หมอที่เป็นคนประจำห้องฉุกเฉินในวันที่ตาของอิงค์เสียคือหมอชื่อมนัส วันนี้เขาก็ทำเหมือนๆทุกวันคือรักษาคนไข้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิของรัฐก่อน ส่วนคนที่รักษาฟรีก็รอต่อไป
"อื้ออ"เสียงครางอย่างสบายดังออกมาหลังจากที่หมอมนัสบิดขี้เกียจ ตอนนี้เป็นช่วงดึกแล้วเขากำลังจะออกเวรเพื่อกลับไปพักผ่อน
เขาเดินไปขึ้นรถยนต์คันที่ขาวก่อนจะแล่นออกจากโรงพยาบาลไป
ถนนกลางคืนของเมืองUไม่เมืองในเมืองหลวง ยิ่งห่างจากใจกลางเมืองรถยิ่งน้อย
บ้านของหมอมนัสก็อยู่หากจากตัวเมืองพอสมควรเพราะราคาที่ดินมันถูกเขาสามารถสร้างบ้านหลังใหญ่ๆได้ ตัวเขามีรถอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหากับการทำงาน
รถเริ่มแล่นห่างออกมาจากตัวเมืองตอนนี้รอบๆไม่มีรถแล้วระหว่างที่กำลังขับรถกลับบ้านอยู่นั้น
ติ้ด ติ้ด ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่น
ล้อของรถยนต์ทั้งสี่ข้างพร้อมใจกันระเบิดขึ้นทำให้รถที่กำลังแล่นอยู่ด้วยความเร็วเสียหลักวิ่งไปมาสะเปะสะปะซ้ายขวา
“บ้าอะไรวะ แม่งงเอ้ย ว้ากก”เสียงของคุณหมอประจำห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลพรเทพร้องด้วยความตระหนกก่อนจะ
โครมมม
ตัวรถที่คุมไม่อยู่พลิกคว่ำตีลังกาหลายต่อหลายต่อหลายตลบ
“อ่าา”หมอมนัสค่อยๆคลานออกมาจากรถช้าๆผ่านกระจกที่แตกเละ เขาประเมินตัวเองอย่างรวดเร็ว
กระดูกข้อเท้าหัก กระดูกแขนขวาหักและน่าจะมีร้าวอีกหลายจุด หัวกระแทกแต่ไม่แรงมากเพราะรถเขามีแอร์แบ็ค
“บ้าเอ้ย”หมอมนัสสบดออกมาอย่างหัวเสียเขาบาดเจ็บแต่ไม่ถึงขนาดสาหัสเขาค่อยๆล้วงมือเขาไปในกระเป๋ากางเกงอย่างยากลำบากแล้วล้วงโทรศัพท์
ตอนแรกเขาตั้งใจจะโทรเบอร์สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินของประเทศ แต่ก็เปลี่ยนใจกดเบอร์โทรของโรงพยาบาลของตนแทน เขาเป็นหมอที่นั่นยังไงทางนั้นก็ต้องดูแลดีอยู่แล้วแต่ว่า…
ไม่มีสัญญาณ
“บัดซบ”หมอมนัสสบดอย่างหัวเสียก่อนหันไปรอบๆและพบว่ามีแต่ป่าทั้งนั้น
ก็นะนี่มันนอกเมืองมาพอสมควรแล้ว
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เหตุผลเพราะสมัยนี้ต่อให้เป็นนอกเมืองแต่ถ้าไม่ขนาดขึ้นไปอยู่บนเขาหรือเข้าไปในป่าลึกย่อมต้องมีสัญญาณอยู่แล้วถึงจะน้อยก็เถอะ
แต่ที่มันไม่มีสัญญาณก็เพราะออสสั่งตัดสัญญาณมือถือของคุณหมอทิ้งต่างหาก
ตอนนี้เขาต้องรอให้มีใครมาเจอ ถึงยังไงนี่ก็เป็นถนนสายหลักเดี๋ยวคงมีคนมานั่นแหละ
