บทที่ 15
“ข้าว่าพวกเจ้าควรที่จะหยุดการกระทำนั้นก่อนดีกว่าหรือไม่” รีออนที่ทนดูไม่ได้จริงๆ ม้าที่เล่นกับเจ้าของเหมือนกับหมา และอีกอย่างมันเป็นม้าถึงสองตัวเชียวนะ ทั้งสามสาวที่ได้ยินก็หันมามองที่รีออนก่อนจะก้มหัวขอโทษราวกับเด็กน้อย“ขออภัยเจ้าค่ะ.. เจ้าแบล็กกับเจ้าบราวน์ ข้าเลี้ยงมันตั้งแต่เด็กๆเลยเจ้าค่ะ ไม่คิดเลยว่าพวกมันทั้งสองตัวจะหาข้าพบ... เซอร์ไพรส์จริงๆเลยเจ้าค่ะ” เธอกล่าวพร้อมกับลูบหัวม้าทั้งสองอย่างอบอุ่น โดยที่ม้าทั้งสองทำสีหน้าไม่พอใจใส่รีออน เหมือนมันจะบอกประมาณว่าขัดความสุขของมันยังไงอย่างนั้น ส่วนรีออนก็คิ้วกระตุก และอยากจะกระโดดเตะมาสองตัวนี้จริงๆ“เห้อ.. ช่างเถอะ ในเมื่อพวกเจ้าได้รถม้าแล้ว ข้าว่าเราก็ตกลงแยกจากกันตรงนี้ก็แล้วกัน” รีออนพูดออกมา ก่อนจะหญิงสาวทั้งสามจะซุบซิบอะไรกันสักอย่าง น่าจะอารมณ์เหมือนว่าปรึกษาเกี่ยวกับการเดินทาง และพวกเธอก็ได้ความเห็นที่ตรงกันว่าจะกลับไปเมืองเลบานอลก่อน เพราะถ้าจะเดินทางไปยังเมืองซาทารอส โดยไร้ซึ่งผู้คุ้มกันมันอันตรายเกินไป ขนาดมีผู้ติดตามมาเป็นสิบยังถูกฆ่าตายเสียหมด ถึงแม้ว่าจะมีชายคนนี้คนเดียวที่เป็นผู้คุ้มครองพวกเธอ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะนะ แล้วอีกอย่างกว่าจะเดินทางไปถึงเมืองซาทารอสอีก 2 วันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากพวกเธอไปกันเพียงแค่สามคน และการกระทำที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ ก็คือกลับเมืองของตัวเองก่อน แล้วค่อยเดินทางทีหลังก็ยังไม่สาย แคทเทอรีนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก่อนท่านผู้มีพระคุณ... แม้ว่าพวกข้าจะได้รถม้าคืนมาแล้ว แต่ข้อตกลงของเรายังคงเดิมเจ้าค่ะ” เธอรีบกล่าวออกไป เพราะท่าทางของเขาเหมือนกำลังจะเริ่มออกวิ่งไปข้างหน้า รีออนที่ได้ยินก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดถามออกไปด้วยความสงสัย“แล้วพวกเจ้าไม่ไปเมืองซาทารอสแล้วหรือ..” รีออนถามออกไปด้วยสีหน้ามึนงง ก่อนที่จะคิดขึ้นมาได้ว่าผู้หญิงสามคนนี้เดินทางกันเองมันคงจะดูไม่ปลอดภัย แล้วยิ่งรถม้าที่ชวนให้เข้ามาปล้นนั่นอีก แต่เขาก็ไม่ได้เสียเวลา แล้วถ้ากลับเมืองนั้นไปอีกก็ไม่รู้จะเป็นอะไรหรือไม่ แคทเทอรีนที่เห็นอย่างนั้นก็เลยอธิบายให้กับรีออนฟัง“เออ.. คือว่าข้าไม่ได้จะเดินทางไปเมืองซาทารอสแล้วเจ้าค่ะ พอมาคิดดูดีๆแล้ว ถึงข้าจะเดินทางไปถึงที่เมืองนั้นได้อย่างปลอดภัย แต่ขากลับข้าเองก็เสี่ยงอยู่ในระดับหนึ่ง หรือจะจ้างคนคุ้มกัน แต่ก็ไม่สนิทใจเท่ากับคนของตัวเองน่ะเจ้าค่ะ” เธออธิบายเหตุผลของเธอ ก่อนที่จะก้มหน้าลงเล็กน้อย“ฮ่าๆ เจ้านี่ตลกจังเลยนะ.. เจ้าไม่ไว้ใจคนอื่น แล้วยังจะให้ข้าที่เป็นใครไม่รู้เดินทางไปกับพวกเจ้าอีก คำพูดของเจ้ามันขัดแย้งกันยังไงชอบกล” รีออนหัวเราะออกมา ในขณะที่หญิงสาวก็ทำหน้าตาดูเหมือนว่ามันก็เป็นจริงอย่างที่ชายคนนี้ได้กล่าว แต่ถ้าจะให้เลือกก็ขอเลือกคนที่ช่วยชีวิตพวกเธอจะดีกว่าคนอื่น เธอจึงตอบกลับไปอย่างจริงจัง “จริงๆพวกข้าเองก็ไม่ได้ไว้ใจท่านสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เทียบกับคนอื่นๆที่ข้าไม่รู้จัก.. ข้าขอเลือกท่านจะดีกว่า ถึงท่านจะอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็สามารถจัดการกับเหล่าโจรป่านับสิบได้ ข้าคิดว่าข้าน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง... การเดินทางกับท่านจึงถือว่าคู่ควรที่สุดเท่าที่ข้าจะนึกออกแล้วในตอนนี้ แต่ถ้าท่านคิดที่จะทำร้ายหรือข่มเหงข้า ท่านก็คงจะทำมันนานแล้ว ถึงท่านจะปล่อยให้เราตายใจ และคิดว่าท่านเป็นมิตรแล้วค่อยลงมือ ก็ถือว่าพวกข้าโชคร้ายเองก็แล้วกัน... ยังไงถ้าไม่มีท่านมาช่วยในตอนนั้นข้าก็คงไม่ได้มายืนอยู่นี่ข้าได้ตัดสินใจแล้ว.. โปรดช่วยคุ้มกันพวกข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ” เธอพูดให้เหตุ และผลอย่างสุดความสามารถของเธอแล้ว และเมื่อพูดจบเธอก็ได้แต่ก้มหัวขอร้องเขาอยู่อย่างนั้น เมื่อสาวใช้ทั้งสองเห็นเจ้านายของตัวเองก้มหัวขอร้องชายหนุ่มคนนั้น พวกเธอก็ก้มหัวลงบ้างแล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า “โปรดช่วยเหลือพวกข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ” รีออนที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา มันจะมีสักกี่คนในโลกใบนี้ที่ฉลาดเท่านางคนนี้ รู้จักวิธีการพูด ถ้ายังเป็นคนปกติสามัญทั่วๆไปอย่างคนในโลกก่อนของเขาก็ต่างจะต้องช่วยเหลืออย่างแน่นอน หรือต่อให้เป็นโจรที่เง่าที่สุดก็ยังมองออกเลย ว่าหากช่วยเหลือพวกเธอจนตลอดรอดฝั่ง ยังไงก็ตามเขาจะได้ทั้งเงิน และใจของผู้หญิงพวกนี้อีกด้วย“ข้าขอเอ่ยชมเจ้าหน่อยก็แล้วกัน นับว่าเป็นผู้หญิงที่ฉลาดหาตัวจับได้ยากในดินแดนแห่งนี้จริงๆ เอาเถอะ ข้าจะช่วยเหลือพวกเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน คิดซะว่ามันเป็นโชคชะตา วาสนา ฟ้าประทานก็แล้วกันที่พวกเจ้าได้มาพบเจอคนอย่างข้า” จากนั้นเขาก็มาหยุดตรงที่หญิงสาวตรงนี้ และยิ้มให้กับเธอ“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ท่านผู้มีพระคุณ เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ” แคทเทอรีนกล่าวขอบคุณ และเชิญเขามายังที่นั่งคนคุมรถม้า แต่รีออนที่เดินตามมากลับยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัวอีกครั้ง และก็เอ่ยขึ้นมาว่า“ขอโทษด้วย... พอดีว่าข้าขี่ม้าหรือบังคับรถม้าไม่เป็นน่ะ แฮร่ๆ” เขาหัวเราะออกมา พร้อมกับหน้าของทั้งสามสาวจะกลายเป็นเอิ่มอะไรประมาณนั้น และการเดินทางที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ปรากฏขึ้นมา โดยที่แคทเทอรีนเป็นผู้คุมม้า ข้างๆของเธอมีชายหนุ่มแปลกหน้านั่งอยู่ ส่วนอีกสองสาวใช้นั้นสบายสุดๆ เพราะพวกเธอนั่งกันอยู่ในรถม้า เพราะว่ามีแคทเทอรีนคนเดียวที่สามารถบังคับม้าได้ คนอื่นขับไม่เป็นกันสักคน ระหว่างทางแคทเทอรีนผู้น่าสงสาร ก็บังคับรถม้าให้วิ่งไปตามทางอย่างตั้งใจ โชคยังดีที่ม้าทั้งสองเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ จึงได้ไม่ต้องบังคับอะไรมาก เพียงแค่ถือเชือกไว้เฉยๆ รีออนที่เห็นก็เลยอาสาถือเชือกให้ แล้วให้เธอออกคำสั่งม้าของเธออย่างเดียวก็พอ ระหว่างทางพวกเขาก็ผ่านอะไรจุดที่เป็นธรรมชาติสวยงามมากมาย และมันเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่เธอไม่เคยได้สัมผัส เธอชอบมันมาก จนกว่าจะถึงจุดที่คนส่วนใหญ่ใช้พักผ่อนกัน ก็ปาเข้าไปจะมืดค่ำแล้ว มันทำให้ทั้งรีออน และแคลเทอรีนเริ่มเปิดใจคุยกันอย่างอื่นบ้างแล้ว นับว่าก็สนิทอยู่ในระดับหนึ่ง เมื่อรถม้าจอดลง ตัวแคทเทอรีนก็เข้าไปยังรถม้าของเธอเพื่อที่จะเปลี่ยนชุด และเช็ดตัวที่เหนียวของเธอจากการบังคับรถม้าทั้งบ่ายนี้ รีออนก็ไม่ได้อยู่เฉยเข้าออกไปหาอาหาร และแน่นอนว่าเขาไปไม่ถึง 30 วินาทีก็ได้กระต่ายมาสองตัวแล้ว และมันคืออาหารเย็นของวันนี้ รีออนเริ่มที่จะจุดไฟ และทำการย่างเนื้อในทันที แต่ในเวลาไล่ๆกันนั้นเอง มีกลุ่มนักผจญภัยเองก็มาตั้งเต้นกันใกล้ๆนี้ พวกเขามาแนะนำตัวกับกลุ่มของรีออน ประกอบไปด้วย ชาย 2 หญิง 2 และรีออนก็ทักทายกลับไปอย่างมีมารยาทเช่นกัน จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันอยู่ส่วนของใครของมัน และเหตุที่ต้องมาแนะนำตัวกันก่อน ที่ในตอนแรกรีออนก็สงสัยว่าจู่ๆจะมาทักทายกันทำไม แต่แคทเทอรีนได้กล่าวออกไป กลางคืนนั้นเป็นเวลาที่อันตราย ถึงสถานที่ตรงนี้จะเป็นจุดตั้งค่ายพักแรมก็จริง แต่มันก็ยังมีสัตว์ป่าอยู่บ้าง ถ้าหากเกิดสัตว์อสูรดุร้ายบุกเข้ามาก็สามารถวิ่งมาขอความช่วยเหลือกันและกันได้ โดยที่จะไม่ได้คิดว่าบุคคลนั้นๆเป็นโจรป่า จะได้ไม่เข้าใจผิดทำร้ายกันเองก็ประมาณนั้น และแน่นอนว่ามันเป็นความรู้ใหม่ของรีออนจริงๆ