“นี่เป็นข้อมูลที่ตรงกับสายของเราครับ”ผู้กองวศินกล่าวกับผู้บังคับบัญชา
“องค์กรของพวกเขาเป็นองค์กรสากลและเป็นพันธมิตรแนวร่วมกับทางเรา นี่ก็น่าจะเชื่อถือได้อยู่” ผู้บังคับบัญชากล่าวขณะที่กำลังดูเอกสารบางอย่างเป็นเอกสารที่เหล่าการ์ดของเรนิตาส่งมอบให้
“แต่เรายังไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักพอพวกนั้นยังไม่ขนย้ายอาวุธสงครามเข้ามาในพื้นที่ เรายังไม่อาจทำอะไร”ผู้กองวศินให้เหตุผล
ผู้บังคับบัญชานั้นเข้าใจเรื่องนี้จึงกล่าว“ตอนนี้เรารู้แล้วว่าพวกที่ก่อคดีฉกชิง วิ่งราวและขโมยสิ่งของ เป็นพวกที่กำลังรวบรวมสิ่งของมีค่า
เพื่อที่จะแลกซื้ออาวุธสงครามจากพวกนั้นเราจะต้องจัดการกับพวกโจรเหล่านี้ให้หมดแล้วขยายผลไปหาพวกค้าอาวุธเถื่อน”
“เราจำเป็นต้องประสานทางประเทศเพื่อนบ้าน”
“เรื่องนั้นผมได้แจ้งประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว”ผู้บังคับบัญชากล่าวต่อ
“ที่สำคัญตอนนี้ขอให้ลงมือกวาดล้างได้ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้จำไว้ว่าพวกมันไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคน พวกมันมีกันหลายคน
และไม่อยู่เป็นที่"ผู้บัญชาการหยุดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อ
"แต่พวกมันต้องมีสักแห่งเป็นจุดรวมทรัพย์สินเพราะพวกมันมีเจตนาเดียวกัน พวกคุณต้องสืบหาสถานที่นั้นโดยเร็วที่สุด”
“รับทราบครับ”
....................
เมืองมาศิตาที่กำลังเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจและก็ยังมีบรรดานักท่องเที่ยวมาจากทั่วสารทิศ มีการขยายเส้นทางคมนาคม
รวมทั้งระบบการสื่อสารที่ทันสมัยเมืองแห่งนี้มีความสงบสุข สะอาด ร่มรื่น มีธรรมชาติสภาพแวดล้อมที่ดีมากเมืองหนึ่งบัดนี้กำลังเกิดเภทภัย
จากผู้คนเพียงไม่กี่คน
ธุรกิจประเภทบริการที่พักและอาหารในสถานที่เป็นธรรมชาติอย่างเช่นรีสอร์ทนั้นมีอัตราเติบโตสูง จึงมีนักลงทุนเข้ามาสร้างธุรกิจประเภทนี้หลายเจ้าและหนึ่งในนั้นก็คือ คุณจรัสแฟนหนุ่มของฤดีผู้เป็นญาติห่างๆ ของเทวิน
………………..
พื้นที่ป่าแห่งหนึ่งของรีสอร์ทจรัสฤดี
“ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย...ยังจะมีหน้าโทรมากูอีก พวกมึงอย่าได้เสนอหน้ามาที่นี่อีก จนกว่ากูจะเรียก ไสหัวพวกมึงข้ามแดนไปซะ”
จรัสวางสายโทรศัพท์ด้วยความโมโหก่อนจะเขวี้ยงทิ้งไปเพราะมันไม่ใช่เครื่องโทรศัพท์และหมายเลขที่ใช้ประจำ
“เจ้านายครับมีคนของท่านมังค์จากำลังจะมาขอพบครับ” ลูกน้องคนหนึ่งของเขาบอกกล่าว
“เออ...พวกเอ็งจัดเตรียมการต้อนรับคนของท่านมังค์จาให้ดี” เขาสั่งการยังคนกลุ่มหนึ่งก่อนแสดงท่าทีบางอย่าง
“หึ่ม...มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?จัดการพวกมันเพียงไม่กี่คนท่านมังค์จาถึงกับให้ใช้มือสังหารหลายคนเสือกดันพลาดซะได้
นี่เราจะบอกกับคนของท่านมังค์จาได้ยังไงดีนะ” เขากล่าวด้วยความโมโห
สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือความร้ายกาจของมังค์จาผู้บัญชากองกำลังลับให้กับโจรเฒ่ามังค์งิง
หลายวันก่อนจรัสได้รับคำสั่งให้สืบหาคนที่จัดการกับโจร2 คน พอลูกน้องแอบถ่ายได้รูปของเทวินแม้จะรู้ว่าฤดีเป็นญาติเทวิน
ที่เป็นหลานของตาสินแต่ก็ไม่คาดคิดว่ามังค์จา มันคิดเรื่องราวหนึ่งขึ้นมาได้แม้ว่าไม่แน่ใจ แต่ก็ได้แจ้งไปยังมังค์งิง
‘ห้า ห้า ห้า..ที่แท้เป็นไอ้สินคนเดียวกันโชคชะตาเข้าข้างให้ข้าได้จัดการกับลูกหลานของมันแล้ว’
จากจังหวัดข้ามจังหวัดจากแผ่นดินข้ามแผ่นดิน ก็ยังพบเจอกันจนได้มังค์งิงผู้กลับมาจากความตายที่ยังเป็นปริศนา
ก่อนหน้ามันหนีพวกชาวอิระมังค์ยาขึ้นมาทางเหนือ กบดานและสะสมกองกำลังคนขึ้นมาใหม่คุณตาสินของเทวินก็ขึ้นมาอยู่ทางเหนือ
เช่นเดียวกันและต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้อีกฝ่าย
หลังจากรู้อีกฝ่ายแล้วมังค์จามีคำสั่งให้จรัสใช้ทีมสังหารมันรู้ว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงครอบครัวของคุณยุพิน อาศัยช่วงเวลา
ที่ข่าวยังไม่ถึงอีกฝ่าย จึงคิดจะเริ่มสังหารจากเทวินแล้วก็ครอบครัวของลุงชาญ แต่มันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าทีมสังหารของจรัสพลาดท่า
เสียทีต่อเทวิน
ตอนนี้จรัสยังต้องเตรียมสถานที่ลับที่จะใช้รับรองคนของมังค์จาเขามาสร้างรีสอร์ทที่นี่มีจุดประสงค์หลายอย่าง นอกจากเป็นธุรกิจ
บังหน้าแล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็นที่ให้กลุ่มโจรได้หลบซ่อนและอำพรางตัว
คุณจรัสที่เป็นแฟนของฤดีดูภายนอกแล้วไม่เหมือนคนที่จะเป็นผู้ร้ายได้เลยสักนิดแต่บัดนี้เขาดูเป็นคนละคนกับคนรักของฤดี
โดยที่ฤดีและครอบครัวของเธอไม่รู้เลยว่าคุณจรัสเป็นเช่นนี้
ขณะที่จรัสพูดคุยกับลูกน้องและเตรียมต้อนรับคนของมังค์จาที่กำลังจะมา ก็ได้ยินเหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว
“เอ๊ะ!!..นั่นใคร?”ด้วยความระแวง พอสิ้นเสียงของจรัส ลูกน้องบางคนก็ได้ซักปืนออกมาแล้ว “พวกเอ็งไปดู” ขณะกำลังมีคน
กำลังเคลื่อนไหว “.....อ๊ะ!!.”
“ฟู่...ฟู่….เงี้ยวว”
“แมวดำ!!”
“ที่แท้ก็เป็นแมวดำตัวหนึ่ง” จรัสและลูกน้องกลุ่มนั้นเห็นเป็นแมวดำตัวหนึ่งวิ่งกระโจนไปทิศทางหนึ่งแล้ว