หลังจากที่ชายชราลึกลับเดินจากไป จางิ่กลับมาพอดีพร้อมกับของกินมากมายเต็มสองแขน สองพี่น้องจึงได้นั่งดูอันดับของผู้ทดสอบแท่นศิลาต่ออีกสักพัก ก่อนจะมีผู้ผ่านเข้ารอบคนแรกออกมาจากป่า ยามนั้นรอบข้างของพวกมัน ต่างก็ส่งเสียงเฮดังสนั่น ราวกับฟ้าจะถล่มลงมา ทุกคนต่างร้องเรียกชื่อของคนผู้นี้เป็เสียงเดียวกัน
"หยางฟง..! หยางฟง.! หยางฟง..!"
เขาเป็เด็กหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสัน ผมสั้นดกดำ สวมชุดผ้าสีแดง ใบหน้าดูคมเข้ม และแฝงไปด้วยความทระนงตนอยู่หลายส่วน ไม่มีอาวุธใดพกติดตัวมีเพียงแค่มือเปล่าเท่านั้น เวลาที่ ทั้งหมดยางฟงทำได้ก็คือ 3 ชั่วโมง 46 นาที ซึ่งถือว่าเร็วพอสมควร หากเทียบกับการทดสอบในปีก่อน ๆ แต่ก็ยังมิอาจทำลายสถิติของ ต้วนชิงยี้ ได้
ต้วนชิงยี้คือผู้ใด?
คนผู้นี้ปัจจุบันเป็ศิษย์เอกของฝ่ายต่อสู้ อายุ 21 ปี ฝึกฝนอยู่ในสำนักมาได้ 3 ปีแล้ว หากย้อนกลับไปตอนที่ ต้วนชิงยี้ มาทดสอบใหม่ ๆ ยามนั้นมันเองก็เป็ผู้ที่ออกมาจากป่าได้เป็คนแรกเช่นกัน แถมยังใช้เวลาไปเพียง 3 ชั่วโมง 22 นาที ซึ่งถือว่าไวที่สุดนับั้แ่สำนักเปิดทดสอบมา และยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ลงได้จนถึงทุกวันนี้
จากนั้นไม่นานผู้ทดสอบคนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ พากันทยอยออกมาจากป่า จนครบทุกคน กลุ่มของเฟยฮุ่นเองก็เช่นกัน คนทั้งสามติดอยู่ 20 อันดับตามที่เห็นห่าวหรานมาตลอด ส่วนเ้าเฉินอิน กับชายร่างใหญ่ที่เกือบจะมีเื่กันนั้น ตกรอบทั้งคู่เพราะพวกมันออกมาเกือบจะท้ายสุด
"เจ็บใจนัก..! หากไม่ใช่เพราะข้าหลงทางละก็ปานนี้คง ติดอันดับร้อยคนไปแล้ว" ชายร่างใหญ่กำหมัดแน่น ก่อนจะบ่นออกมาด้วยความเจ็บใจ ซึ่งผิดกับ เ้าเทั้งหมดอิน ที่ถึงแม้มันจะตกรอบแต่กลับกอดอก ยืนยิ้มอย่างมีความสุข
"เฮ้ย! ไอ้คุณชายไก่อ่อน เ้ายิ้มระรื่นหา์วิมานอันใด เ้าเองก็ตกรอบไม่ต่างจากข้ามิใช่รึ" เ้าชายร่างใหญ่เอ่ยถามเฉินอินเสียงดัง ด้วยความสงสัย ซึ่งเฉินอินก็หันมามองพร้อมยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ชั่วร้าย และกล่าวตอบกลับไปว่า
"ใช่แล้ว ข้าเองก็ตกรอบไม่ต่างจากเ้าแต่ว่า…."
"แต่อันใด..? "
"แต่ข้ามีสิ่งนี้ติดมือออกมาด้วยอย่างไรเล่า..!"
เฉินอินกล่าวพร้อมกับชูกระบี่สีทองเล่มหนึ่งขึ้นเหนือหัวของมัน
"นะ…นั้นมัน…..กระบี่อะไรกัน ถึงส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้าถึงเพียงนั้น อย่าบอกนะว่าเ้าได้มาจากภายในป่า.!"
"หึหึ เ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าได้กระบี่เล่มนี้มาจากในป่า แถมมันยังเป็กระบี่หายาก ชั้นนภาระดับกลางอีกด้วย"
ชายร่างั์ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ซึ่งไม่ใช่มันคนเดียวที่รู้สึกเช่นนั้น ผู้ทดสอบ รวมไปถึงคนดูคนอื่น ๆ ต่างก็ใเช่นกัน ก่อนที่จะเกิดเสียงฮือฮาขึ้นดังไปทั่วสนาม
"ไม่นึกเลยว่าข้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ขอแค่เพียงมีกระบี่เล่มนี้เล่มเดียว ข้าไม่ต้องเข้าเป็ศิษย์ของสำนักก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ พวกเรากลับ..!" เ้าคุณชายเฉินอินะเิเสียงหัวร่อดังลั่น ก่อนมันจะออกคำสั่งให้ผู้ติดตามเดินออกจากสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าไปอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกระบี่ล้ำค่าในมือ
"กระ…กระบี่ชั้นนภาระดับกลางเชียวรึ! น่าอิจฉาเป็บ้า…" จางิ่ที่มีซาลาเปาอยู่เต็มปากถึงกับพึมพำออกมา มันมองกระบี่สีทองในมือของเฉินอินตาล่ะห้อย จนห่าวหรานต้องพูดขึ้นว่า
"อย่าไปเสียดายเลยจางิ่ เ้าคิดว่าของสิ่งนั้นล้ำค่าแน่รึ? "
"หมายความเช่นไร ห่าวหราน นั้นเป็อาวุธ ชั้นนภาระดับกลางเชียวนะ หรือ เ้าจะบอกว่ามันเป็ของปลอม" พอจางิ่ถามจบ ห่าวหร่านก็แย้มยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้า
"ใช่แล้วจางิ่กระบี่เล่มนั้นเป็ของปลอมอย่างแน่นอน มันน่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยจิตปราณมายาของทางสำนักแห่งนี้ เ้าลองคิดดูดี ๆ เถิด อาวุธระดับสูงเช่นนั้นจะมาอยู่ในป่าแบบนี้ได้เยี่ยงไร หรือถ้าหากมีจริง ก็คงไม่ง่ายนักที่จะได้มา ข้าว่านะ กระบี่เล่มนั้น บางทีอาจจะเป็แค่กระบี่ไม้ธรรมดาเสียมากกว่า.."
พอห่าวหรานอธิบายจบจางิ่ก็เริ่มคล้อยตามขึ้นมาในทันที และหลังจากนั้นอีกไม่ถึงนาที เสียงของเ้าเฉินอินที่พึ่งจะเดินพ้นจากสำนักไปได้ไม่ถึงสามก้าว ก็โวยวาย ด่าทอเสียงดังลั่นถนน มันกล่าวถึงกระบี่วิเศษในมืออย่างหัวเสีย... ส่วนภายในสำนักเฟยฮุนที่ยืนดูเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ก็ได้พึมพำขึ้น
"พวกปัญญาอ่อน..ของแค่นี้ก็ยังมองไม่ออก สมควรแล้วที่จะตกรอบ.." สีหน้าของมันยามนี้แสดงถึงความสมเพชคนแบบเ้าเฉินอินเป็ที่สุด ก่อนที่เสียงของผู้คุมสอบคนเดิมจะกล่าวดังขึ้น
"ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเ้าทั้งหนึ่งร้อยคนที่ผ่านเข้ารอบต่อไป ส่วนคนที่ไม่ผ่านก็ไม่ต้องเสียใจไปปีหน้ายังมีโอกาสใหม่ จงกลับไปฝึกฝนตนเองให้ดีกว่านี้ เอาล่ะขอเชิญพวกเ้าที่ไม่ผ่านกลับบ้านได้ ส่วนคนผ่านเชิญไปพักผ่อนยังเรือนรับรองที่ทางสำนักจัดเตรียมไว้ การทดสอบรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า.."
เมื่อชายผู้คุมสอบกล่าวจบทุกคนในลานกว้างจึงเริ่มแยกย้าย รวมไปถึงบรรดาคนที่มาให้กำลังใจรอบสนาม ๆ ก็เช่นกัน ห่าวหรานเอง ก็ชวนจางิ่เข้าไปสมทบกับพวกเฟยฮุ่น ก่อนที่ทั้งหมดจะถูก ศิษย์ของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าฝ่าย รับใช้ พาไปยังห้องพัก…
จนเมื่อค่ำคืนมาถึง ยามนั้นน่าจะเวลาประมาณ ยามซวื ได้ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าปากทางเข้าป่าแห่งการทดสอบ ห่าวหราน นั้นเอง มันเฝ้ารอให้ทุกคนหลับสนิทกันหมดแล้ว จึงได้ลอบออกมาจากห้องพักเพื่อที่เข้าไปในป่าแห่งการทดสอบ
"นี่รึ ป่าที่ข้าเห็นจากที่นั่งคนดู ช่างกว้างใหญ่ และดูน่ากลัวยิ่งนัก เผลอ ๆ จะอันตรายกว่าตอน กลางวันเสียด้วยซ้ำ" ห่าวหรานพึมพำเบา ๆ ก่อนที่จะแย้มยิ้มออกมา จากมันก็ไม่รอช้า รีบก้าวเท้าเข้าไปในป่าตรงหน้าทันที ทว่า…ห่าวหรานนั้นมิได้รู้ตัวเลยว่ายามนี้ในที่ไกลออกไป กลับมีสายตาของคนสองคนกำลังจับจ้องมันอยู่
"ท่านเ้าสำนักแน่ใจแล้วรึขอรับ ที่จะให้เด็กหนุ่มผู้นั้นเข้าไปในป่าแห่งการทดสอบตามลำพัง แถมเวลานี้ยังเป็ตอนกลางคืนอีกด้วย" เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งภายในเงามืดเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่จะมีเสียงของชายชราอีกคนตอบกลับ
"ไม่เป็อันใดดอก เทียนเจิง ข้ามีความรู้สึกว่า เด็กหนุ่มผู้นี้มีฝีมือพอสมควรอยู่ เขาน่าจะสามารถเอาตัวรอดออกมาได้เป็แน่ หรือถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ ข้าจะเป็คนเข้าไปช่วยเขาออกมาเอง เ้าวางใจเถอะ"
"เช่น…เช่นนั้นรึขอรับ…" ชายหนุ่มนามว่าเทียนเจิง ค้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะประสานมือรับคำของชายชราที่มันเรียกว่า เ้าสำนัก แม้น้ำเสียงกับความรู้สึกลึก ๆ ภายในจะเจือไปด้วยความกังวลใจอยู่หลายส่วนก็ตามที..
จบบทที่ 11