ซานเป่ารออยู่นานก็เห็นเพียงความประหม่าในแววตาของเ้านายตัวน้อย
อยู่มาจนแก่ใกล้จะลงโลงอยู่แล้วเขาจะมองแววตาของเด็กสาวผู้หนึ่งไม่ออกได้อย่างไร
ที่ผ่านมาเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่า เ้านายน้อยถูกเอาเปรียบจากผู้ที่เป็อาแท้ ๆแต่จะให้ทำอย่างไรได้ เขาเองก็เป็เพียงบ่าวจากทางฝั่งตระกูลหลี่ขนาดนายท่านใหญ่ยังไม่อาจยื่นมือไปยุ่งได้ ดังนั้น การไปก้าวก่ายเื่ตระกูลจ้าวก็หาใช่สิ่งที่บ่าวเช่นเขาจะสมควรทำ
ตอนนี้ ขอแค่เ้านายผู้นี้คิดได้เขาก็พร้อมจะเป็วัวเป็ม้าให้นางอย่างไม่เกี่ยงงอน
“บ่าวรู้ขอรับ บ่าวเข้าใจแล้ว”
เพียงเท่านี้แค่ประโยคเพียงเท่านี้ ก็ทำให้จ้าวลู่เสวียนถึงกับร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ความรู้สึกผิดในใจที่กดทับเอาไว้มาเนิ่นนานั้แ่ชีวิตก่อนถูกกลั่นออกมาเป็หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับสายน้ำ
ซานเป่าเพียงยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยคำปลอบใจอันใด เขาคิดว่า เป็การดีที่สุดคือให้นางได้ปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคาใจออกมาให้หมดเสีย แม้จะไม่รู้ว่าเ้านายน้อยไปพบเจอกับเหตุการณ์เช่นไรมาก็ตาม
แต่เขาคิดว่า หลังจากนี้นางจะเข้มแข็ง และยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยขาทั้งสอง
เนิ่นนานกว่าที่เสียงสะอึกสะอื้นของหญิงสาวจะเงียบลง จ้าวลู่เสวียนเช็ดน้ำตาบนใบหน้าออก “ขายหน้าผู้าุโแล้ว”
“หากท่านหญิงไว้ใจข้าน้อยข้าน้อยก็จะอยู่คอยรับใช้ท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่” ซานเป่ายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อปรับอารมณ์ของตนเองได้จ้าวลู่เสวียนจึงเอ่ยต่อ “เป็ข้าที่หูตามืดบอกมาเสียนาน แต่เพราะทราบช้าเกินไปจึงไม่อาจแก้ไขด้วยมือทั้งสองของข้า”
“เช่นนั้นท่านหญิงวางใจท่านไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างแน่นอน”