ราชันย์ซอมบี้ของฉันยังมีหัวใจ My Zombie King Still Has a Heart

    ตอนที่ 38 — ราชันย์ปะทะราชันย์

    ตูมมมมมมมมม!

    เสียงระเบิดกัมปนาทจากการเข้าปะทะกันครั้งแรกดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแก้วหูแทบฉีกขาด แรงอัดมหาศาลบดเคี้ยวพื้นคอนกรีตใต้เท้าของเหล่าผู้ติดเชื้อจนยุบตัวลงกลายเป็นแอ่งหลุมลึกขนาดมหึมา คลื่นพลังงานกระแทกสีทองสลับดำแดงแผ่กระจายเป็นวงแหวนกวาดทำลายทุกสรรพสิ่งรอบข้างจนแหลกลาญ ร่างของซอมบี้นับสิบที่โชคร้ายอยู่ในระยะพลันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในเสี้ยววินาที

    บนยอดกำแพงสูงตระหง่าน เหล่าทหารหาญในแนวหน้าต่างพากันยกแขนขึ้นบดบังใบหน้าจากเศษฝุ่นผงและกระแสลมกรดที่กรีดพัดเข้ามา แม้จะยืนอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการปะทะหลายร้อยเมตร ทว่าทุกคนกลับรู้สึกราวกับมีหินผาล่องหนทับถมลงบนหน้าอก อณูอากาศหนักอึ้งจนบีบคั้นปอดให้หายใจติดขัดด้วยความอึดอัด

    ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวไฟที่คุกรุ่นกลางสนามรบ ร่างของสองตัวตนระดับราชันย์—อาร์คและโซล—ยืนประจันหน้ากันอีกครั้ง

    โซลเยื้องกรายอย่างสง่างาม แววตาสีทองส่องประกายเย็นยะเยือกทว่าเปี่ยมล้นด้วยความอหังการ เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ

    "เจ้าพัฒนาขึ้นมามาก... อาร์ค" สุ้มเสียงทุ้มต่ำของโซลสะท้อนกังวาน "แต่น่าเสียดาย... ที่เจ้ายังคงอ่อนแอเพราะสิ่งที่เรียกว่า 'หัวใจ' และพันธนาการโง่ ๆ พวกนั้น!"

    อาร์คไม่ตอบคำถามนั้น แววตาคู่นั้นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทันใดนั้น ร่างของเขาพลันเลือนหายวับไปจากสายตาอย่างไร้ร่องรอย... ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในระยะประชิด หมัดขวาที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานสีดำแดงหมุนวนพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของโซลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง!

    เปรี้ยง!

    โซลยกแขนขึ้นรับแรงหมัดนั้นไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงปะทะอันมหาศาลกลับส่งร่างของเขาให้ไถลครูดถอยหลังไปไกลหลายสิบเมตร พื้นพสุธาเบื้องล่างแตกร้าวแยกออกเป็นทางยาวตามรอยเหยียบย่ำ ดวงตาสีทองของราชันย์ซอมบี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความพึงพอใจอันบ้าคลั่ง

    "ดี...! มันต้องแบบนี้สิถึงจะคู่ควรแก่การบดขยี้!"

    โซลกางแขนออกทั้งสองข้าง ทันใดนั้น พลังงานสีทองอร่ามก็ระเบิดตัวออกรอบกายดุจดวงตะวันรุ่งโรจน์ เส้นแสงนับร้อยถักทอตัวกลายเป็นหอกแสงคมกริบพุ่งทะยานเข้าใส่อาร์คจากรอบทิศทางราวกระสุนปืนกล อาร์คกวัดแกว่งห้วงมิติรอบตัว สร้างบาเรียมืดมนสีดำแดงขึ้นบดบังตนเองทันที

    เสียงระเบิดจากการปะทะดังกึกก้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย แสงสว่างสีทองและเงาทมิฬปะทะหักล้างกันอย่างรุนแรงจนฟากฟ้ายามราตรีราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยง ๆ

    ในขณะเดียวกัน บนยอดกำแพงแนวป้องกันที่กำลังสั่นคลอน

    หลินเยว่ทรุดตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างหมดแรง หยาดโลหิตสีแดงเข้มหยดไหลจากปลายจมูกลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยือก ทว่าสองมือของเธอยังคงกุมขมับ ดวงตาสีครามเบิกกว้างด้วยความทรมานจากการฝืนส่งกระแสประสาทเข้าควบคุมระบบสมองอันบิดเบี้ยวของผู้ติดเชื้อหลายร้อยตัวเบื้องล่างเพื่อตรึงพวกมันเอาไว้ไม่ให้บุกเข้ามา

    "หลิน!" มีนที่เฝ้ามองอยู่ด้วยความกระวนกระวายรีบโผเข้ามาประคองร่างสั่นเทานั้นไว้ ฝ่ามือเรียวบางของเธอทาบลงบนหลังของหลินเยว่ช้า ๆ แสงสว่างสีเขียวอ่อนละมุนตาค่อย ๆ ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเพื่อนสาว ช่วยปลอบประโลมเส้นประสาทที่กำลังจะฉีกขาดและช่วยลดแรงสะท้อนกลับอันหนาวเหน็บจากเครือข่ายจิตสำนึก

    "อย่าฝืนแบกรับมันไว้คนเดียวสิ หลิน... ให้ฉันช่วยเถอะนะ" มีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง

    หลินเยว่หอบหายใจรัวถี่ รอยยิ้มซีดเซียวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ "ถ้าฉันหยุดตอนนี้... แนวกำแพงตรงนี้จะพังทลายทันที... และเราจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว"

    มีนสูดลมหายใจลึก ก่อนจะกุมมือของหลินเยว่ไว้แน่น แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ "งั้นฉันจะช่วยเธอแบกมันไว้เอง ต่อให้สติของพวกเราต้องพังทลายลงไปพร้อมกันก็ตาม!"

