การเดินทางของทั้งคู่ไปยังจุดหมายนั้นไม่มีอะไรขัดขวางให้ลำบากใจ แต่ทว่าหญิงสาวปิงปิงก็ยังคงได้แต่ค้างคากับรอยยิ้มของชายหนุ่มที่ยิ้มในตอนที่พูดประโยคสุดท้ายนั้น มันเล่นเอาเธอมีอาการเขินหน้าแดงไปยกใหญ่ เมื่อนึกประกอบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขา แม้ว่าทุกอย่างมันจะผ่านมาเร็วมาก แต่เธอก็รับรู้ดีว่าที่ผ่านมา ‘ทั้งหมดมันคือของจริง’
‘แปลว่าเขาแกล้งทำเป็นไม่รู้มาตลอดเลยเหรอ.. อ๊าย! ปิงปิงเธอจะคิดมากอย่างนี้ไม่ได้นะ!..’
เธอคิดมาเสมอว่าโอ๊ตนั้นเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิง และสิ่งที่เธอกระทำเมื่อคืนวานที่เธอจะก้มหน้าเข้าไปจูบกับเขา เธอหวังว่าจะลืมๆไป และคิดว่าโอ๊ตคงจะไม่ใส่ใจอะไร แต่ตอนนี้ต้องกลับเอามาพิจารณาใหม่เสียแล้ว
“เออ.. คือว่าหยุดทำแบบแอบมองอย่างนั้นจะได้ไหมครับ.. มันค่อนข้างรู้สึกแปลกๆน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกาแก้มแบบเขินๆ ส่วนปิงปิงก็ได้แต่สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เพื่อหลบใบหน้าของเขา เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งความทรงจำนั้นมันก็กลับมาทุกครั้งเวลามองใบหน้าของโอ๊ต
“คงจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนอย่างนั้นเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวถามกับปิงปิงไปตรงๆ และมันก็ทำให้ปิงปิงหันมามองโอ๊ตในทันที
“โอ๊ต!.. ตาบ้า! จะมาพูดอะไรตอนนี้ล่ะคะ คนเขาอุตส่าห์ไม่คิดถึงเรื่องนี้แล้วเชียว.. ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าโอ๊ตก็รู้ใช่ไหมคะว่าปิงปิงรู้สึกอย่างไรกับโอ๊ต..” ปิงปิงกล่าวโวยวายเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มหน้าลง และกล่าวถามเขาอย่างเขินๆแบบเก็บทรงไม่ค่อยจะอยู่
“..ก็พอรู้อยู่บ้างครับปิงปิง แต่ว่ามันคงจะเป็นเพราะบรรยากาศมันพาไปใช่ไหมครับ โอ๊ตเข้าใจครับ บางครั้งคนเราก็ต้องมีเผลอกันบ้าง..จริงไหม” โอ๊ตกล่าวตอบ และปิงปิงก็ต้องเงยหน้ามองที่โอ๊ตอย่างจริงจัง
“มันถือเป็นคำที่กล่าวปฏิเสธกับปิงปิงแบบสุภาพหรือเปล่าคะโอ๊ต..” ปิงปิงกล่าวถาม
“มันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นทั้งหมดหรอกนะครับ.. แค่โอ๊ตยังไม่พร้อมที่จะมีใครน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวเป็นใจกับปิงปิงในเรื่องที่เขาไม่เคยได้บอกกับใครมาก่อน และเขาก็อยากให้ปิงปิงได้รับรู้สิ่งที่เขาคิดด้วยเช่นกัน ส่วนปิงปิงก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่โอ๊ตกำลังพยายามจะสื่อ
“ฟังดูแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับคำปฏิเสธเลยนะคะ...”
ปิงปิงกล่าวพร้อมกับชักหน้ากลับ หัวใจของเธอเศร้ามากในเวลาเดียวกัน ถึงเวลาที่เธอรู้จักกับชายคนนี้จะไม่มาก จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอประทับใจในตัวเขา จุดที่จู่ๆก็ทำให้เธอเผลอใจมอบให้กับเขาคนเดียว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีผู้ใด มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บแปล๊บๆอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่ใช่ว่าโอ๊ตไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องเมื่อคืนหรอกนะครับ.. เอาจริงๆก็หวั่นไหวไม่น้อย มันก็ดีเหมือนกันที่จะได้พูดกันตรงๆอย่างนี้..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหักพวงมาลัยรถเข้าห้างอย่างนิ่มนวล เขาไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างประคองไว้ที่ศีรษะของปิงปิงที่กำลังคอตกอยู่
“..เหมือนโอ๊ตกำลังจะบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วอะไรทำนองนั้นเลย.. แล้วทำไมโอ๊ตถึงยังทำดีกับปิงปิงอย่างนี้ล่ะคะ..” ปิงปิงกล่าว และเหมือนว่าเธอกำลังจะเพ้อเจ้อมากกว่าที่เป็นตอนแรกเสียอีก
“โอ๊ตยังไม่มีคนที่อยู่ในใจหรอกนะครับ.. แต่เมื่อคืนก็แอบมีคิดกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เหมือนกัน..อืม” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับทำท่าทางคิดสักเล็กน้อย และปิงปิงที่กำลังนอยตัวเองสุดๆ เธอก็ยิ่งก้มหน้าลงไปน้ำตาซึมๆ และอยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเช่นกัน
“โอ๊ตคงชอบไอนะมากเลยสินะคะ.. เฮ้ออ ปิงปิงสู้เธอไม่ได้จริงๆ..” ปิงปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ..
“ไอนะเหรอครับ.. โอ๊ตมองไอนะเหมือนกับน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโอ๊ตก็คิดว่าเธอเองก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน ไม่น่าจะต่างกันมากเท่าไร โลกของเธอ..คงจะไม่มีวันรู้จักคำว่าคนรักหรอกครับ” เมื่อโอ๊ตกล่าวถึงไอนะ เขาก็แอบเศร้าใจไม่น้อย แม้ว่าจะสงสารเธอ แต่เธอเป็นอย่างนั้นก็เหมาะกับเธอดีอยู่แล้ว
“.. แล้วใครกันอย่างนั้นเหรอคะ..” ปิงปิงไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น เขาแทบไม่ได้ฟังเลยว่าโอ๊ตคิดยังไงกับไอนะ จิตใจของเธอแค่อยากจะรับรู้ และตัดใจจากเขาให้ได้เด็ดขาดเท่านั้น
“ก็.. จะใครซะอีกล่ะครับ.. ก็ปิงปิงไงครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเบือนหน้าหลบสายตาของเธอที่จะมองมาเช่นกัน หัวใจของเขาก็เต้นสั่นไม่น้อย มันไม่ต่างอะไรจากคำสารภาพรักเลยสักนิด เขาจะเขินบ้างก็ไม่แปลก ส่วนปิงปิงที่กำลังทำท่าจะร้องไห้ และได้ยินชื่อของเธอจากปากของเขา เธอก็ทำตาปริบๆ
“เห๊ะ!.. ปิงปิงเหรอคะ?.. คืออะไรยังไง โอ๊ตกำลังทำให้ปิงปิงสับสนอยู่นะคะ..” ปิงปิงกล่าวอย่างเลิ่กลั่ก
“ก็..ปิงปิงนั่นแหละครับ จะว่ายังไงดีล่ะครับ.. โอ๊ตไม่ได้อยากให้ปิงปิงสับสนกับเรื่องนี้หรอกนะครับ โอ๊ตแค่อยากให้ปิงปิงลองฟังเหตุผลของโอ๊ตดูก่อน.. แล้วค่อยคิดดีไหมครับว่าจะเอายังไงต่อ..”
