ายังคงวนเวียนอยู่ในใจผนวกกับความสงสัยเกี่ยวกับคำพูดและการมอบสมบัติส่วนตัวของท่านย่าเมื่อครู่
เมื่อมาถึงเรือนของมารดาบรรยากาศภายในดูเงียบสงบกว่าที่นางคาดไว้ มารดานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จ้องมองออกไปยังสวนด้านนอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด เมื่อเห็นฮวาเสี่ยวซีเดินเข้ามานางก็หันมามองด้วยแววตาที่ยังคงมีความกังวลเจืออยู่
"เสี่ยวซีเออร์...ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่แทนที่จะกลับเรือน?" มารดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ฮวาเสี่ยวซีเดินเข้าไปใกล้ทรุดตัวนั่งลงตรงหน้ามารดา อุ้มเจ้าอ้วนน้อยไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม
"ท่านแม่...เสี่ยวซีเออร์เป็นห่วงท่านย่า ท่านย่าดูไม่ค่อยสบายเลย"นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
มารดาถอนหายใจเบาๆ"ท่านย่าของเจ้าก็เป็นเช่นนี้แหละ... สังขารร่วงโรยไปตามวัยแต่สิ่งที่แม่เป็นห่วงมากกว่า... คือเจ้า"นางจ้องมองบุตรสาวด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง
"เจ้ายังคงยืนยันที่จะแต่งงานกับท่านจิ้นอ๋องในวันพรุ่งนี้จริงๆหรือ เสี่ยวซีเออร์?" คำถามนั้นตรงประเด็นและแฝงไว้ด้วยความหนักใจอย่างชัดเจน
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้ามองมารดาด้วยความสงสัยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"ท่านแม่...ทำไมท่านถึงถามเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ"อีกแค่วันเดียวก็จะถึงวันแต่งงานของเสี่ยวซีเออร์กับท่านจิ้นอ๋องแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ?ท่านเองก็ดูจะยินดีกับเรื่องนี้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"
นางกวาดสายตามองใบหน้าของมารดาอย่างพิจารณาพยายามอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าที่ยังคงมีความกังวลนั้น "เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมท่านแม่ถึงมีท่าทีแปลกไป?" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของฮวาเสี่ยวซีอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นหลิวฮูหยิน ก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหนักใจไม่แพ้กัน
"ใช่แล้วเสี่ยวซีเออร์... พวกเราทุกคนต่างก็เป็นห่วงเจ้า" นางเดินเข้ามาใกล้ยืนอยู่ข้างๆ มารดาของฮวาเสี่ยวซี มองหน้าบุตรสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
"เจ้าแน่ใจแล้วจริงๆหรือ... กับการตัดสินใจครั้งนี้? อีกแค่วันเดียวทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลเจ้าจะไม่เสียใจภายหลังหรือ?" น้ำเสียงของหลิวฮูหยินอ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความไม่แน่ใจอย่างชัดเจน
คำถามของทั้งมารดาและหลิวฮูหยินทำให้ความสงสัยในใจของฮวาเสี่ยวซีเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังที่นางไม่รู้? ทำไมทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปในวันนี้? ความสุขและความตื่นเต้นที่นางเคยมีต่อการแต่งงานในวันพรุ่งนี้เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจและความสงสัยที่กัดกินใจทีละน้อย
ฮวาเสี่ยวซีจ้องมองใบหน้าของมารดาอย่างแน่วแน่ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัยและความต้องการคำตอบ
"ท่านแม่...มีอะไรหรือเจ้าค่ะ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย"เหตุใดท่านถึงมีท่าทีแปลกไปเช่นนี้? มีเรื่องอะไรที่เสี่ยวซีเออร์ยังไม่รู้หรือคะ?หรือว่า... เกิดอะไรขึ้นกับท่านจิ้นอ๋อง?"