แล้วก็ไม่นานเกินรอเขาเห็นรถยนต์หรู2คันวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว
“รอดแล้ว”หมอเผยยิ้มออกมาทันทีเพราะยังไงเขาก็เป็นหมอคนหนึ่งการสร้างบุญคุณกับหมอไว้สักคนย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เรื่องนี้ทำให้มนัสเชื่อเต็มที่ว่ารถที่มาจะต้องช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน
ไม่นานรถ2คันก็มาถึงแล้วก็จอดมีหลายคนเดินลงมามองเขากับรถที่คว่ำอยู่ จากที่เขาเห็นคนที่เดินลงมามีผู้หญิงผมทองกับชายหนุ่มผมดำเดินนำมาแต่มันมืดแถมแสงไฟหน้ารถยังแยงตาทำให้มองไม่ชัด
“ช่วยด้วย เรียกรถพยาบาลให้ที”หมอมนัสส่งเสียงออกไปอย่างเจ็บปวด
คนที่เดินลงมาจากรถเดินมาทางหมอมนัสช้าๆราวกับไม่ได้รีบร้อนอะไรทั้งๆที่มีคนเจ็บอยู่ตรงนี้
พอเดินเข้ามาใกล้คุณหมอก็เห็นหน้าของคนกลุ่มนั้นชัดๆ เขาจำสองคนที่เดินนำหน้าและหญิงสาวอีกอีกคนที่เกาะแขนชายหนุ่มอยู่ข้างหลังได้
ไม่ใช่ใครที่ไหนมันคือทั้ง3คนที่มีปัญหากับพยาบาลคนหนึ่งในห้องฉุกเฉินเมื่อวันก่อนนี้เอง
หมอมนัสหน้าเสีย
“ช่วยผมด้วยขอร้องหละ”แต่ก็ยังต้องขอให้คนพวกนี้ช่วยอยู่ดี
“ว่าไงอิงค์ ช่วยดีมั้ย”ออสหันหน้าไปถามหญิงสาวที่เกาะแขนเขาอยู่แล้วดึงเธอมาข้างหน้า
ออสจำได้ดีว่าอิงค์รับมือกับการเห็นคนตายได้ เมื่อรวมกับความแค้นที่สุมอยู่ทำให้เธอไม่สติแตกไปก่อนแน่นอน
“ตอนนั้นฉันก็พูดคล้ายๆแบบนี้ ตาไอเป็นเลือด คุณหมอช่วยตาฉันด้วย จำได้มั้ย”อิงค์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย ตาของเธอเสียเพราะช็อคที่รับการผ่าตัดไม่ไหวต่างหาก”เขาเถียง
อิงค์ได้ยินก็มองหมอตรงหน้าด้วยสีหน้าเคียดแค้น เพราะออสเล่าความจริงให้เธอฟังหมดแล้ว
“หรอ แต่ฉันได้ยินหมอที่ชื่อวิชัยบอกมาอีกอย่างนะ”อิงค์ตอบเสียงเรียบ
“หา ไอ้วิชัยไอ้เวรมันโดนดีแน่”เมื่อได้ยินว่าหมออีกคนทรยศเขาก็ด่ากราดออกมา
“ยังไงฉันก็ไม่เกี่ยว ต่อให้ฉันเข้าไปดูตาเธอทันทีก็ไม่ไหวหรอก อีกอย่างที่ฉันออกไปจากห้องฉุกเฉินก็เพราะคนไข้อีกคนไม่ได้ไปนั่งเล่นเสียหน่อย”
“ใช่แกออกไปเพราะคนไข้อีกคนที่เป็นเจ้าของโรงงานไม้แปรรูปที่รวยพอตัวเลย แกส่งต่อให้หมอศัลกรรมแล้วจะออกไปทำไมหละถ้าไม่ใช่ไปเลียเขาช่วงก่อนจะเขาห้องผ่าตัด”อิงค์พูด เรื่องนี้ออสเช็คข้อมูลให้เธอแล้วก่อนจะที่จะมาที่นี่
“ถ้าแก…ไม่สิถ้ามึงไม่ออกไปตากูจะต้องรอนานขนาดนั้นหรอ”