โอ๊ตกล่าว ส่วนปิงปิงก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความอยากจะรู้ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้ม ก่อนจะหาที่จอดรถ เพื่อที่จะได้กล่าวกับเธอดีๆ และสิ่งที่เขากำลังจะบอกกับปิงปิงนั้น เขาเคยเล่ามันออกไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือแม่ฝนแม่ชีที่โบสถ์เท่านั้น หลังจากที่โอ๊ตจอดรถสนิทแล้ว เขาก็พิงหลังที่เบาะเล็กน้อย
“ก่อนอื่นเลย โอ๊ตขอเล่าเรื่องในอดีตที่ผ่านมาของโอ๊ตให้กับปิงปิงฟังก่อนนะครับ.. เรื่องมันเริ่มมาจากสมัยตอนที่โอ๊ตอยู่อนุบาลถึงประมาณประถมต้นน่ะครับ โอ๊ตก็เป็นเหมือนกับคนธรรมดาทั่วๆไป.. ตอนนั้นโอ๊ตยังไม่เคยรับรู้เลยว่าตัวเองเป็นคุณชายของตระกูลใหญ่ ไม่รู้อะไรทั้งนั้นเลย ในช่วงนั้นโอ๊ตก็แค่เด็กที่มีครอบครัวฐานะปานกลาง และเท่าที่โอ๊ตจำได้ โอ๊ตมักจะพบกับคนคนหนึ่งเสมอในตอนที่เลิกเรียน และลุงเขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง..” โอ๊ตกล่าว ปิงปิงเองก็ตั้งใจฟังด้วยเช่นกัน
“ทุกๆวันลุงเขาจะมอบขนมที่แกบอกว่าทำมันด้วยตัวเองให้กับโอ๊ต.. แน่นอนว่าด้วยความเป็นเด็ก โอ๊ตก็โดนหลอกให้รับขนมนั้นมาตลอดอย่างง่ายๆ จนวันหนึ่งคุณแม่ของโอ๊ตก็เริ่มจับสังเกตได้ เพราะว่าโอ๊ตนำขนมกลับบ้านทุกๆวัน คุณแม่เฝ้าดูว่าโอ๊ตได้รับขนมมายังไง จนในที่สุดคุณแม่ก็พบกับคุณลุงคนนั้น..”
“ท่าทีของคุณแม่ สีหน้าของคุณแม่ในเวลานั้น โอ๊ตยังจำมันได้ดี.. คุณแม่ดูตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนที่จะลากโอ๊ตกลับบ้านมาสอบสวนอย่างร้อนรน.. จนโอ๊ตถึงกับร้องไห้หนักเลยล่ะ ดีที่ตอนนั้นคุณพ่อมาห้ามเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นโอ๊ตก็ต้องจำใจไม่ไปพบกับคุณลุงคนนั้นอีกตามคำสั่งของคุณแม่..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหลับตาลง
“อยู่มาวันหนึ่ง ในวันนั้นโอ๊ตมีอายุ 11-12 ปีเห็นจะได้.. คุณแม่กับคุณพ่อก็ได้เริ่มกล่าวถามถึงลุงคนนั้นที่โอ๊ตพบในวัยเด็ก พวกท่านถามว่าโอ๊ตจำได้ไหม แล้วก็ถามทำนองว่าลุงเขาใจดีกับโอ๊ตไหม.. ซึ่งโอ๊ตก็ตอบไปตามตรงตามที่พวกท่านถาม พวกท่านมองหน้ากันและกันเล็กน้อย ก่อนจะบอกกับโอ๊ตว่าลุงคนนั้นคือ..คุณตาของโอ๊ตเอง..” โอ๊ตเล่ามาถึงตอนนี้ ปิงปิงก็เริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว เธอตกใจที่ลุงที่แสนดีคนนั้นคือคุณตาของโอ๊ต และต้องนำมือมาอุบปากเอาไว้
“..นอกจากนั้นพวกท่านยังเล่าว่าจริงๆแล้วคุณตาคือใคร ตัวตนที่แท้จริงของพวกเราทั้งครอบครัว.. และพวกท่านบอกกล่าวกับโอ๊ตว่าเรากำลังจะกลับไปอยู่บ้านหลังใหญ่ของคุณตา..” โอ๊ตกล่าว
