“สา!!.... สา ใช่เธอจริงๆ ด้วย เธอไปอยู่ไหนมา? ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย โทรไปหาแม่เธอ ท่านบอกว่าเธอถูกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด แล้วนี่เธอไปไงมาไง? ทำไมถึงมาที่นี่ได้?”
ตรีทิพยนิภาเดินตรงมายังห้องน้ำ เพื่อทำกิจธุระส่วนตัว เห็นดมิสายืนนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ จึงรีบเดินเข้าไปหา พร้อมกับร้องทักอย่างดีอกดีใจ และยิงคำถามแบบรัวๆ ใส่ไม่ยั้ง
“ทิพย์!!....”
ดมิสาหันมายังเสียงที่คุ้นเคย เบิกตากว้างพร้อมกับยิ้มอย่างดีอกดีใจ ที่ได้เห็นหน้าเพื่อน แต่ก่อนที่ดมิสาจะทันได้พูดได้บอกเล่าอะไรให้ตรีทพยนิภารับฟัง ดมิสาก็เห็นร่างแกร่งของคณพศ ก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหา ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย และไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น จึงทำให้ดมิสาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาอยู่ในอารมณ์แบบไหน
“ผมเห็นคุณหายออกมานาน ผมก็เลยตามมาดู กลัวว่าคุณจะเป็อะไร!!”
คณพศเดินเข้ามาใกล้ๆ ดมิสา ยื่นมือใหญ่ไปโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ อย่างจะให้หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันกับดมิสา รับรู้ว่าเขากับเ้าหล่อนมีความสนิทสนมกันมากขนาดไหน
“สา!! นี่ใคร? อย่าบอกนะยะว่าเป็แฟนเธอน่ะ”
ตรีทิพยนิภาเบิกตากว้างอยู่สักครู่ ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยเอามากๆ ถึงมากที่สุด จึงได้ถามเอาคำตอบจากคุณเพื่อนรัก ว่ามันคืออะไรยังไงกันแน่ เพราะอยู่ดีๆ เพื่อนก็หายเงียบไป และพอมาเจอกันอีกทีก็ปรากฏว่ามีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม รูปร่างบึกบึนอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่ข้างๆ ซะแล้ว
“ทิพย์!! คือ.... เอ่อ.... คือ....”
ดมิสาไม่รู้จะบอกเพื่อนยังไงดี ซึ่งใจหนึ่งก็ดีใจที่เจอตรีทิพยนิภา และอยากจะให้ตรีทิพยนิภาพาเธอออกไปให้พ้นจากคณพศ แต่ทำไมล่ะ ทำไมภายในใจถึงไม่อยากจะจากเขาไป ก็ไม่รู้สินะ จึงทำให้ดมิสาอ้ำๆ อึ้งๆ ราวกับคนติดอ่างแบบปัจจุบันทันด่วนยังไงยังงั้น
“ใช่ครับผมเป็แฟนสา เอ่อ!!.... ไม่ทราบว่าคุณคือ....?”
คณพศรับสมอ้างตอบเองเออเอง ทั้งยังเอ่ยถามตรีทิพยนิภากลับด้วยอีกต่างหาก
“ฉันทิพย์เป็เพื่อนกับสาค่ะ”
ตรีทิพยนิภาทั้งงงทั้งสงสัย จึงมองหน้าชายหนุ่มและดมิสาสลับกันไปมา ซึ่งที่แน่ๆ ตรีทิพยนิภาอย่างรู้เื่รู้ราวจากปากเพื่อนเอามากๆ แต่เห็นเพื่อนนิ่งเงียบงันไป จึงไม่รู้ว่าเพื่อนเป็อะไร อยากจะพูดอยากจะบอกอะไรในตอนนี้หรือเปล่าน่ะสิ
“เอ่อ!! ทิพย์ฉันกับคุณพศต้องไปแล้ว ไว้เดี๋ยวฉันจะเล่าให้เธอฟังวันหลังนะ”
อยู่ๆ ดมิสาก็พูดตัดบทขึ้นมา แล้วเดินนำชายหนุ่มออกไปจากตรงนั้นในทันที โดยไม่รอให้ตรีทิพยนิภาทันได้พูดได้ถามอะไรออกมาอีก ทำได้แต่เพียงยืนมองคนทั้งสองเดินห่างออกไป ด้วยความงุนงงและสงสัยอยู่อย่างนั้น
‘นี่เราเป็อะไรไปเนี้ย ทำไมเราถึงไม่บอกความจริงทิพย์ไปเลยล่ะ ทิพย์เขาจะได้ช่วยให้หลุดพ้นไปจากผู้ชายคนนี้’
ไม่ใช่แค่ตรีทิพยนิภาที่งุนงง ตัวดมิสาเองก็งุนงงกับการกระทำของตัวเองเหมือนกัน ที่พอคิดว่าจะต้องหนีจากคณพศไป หัวใจเธอก็พลันรู้สึกโหว่งๆ ร้อนรนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ระหว่างที่เดินกันมายังโต๊ะอาหาร คณพศก็มองร่างบางนิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาอะไร และพอมาถึงโต๊ะอาหาร ต่างคนก็ต่างลงมือทานอาหารบนโต๊ะกันไปอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่ถามอะไรออกมากันสักคำ จนกระทั่งรับประทานอาหารกันเสร็จ แล้วค่อยพากันออกจากร้านอาหารแห่งนั้น เพื่อเดินทางกลับบ้าน
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