ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 81 ภัยพิบัติมรณะ

    ตอนที่81 ภัยพิบัติมรณะ

     

    ฟู่เยี่ยนลืมตาโพลงขึ้นมาเธอมองไปยังเจิ้งหมิง เธอไม่คิดว่านี่จะเป็นฝีมือของมนุษย์

     

    “เขียนวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของคุณมา”ฟู่เยี่ยนยื่นกระดาษและปากกาให้

     

    เจิ้งหมิงรีบเขียนวันเดือนปีเกิดของตนเองออกมาฟู่เยี่ยนรับมาดู และมันก็เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด เขาคนนี้เกิดในปีหยินเดือนหยิน วันหยิน เรียกได้ว่าเกิดมาพร้อมกับพลังหยินอย่างเต็มเปี่ยม

     

    เมื่อเห็นแบบนี้ฟู่เยี่ยนจึงขอให้เจิ้งหมิงออกไปก่อน เธอจะวาดยันต์ให้เจิ้งหมิงพกติดตัวเอาไว้เพราะเรื่องในวันนี้มันเหนือความคาดหมายของฟู่เยี่ยนไปมาก

     

    เมื่อครู่ฟู่เยี่ยนติดตามไทม์ไลน์ของเจิ้งหมิงและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาโดยตรง หากเขาไม่มาหาเธอในวันนี้หรือหากเธอไม่ได้ทำให้เขาเห็น ต่อให้เขามียันต์แคล้วคลาดของเธอแต่มันก็ทำได้เพียงแค่ทำให้เขาตายในสภาพศพสมบูรณ์เท่านั้น

     

    ฟู่เยี่ยนเห็นค่ายกลผูกมัดดวงวิญญาณทั้งสามค่ายกลบนถนนสายนั้นคนธรรมดาที่เดินอยู่บนถนนเส้นนั้นมีแต่จะได้รับบาดเจ็บเท่านั้นแต่ผู้ที่วันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากถูกครอบงำด้วยพลังหยินอย่างเจิ้งหมิงย่อมไม่ต่างอะไรจากลูกแกะเข้าปากเสือที่ไม่มีหนทางหนีรอดไปได้

     

    ฟู่เยี่ยนวาดยันต์ออกมา9 แผ่นอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยร่างกายของเธอจึงชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

     

    ฟู่เยี่ยนเปิดประตูเจิ้งหมิงกำลังเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายอยู่ในลานบ้าน

     

    “เข้ามาเถอะพี่รองไปเทน้ำมาให้หนูแก้วนึง แล้วเอาฟืนมาให้หนูด้วย”

     

    ฟู่เซินที่มาดูเหตุการณ์ก็ยังถูกเรียกใช้งานเช่นกัน

     

    ฟู่เยี่ยนนำฟืนมาเผายันต์ใบหนึ่งจนกลายเป็นเถ้าถ่านจากนั้นก็ให้เจิ้งหมิงดื่มน้ำผสมขี้เถ้ายันต์ลงไปในตอนนัันเลยเมื่อเห็นสายตาสงสัยของเขา ฟู่เยี่ยนจึงอธิบายให้เขาฟังอย่างอดทน

     

    “นี่คือยันต์ซ่อนเร้นหลังจากที่คุณดื่มมันลงไปแล้ววันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของคุณจะถูกซ่อนไว้เป็นเวลาสามวัน”

     

    พูดแล้วฟู่เยี่ยนได้หยิบกระดาษยันต์อีกสามแผ่นที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมขึ้นมา

     

    “นำยันต์สามแผ่นนี้แบ่งสวมที่คอข้อมือซ้ายและข้อมือขวาอย่างละแผ่น ห้ามถอดออกเป็นอันขาดหากสัมผัสได้ว่ายันต์แผ่นใบร้อนผ่าวขึ้นมาคุณก็ถอดมันออกแล้วเปิดกระจกรถพร้อมกับโยนมันออกไปนอกรถทางฝั่งซ้ายมือของคุณห้ามหันกลับไปมองเด็กขาด คุณต้องขับรถไปตลอดทางจนกว่ายันต์แผ่นนี้จะร้อนขึ้นมา

     

    ยันต์แผ่นนี้มัดไว้ที่ตรงหน้าอกของคุณพอดีหากยันต์แผ่นนี้ร้อนขึ้นมานั่นหมายความว่าภัยพิบัติของคุณได้ถูกกำจัดและแก้ไขเรียบร้อยแล้วคุณสามารถจอดรถและหยุดพักสักครู่หนึ่งได้

     

    จงจำไว้ว่าในระหว่างที่กลับมาคุณจะต้องกลับมาด้วยถนนเส้นเดิม แต่ก็ห้ามหันกลับไปมองโดยเด็ดขาดให้ขับรถแล้วมองตรงไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

     

    ฟู่เยี่ยนยิ่งกระดาษยันต์ให้เจิ้งหมิงเจิ้งหมิงจึงสวมยันต์ตามจุดต่าง ๆ อย่างที่ฟู่เยี่ยนบอก และจู่ ๆเขาก็เกิดความคิดไม่อยากขับรถขึ้นมา 

     

    ฟู่เยี่ยนดูเหมือนจะมองออกถึงความคิดของเขาเธอจึงเอ่ยปากเตือนเจิ้งหมิง

     

    “ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรคุณก็ต้องไปมิฉะนั้นภัยพิบัติแห่งความตายของคุณจะเป็นจริงอย่างแน่นอนต่อให้เป็นเทพเจ้าก็ไม่สามารถช่วยคุณได้ ! ”

     

    เจิ้งหมิงเริ่มเคร่งขรึมในทันที

     

    “รถที่คุณจะใช้ขับในตอนเย็นใช่คันนี้ไหม? ” ฟู่เยี่ยนถาม

     

    “ไม่ใช่นี่คือรถที่บริษัทใช้เป็นรถสำรองในกรณีฉุกเฉิน”

     

    “ได้ติดยันต์สามแผ่นนี้ไว้ตรงนี้ ตรงนี้และตรงนี้จำไว้ว่าค่อยติดตอนเที่ยงคืนตามจุดที่ฉันบอก หลังจากนั้นก็รอ 5นาทีแล้วค่อยขับรถไปตามถนน”

     

    ฟู่เยี่ยนเดินไปตรงหน้ารถแล้วชี้จุดติดยันต์ให้เจิ้งหมิงดูยันต์สามแผ่นนี้เป็นยันต์ซ่อนเร้น สามารถช่วยซ่อนร่างของเจิ้งหมิงและรถทั้งคันได้

     

    ยังเหลือยันต์แผ่นสุดท้ายอีกหนึ่งแผ่นฟู่เยี่ยนห่อมันด้วยกระดาษสีแดงแล้วยื่นให้เจิ้งหมิง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     

    “ยันต์แผ่นนี้สำคัญที่สุดต้องจำไว้ว่าถ้าไปถึงที่หมายได้สำเร็จ ดวงชะตาของคุณก็จะคลี่คลายแต่จะกลับได้อย่างราบรื่นหรือไม่นั้นสำคัญที่สุดดังนั้นคุณต้องตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้ดี

     

    หากระหว่างทางกลับมีผู้หญิงขอติดรถคุณไปด้วย คุณก็ไม่ต้องไปปฏิเสธเธอ ให้เธอขึ้นมาบนรถและถ้าหากเธออยากจะขอลงรถระหว่างทาง ไม่ว่าเธอจะใช้ข้ออ้างอะไรก็ตามคุณต้องตอบรับเธอ ให้เธอลงรถไป จากนั้นให้คุณนับเลข 1-100 ไว้ในใจเงียบ ๆ  จากนั้นโยนยันต์แผ่นนี้ไปด้านหลังตัวรถแล้วขับรถออกไปได้เลย

     

    จำไว้ว่าอย่าดับเครื่องยนต์เป็นอันขาดในขณะที่โยนยันต์ทิ้งก็ให้เหยียบคันเร่งไปพร้อมกันไม่ว่าด้านหลังจะมีความเคลื่อนไหวอะไรก็อย่าหันกลับไปมอง ต่อให้ฟ้าร้องแผ่นดินสะเทือนก็ห้ามหันไปมองเป็นอันขาด”

     

    ฟู่เยี่ยนทำหน้าเคร่งขรึมเจิ้งหมิงจึงรับยันต์แผ่นนั้นไปด้วยอาการตัวสั่น

     

    “คราวนี้คุณลองท่องคำพูดเมื่อครู่นี้ที่ฉันพูดให้ฟังออกมาสิ”ฟู่เยี่ยนมองเจิ้งหมิง เธอไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดจึงเน้นย้ำเจิ้งหมิง

     

    เจิ้งหมิงพูดทวนคำพูดของเธออีกครั้งฟู่เยี่ยนพยักหน้ารับแล้วให้เขาเตรียมตัวกลับ

     

    “อืมยันต์ 9 แผ่นนี้ราคา 1,000 หยวน รอให้คุณกลับมาก่อน ในเช้าวันที่ 3หลังจากคุณกลับมาค่อยนำเงินห่อให้ดี จากนั้นก็ให้โจวชิวลู่นำมันมาส่งให้ฉันแต่ถ้าหากคุณไม่กลับมา ฉันก็จะทำเหมือนว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อน

     

    เราสองคนไม่จำเป็นต้องพบกันอีกหากเธอถามก็ให้บอกว่าฉันวานให้คุณนำของมาส่งให้” ฟู่เยี่ยนเหนื่อยมากแล้วเธอจึงให้เจิ้งหมิงกลับไป

     

    เจิ้งหมิงเดินออกไปจากบ้านฟู่เยี่ยนก็เรียกให้จางเหว่ยเข้ามา ฟู่เยี่ยนมอบยันต์แคล้วคลาดปึกใหญ่ให้แก่เขา

     

    “ยันต์พวกนี้มีตามจำนวนที่คุณรับปากว่าจะออกไปคุณไปเก็บเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกลับบ้านจากนั้นอย่ามาที่บ้านของฉันในระยะเวลา 3 เดือนนี้ ไว้วันที่ 5 หลังจากปีใหม่ไปฉันจะไปเยี่ยมสวัสดีปีใหม่ที่บ้านของคุณเอง

     

    จำไว้ว่าอย่ามาที่บ้านของฉันเป็นอันขาดแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉัน ไม่ว่าใครจะขอร้องหรือพูดจาน่าเศร้าแค่ไหนก็ให้อดทนและบอกพวกเขาไปว่าอาจารย์ที่ให้ยันต์มาได้เร่ร่อนไปที่อื่นแล้วส่วนเรื่องเหล้า เดี๋ยวฉันจะไหว้วานให้เจิ้งหมิงนำไปส่งให้คุณ”

     

    จางเหว่ยแปลกใจมากแต่ก็ยังทำตามที่ฟู่เยี่ยนบอก เขาเชื่อว่าฟู่เยี่ยนต้องมีเหตุผล

     

    ฟู่เยี่ยนจำเป็นต้องทำแบบนี้ถ้าคราวนี้ผ่านไปด้วยดี ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอนฟู่เยี่ยนต้องมั่นใจในความปลอดภัยของครอบครัวก่อน

     

    เจิ้งหมิงและจางเหว่ยจึงกลับไปพร้อมกันเจิ้งหมิงไปส่งจางเหว่ยที่บ้านพักของเจ้าหน้าที่ศาลากลางจากนั้นก็กลับไปที่ทีมของตนเอง

     

    ระหว่างทางเขาได้พบกับหนี่คุนหนี่คุนยังเข้ามาถามเขาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ว่าเขาได้ยันต์แคล้วคลาดมาบ้างไหม

     

    เจิ้งหมิงนึกถึงคำพูดของฟู่เยี่ยนจึงปฏิเสธไป

     

    “ช่างเถอะไม่มีก็คือไม่มี ฉันคนนี้เป็นคนดวงแข็ง คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก ! ” เจิ้งหมิงหัวเราะเจื่อน

     