“แต่ว่าโอ๊ตก็ไม่ได้กลับไปไม่ใช่เหรอคะ มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ..” ปิงปิงกล่าวถามด้วยความสงสัย ส่วนโอ๊ตที่กำลังหลับตาอยู่ น้ำตาของเขาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากจะนึกถึงมันอีก แต่ทว่ามันก็รู้สึกถึงความโล่งใจแบบแปลกๆ
“..หลังจากนั้นสามวัน.. ในคืนที่ฝนตกหนัก คุณพ่อกับคุณแม่ออกไปจัดการธุระบางอย่างข้างนอก.. เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นท่ามกลางเสียงของสายฟ้าที่ผ่าลงมา.. มันเป็นเสียงของคุณพ่อกับคุณแม่ที่บอกว่ารักโอ๊ตอย่างสุดหัวใจ และพวกท่านก็ไม่กลับมาอีกเลย ตลอดกาล..” โอ๊ตกล่าวอย่างเศร้าๆ ซึ่งปิงปิงเองก็รับรู้ความรู้สึกนั้นได้ เธอจึงใช้มือของเธอเลื่อนเข้ามากุมกับมือของโอ๊ตเพื่อให้กำลังใจ
“โอ๊ตยังจำคำพูดสุดท้ายที่พวกท่านพูดออกมาให้ฟังเหมือนกับคำสั่งเสียได้ดี.. ‘ห้ามเชื่อใจใคร เชื่อสัญญาตญาณของตัวเอง หลบซ่อนตัวอย่าให้ใครพบเจอตัว ให้รีบออกจากที่บ้าน และอย่ากลับมาที่บ้านอีก’ ..แม้ว่าตอนนั้นโอ๊ตจะเด็กมาก แต่ก็ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลย เมื่อท่านสั่งเสียเสร็จ เสียงปืนก็ดังขึ้นมาหลายนัด พร้อมกับเสียงร้องทรมานของพวกท่าน..” โอ๊ตกล่าว
“โอ๊ตปาดน้ำตาของตัวเอง ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าที่เตรียมตัวจะไปบ้านหลังใหญ่ออกจากบ้านในทันที.. แต่โอ๊ตก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครกันที่ฆ่าพ่อกับแม่ของโอ๊ต.. โอ๊ตดักสุ่มรอดูพวกมัน เพราะคิดว่าพวกมันจะต้องปรากฏตัวมาเพื่อที่จะปิดปากโอ๊ตแน่นอน.. และคนที่โอ๊ตพบเห็นนั้นก็คือ.. คุณตาของโอ๊ตนั่นเอง..”
ปิงปิงเผลอตกใจร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ เรื่องราวทำไมมันถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ จากคุณตาที่แสนจะใจดี แต่สุดท้ายทำไมเขาถึงได้ร้ายที่สุดไปได้ โอ๊ตกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น..
“ไม่ว่ายังไงก็จะไม่มีวันที่โอ๊ตจะยกโทษให้กับตาแก่นั่น.. ของทุกสิ่งทุกอย่างที่โอ๊ตได้รับมานั้น โอ๊ตก็ไม่ได้อยากจะได้มันสักนิด โอ๊ตอยากจะได้วันเวลาแห่งความสุข ที่มีพ่อมีแม่เหมือนกับคนอื่นเขาเท่านั้น และเมื่อวันที่ตาแก่นั่นตายลง.. ของพวกนี้จะเป็นหลุมฝังศพให้กับมัน!.”
“..ไม่มีใครรู้หรอกว่า 8 ปีต่อจากนั้นโอ๊ตจะต้องเจออะไรมาบ้าง อดมื้อกินมื้อ บางครั้งแทบจะเอาชีวิตตัวเองไม่รอด เป็นไข้ก็ต้องฝืนทน ไม่มีที่แม้แต่จะซุกหัวนอน.. ทั้งต้องหลบซ่อนตัวจากพวกมัน ทั้งต้องหาอะไรประทังชีวิตในเศษซากขยะตามถังขยะ.. และพวกมันทุกตัวจะต้องชดใช้!...”