นางเอ่ยชื่อของจิ้นอ๋องออกมาด้วยความรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยแม้ความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่นางช่วยเขาระงับพิษจะยังคงชัดเจนแต่ความรู้สึกที่แท้จริงที่นางมีต่อเขานั้นกลับสับสนและไม่แน่ใจนักยิ่งเมื่อรวมกับความรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งที่มีต่อเจ้าอ้วนน้อยที่นางยังคงไม่เข้าใจ...ทุกอย่างยิ่งดูคลุมเครือและน่าสงสัยมากขึ้น
ฮวาเสี่ยวซีรอคอยคำตอบจากมารดาด้วยใจที่เต้นระรัวหวังว่าความสงสัยและความไม่สบายใจที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของนางจะได้รับการคลี่คลายในเร็ววัน
มารดามองใบหน้าบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจนางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความลังเล
"เสี่ยวซีเออร์...มีบางเรื่องที่แม่ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดหรือไม่ควรพูดในตอนนี้...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้วันสำคัญของเจ้าเช่นนี้" นางเว้นคำพูดไปเล็กน้อยมองไปยังเจ้าอ้วนน้อยที่หลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของฮวาเสี่ยวซีด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"แต่..."นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า"มีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าควรจะรู้... บางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ...ตัวเจ้าเอง"
มารดาจับมือของฮวาเสี่ยวซีเบาๆดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกังวลและความเห็นใจ
"เสี่ยวซีเออร์...เจ้าจำเรื่องราวในช่วงสองปีที่หายตัวไปได้หรือไม่?" คำถามนั้นตรงประเด็นและจี้ลึกลงไปในส่วนที่ฮวาเสี่ยวซีพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงกลางใจคำถามนั้นราวกับเปิดแผลที่ยังไม่หายสนิทความว่างเปล่าในความทรงจำช่วงสองปีนั้นยังคงเป็นเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งนางส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาเริ่มคลอด้วยน้ำตาแห่งความสับสนและความขุ่นเคือง
"ท่านแม่ก็รู้...ว่าความทรงจำของเสี่ยวซีเออร์ในช่วงนั้น... มันหายไป"เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย "ทำไมท่านถึงถามเช่นนี้อีกเล่าคะ? มัน... มันเจ็บปวดเกินกว่าที่เสี่ยวซีเออร์จะ..." นางกลืนคำพูดลงคอพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน
มารดามองบุตรสาวด้วยความสงสารนางลูบมือของฮวาเสี่ยวซีเบาๆ อย่างปลอบประโลม
"แม่รู้...แม่รู้ว่ามันเจ็บปวด แต่มีบางสิ่งที่เชื่อมโยงกับช่วงเวลานั้น...บางสิ่งที่เจ้าควรจะได้รับรู้ ก่อนที่จะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต"นางทอดสายตาไปยังเจ้าอ้วนน้อยอีกครั้งแววตาของนางเต็มไปด้วยความหมายที่ฮวาเสี่ยวซียังคงไม่เข้าใจ
"เด็กน้อยคนนั้น..."มารดาเอ่ยเสียงแผ่ว "เจ้าแน่ใจหรือว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่ถูกทิ้งไว้?"คำถามนั้นแฝงไว้ด้วยความสงสัยที่หนักแน่นและจ้องลึกลงไปในความรู้สึกของฮวาเสี่ยวซี
ฮวาเสี่ยวซีชะงักไปคำถามของมารดาราวกับมีดกรีดลงกลางใจ นางมองหน้ามารดาด้วยความตกตะลึงและสับสน
"ท่านแม่...ท่านหมายความว่าอย่างไร?" นางถามเสียงแผ่วดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ "เจ้าอ้วนน้อย... เขาก็แค่เด็กที่ถูกทิ้งไว้เสี่ยวซีเออร์เจอเขาข้างทาง..."
แต่ถึงกระนั้นในส่วนลึกของจิตใจ ฮวาเสี่ยวซีกลับรู้สึกถึงความไม่มั่นใจเล็กน้อยความผูกพันอย่างลึกซึ้งที่นางมีต่อเด็กน้อยคนนี้มันมากเกินกว่าจะเป็นเพียงความสงสารที่มีต่อเด็กกำพร้าทั่วไปความรู้สึกบางอย่างที่คอยกระซิบอยู่ข้างใน... มันบอกว่าเด็กคนนี้มีความหมายต่อตัวนางมากกว่าที่นางรับรู้
มารดามองลึกลงไปในดวงตาของบุตรสาวนางถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความหนักใจ
"เสี่ยวซีเออร์...แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเสียใจภายหลัง...มีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าควรจะรู้เกี่ยวกับตัวตนของเด็กน้อยคนนั้น...และเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เจ้าหายตัวไป"
นางเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะเปิดเผยความจริงที่อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของฮวาเสี่ยวซีไปตลอดกาล
"เด็กน้อยคนนั้น..." มารดาเอ่ยเสียงเครือ "เขา...อาจจะเป็น ลูกชายของเจ้า"