ตูมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทจากการเข้าปะทะกันครั้งแรกดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแก้วหูแทบฉีกขาด แรงอัดมหาศาลบดเคี้ยวพื้นคอนกรีตใต้เท้าของเหล่าผู้ติดเชื้อจนยุบตัวลงกลายเป็นแอ่งหลุมลึกขนาดมหึมา คลื่นพลังงานกระแทกสีทองสลับดำแดงแผ่กระจายเป็นวงแหวนกวาดทำลายทุกสรรพสิ่งรอบข้างจนแหลกลาญ ร่างของซอมบี้นับสิบที่โชคร้ายอยู่ในระยะพลันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในเสี้ยววินาที
บนยอดกำแพงสูงตระหง่าน เหล่าทหารหาญในแนวหน้าต่างพากันยกแขนขึ้นบดบังใบหน้าจากเศษฝุ่นผงและกระแสลมกรดที่กรีดพัดเข้ามา แม้จะยืนอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการปะทะหลายร้อยเมตร ทว่าทุกคนกลับรู้สึกราวกับมีหินผาล่องหนทับถมลงบนหน้าอก อณูอากาศหนักอึ้งจนบีบคั้นปอดให้หายใจติดขัดด้วยความอึดอัด
ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวไฟที่คุกรุ่นกลางสนามรบ ร่างของสองตัวตนระดับราชันย์—อาร์คและโซล—ยืนประจันหน้ากันอีกครั้ง
โซลเยื้องกรายอย่างสง่างาม แววตาสีทองส่องประกายเย็นยะเยือกทว่าเปี่ยมล้นด้วยความอหังการ เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ
"เจ้าพัฒนาขึ้นมามาก... อาร์ค" สุ้มเสียงทุ้มต่ำของโซลสะท้อนกังวาน "แต่น่าเสียดาย... ที่เจ้ายังคงอ่อนแอเพราะสิ่งที่เรียกว่า 'หัวใจ' และพันธนาการโง่ ๆ พวกนั้น!"
อาร์คไม่ตอบคำถามนั้น แววตาคู่นั้นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทันใดนั้น ร่างของเขาพลันเลือนหายวับไปจากสายตาอย่างไร้ร่องรอย... ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในระยะประชิด หมัดขวาที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานสีดำแดงหมุนวนพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของโซลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง!
เปรี้ยง!
โซลยกแขนขึ้นรับแรงหมัดนั้นไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงปะทะอันมหาศาลกลับส่งร่างของเขาให้ไถลครูดถอยหลังไปไกลหลายสิบเมตร พื้นพสุธาเบื้องล่างแตกร้าวแยกออกเป็นทางยาวตามรอยเหยียบย่ำ ดวงตาสีทองของราชันย์ซอมบี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความพึงพอใจอันบ้าคลั่ง
"ดี...! มันต้องแบบนี้สิถึงจะคู่ควรแก่การบดขยี้!"
โซลกางแขนออกทั้งสองข้าง ทันใดนั้น พลังงานสีทองอร่ามก็ระเบิดตัวออกรอบกายดุจดวงตะวันรุ่งโรจน์ เส้นแสงนับร้อยถักทอตัวกลายเป็นหอกแสงคมกริบพุ่งทะยานเข้าใส่อาร์คจากรอบทิศทางราวกระสุนปืนกล อาร์คกวัดแกว่งห้วงมิติรอบตัว สร้างบาเรียมืดมนสีดำแดงขึ้นบดบังตนเองทันที
เสียงระเบิดจากการปะทะดังกึกก้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย แสงสว่างสีทองและเงาทมิฬปะทะหักล้างกันอย่างรุนแรงจนฟากฟ้ายามราตรีราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยง ๆ
ในขณะเดียวกัน บนยอดกำแพงแนวป้องกันที่กำลังสั่นคลอน
หลินเยว่ทรุดตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างหมดแรง หยาดโลหิตสีแดงเข้มหยดไหลจากปลายจมูกลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยือก ทว่าสองมือของเธอยังคงกุมขมับ ดวงตาสีครามเบิกกว้างด้วยความทรมานจากการฝืนส่งกระแสประสาทเข้าควบคุมระบบสมองอันบิดเบี้ยวของผู้ติดเชื้อหลายร้อยตัวเบื้องล่างเพื่อตรึงพวกมันเอาไว้ไม่ให้บุกเข้ามา
"หลิน!" มีนที่เฝ้ามองอยู่ด้วยความกระวนกระวายรีบโผเข้ามาประคองร่างสั่นเทานั้นไว้ ฝ่ามือเรียวบางของเธอทาบลงบนหลังของหลินเยว่ช้า ๆ แสงสว่างสีเขียวอ่อนละมุนตาค่อย ๆ ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเพื่อนสาว ช่วยปลอบประโลมเส้นประสาทที่กำลังจะฉีกขาดและช่วยลดแรงสะท้อนกลับอันหนาวเหน็บจากเครือข่ายจิตสำนึก
"อย่าฝืนแบกรับมันไว้คนเดียวสิ หลิน... ให้ฉันช่วยเถอะนะ" มีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
หลินเยว่หอบหายใจรัวถี่ รอยยิ้มซีดเซียวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ "ถ้าฉันหยุดตอนนี้... แนวกำแพงตรงนี้จะพังทลายทันที... และเราจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว"
มีนสูดลมหายใจลึก ก่อนจะกุมมือของหลินเยว่ไว้แน่น แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ "งั้นฉันจะช่วยเธอแบกมันไว้เอง ต่อให้สติของพวกเราต้องพังทลายลงไปพร้อมกันก็ตาม!"
