เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 วิหคอัคคี

            ณลานกว้าง

            เมื่อหวังเฉินมาถึงทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เขา

            “เจ้าหมอนี่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอีก!”

            สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวหวังเฉินจ้าวลี่และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง สีหน้าฉายแววผิดหวังเล็กน้อย

            [หวังเฉิน เปลี่ยนอาชีพขั้นสอง เลเวล 65!]

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแอบใช้ทักษะสำรวจตรวจสอบเลเวลของหวังเฉินแล้ว ทั้งสี่คนก็รู้สึกเหมือนใจจะขาด

            ต้องรู้ว่าอาชีพของผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์อย่างหวังเฉินนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้รับจะต้องถูกแบ่งให้กับสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาด้วยทำให้การอัปเลเวลของเขานั้นยากกว่าคนอื่นๆ อย่างน้อยสามเท่า

            ภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากเช่นนี้การที่เลเวลเพิ่มขึ้นกว่ายี่สิบขั้นภายในหนึ่งเดือนนั้นช่างเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้

            “เวรเอ๊ย! จะเอาคืนจากครั้งก่อนคงไม่มีทางแล้ว”

            “เจ้าหมอนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! อีกสี่ปีข้างหน้าสงสัยต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาของเขาไปตลอด”

            ในบรรดาคนทั้งสี่โจวอู่แอบถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว เพื่อลดการมีตัวตนของตัวเอง

            เดิมทีหลังจากพ่ายแพ้อย่างราบคาบในการแข่งขันจัดอันดับผู้เข้าใหม่เขาได้พยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในดันเจี้ยนลับ เพื่อหวังล้างแค้น

            แต่พอมองดูตอนนี้…

            ดูท่าจะไม่มีหวังแล้ว!

            ตอนที่หวังเฉินมีเลเวลน้อยกว่าเขาถึงสิบห้าเลเวลเขายังสามารถเอาชนะได้โดยไม่ต้องเรียกสัตว์อสูรออกมาหากตอนนี้เลเวลห่างกันแค่ห้าเลเวล คงยิ่งง่ายดายกว่าเดิม

            “แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ มีเจ้าหมอนี่ที่น่ากลัวอยู่ด้วยการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของนักศึกษาใหม่ในครั้งนี้ พวกเราคงจะสบายขึ้นเยอะ”

            “บรรดาอัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยอื่นๆก็คงได้ลิ้มรสความน่ากลัวของเจ้าหมอนี่บ้างแล้ว!”

            ขณะที่ครุ่นคิดในใจโจวอู่ก็รู้สึกยินดีปนสมน้ำหน้าเล็กน้อย

            อีกด้านหนึ่ง

            หวังเฉินสังเกตเห็นคลื่นพลังจากทักษะสำรวจจึงเหลือบมองทั้งสี่คนด้วยรอยยิ้มอย่างขบขันเล็กน้อยก่อนจะทักทายและเดินไปยืนเข้าแถว

            หลังจากกลับจากการประชุมแลกเปลี่ยนเขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในดันเจี้ยนลับ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

            จนถึงตอนนี้แม้จะยังไม่ถึงเลเวลสูงสุดของการเปลี่ยนอาชีพขั้นสอง แต่เขากับเจ้าตัวน้อยทั้งสองก็ได้อัปเลเวลเป็นเลเวล 65 กันหมดแล้ว

            [สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]

            [ชื่อเล่น: ปิงชิง]

            [เพศ: เมีย]

            [อายุ: สองเดือน (วัยหนุ่มสาว)]

            [เลเวล: 65]

            [ขั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]

            [พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]

            [คุณสมบัติหลัก: พลัง 3400; สติปัญญา 3400; พละกำลัง 3400; ความว่องไว 3400 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเท็มใดๆ)]

            [ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS), เหมันต์พิโรธ (SSS)]

            [ความจงรักภักดี: 100]

            [อุปกรณ์: ไม่มี]

            [ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]

            ...

            [สัตว์อสูร: จิ้งจอกเก้าหางเทวะ]

            [ชื่อเล่น: ซูซู]

            [เพศ: เมีย]

            [อายุ: หนึ่งเดือน (วัยหนุ่มสาว)]

            [เลเวล: 65]

            [ขั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]

            [พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]

            [คุณสมบัติหลัก: พลัง 3200; สติปัญญา 3900; พละกำลัง 3200; ความว่องไว 3300 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเท็มใดๆ)]

            [ทักษะ: กายลวงตา (SSS), เนตรโลหิต (SSS), มนต์เสน่ห์พันปี (SSS), พิบัติเก้าหางล้างโลก (SSS),ตรวนพันธนาการ (SSS)]

            [ความจงรักภักดี: 100]

            [อุปกรณ์: ไม่มี]

            [ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]

            ...

            [ชื่อ: หวังเฉิน]

            [อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]

            [เลเวล: 65]

            [พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]

            [ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D), วิชาลมวายุคลั่ง(C), คลุ้มคลั่งกระหายเลือด (B), ศาสตร์เสริมพลังสัตว์อสูร(B), ผ่าจันทรา (A), ย่างก้าวสายฟ้า (A),โจมตีสะสมพลัง (A)]

            [พลัง: 1480 + 630 แต้ม]

            [สติปัญญา: 1620 + 100 แต้ม]

            [พละกำลัง: 1480 + 450 แต้ม]

            [ความว่องไว: 1500 + 5 + 250 แต้ม]

            [แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]

            [แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]

            ...

            แต้มทักษะอิสระที่ได้จากการอัปเลเวลนั้นเขานำไปอัปเกรดทักษะผ่าจันทรา (A) จนถึงเลเวล 5 และปลดล็อกเอฟเฟกต์ใหม่คือ การโจมตีต่อเนื่อง

            [ผ่าจันทรา (A): ใช้พลังเวทมนตร์โจมตีด้วยคลื่นดาบอันคมกริบพร้อมสร้างความเสียหายรุนแรงแก่ศัตรู และมีผลทำลายเกราะศัตรู

            เอฟเฟกต์เลเวล5: การโจมตีหลายครั้ง เมื่อใช้ทักษะจะโจมตีด้วยคลื่นดาบอันคมกริบเพิ่มเติมหนึ่งครั้ง]

            ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขานั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

            เมื่อเห็นหวังเฉินเข้าแถวชายวัยกลางคนที่ยืนหลับตาพักผ่อนอยู่ด้านหน้าก็ลืมตาขึ้น

            เขามีรูปร่างกำยำสูงถึงสองเมตรเสื้อผ้าลำลองที่สวมใส่อยู่จึงดูเหมือนเสื้อรัดรูป

            ชายผู้นี้คือเฉินเสี่ยวหลินอาจารย์ผู้ดูแลทีมของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงสำหรับการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของนักศึกษาใหม่ระดับประเทศ

            เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นเจ็ด

            “ดีมาก ทุกคนมากันครบแล้ว งั้นเราออกเดินทางกันเลย!”

            “ระหว่างทาง ผมจะอธิบายเกี่ยวกับข้อควรระวังในการแข่งขันให้พวกคุณฟัง”

            เฉินเสี่ยวหลินกวาดตามองหวังเฉินที่เข้าแถวแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโบกมือ

            ครืน!

            ทันใดนั้นลานกว้างก็เกิดลมพายุพัดกระหน่ำและเงาขนาดใหญ่ก็ทาบทับลงบนพื้นลานกว้างในเสี้ยววินาทีต่อมา

            หวังเฉินและคนอื่นๆเงยหน้ามอง ก็เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่บินได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว และค่อยๆร่อนลงจอดบนลานกว้าง

            “วิหคอัคคี?!”

            เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตนั้นทุกคนต่างอุทานด้วยความตกใจ แม้แต่หวังเฉินก็ยังแสดงความประหลาดใจออกมา

            วิหคอัคคีเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ที่หาได้ยากประเภทบินได้และเป็นสัตว์อสูรต้นกำเนิด ไม่เพียงแต่เป็นสัตว์อสูรสำหรับเดินทางชั้นเลิศเท่านั้นแต่ยังมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก หากเติบโตถึงขีดสุดจะสามารถเทียบเคียงกับผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นห้าได้

            “ทุกคนขึ้นไปบนหลังวิหคอัคคี เราจะออกเดินทางทันที”

            อาจารย์เฉินเสี่ยวหลินเรียกพลางก้าวขึ้นไปบนหลังวิหคอัคคี

            ได้ยินดังนั้นหวังเฉินและคนอื่นๆ ก็รีบตามไป

            เมื่อทุกคนขึ้นไปบนหลังวิหคอัคคีแล้วเฉินเสี่ยวหลินก็ตบที่หัววิหคอัคคีและวิหคอัคคีขนาดมหึมาก็กระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

            ครืนๆ!

            ในขณะเดียวกันพลังเวทมนตร์ในตัวเฉินเสี่ยวหลินก็ผันผวนก่อเกิดเป็นกำแพงเวทมนตร์กึ่งโปร่งใสผุดขึ้นมาบนหลังวิหคอัคคี คลุมทุกคนไว้

            ในพริบตาเดียวลมที่พัดเข้ามาปะทะหน้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            “ความเร็วแบบนี้ ไม่รู้ว่าปิงชิงจะทำได้เมื่อไร?”

            หวังเฉินนั่งอยู่บนหลังวิหคอัคคีมองทิวทัศน์เบื้องล่างที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วพลางอุทานขึ้น

            ส่วนจ้าวลี่และคนอื่นๆต่างก็มองดูอาคารที่กลายเป็นจุดสีดำด้านล่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            ตั้งแต่เจตจำนงแห่งสวรรค์ฟื้นคืนชีพการเกิดขึ้นของแท่นเคลื่อนย้าย และสัตว์อสูรป่าประเภทบินได้ทำให้ท้องฟ้าเกือบจะกลายเป็นเขตหวงห้ามของมนุษย์

            นอกเสียจากผู้แข็งแกร่งที่มีพลังระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นห้าขึ้นไปผู้เปลี่ยนอาชีพทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติแห่งการเหาะเหิน

            ในตอนนี้

            เมื่อวิหคอัคคีบินขึ้นไปถึงระดับความสูงที่กำหนดและเริ่มมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่ตั้งไว้อาจารย์เฉินเสี่ยวหลินก็ปรบมือเรียกความสนใจของทุกคน

            “ต่อไปผมจะอธิบายถึงสถานการณ์ของการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งให้พวกคุณฟังโดยสรุป”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน