หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่มหาวิทยาลัยวันนั้น และเป็นครั้งแรกที่จูเสี่ยวลี่ได้เจอหน้ากับเจี่ยหลิงหรง ทำให้จูเสี่ยวลี่จำได้ในทันทีว่าเจี่ยหลิงหรงคือผู้หญิงในความฝันที่เป็นคนรักใหม่ของเสิ่นต้าไห่ที่ผลักเธอไปให้รถชน ก่อนที่เธอจะตื่นจากความฝันแล้วหันมาทุ่มเทความรักให้กับซ่งหย่วนเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต
ในความฝันจูเสี่ยวลี่ไม่รู้ว่าเสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงไปรู้จักกันได้อย่างไร รู้แค่ว่าเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้เสิ่นต้าไห่ทรยศและหักหลังเธอ และสุดท้ายพวกเขายังทำให้เธอเสียชีวิตไปอีก
ในเมื่อตอนนี้จูเสี่ยวลี่ได้พบกับเจี่ยหลิงหรงอีกครั้ง และจากการสังเกตที่เธอเห็นเจี่ยหลิงหรงล้มไปทับอยู่บนตัวของเสิ่นต้าไห่ จูเสี่ยวลี่ก็มั่นใจแล้วว่าครั้งนี้เสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงยังไม่รู้จักกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอต้องหาทางป้องกันและจะไม่ยอมให้พวกเขามาทำร้ายเธอได้อีก จูเสี่ยวลี่จึงเล่าความฝันให้สามีฟังอีกครั้ง
ส่วนการเดินทางมารื้อฟื้นสัญญาแต่งงานของคุณย่าเจี่ยเป็นสิ่งที่จูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนไม่คาดคิดมาก่อน และพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจุดเปลี่ยนมันมาจากตรงไหนที่ทำให้เจี่ยหลิงหรงต้องการแต่งงานกับซ่งฉือเหล่ยหรือไม่ก็ซ่งหย่วน แทนที่หล่อนจะพบรักกับเสิ่นต้าไห่
“คุณย่าเจี่ยคงอยากได้คุณไปเป็นหลายเขยมากเลยนะคะ” หลังจากที่คุณปู่ซ่งไล่คุณย่าเจี่ยกลับไป ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน สองสามีภรรยาจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
“อยากได้แล้วจะยังไงล่ะครับ ผมรักภรรยาของผมคนเดียว คนอื่นผมไม่สนใจหรอก” ซ่งหย่วนกอดภรรยาพร้อมกับพูดอย่างไม่เข้าใจ “จากที่คุณเล่าความฝันให้ผมฟัง ไม่ใช่ว่าเสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงเป็นคู่รักที่แอบคบกันลับหลังคุณหรอกเหรอ แล้วทำไมตอนนี้หล่อนหันมาสนใจพี่ฉือเหล่ยกับผมแทนล่ะ อีกอย่างเท่าที่ผมสังเกตดู วันนั้นเสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงดูไม่เหมือนคนรู้จักกันมาก่อนเลยนะ”
“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ หรือเป็นเพราะฉันไม่ได้เลือกเสิ่นต้าไห่เหมือนในความฝัน เหตุการณ์ต่างๆ มันก็เลยเปลี่ยนไปหมด” จูเสี่ยวลี่ก็ไม่เข้าใจในจุดนี้เช่นกัน
“อาจเป็นไปได้ แต่ยังไงก็เถอะ ผมคิดว่าคุณย่าเจี่ยกับคุณลุงเจี่ยเยี่ยคงไม่ตัดใจจากเรื่องนี้ง่ายๆ พวกเขาคงทำทุกวิธีเพื่อให้เจี่ยหลิงหรงแต่งเข้าตระกูลซ่งให้ได้” ซ่งหย่วนนวดขมับอย่างปวดหัว “ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ รู้ทั้งรู้ว่าผมแต่งงานแล้วยังอยากจะได้ผมไปเป็นหลานเขย แม้แต่พี่ฉือเหล่ยที่ไม่เคยมีความคิดเชิงชู้สาวกับเจี่ยหลิงหรง พวกเขาก็ยังคิดที่จะจับคู่พี่ฉือเหล่ยกับเจี่ยหลิงหรงให้ได้อีก หรือภายใต้สัญญาแต่งงานของสองตระกูล พวกเขายังหวังผลประโยชน์อย่างอื่น”
“ที่รักคะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนพวกเขาคงคิดว่าเป็นตระกูลซ่งของเราที่ต้องการแต่งงานเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ อีกอย่างคุณจำที่พี่ฉือเหล่ยบอกไม่ได้แล้วเหรอคะว่าคุณลุงเจี่ยเยี่ยถูกให้ลาออกจากงานแล้ว อีกทั้งตอนนี้คุณลุงเจี่ยหย่งก็ตัดขาดความสัมพันธ์ สถานการณ์การเงินของพวกเขาก็คงไม่ดีเท่าไหร่ ฉันคิดว่าคงเพราะเหตุผลนี้ที่ทำให้คุณย่าเจี่ยกับคุณลุงเจี่ยเยี่ยคิดที่จะใช้สัญญาหมั้นหมายเพื่อให้สองตระกูลได้กลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นต่อให้คุณปู่กับคุณย่าซ่งไม่อยากช่วย แต่เมื่อได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้วคุณปู่กับคุณย่าก็คงต้องช่วยเหลือตระกูลเจี่ยอย่างช่วยไม่ได้”
“ไม่มีเงินก็ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองสิ จะมาหวังสบายด้วยการแต่งงานเนี่ยนะ คุณลุงเจี่ยเยี่ยดูจะไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว” ซ่งหย่วนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ในเมื่อตอนนี้เสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงยังไม่รู้จักกัน เรามาทำให้พวกเขารู้จักกันดีไหม เจี่ยหลิงหรงจะได้ไม่มายุ่งกับเราอีก”
“ฉันคิดว่าต่อให้เราไม่สร้างสถานการณ์ให้พวกเขารู้จักกัน แต่ดูจากท่าทางของเสิ่นต้าไห่ ฉันคิดว่าเสิ่นต้าไห่คงถูกใจเจี่ยหลิงหรงเข้าแล้วล่ะค่ะ แต่ที่เขาพูดเข้าข้างฉันวันนั้นก็แค่อยากให้ตัวเองดูดีในสายตาเพื่อนนักศึกษา คุณไม่ได้ยินที่เพื่อนนักศึกษาหลายๆ คนยกย่องการกระทำของเขาบ้างเหรอคะ”
“ผมได้ยินมาบ้างเหมือนกัน” ซ่งหย่วนเบ้ปาก “เสิ่นต้าไห่ทิ้งนิสัยเดิมไม่ได้จริงๆ เมื่อก่อนตอนที่เรายังอยู่ที่หมู่บ้าน เขาก็สร้างข่าวลือทำให้ชื่อเสียงคุณเสียหาย มาคราวนี้เขายังใช้วิธีการเดิมๆ เพื่ออาศัยข่าวลือทำให้ตัวเองดูมีความคิดสูงส่ง เขาไม่คิดว่าจะมีคนมาเปิดโปงความคิดของเขาเลยหรือไง”
“ที่รักคะ ตอนนี้นอกจากเรื่องการแต่งงานของสองตระกูลแล้ว เรายังต้องระวังเสิ่นต้าไห่กับเจี่ยหลิงหรงด้วยนะคะ คุณกับพี่ฉือเหล่ยต้องระวังตัวเองให้ดีนะ” จูเสี่ยวลี่เตือนสามีอย่างกังวล
“ผมจะไม่ยอมให้ใครมาวางแผนร้ายกับผมแน่ ส่วนพี่ฉือเหล่ยผมก็จะช่วยเตือนเขาอีกที เพราะดูจากคราวที่แล้วพี่ฉือเหล่ยดูเหมือนจะชื่นชมความมีคุณธรรมของเสิ่นต้าไห่มากทีเดียว” ซ่งหย่วนกอดภรรยา “ลี่ลี่...ไม่ว่าในความฝันคุณจะเจอเรื่องร้ายอะไรมา ผมสัญญาว่าตอนนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณนะคะที่รัก” จูเสี่ยวลี่กอดตอบสามี “ฉันเชื่อคุณ”
หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่มหาวิทยาลัยวันนั้น เสิ่นต้าไห่ก็ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมีเกียรติ เพื่อนักศึกษาที่เคยพูดจาดูถูกว่าเขาเป็นเพียงนักศึกษายากจนก็ยังหันมาทำดีกับเขา หรือแม้แต่เพื่อนนักศึกษาหญิงต่างก็หันมาให้ความสนใจเขาเช่นกัน
นักศึกษาหญิงบางคนถึงกับเขียนจดหมายมาสารภาพรักกับเขาก็มี แต่เสิ่นต้าไห่ผู้แสนจะเจ้าชู้กลับไม่สนใจผู้หญิงคนไหน เพราะในใจของเขาเวลานี้คิดถึงแต่เจี่ยหลิงหรง ทั้งเขายังพยายามสืบดูว่าเจี่ยหลิงหรงเรียนอยู่ที่ไหน และมีพื้นฐานครอบครัวเป็นอย่างไร
บังเอิญมีสหายคนหนึ่งที่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมของเจี่ยหลิงหรงเรียนอยู่ในคณะเดียวกับเขาด้วย เสิ่นต้าไห่จึงได้รู้ถึงภูมิหลังครอบครัวของเจี่ยหลิงหรงทั้งหมด
“ตระกูลเจี่ยเป็นตระกูลของนายทหารที่รับใช้ชาติมาอย่างกล้าหาญ ฉันเคยได้ยินมาว่าคุณปู่ของเจี่ยหลิงหรงเคยรบชนะในสงครามสำคัญหลายครั้ง จนท่านผู้นำเคยมอบเหรียญกล้าหาญให้ด้วยตัวเองเลยนะ” หวังซานทำท่าคิด “แต่คุณพ่อกับคุณอาของเจี่ยหลิงหรงกลับไม่เดินตามรอยคุณปู่ที่เข้ารับราชการทหาร คุณพ่อของเธอไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งเล็กๆ ในกรมโยธา ส่วนคุณอาของเธอก็ไปทำงานด้านสาธารณสุข”
“แล้วตระกูลเจี่ยของพวกเขาร่ำรวยมากไหม” เสิ่นต้าไห่ถามอย่างสนใจ
“ตระกูลที่มีชื่อเสียงขนาดนั้นจะไม่รวยได้ยังไงกัน” หวังซานยิ้มให้สหายอย่างรู้ทัน “นายชอบเจี่ยหลิงหรงเข้าแล้วล่ะสิ ก็นะ...หล่อนออกจะสวยและดูดีขนาดนั้น เมื่อก่อนตอนยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม นายเชื่อไหมว่าหล่อนได้รับจดหมายสารภาพรักทุกวันแต่หล่อนก็ยังไม่ยอมใจอ่อนกับใครเลยสักคน”
“ทำไมล่ะ หรือว่าหล่อนมีใครในใจแล้ว” เสิ่นต้าไห่รีบถาม
“ก็ไม่เชิง ฉันเคยได้ยินมาว่าตระกูลเจี่ยมีสัญญาแต่งงานอยู่กับตระกูลซ่ง บางทีที่เจี่ยหลิงหรงไม่ยอมตอบรับความรักจากใครคงเพราะหล่อนถูกใจคุณชายจากตระกูลซ่งเข้าแล้ว” หวังซานก็เป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่ เขาจึงพอจะรู้เรื่องของตระกูลเจี่ยกับตระกูลซ่งอยู่บ้าง “นายเคยได้ยินชื่อซ่งฉือเหล่ยกับซ่งหย่วนหรือเปล่า”
“พวกเขาเป็นนักศึกษาจากคณะแพทย์ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ๆ เป็นสองคนนั้นนั่นล่ะ” หวังซานพูดต่อ “เดิมทีซ่งฉือเหล่ยไม่ใช่คุณชายใหญ่ของตระกูลซ่งหรอก แต่พี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาก็เลยได้ขึ้นเป็นคุณชายใหญ่แทน ส่วนซ่งหย่วนเป็นทายาทตระกูลซ่งที่เพิ่งย้ายมาจากชนบท ฉันคิดว่าซ่งหย่วนคนนี้นายตัดทิ้งไปได้เลย เขาเป็นคู่แข่งของนายไม่ได้หรอก เพราะซ่งหย่วนแต่งงานมีภรรยาแล้ว และภรรยาของเขาดูเหมือน...ดูเหมือนจะชื่อจูเสี่ยวลี่นะ หล่อนก็เรียนอยู่คณะแพทย์เหมือนกัน”
เสิ่นต้าไห่ย่อมต้องรู้จักซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่ดีอยู่แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าซ่งหย่วนที่คนในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าเป็นลูกชายของคนสติไม่ดีกลับได้เป็นถึงคุณชายตระกูลซ่ง ความอิจฉาก่อขึ้นในใจของเสิ่นต้าไห่อีกครั้ง