โฮกกกกกกกกกกก!
ทว่า ช่วงเวลาแห่งมิตรภาพกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามกึกก้องที่ดังกมาจากแนวป้องกันทางด้านทิศตะวันตก ร่างมหึมาของซอมบี้ระดับยักษ์ (Brute-Class) สามตัวบดขยี้แผ่นปูนที่แตกร้าวและปีนข้ามรอยแยกของกำแพงเข้ามาได้สำเร็จ น้ำลายเหนียวหนืดและกลิ่นอายแห่งความตายของพวกมันโชยคละคลุ้ง
"ตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเอง!" นัทตะโกนก้องอย่างดุดัน ร่างกายอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและพลังงานวิวัฒนาการสายป้องกัน เขาพุ่งทะยานเข้ากระแทกใส่ซอมบี้ยักษ์ตัวแรกเต็มแรงดุจรถบรรทุกชนประสานงา
ตูม!
เสียงกระดูกปะทะดังก้อง นัทถูกแรงเหวี่ยงอันมหาศาลสะบัดจนปลิวไปกระแทกกับขอบกำแพงหินอย่างแรงจนเลือดไหลซึมจากมุมปาก ทว่าแทนที่เขาจะร้องด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับถุยน้ำลายปนเลือดลงพื้นและระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าดีเดือด "ฮ่า ๆๆ! มีปัญญาแค่นี้เองเหรอไอ้หน้าขน!"
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนเจาะเกราะความเร็วสูงพุ่งแหวกอากาศมาดุจพายุ คินที่ซุ่มยิงสนับสนุนจากระยะไกลลั่นไกอย่างใจเย็น กระสุนนัดสำคัญทะลวงผ่านเบ้าตาของ Brute-Class ตัวที่สองอย่างแม่นยำ มันแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานก่อนจะเสียหลักล้มลงฟาดพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น
"ตรวจพบความผันผวนของระดับพลังงานขั้นวิกฤตครับ! โซลกำลังบีบอัดและสะสมพลังงานที่แกนกลาง!" เสียงของเจย์ดังผ่านระบบวิทยุสื่อสารที่เต็มไปด้วยคลื่นรบกวน ภาพถ่ายทอดสดจากกล้องโดรนฉายให้เห็นสถานการณ์กลางสนามรบเบื้องล่าง
ที่ตรงนั้น โซลลอยตัวขึ้นเหนือพื้นดินช้า ๆ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ทรงกลมพลังงานสีทองสว่างจ้าขนาดมหึมาราวกับดวงตะวันจำลองกำลังหมุนวนบีบอัดตัวอย่างบ้าคลั่งจนห้วงมิตรอบข้างส่งเสียงกรีดร้องสั่นสะเทือน
กัปตันเฉินที่ยืนเฝ้าสถานการณ์อยู่บนหอบัญชาการถึงกับหน้าซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด "แย่แล้ว... ถ้าเขาปล่อยพลังงานขนาดยักษ์นั่นออกมา แนวกำแพงและผู้รอดชีวิตทั้งหมดในฝั่งนี้จะอันตรธานหายไปในพริบตาแน่!"
หลินเยว่ที่เพิ่งพยุงร่างลุกขึ้นมาเงยหน้ามองดวงตะวันสีทองเบื้องล่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "อาร์ค...!"
เสียงอ้อนวอนของเธอดังสะท้อนผ่านเครือข่ายจิตวิญญาณส่งตรงไปยังห้วงความคิดของชายหนุ่ม
อาร์คที่ยืนอยู่ท่ามกลางดงหนามแสงหันหน้ากลับมามองขึ้นไปยังยอดกำแพงสูง สบตากับดวงตาสีครามคู่นั้นของหลินเยว่ เพียงเสี้ยววินาทีแห่งการประสานสายตา ทว่ามันกลับแจ่มชัดและอัดแน่นไปด้วยคำมั่นสัญญาที่มั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา:
ฉันไม่มีวัน... ปล่อยให้เธอต้องสูญเสียใครไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว!
"โฮกกกกกกกกกก!"
อาร์คแผดเสียงคำรามก้องสะท้านโลกา พลังงานสีดำแดงทั้งหมดในร่างกายปะทุพวยพุ่งออกมาดุจภูเขาไฟระเบิด เปลวเพลิงแห่งความมืดมิติกวาดล้างเส้นแสงรอบตัวจนมอดดับ ก่อนที่เขาจะย่อตัวแล้วสปริงร่างพุ่งทะยานตรงดิ่งเข้าหาดวงตะวันสีทองของโซลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงและสายตามนุษย์จะจับจ้องทัน...!