    โฮกกกกกกกกกกก!

    ทว่า ช่วงเวลาแห่งมิตรภาพกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามกึกก้องที่ดังกมาจากแนวป้องกันทางด้านทิศตะวันตก ร่างมหึมาของซอมบี้ระดับยักษ์ (Brute-Class) สามตัวบดขยี้แผ่นปูนที่แตกร้าวและปีนข้ามรอยแยกของกำแพงเข้ามาได้สำเร็จ น้ำลายเหนียวหนืดและกลิ่นอายแห่งความตายของพวกมันโชยคละคลุ้ง

    "ตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเอง!" นัทตะโกนก้องอย่างดุดัน ร่างกายอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและพลังงานวิวัฒนาการสายป้องกัน เขาพุ่งทะยานเข้ากระแทกใส่ซอมบี้ยักษ์ตัวแรกเต็มแรงดุจรถบรรทุกชนประสานงา

    ตูม!

    เสียงกระดูกปะทะดังก้อง นัทถูกแรงเหวี่ยงอันมหาศาลสะบัดจนปลิวไปกระแทกกับขอบกำแพงหินอย่างแรงจนเลือดไหลซึมจากมุมปาก ทว่าแทนที่เขาจะร้องด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับถุยน้ำลายปนเลือดลงพื้นและระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าดีเดือด "ฮ่า ๆๆ! มีปัญญาแค่นี้เองเหรอไอ้หน้าขน!"

    ปัง! ปัง! ปัง!

    กระสุนเจาะเกราะความเร็วสูงพุ่งแหวกอากาศมาดุจพายุ คินที่ซุ่มยิงสนับสนุนจากระยะไกลลั่นไกอย่างใจเย็น กระสุนนัดสำคัญทะลวงผ่านเบ้าตาของ Brute-Class ตัวที่สองอย่างแม่นยำ มันแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานก่อนจะเสียหลักล้มลงฟาดพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น

    "ตรวจพบความผันผวนของระดับพลังงานขั้นวิกฤตครับ! โซลกำลังบีบอัดและสะสมพลังงานที่แกนกลาง!" เสียงของเจย์ดังผ่านระบบวิทยุสื่อสารที่เต็มไปด้วยคลื่นรบกวน ภาพถ่ายทอดสดจากกล้องโดรนฉายให้เห็นสถานการณ์กลางสนามรบเบื้องล่าง

    ที่ตรงนั้น โซลลอยตัวขึ้นเหนือพื้นดินช้า ๆ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ทรงกลมพลังงานสีทองสว่างจ้าขนาดมหึมาราวกับดวงตะวันจำลองกำลังหมุนวนบีบอัดตัวอย่างบ้าคลั่งจนห้วงมิตรอบข้างส่งเสียงกรีดร้องสั่นสะเทือน

    กัปตันเฉินที่ยืนเฝ้าสถานการณ์อยู่บนหอบัญชาการถึงกับหน้าซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด "แย่แล้ว... ถ้าเขาปล่อยพลังงานขนาดยักษ์นั่นออกมา แนวกำแพงและผู้รอดชีวิตทั้งหมดในฝั่งนี้จะอันตรธานหายไปในพริบตาแน่!"

    หลินเยว่ที่เพิ่งพยุงร่างลุกขึ้นมาเงยหน้ามองดวงตะวันสีทองเบื้องล่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "อาร์ค...!"

    เสียงอ้อนวอนของเธอดังสะท้อนผ่านเครือข่ายจิตวิญญาณส่งตรงไปยังห้วงความคิดของชายหนุ่ม

    อาร์คที่ยืนอยู่ท่ามกลางดงหนามแสงหันหน้ากลับมามองขึ้นไปยังยอดกำแพงสูง สบตากับดวงตาสีครามคู่นั้นของหลินเยว่ เพียงเสี้ยววินาทีแห่งการประสานสายตา ทว่ามันกลับแจ่มชัดและอัดแน่นไปด้วยคำมั่นสัญญาที่มั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา:

    ฉันไม่มีวัน... ปล่อยให้เธอต้องสูญเสียใครไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว!

    "โฮกกกกกกกกกก!"

    อาร์คแผดเสียงคำรามก้องสะท้านโลกา พลังงานสีดำแดงทั้งหมดในร่างกายปะทุพวยพุ่งออกมาดุจภูเขาไฟระเบิด เปลวเพลิงแห่งความมืดมิติกวาดล้างเส้นแสงรอบตัวจนมอดดับ ก่อนที่เขาจะย่อตัวแล้วสปริงร่างพุ่งทะยานตรงดิ่งเข้าหาดวงตะวันสีทองของโซลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงและสายตามนุษย์จะจับจ้องทัน...!

    คล้ายกับเรื่องราชันย์ซอมบี้ของฉันยังมีหัวใจ My Zombie King Still Has a Heart ที่คุณอ่าน