“นายพอจะรู้เรื่องของตระกูลซ่งไหม” เสิ่นต้าไห่ถาม
“รู้สิ ตระกูลซ่งก็เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเหมือนกัน พวกเขาสืบเชื้อสายมาจากตระกูลแพทย์แผนโบราณ ตอนนี้คุณปู่ซ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนแพทย์แผนจีน แต่ศาสตราจารย์ซ่งเฉิน ซ่งฉือเหล่ย ซ่งหย่วน รวมถึงจูเสี่ยวลี่กลับเลือกเรียนวิชาแพทย์ตะวันตก โดยเฉพาะศาสตราจารย์ซ่งเฉินได้ชื่อว่าเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของประเทศเชียวนะ”
“ไม่มีใครคิดจะสืบทอดวิชาแพทย์แผนจีนเลยเหรอ พวกเขาไม่กลัววิชาของบรรพบุรุษจะสูญหายเหรอ” เสิ่นต้าไห่ถามต่อ
“คุณพ่อกับคุณแม่เล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อไม่นานมานี้นอกจากซ่งหย่วนที่คุณปู่ซ่งเพิ่งรับกลับมาจากชนบท คุณปู่ยังมีหลานชายอีกคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาจากชนบทเหมือนกัน และดูเหมือนหลานชายคนนี้จะมีพรสวรรค์ด้านการแพทย์แผนจีนด้วยนะ เห็นทีตระกูลซ่งคงไม่ขาดผู้สืบทอดแล้วล่ะ แต่ฉันนึกไม่ออกว่าหลานชายคนนั้นชื่ออะไร เอาไว้ฉันจะกลับไปถามคุณพ่อกับคุณแม่ให้ดีไหม”
เสิ่นต้าไห่ส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก หลานชายคนนั้นคงเป็นซ่งเจ๋อ”
“ใช่ๆ ชื่อนี้ล่ะ” หวังซานหันมามองเสิ่นต้าไห่อย่างสงสัย “นายถามฉันเรื่องคนตระกูลซ่ง แต่นายกลับรู้ว่าหลานชายอีกคนของคุณปู่ซ่งชื่อซ่งเจ๋อ ตกลงแล้วนายรู้จักหรือไม่รู้จักคนตระกูลซ่งกันแน่”
“มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญน่ะ เพราะตอนที่ฉันไปใช้แรงงานอยู่ในชนบท ฉันได้รู้จักกับซ่งหย่วนและซ่งเจ๋อพอดี”
“อย่างนั้นก็ดีน่ะสิ” หวังซานยิ้มอย่างดีใจ “นายช่วยแนะนำฉันให้รู้จักพวกเขาหน่อยได้ไหม”
“นายอยากรู้จักพวกเขาไปทำไม” เสิ่นต้าไห่ขมวดคิ้วถาม
“คุณปู่ของฉันเพิ่งล้มป่วยได้ไม่นาน มีหลายคนแนะนำให้ไปรักษาด้วยวิธีฝังเข็มกับคุณปู่ซ่ง แต่จนปัญญาที่เราไม่รู้ว่าจะติดต่อคุณปู่ซ่งได้ยังไง ถ้านายแนะนำให้ฉันรู้จักกับซ่งหย่วนหรือซ่งเจ๋อ บางทีฉันอาจจะไปขอร้องสองคนนั้นให้ช่วยพูดกับคุณปู่ซ่งให้ก็ได้”
“ฉันคงช่วยนายไม่ได้หรอก ถึงฉันจะรู้จักซ่งหย่วนกับซ่งเจ๋อ แต่เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เสิ่นต้าไห่ปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด
หวังซานมองพิจารณาสหายก่อนยื่นข้อเสนอ “เอาอย่างนี้ไหม ฉันรู้ว่านายสนใจเจี่ยหลิงหรง ถ้าฉันช่วยให้นายสมหวังกับเจี่ยหลิงหรง นายต้องแนะนำฉันให้รู้จักกับซ่งหย่วน”
“ตกลง ถ้านายทำให้ฉันคบกับคุณหนูเจี่ยหลิงหรงได้สำเร็จ ฉันจะพานายไปทำความรู้จักกับซ่งหย่วน” เสิ่นต้าไห่แอบยิ้มอยู่ในใจ ‘ขอโทษนะหวังซาน ถ้าฉันกับคุณหนูเจี่ยได้คบกันแล้ว ถึงตอนนั้นฉันยังต้องสนใจคำสัญญาระหว่างฉันกับนายอยู่ไหม’
เมื่อได้รับคำยืนยัน เย็นวันนั้นหวังซานไปดักรอเจี่ยหลิงหรงที่หน้าบ้านตระกูลเจี่ย โดยไม่รู้ว่าหวังซานโน้มน้าวด้วยวิธีใด เจี่ยหลิงหรงตอบรับที่จะไปพบเสิ่นต้าไห่ในคืนนั้นเลย