“เออไม่ช่วยก็ไม่ช่วยสิวะกูไม่ง้อแล้วจะไปไหนก็ไป”ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วหมอมนัสก็ไม่คิดจะง้ออีก อาการเขาไม่ได้สาหัสขนาดรอไม่ได้เพราะงั้นรอต่ออีกสักหน่อยก็คงจะมีคนผ่านมาช่วย
“มึงคิดว่าทำไมรถมันถึงได้มาระเบิดตรงนี้หละ แถมยางยังระเบิดพร้อมกันสี่ข้างอีก”ออสไม่สนใจที่หมอไล่แล้วถามเขาเสียงเหี้ยม
เมื่อได้ยินหมอมนัสก็หันไปมองที่รถของตนก็พบว่ายางทั้ง4เส้นของรถระเบิดกระเด็นหายไปไหนก็ไม่รู้
พอเห็นแบบนั้นหมอมนัสก็หน้าเปลี่ยนสีเข้าใจได้ทันทีว่าออสจะสื่ออะไร
“อะไรวะ นี่มัน พวกมึงคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดหรอวะ พวกมึงได้ติดคุกหัวโตแน่คอยดู”เขาขู่ด้วยความรนรานทันทีโดยหวังว่าคำขู่จะทำให้คนกลุ่มนี้กลัวและไม่กล้าทำอะไรมากกว่านี้
หมอมนัสพยายามเปิดมือถือกดอัดวิดีโอเอาไว้
เปรี้ยง อีฟเตะมือถือในมือของหมอที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กระเด็นไปไกล
“แล้วมึงคิดว่าจะรอดไปฟ้องใครได้หรอวะ”ออสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ต้องห่วงอีผู้อำนวยการ ไอ้หมอที่รักษาตาฉันแบบส่งๆแล้วก็ อีพยาบาลนั่นจะตามไปอยู่เป็นเพื่อนมึงแน่นอนเข้าใจนะไอ้หมอเฮงซวย”อิงค์พูดเสริมต่อจากออสด้วยความแค้น
“ตอนนี้มึงคงรู้แล้วว่าคนที่รอความช่วยเหลือแต่กลับเจอความสิ้นหวังมันเป็นยังไง แต่ก็ดีใจด้วยนะ เพราะแกโทษเบาสุดไม่ต้องทรมานมาก แถมฉันจะไม่ไปยุ่งกับครอบครัวแกด้วย แต่คนอื่นไม่จบง่ายแบบนี้หรอก”
พอพูดจบออสก็ส่งบางอย่างให้อิงค์
หมอมนัสเห็นก็หน้าเปลี่ยนสี เพราะที่อยู่ในมือของเธอดูยังไงๆก็ระเบิดชัดๆ
“ไม่ๆๆๆ เดี๋ยวฉันผิดไปแล้ว อย่าทำแบบนี้ ฉันจะไม่ฟ้องไม่แจ้งความขอหละปล่อยฉันไป”ไม่มีใครฟังตอนนี้ทุกคนเดินกลับไปขึ้นรถแล้วเหลือแค่อิงค์กับออสที่ยืนอยู่ข้างรถ
“ไหวมั้ย…ฉันทำแทนได้นะ”ออสถามเพราะถึงจะค่อนข้างมั่นใจและเห็นมาแล้วว่าอิงค์รับมือกับการเห็นคนตายได้แต่กับการฆ่าเองกับมือมันเป็นอีกเรื่อง
“ไม่ต้อง”พอพูดจบอิงค์ก็ดึงสลักระเบิดตามที่อีฟสอนแล้วขว้างใส่รถยนต์ที่มีหมอมนัสนั่งอยู่ใกล้ๆเสร็จแล้วก็ขึ้นรถทันทีเพราะกลัวจะโดนสะเก็ดระเบิดเข้า รถของออสเป็นรถกันกระสุนอย่างแพงแถมยังห่างออกมาจากจุดที่ระเบิดไปตกอีกระยะนึงถ้าอยู่บนรถคือปลอดภัยแน่นอน
พอขึ้นรถพวกอีฟก็ออกรถทันที
“ไม่อย่าๆๆ ไม่เอาาๆๆ”หมอมนัสร้องลั่นพยายามคลานหนีแต่ว่า…
ตูมมม
เสียงระเบิดดังสนั่นหวันไหว ระเบิดไปโดนกับถังน้ำมันของรถทำให้ยิ่งรุนแรงไปกันใหญ่ ไม่ต้องลุ้นร่างของหมอแหลกเหลวไปในทันที