    หลังจากพูดคุยกันหนี่คุนไปสองสามคำเจิ้งหมิงก็กลับไปนอนพักผ่อนที่หอพัก คืนนี้เขาต้องออกวิ่งรถ ปกติเขาจะนอนสักพักตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ แต่จู่ ๆ เขาก็หลับไปทันทีที่ล้มตัวลงนอน

     

    จนกระทั่งเวลาห้าทุ่มเจิ้งหมิงลืมตาโดยอัตโนมัติ เขามองดูนาฬิกาและลุกขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม

     

    หลังจากลูบยันต์ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เจิ้งหมิงก็รู้สึกสบายใจ เมื่อตรวจสภาพรถเสร็จแล้ว เขาก็ออกเดินทาง

     

    ครั้งนี้เจิ้งหมิงต้องวิ่งรถไปที่เมืองใกล้เคียงเขาต้องใช้เวลาขับรถทั้งคืน เจิ้งหมิงตั้งสติแล้วขับรถออกไปด้านหน้า

     

    เมื่อมาถึงจุดเติมน้ำเจิ้งหมิงดูนาฬิกาและเห็นว่าใกล้เที่ยงคืนแล้วเขาเลี้ยวรถแล้วเข้าไปเติมน้ำให้เต็มรถเจิ้งหมิงกวาดตามองรอบด้านแต่ก็เห็นว่าไม่มีใครเขาจึงรีบนำยันต์มาติดไว้บนตัวรถอย่างรวดเร็ว

     

    สิ่งที่น่าทึ่งก็คือเมื่อเขาติดยันต์ไปบนตัวรถ ยันต์นั้นก็หายวาบไปในทันที เจิ้งหมิงมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เห็นมันเลย

     

    หลังจากติดยันต์เสร็จแล้วเขาก็ขับรถไปต่อ หลังจากขับไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงในตอนที่เจิ้งหมิงรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย จู่ ๆยันต์ที่ข้อมือซ้ายของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมามันร้อนจนเขาสะดุ้งรู้สึกเหมือนโดนลวกข้อมือเขาลดกระจกรถลงแล้วโยนยันต์แผ่นนั้นออกไป

     

    จากนั้นเขาก็เหยียบคันเร่งประมาณ 3 วินาทีต่อมา เขาก็ได้ยินเสียงระเบิดจากด้านนอกเจิ้งหมิงตกใจแต่ไม่กล้าหยุดรถ เขาเหยียบคันเร่งจนมิดแล้วขับรถไปต่อ

     

    ขับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงยันต์ที่ข้อมือขวาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เจิ้งหมิงทำแบบเดิมเหมือนเมื่อครู่นี้แต่คราวนี้เขาไม่ได้ยินเสียงระเบิดแล้ว เจิ้งหมิงยังคงไม่กล้าหันกลับไปมองเขายังขับรถไปข้างหน้าเช่นเดิม

     

    สิ่งที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นก็คือต้นไม้ที่อยู่ข้างหลังเขาเกิดเพลิงไหม้จนถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน

     

    เจิ้งหมิงขับรถต่อไปโดยไม่หยุดตลอดทั้งคืนจนเกือบรุ่งเช้ากระทั่งเขารู้สึกว่ายันต์ที่คล้องคอเริ่มร้อนขึ้นจนเขาจึงลดกระจกรถแล้วโยนมันทิ้งไปตามสัญชาติญาณ

     

    ตุ้ม! ! !

     

    ครั้งนี้เกิดเสียงดังกว่าเสียงระเบิดครั้งแรกมันสั่นสะเทือนมาถึงตัวรถเจิ้งหมิงจับพวงมาลัยไว้แน่นและตั้งสมาธิขับรถออกไปโดยไม่หันกลับไปมองเช่นกัน

     

    หลังจากขับรถต่อไปจนฟ้าสว่างเจิ้งหมิงบังเอิญขับผ่านตลาดพอดี ยันต์แคล้วคลาดบนหน้าอกของเขาส่งกระแสอบอุ่นมาทำให้ร่างกายของเขารู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

     

    จากนั้นเขาก็จอดรถเขาลงจากรถไปตลาดเพื่อหาอาหารเช้าทาน

     

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน