ความดุดันของวอนจอง ทำให้ทุกคนนิ่งงัน แม้แต่หรั่งซึ่งเป็นคนนอก ก็ไม่เว้น เขาจึงเริ่มหวาดระแวง และมองสาวสวยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ เธอเป็นใครกันนะ ทำไมถึงดูทรงอำนาจจัง หรือว่าเธอจะเป็น….หัวหน้ากลุ่ม ”
หลังจากวอนจองกำราบคู่อาฆาตต่างวัยเสร็จ เธอก็เริ่มรู้ตัวว่าแสดงออกเกินเบอร์ จึงรีบกลับมาคีบลุคดังเดิม ด้วยการหันหน้ามาทางหรั่ง แล้วก้มหัวจนเกือบถึงเข่า เพื่อขออภัย
“ ขอโทษด้วยค่ะที่พวกเราเสียมารยาท ”
หรั่งตกตะลึง เพราะไม่คิดว่าแม่เสือสาวเมื่อครู่ จะกลายเป็นนางงามที่แสนสุภาพปานนี้ แต่ในขณะที่จะออกปากว่า….ไม่เป็นไร ดวงตาก็พลันประสบกับบางอย่างที่น่าอภิรมย์ นั่นก็คือ……ร่องอกขาวผ่องที่ลอดผ่านปกเสื้อคอกลมของเจ้าหล่อน
“ นะ..นั่นมัน ทำไมถึงขาวเนียนขนาดนี้ แถมยังกลมกลึงได้รูปทรงอีก สะ…สุดยอด ”
แน่นอนว่าวอนจองย่อมไม่เฉลียวใจว่าหรั่งคิดอะไร เพราะเธอรู้สึกผิดจากใจจริง และอยากให้หนุ่มหล่อให้อภัย เลยลืมระวังตัว ปล่อยให้ปกเสื้อตกลง แต่พอเวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ยูมิโกะก็อ่านสถานการณ์ออก จึงสะกิดสีข้างของสาวรุ่นพี่
“ พี่วอนจอง เลิกก้มหัวได้แล้ว ”
“ ไม่ พี่ต้องก้มหัวต่อไป เพราะคุณหรั่งยังไม่อภัยให้เราเลย” วอนจองเสียงแข็งใส่สาวรุ่นน้อง เพื่อแสดงเจตจำนงที่มุ่งมั่นออกมา
“ อะ..เอ่อ….ไม่ใช่แบบนั้น ”ยูมิโกะเองก็กระอักกระอ่วนใจเป็นที่สุด เพราะถึงแก่นแก้วยังไง เธอก็เป็นเพียงเด็กสาววัย13 เลยมองไปที่อัลเบิร์ต หวังให้ผู้อาวุโสเตือนวอนจอง แต่บุรุษตาสีเหล็กกลับหันหลังให้ ประมาณจะบอกว่า…..เรื่องของสาวๆ พวกเจ้าจัดการกันเองเถอะ
“ อ่า….ผมไม่ถือสาครับ เอ่อ…คุณวอนจองอย่าคิดมากไปเลย ” เหมือนหรั่งยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง เขาเลยถีบอารมณ์หื่นออกจากจิตใจ แล้วรีบให้อภัย คุณเธอจะได้เลิกเป็นดาวยั่วแบบไม่ได้ตั้งใจซักที
พอสิ้นคำของหรั่ง วอนจองก็รีบเงยหน้าขึ้นมา มุมปากเผยรอยยิ้มยินดี จากนั้นก็ผงกหัวขึ้นลงเบาๆอีกสองสามที
“ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ ”
“ อ่า…ไม่เป็นไรครับ เลิกคิดมากได้แล้ว ฮะ ฮะ ฮะ…..” หรั่งหัวเราะแห้งๆ ในใจนึกเวทนาความมากมารยาทของอีกฝ่าย แต่ยูมิโกะกลับเกิดอาการแข็งเกร็งอีกครั้ง ด้วยสองตาดันไปประสบกับเป้ากางเกงที่ปูดโปนของหนุ่มหล่อ และนั่นก็ทำให้สาวน้อยเริ่มว้าวุ่น
“ ว้าย ว้าย ว้าย อาวุธประจำกายของพี่ชายลุกชูชันอีกแล้ว ทะ…ทำไมถึงใหญ่ปานนี้ นี่ขนาดเพิ่งฟื้นตัวนะเนี่ย เอ๊ะ! ไม่สิ จะมามัวหลงใหลได้ปลื้มทำไม เราต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้สิ เพราะถ้าพี่วอนจองได้เห็นมัน มีหวังช็อกจนล้มทั้งยืนอย่างแน่นอน ”
“ เอ๊ะ! ทำไมยูมิโกะถึงได้มองเราแบบนั้น หรือว่า…..”หรั่งเองก็สำเหนียกถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน จึงก้มลงมองร่างกายของตัวเอง ทำให้พบกับอนาคอนด้าอวบใหญ่ที่แทบจะดันตัวทะลุบ็อกส์เซอร์สั้นเต่อ
“ จ้าก…..ตายแล้ว เป็นเพราะความขาวของคุณวอนจอง เลยทำให้น้องชายปึ๋งปั๋งขึ้นมา ไม่ได้การ ต้องรีบทำให้มันหดตัวก่อนที่เธอจะเห็น ” หรั่งตกใจสุดขีด แต่เขาเองก็หมดหนทางเช่นกัน เพราะถ้ามังกรร้ายของบุรุษเพศตื่นตัวเมื่อไหร่ มันก็ยากจะสงบ
และในวินาทีดับจิตนั้นเอง ได้มีพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามากู้สถานการณ์ คนผู้นั้นก็คือ…อัลเบิร์ต เขาตรงดิ่งมาที่หรั่ง และโยนผ้าห่มผืนใหญ่ให้หนุ่มหล่อใช้ปิดบังเจ้าน้องชาย
“ เอ้า…..รับนี่ไป เจ้าอาจจะหนาว ”
“ โอ้………ขอบคุณมาก พี่ชายมาดขรึม ชั้นรอดพ้นจากข้อหาไอ้โรคจิตแล้ว ” หรั่งร้องเฮอยู่ในใจ พลางมองบุรุษตาสีเหล็กด้วยแววขอบคุณ ส่วนยูมิโกะที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็แอบโล่งอก
“ เฮ้อ…..ค่อยยังชั่ว ลุงอัลเบิร์ตสมกับเป็นผู้อาวุโสเลย แก้สถานการณ์ได้เฉียบมาก ”
ทันทีที่เหตุวุ่นๆผ่านพ้นไป ทุกคนก็หันกลับมาสนใจในประเด็นสำคัญ นั่นก็คือ…..
“ ตกลงพวกคุณเป็นใคร แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ ” หรั่งเริ่มต้นด้วยคำถาม และนั่นก็เป็นสิ่งที่ติดค้างในใจมาตลอด
สามสหายนิ่งไปชั่วขณะ เพราะต่างฝ่ายต่างตรึกตรองถึงคำตอบ ก่อนที่สองสาวจะโยนหน้าที่แถลงไขให้อัลเบิร์ต ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตัวจริง แต่บุรุษตาสีเหล็กดันถามกลับ
“ หนุ่มน้อย เจ้ารู้สึกผิดปกติทางร่างกายบ้างมั้ย ”
ถ้อยคำของอัลเบิร์ต ทำให้หรั่งรู้สึกแปลก เพราะฟังจากสำนวน มันน่าจะออกมาจากปากของชายชราที่มีวัย60 ปีขึ้นไป ซึ่งแก่กว่ารูปลักษณ์ของบุรุษผู้นี้มากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ต้องสนใจ หนุ่มหล่อจึงตอบคำถามไปตามจริง
“ เอ่อ….ถ้านอกเหนือจากเจ็บปาดตามร่างกาย และอ่อนเพลีย ก็ไม่มีนะ ”
“ แล้วมีอาการปั่นป่วนในช่องท้องหรือไม่ ”อัลเบิร์ตถามต่อ ด้วยสำนวนที่เป็นทางการสุดๆ
“ ไม่นะ ท้องไส้ของผมก็ปกติดี ” หรั่งเริ่มงงหนักกว่าเดิม แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ เพื่อรอคอยคำตอบที่ตนตามหา
“ แล้วเจ้ามีอาการ…อยากรับประทานโลหิตหรือไม่” คราวนี้ อัลเบิร์ตนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปิดปาก และนั่นก็ทำให้หรั่งสตั้นไปอึดใจ เพราะไม่เข้าใจคำถามของบุรุษตาสีเหล็ก
“ เอ…….ทำไมพี่ชายคนนี้ถึงถามแบบนั้น หรือเขาจะคิดว่าเราเป็นผีปอบ ใครมันจะไปชอบกินของแบบนั้น”
“ ว่ายังไง เจ้ากระหายโลหิตหรือไม่ ” อัลเบิร์ตเห็นหรั่งเงียบอยู่นาน จึงทวงถาม สีหน้าแลเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
“ อะ…อ่อ มะ…ไม่ครับ ผมไม่ได้อยากกินเลือด เอ๊ะ! ไม่ใช่ ผมไม่อยากทานโลหิต ” หรั่งดึงสติกลับมาได้สำเร็จ เลยตอบกลับ แต่เขากลัวอีกฝ่ายจะมองว่าเสียมารยาท จึงพยายามพูดแบบเป็นทางการบ้าง
สีหน้าของอัลเบิร์ตดูคลายอาการเข้มขึงลง แต่มันก็เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจริงๆ เพราะมาดของบุรุษตาสีเหล็กนั้นก็ขรึมอยู่ตลอด และในที่สุด ผู้อาวุโสก็เข้าสู่ประเด็นใหม่ ด้วยการกล่าวยินดี
“ ยินดีด้วย หนุ่มน้อย เจ้าไม่ได้กลายพันธุ์ ซึ่งยากเหลือเกินที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเจ้าจะรอดพ้นคมเขี้ยวของพวกมันได้ ”
ถ้าเป็นเมื่อวาน หรั่งคงหัวเราะก๊าก เพราะได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงผีดูดเลือด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ แต่ในนาทีนี้ เขาแทบจะขำไม่ออก ด้วยเพิ่งประสบกับอมนุษย์พวกนั้นมาหมาดๆ
“ แสดงว่า…เจ้าพวกนั้นมีอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่นิทานปรัมปรา หรือเรื่องโกหกที่นักเขียนไส้แห้งชอบรรเลงให้ผู้คนได้อ่าน ” หรั่งทวนคำ สีหน้าแลเคร่งเครียด อัลเบิร์ตจึงทิ้งช่วงให้หนุ่มหล่อทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“ คำถามต่อมาก็คือ…เจ้ารอดมาได้ยังไง เพราะต่อให้เป็นมนุษย์ที่เก่งกล้าแค่ไหน ก็ไม่น่าจะสู้กับพวกมันได้ ”
หรั่งยิ้มปลอบใจตัวเองนิดนึง ก่อนจะทบทวนถึงความทรงจำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แล้วเล่าเรื่องราวให้สามสหายฟังจนหมดเปลือก
…………………………
“ โห……พี่ชายนี่ไม่เบาเลยแฮะ ”ยูมิโกะเป็นคนแรกที่แสดงความชื่นชม ส่วนวอนจองนั้นยกสองมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเรียวดูโตกว่าปกติ ประมาณว่าจะตื่น มีเพียงอัลเบิร์ตที่นิ่งสงบ กระนั้นบุรุษตาสีเหล็กก็ยังกล่าวชม ซึ่งยากจะออกมาจากปากของคนผู้นี้
“ เจ้ามีสติที่เข้มแข็งมาก และประกอบไปด้วยไหวพริบปฏิภาณ แถมยังกล้าหาญ ยึดมั่นคุณธรรม ”
“ อะ…เอ่อ…มะ…ไม่ถึงขะ…ขนาดนั้นมั้ง ” หรั่งเริ่มเขิน เพราะถูกอีกฝ่ายเยินยอ ในใจแอบขบคิด
“ ฮะ ฮะ ฮะ ตาอัลเบิร์ตนี่จริงๆเลย เห็นหน้าเข้มๆแบบนี้ แต่พอถึงบทจะยอ ก็ชวนให้เคลิ้มเลยนะเนี่ย ”
“ ไม่หรอก พี่ชายโคตรเก่งเลย ทั้งที่เป็นแค่คนธรรมดา ยังเล่นงานพวกมันได้ถึงขนาดนั้น น้อยคนนักที่จะทำแบบนี้ได้ ” ยูมิโกะเข้ามาผสมโรง พร้อมแสดงความสนิทสนมด้วยการโดดกอดแขน ทำให้หรั่งเคลิ้มหนักกว่าเดิม
“ ว้าว….ยังเด็กแท้ๆ แต่ทำไมถึงไวไฟนัก แถมไอ้ที่ถูแขนเราอยู่นี่ใช่….น่มน้มของเธอมั้ย ช่างนิ่มดีเหลือเกิน ”
แต่ก่อนที่หรั่งจะเตลิดหนักจนกู่ไม่กลับ เขาก็เหลือบไปเห็นสีหน้าที่ฉายแววเคลือบแคลงของวอนจอง หนุ่มหล่อจึงรีบเก็บอาการ พร้อมดึงเด็กสาวออก
“ เอ่อ ฮะ…แฮ่ม น้องสาวช่วยถอยไปก่อน พี่ชายกำลังบาดเจ็บอยู่ ”
“ ว้าว……พี่นี่นอกจากหล่อ แล้วยังโคตรจะสุภาพบุรุษอีก ” ทว่าน้ำคำของหรั่งกลับให้ผลตรงกันข้าม เพราะแทนที่เด็กสาวจะถอยห่าง กลับร้องเหวอเป็นการใหญ่ จากนั้นก็โดดเข้ามากอดทั้งตัว
“ จ้าก….นางโดดเข้ามาอีกแล้ว คราวนี้หนักกว่าเดิมอีก มันอึดอัดจนจะทำให้หนูน้อยของเราระเบิดแล้วนะ ” หรั่งร่ำร้องในใจ แต่มันก็เป็นความทรมานที่เปี่ยมสุขอย่างประหลาด
ทว่าหนุ่มหล่อหลงอยู่ในวิมานได้ไม่นาน อัลเบิร์ตก็เข้ามาขัดจังหวะ ด้วยการดึงคอเสื้อด้านหลังของยูมิโกะ แล้วยกเด็กสาวขึ้นมา อันเป็นท่าทางที่ดูคล้ายเจ้าของกำลังดึงลูกแมวซนๆ
“ เลิกล้อเล่นกันได้แล้ว เด็กน้อย ข้าอยากจะคุยกับท่านหรั่งมากกว่านี้ ”
“ ว้า….ลุงนี่ก็ ดันมาห้ามกันซะได้ ชั้นยังแกล้งพี่ชายไม่หนำใจเลย ”ยูมิโกะทำตาละห้อย ทำให้รู้ว่าที่เธอแสดงเมื่อครู่ น่าจะมุ่งหวังให้หรั่งจุกอกจนพูดไม่ออกมากกว่า
อัลเบิร์ตส่ายหัวด้วยความระอา ก่อนจะวางเด็กสาววัย 13 ลงบนเก้าอี้นวม แล้วกลับมาประจำตำแหน่งของตัวเอง ส่วนวอนจองเองก็เกือบจะโผเข้าหาหรั่งอยู่เหมือนกัน เพราะแอบปลื้มกับการกระทำที่ออกแนวฮีโร่ของหนุ่มหล่อ สองแก้มเริ่มแดงก่ำและร้อนผ่าว
“ว้า……น่าเสียดายที่ไม่ได้ผสมโรงตามน้องยูมิโกะ แต่ถ้าทำแบบนั้นจริง ก็ดูจะน่าอายเกินไป ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
