ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 36 สำรวจสิ่งต่างๆ

            ภายในห้องพักใหม่ที่ถูกจัดขึ้น หลินตงตอนนี้กำลังสำรวจพลังภายในร่างของตนอย่างจริงจัง กล้ามเนื้อที่เสมือนกับเป็นพลังของมังกรอัดแน่นอยู่ภายในทุกส่วน ตราผนึกเทพมังกรอมตะถึงจะเหลืออีกถึงเก้าขั้นแต่ทว่าเขาก็บอกได้เพียงว่ามันทรงพลังนัก ร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นไปถึงหลายเท่าแถมสายเลือดภายในร่างจากที่เป็นสายเลือดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสายเลือดเทพมังกรอมตะถึงหนึ่งส่วน


            เท่ากับว่าเขาตอนนี้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วแต่กลับเป็นลูกผสของสายเลือดมังกรอมตะ ถึงรูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เปลี่ยนแปลงไปแต่ในอนาคตที่ห่างไกลนี้มันจะไม่เหมือนเดิม ยิ่งสายเลือดเทพมังกรอมตะถูกเปิดผนึกขึ้นมากเท่าไหร่ตัวของเขาก็จะกลายเป็นเทพมังกรอมตะขึ้นมากเท่านั่นและยังจะสามารถแปรเปลี่ยนร่างกายของตนได้ดั่งใจนึกอีกด้วย


            "จะเผ่าพันธุ์ไหนก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ท่านอาจารย์ข้าจะเดินตามทางของท่าน..!!"


            หลินตงตั้งมั่นความแน่วแน่ของตนอย่างไม่หวั่นเกรง สายเลือดเทพมังกรอมตะนี้ไม่ใช่คำสาปแต่มันคือคำอวยพรสำหรับเขาอีกตังหาก ต้องบอกก่อนว่าถ้าเป็นคนอื่นๆก็คงจะยินดีเช่นเดียวกัน ไม่ว่าผู้ฝึกยุทธคนไหนก็ใฝ่ฝันอยากที่จะมีสายเลือดที่สูงส่งกันทั้งนั่น ถ้าพวกเขาเกิดรู้ว่าชายหนุ่มมีสายเลือดเทพมังกรอมตะละก็จะต้องอิจฉาจนอกแตกตายอย่างแน่นอน บางคนอาจจะริษยาซะจนอยากจะฆ่าเขาเลยก็เป็นได้


            "หืม? ห้วงจิตสัมผัสกางได้ห้าเมตรรอบๆตัวเองหรอเนี่ย มันแทบจะไม่ปกคลุมถึงครึ่งห้องเลย ฮ่าฮ่า"


            ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ใช้ห้วงจิตสัมผัสของตนเพื่อที่จะทำความเคยชิน ภาพต่างๆภายในหัวผุดขึ้นมาทุกซอกทุกมุม ทุกสิ่งไม่ว่าจะอยู่ภายในรัศมีไหนเขาก็สามารถรับรู้มันได้ทั้งหมด ฝุ่นละอองสิ่งต่างๆหรือแม้แต่ขยายภาพเพื่อจ้องมองมันให้ชัดยิ่งขึ้นเขาก็สามาถทำได้เหมือนกับเป็นอาณาเขตของพระเจ้าแถมห้วงจิตสัมผัสที่เขากางออกไปได้ตอนนี้ต้องบอกว่ามันน้อยนิดยิ่งนัก น้อยมากซะจนแทบจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แต่ทว่าเรื่องนั่นไม่มีปัญหา ยิ่งขั้นพลังของเขาสูงขึ้นมากเท่าไหร่ห้วงจิตสัมผัสและร่างกายของเขาก็จะพัฒนาตามขึ้นไปเรื่อยๆเพราะถึงยังไงนี้มันก็คือวัญจักรของพลังที่ทุกคนต้องพบเจอมัน


            เขาอาจจะยังไม่รู้ตัว โดยปกติแล้วเมื่อผู้ฝึกยุทธมีพลังถึงระดับจิตยุทธวิญญาณขั้นที่หนึ่งนั่น บางคนแทบจะไม่สามารถกางอาณาเขตห้วงจิตสัมผัสออกมาได้เลยด้วยซ้ำ เพราะถึงยังไงมันก็ไม่คุ้นชินและยังใช้คลื่นพลังยุทธสูงอีกด้วย บางคนใช้มันไม่ถึงชั่วครู่นึงก็แทบจะเหนื่อยหอบแล้ว ส่วนที่สามารถใช้ห้วงจิตสัมผัสได้ต่อให้จะเป็นโคตรอัจฉริยะยังไงเต็มที่ก็ไม่เกินสองเมตร แต่ทว่าชายหนุ่มนั่นสามารถใช้มันได้ถึงห้าเมตรเลยทีเดียว ถ้าเขารับรู้มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองไปเลยก็ได้ว่าเขานั่นเป็นสัตว์ประหลาดเพียงใด


            "เอ่อ ถ้าเกิดว่าใช้ห้วงจิตสัมผัสนี้ผสานเข้ากับเนตรเทพมังกรอมตะ ไม่ใช่ว่าทุกสรรพสิ่งก็ไม่อาจจะรอดพ้นข้าได้เลยหรอ"


            หลินตงครุ่นคิดไปมาก็เห็นถึงความเป็นไปได้ ถ้าใช้วิชาระดับพระเจ้าผสานเข้ากับห้วงจิตสัมผัสที่จะทรงพลังขึ้นในอนาคตละก็ ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก แต่ในขนาดเดียวกันเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีพลังเพียงแค่นี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างหมดสภาพ ไว้ให้พลังสูงจนที่สามารถใช้เนตรเทพมังกรอมตะได้อย่างสบายๆแล้วค่อยว่ากัน


            ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะนอนลงไปยังเตียงอันใหม่ที่นุ่มนิ่ม นัยน์ตาสีแดงเพลิงส่องสว่างอยู่นิดพลางมองไปยังแพดานของห้องที่ปกคลุมไปด้วยแสงไฟสลัวๆที่ทำให้บรรยากาศเงียบสงัด


            ภายในใจของเขาตอนนี้วางแผนถึงเรื่องที่เขาจะทำต่อๆไปอย่างเรื่อยเปื่อย เขาคิดว่าจะกลายเป็นผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรและเปิดรับการฝึกฝนอย่างประจำเลยดีไหมหรือว่าจะไปยังสำนักจิตวิญญาณเพื่อพัฒนาพลังของตน ด้วยทรัพยากรที่มากมายของสำนักก็ทำให้ทุกๆคนแทบอยากจะเข้าไปเพื่อฝึกฝน


            "จะคิดมากไปทำไม เราก็เอาทั้งสองอย่างเลยสิ..!!"


            หลินตงเมื่อคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจได้ในทันที หลังจากนี้เขาจะให้ท่านเจ้าเมืองหลินหยวนประกาศข่าวเกี่ยวกับผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรออกไปแต่ทว่าในขณะเดียวกันเขาก็จะไปยังสำนักจิตวิญญาณเพื่อเปิดหูเปิดตาและเข้าสู่โลกแห่งการฝึกพลังยุทธอย่างจริงจัง การแข่งขันหรือสิ่งต่างๆหลังจากนี้ตัวของเขาก็อาจจะได้เจอมันอยู่เป็นประจำก็ได้


            เขาเมื่อคิดจบก็หลับตาลงพร้อมกับพล็อยหลับไป หลังจากที่ปลุกห้วงจิตสัมผัสขึ้นมันก็ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของห้วงสมองของตนอย่างมากแถมด้วยร่างกายที่เพิ่งพัฒนามาทำให้เขายังต้องปรับสภาพมันให้คงที่อยู่นิดๆและการนอนพักผ่อนก็ถือว่าเป็นตัวเรื่องที่ดีที่สุดแล้วสำหรับขั้นพลังเช่นเขาเลยทีเดียว


            เช้าวันถัดมาด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมเอาไว้ทำให้หลินตงนั่นหลับลึกซะจนไม่ได้สนใจถึงเวลาที่ต้องตื่นนอน โดยปกติแล้วถ้าเป็นเขาละก็จะต้องตื่นนอนในทุกๆเช้าตู่ของทุกวันแต่ทว่าวันนี้สำหรับชายหนุ่มนั่นถือว่าผิดปกติ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะเป็นเช่นนี้แม้แต่ผู้ทรงพลังบางคนเมื่อทะลวงระดับพลังขึ้นมาก็ยังต้องใช้เวลาพักผ่อนเพื่อปรับพลังภายในร่างเลยทีเดียว


            ระหว่างที่มีเสียงกุกกักจากภายนอกอยู่นั่นหลินตงก็เริ่มลืมตาขึ้นพร้อมกับพลังภายในร่างที่เต็มเปี่ยม เขาค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงนอนพร้อมกับบิดตัวของตนไปมาจนทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบขึ้น กล้ามเนื้อส่วนต่างๆตอนนี้ดูแข็งแกร่งและอัดแน่นไปด้วยพลังที่มหาศาล


            "เอาล่ะ พรุ่งนี้แล้วที่สำนักวิญญาณจะเปิดรับสมัครขึ้น ส่วนวันนี้เราไปเดินเล่นภายในเมืองเหรินซานแห่งนี้ก่อนละกัน..!!"


            หลินตงว่าจบก็ขอตัวไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายของตนอย่างเช่นเคย


    เวลาผ่านไปที่นอกตำหนักเจ้าเมือง เนื่องจากว่าเวลานี้มันก็เข้าสู่ช่วงบ่ายๆแล้วก็ทำให้บรรยากาศของตลาดคนเดินนั่นคึกคักเป็นอย่างมาก แผงลอยต่างๆของคนธรรมดากับผู้ฝึกพลังยุทธผสมป่นเปกันทั้งหมด ในวันนี้หลินตงนั่นอยากจะมาสำรวจสิ่งต่างๆเผื่ออาจว่าจะเจอเข้ากับของล้ำค่าแบบเช่นเมื่อวานนี้


            "หึหึ ถ้าได้ของล้ำค่าแบบเมื่อวานอีกก็ไม่อยากจะคิดเลย"


            ชายหนุ่มแสยะยิ้มอยู่นิดๆพลางใช้นัยน์ตาของตนกวาดมองสิ่งต่างๆไป แต่หลินตงตอนนี้กลับลืมไปว่าตัวของตนเองนั่นไม่มีเงินแล้ว หินลมปราณยุทธทั้งหมดสองร้อยก้อนเขาก็เอาไปใช้ในการฝึกฝนพลังยุทธหมดแล้วแถมเหรียญต่างก็ยังไม่มีติดตัวสักกะเหรียญเดียวเลยด้วยซ้ำ


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน