ตู้ม !!!!!!! เสียงประตูถูกพังลงดังก้องในหูของแบล็ค
โฮ่ก !!! กว๊าก !!! เสียงเหล่าสัตว์กลายพันธ์คำรามดังออกมาจากในเขตทดลองทำให้แบล็คนั้นได้สติเขาค่อยๆมองดูสตีฟและเอ่ยถามออกมา
“นะ นะ นี่ คะ คะ คุณทำอะไรลงไปกัน !!!” แบล็คถามสตีฟด้วยน้ำเสียงตกใจเป็นอย่างมากตอนนี้หน้าของเขานั้นซีดจนแทบจะไร้สีเลือด
“ก็พังประตูไงครับ” สตีฟตอบ
“พังประตูงั้นเหรอประตูนั่นต่อให้สัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อยห้าสิบมาลงมือเองยังไม่พังง่ายๆ แต่คุณพังมัน !!!” แบล็คพูด
“เอาเป็นว่าผมมันไม่เหมือนชาวบ้านน่ะครับ สัตว์กลายพันธ์ข้างในนั่นผมจะจัดการเอง ลิฟท์อยู่ที่ชั้นใต้ดินชั้นที่สิบสินะครับ จัดการเสร็จแล้วผมจะกลับไปบอกคุณกลับไปพักก่อนก็ได้ครับหรือจะรอตรงนี้ก็แล้วแต่คุณ” สตีฟพูดพลางเดินทอดน่องเข้าไปในเขตทดลองโดยไม่สนหน้าอินหน้าพรหม อะไรทั้งนั้น
แบล็ครีบวิ่งกลับไปที่เขตพักอาศัยอย่างเร่งด่วนเพราะเห็นว่าหยุดสตีฟไม่ได้แน่ๆ และประตูเองก็พังไปแล้ว
“เอาล่ะ เราเองก็รีบๆลุยดีกว่า เดี๋ยวพวกเด็กๆจะเป็นห่วงมากเกินไป รวมเวลาที่ลงท่อมากับเวลาที่หมดสติไปก็สี่ห้าชั่วโมงได้แล้ว” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่ทางลงซึ่งเป็นบันไดกว้างๆ
ตอนนั้นเองที่ทางลงก็ปรากฎสัตว์กลายพันธ์ตัวหนึ่งโผล่ออกมา
“นั่นมันตัวอะไรวะนั่น !!!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นร่างของมัน ร่างของมันนั้นเป็นตัวสีฟ้าๆ มีลักษณะโปร่งแสงดีที่ห้องทดลองที่นี่มีไฟฟ้าใช้จึงไม่ลำบากเรื่องความมืด สตีฟไม่รอช้าตรวจสอบสัตว์กลายพันธ์ปริศนาตรงหน้าทันที
หน้าต่างสไลม์(ร่างรอง) Level : 150เป็นสัตว์กลายพันธ์ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมจนมีร่างกายเป็นของเหลว
“สไลม์ ตัวอะไรน่ะไม่เห็นจะเคยรู้จักโลกเรามันมีสิ่งมีชีวิตแบบนี้ด้วยเรอะแล้วในวงเล็บนั่นอะไรแถวเลเวลทำไมมันแค่ร้อยห้าสิบล่ะ !!” สตีฟพูดออกมาโดยไม่รู้เลยว่ามันคือตัวอะไร แต่ถ้าเป็นรุ่นพ่อของสตีฟล่ะก็จะรู้จักเจ้าตัวนี้ดีเพราะเกมผจญภัยเก่าๆสมัยรุ่นพ่อสตีฟนั้นเจ้าตัวนี้มันคือศัตรูที่มักจะปรากฎขึ้นในแผนที่สำหรับผู้เล่นใหม่
และตอนนั้นเองทันทีที่เจ้าสไลม์มันเห็นสตีฟจากร่างที่เคยกลายเป็นสีฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
ซี่ !!!! ควันเริ่มลอยออกจากตัวมันอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นจนสตีฟรู้สึกร้อน
“มันกำลังจะทำอะไร”สตีฟไม่เข้าใจว่ามันกำลังทำอะไรจะโจมตีงั้นเหรอก็ไม่น่าใช่เพราะไม่เห็นมันจะขยับอะไร
จัดการมันก่อนแล้วกัน สตีฟคิดก่อนจะหยิบลูกแก้วออกมาและยิงใส่มันทันที
แมทเทอร์บีม !! ปิ้ว !! ตู้ม !! ลูกแก้วถูกยิงออกไปอย่างแรกก่อนจะทะลุผ่านร่างของมันไปจนกำแพงระเบิดออก
“เฮ้ย !! ทะลุผ่านไปเฉย” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นว่าการโจมตีของเขาไม่ได้ผล
ตอนนั้นเองเจ้าสไลม์ก็กระโดดใส่ร่างของสตีฟทันทีโดยที่สตีฟไม่ทันระวังตัวเพราะกำลังอึ้งกับการโจมตีที่ทะลุร่างของมันอยู่
ดึ๋ง !! พรวด !! ร่างสตีฟจมเข้าไปในร่างของมันความรู้สึกแรกที่สตีฟรู้สึกคือร้อนก่อนจะรู้สึกแสบผิว ตอนนี้สตีฟนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแช่อยู่ในวุ้นร้อนๆ
ซี่ !! เสียงบางอย่างกำลังละลาย
เฮ้ย !! เสื้อผ้าตรูกำลังละลายนี่ร่างมันเป็นกรดเหรอเนี่ย สตีฟคิดอย่างตกใจดีที่กรดของมันไม่รุนแรงมากเท่าไหร่นักสตีฟไม่รอช้าออกหมัดชกทันที
ตู้ม !! แผละ !! ร่างของเจ้าสไลม์แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆเพราะแรงต่อยของสตีฟทันที
“เฮ้อ !! ตกใจหมดดีนะกรดของมันไม่รุนแรงเท่าที่เคยเจอมา” สตีฟถอนหายใจออกมา
“ตัวแปลกๆอย่างนี้หวังว่าจะขายได้ราคาดีนะ อ๊ะจริงสิเจ้าคิงคองนั่นก็ต้องไปเก็บซากแต่มันโดนประตูทับแบนไปแล้วไว้ค่อยมาเก็บก็ได้มั้ง” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปหยิบซากเจ้าสไลม์นี่ขึ้นมาตอนนี้สีของมันกลับไปเป็นสีฟ้าแล้ว
สตีฟยัดเศษร่างของมันเข้าไปในกระเป๋ามิติทันทีแต่ทันใดนั้นเองสตีฟก็ต้องแปลกใจ
“หือทำไมเก็บไม่ได้ !!” สตีฟอุทานออกมาอย่างแปลกใจเพราะพยายามร่างของสไลม์เก็บเข้ากระเป๋ามิติแต่มันดันไม่ยอมเข้าไปซะอย่างนั้น
“ลองอีกที !!” สตีฟลองดูอีกทีแต่ก็ยังไม่ได้ตอนนั้นเอง เศษชิ้นส่วนของสไลม์ในมือสตีฟก็ขยับ
ดึ๋ง !! เสียงเศษชิ้นส่วนในมือสตีฟขยับ
“เฮ้ย !!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะเผลอโยนมันลงพื้น
แผละ !! ทันทีที่ตกลงพื้นเศษชิ้นส่วนมันกระจายแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆอีกรอบก่อนสตีฟจะต้องตาค้างเพราะเศษชิ้นส่วนพวกนั้นมันกำลังขยับ
“มะ มะ มันยังไม่ตาย !!!” สตีฟอุทานออกมาพลางมองไปรอบๆก่อนจะเห็นว่าชิ้นส่วนของสไลม์ทั้งหมดนั้นกำลังขยับอยู่มันกำลังขยับลงบันไดลงไปด้านล่างสตีฟไม่รอช้าวิ่งตามลงไปดูทันที ซึ่งมีป้ายเขียนเอาไว้ว่าทางลงชั้น B1
“ต้องลงไปอีกสิบชั้นสินะ !!” สตีฟพูดพลางวิ่งลงไปแต่เมื่อลงมาถึงสตีฟก็ต้องเจอกำเสียงเห่าของตัวอะไรบางอย่าง
โฮ่ง !!! เสียงสุนัขเห่าใส่สตีฟทันทีที่สตีฟลงมาถึง
“โอ้ !! ต้องเครียก่อนสินะไม่อย่างนั้นถ้ามันหลุดออกไปด้านบนมีหวังคนที่หลบอยู่ในเขตพักอาศัยตายหมดแน่ๆ” สตีฟพูดออกมาพลางมองดูเศษของเจ้าสไลม์ที่ยังคงขยับเคลื่อนที่ลงไปชั้นต่อไปอยู่
กรรรร !!!!!!!!!! เสียงสุนัขขู่ในลำคอ
“แค่ตัวเดียวคิดจะมาซ่ากับพี่เหรอไอ้ลูกหมา !!!” สตีฟยิ้มออกมาแต่ทันใดนั้นเองสตีฟก็ต้องยิ้มค้างเพราะจู่ๆก็มีสุนัขจากไหนไม่รู้เดินออกมา
กรร !! กรร !! กรร !! กรร !! กรร !! เสียงสุนัขด้านหลังขู่ก่อนจะเดินเข้ามาสมทบกับตัวที่เห่าใส่สตีฟกว่าสามสิบตัว
“โหนี่สินะที่เรียกว่าหมาหมู่ !!” สตีฟพูดออกมาพลางตรวจสอบเจ้าพวกนี้ว่ามันเลเวลเท่าไหร่
หน้าต่างสุนัขจรจัดกลายพันธ์ Level : 178เป็นสุนัขในเมืองโซโรน่าที่ถูกรัฐบาลเม็กซิโกจับตัวมาทดลอง
“หือพวกนี้คือสุนัขจรจัดงั้นเหรอ ใช่ที่เคยมีข่าวว่าเม็กซิโกกำลังรนรงค์หาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัดหรือเปล่านี่แสดงว่าไม่ได้หาบ้านใหม่จริงๆสินะ แต่แค่จับพวกมันมาทดลอง !!” สตีฟจำได้ว่าก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคกลายพันธ์นั้นเคยได้ยินข่าวเรื่องนี้อยู่
โฮ่ง !! เจ้าสุนัขที่ดูท่าทางจะเป็นจ่าฝูงเห่าอีกครั้งก่อนสุนัขด้านหลังจะกระโจมเข้ามาโจมตีใส่สตีฟทันที
สตีฟหยิบลูกแก้วออกมาจนเต็มกำมือก่อนจะดีดใส่พวกมันทันที
ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! เสียงลูกแก้วพุ่งผ่านอากาศไปทั่วบริเวณ
ตู้ม !! ตู้ม !! เอ๋ง !! เอ๋ง !! สุนัขตัวแล้วตัวเล่าตายเป็นใบไม้ร่วงไม่ถึงสองนาทีสุนัขเกือบสามสิบตัวก็ถูกสตีฟจัดการทั้งหมด
“เรานี่มันเก่งเกินไปมั้ยหว่า แต่ฆ่าสุนัขไปมากขนาดนี้จะโดน กฎหมายคุ้มครองสุนัขมั้ยเนี่ย อ๊ะจริงสิกฎหมายนั่นคุ้มครองแค่ในอเมริกานี่นา เพราะเราเป็นคนอเมริกาดังนั้นจัดการในเม็กซิโกก็ไม่น่ามัปัญหาอะไร” สตีฟพยักหน้าก่อจะเก็บพวกมันลงกระเป๋ามิติไปทั้งหมด
“โชคดีจริงๆที่คุณโฟว์ยังไม่ได้เอากระเป๋าคืนไปไม่อย่างนั้นใส่พวกนี้ไม่พอแน่ๆ เงินทั้งนั้น” สตีฟพูดก่อนจะเดินดูชั้นนี้ให้ทั่วๆจนแน่ใจว่าไม่มีสัตว์กลายพันธ์หลงเหลืออีก
“ดูเหมือนชั้นนี้จะเป็นชั้นที่ใช้ทดลองพวกสุนัขสินะ” สตีฟพยักหน้าหลังจากตรวจดูแล้วชั้นนี้นั้นมีอาหารสุนัขถูกเก็บเอาไว้แถมยังมีปลอกคอและกรงมากมาย
“หือนี่มันบันทึกการทดลองนี่” สตีฟเจอบันทึกการทดลองตกอยู่ที่พื้นเขารีบหยิบขึ้นมาดูทันที
“โหที่นี่ถูกใช้งานจนถึงเมื่อไม่นานมานี้เองนี่นา แต่น่าสงสัยจริงๆรัฐบาลเม็กซิโกควบคุมพวกมันได้ยังไงกันนะพวกมันเลเวลไม่ใช่น้อยๆเลย” สตีฟอดสงสัยจุดนี้ไม่ได้เพราะจากที่รู้มาคนที่เลเวลมากพอจะจัดการพวกมันนั้นมีอยู่ไม่มาก ถ้าไม่นับรวมพวกระดับสิบผู้ก่อตั้ง
“แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีบางคนที่มีสกิลควบคุมพวกมันก็ได้ล่ะมั้ง” จู่ๆสตีฟก็นึกถึงจุดนี้ขึ้นมาเพราะสกิลแปลกๆมีให้เห็นเต็มไปหมด จะมีพวกที่สามารถฝึกพวกนี้ให้เชื่องได้ก็ไม่แปลกเพราะขนาดในละครสัตว์นั้นยังสามารถฝึกสิงโตให้แสดงโชว์เรียกคนดูได้เลย
“เอาล่ะลงไปดูชั้นต่อไปดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะเดินลงบันไดไปแต่ก่อนที่จะเดินลงไปเขาก็เหลือไปเห็นอะไรบางอย่างที่กำแพงตรงทางลง
“หือนั่นมันใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นคันโยกอยู่ตรงข้างกำแพงสตีฟเงยหน้ามองดูด้านบนก่อนจะเห็นว่ามีช่องสำหรับอะไรบางอย่างอยู่
“ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นคันโยกฉุกเฉินกั้นแต่ละชั้น ???” สตีฟไม่แน่ใจมากนักแต่มันน่าจะใช่
“ถ้าเป็นในหนังล่ะก็พวกห้องทดลองลับแบบนี้จะต้องมีระบบฉุกเฉินสำหรับปิดกั้นแต่ละชั้นไว้ถ้าเกิดมีกรณีสารเคมีรั่วไหลอะไรแบบนั้น ลองดูหน่อยแล้วกัน” สตีฟพูดออกมาก่อนจะลองสับคันโยกลงมือดู
ครึ่ก !! เสียงคันโยกถูกสับลงมาก่อนจะมีสัญญาณเตือนดังไปทั่วทั้งชั้น
ตื๊ด !! ตื๊ด !! ตื๊ด !! ตื๊ด !! คำเตือน !! ประตูกั้นชั้นที่หนึ่งกำลังจะปิดในสิบวินาที !!!!! เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมมีเสียงประกาศออกมาก่อนเสียงนั้นจะเริ่มนับถอยหลัง
“ฮ่าๆใช่จริงด้วยรีบลงไปดีกว่าถ้าปิดแต่ละชั้นไว้แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสัตว์กลายพันธ์ตัวไหนจะหลุดขึ้นไปด้านบน” สตีฟพูดออกมาอย่างดีใจก่อนจะรีบเดินลงบันไดไป
ครืด !!!!!!!!!!!!!!! ตึง !!! เสียงประตูค่อยๆเลื่อนลงมาปิดสตีฟหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นประตูลักษณะเดียวกันกับที่สตีฟพึ่งถีบมันพังตรงทางเข้าเพียงแต่ประตูนี้อาจจะเล็กกว่าหน่อยก็เท่านั้น
“น่าจะแข็งแรงพอที่จะกันเอาไว้ได้นะ” สตีฟไม่แน่ใจว่ามันจะแข็งแรงแค่ไหนแต่สำหรับตัวเขาเองการจะพังมันไม่ยากเลยขนาดประตูใหญ่กว่าสิบเมตรยังถีบพังมาแล้ว
ตึก !! ตึก !! ตึก !! สตีฟเดินลงบันไดไปตามทางมุ่งสู่ชั้นใต้ดินชั้นที่สองก่อนจะได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตดังขึ้นมา
ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! ฮือ !! เสียงครวญครางเหมือนคนร้องไห้ดังขึ้นมาก่อนจะถามด้วยเสียงเดินลากเท้ายาวๆดังเข้าสู่หูสตีฟ
“เสียงครางแบบนี้ เสียงเดินแบบนี้คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนแฮะ” สตีฟพูดออกมาหลังจากได้ยินเสียงนี่
และเมื่อสตีฟลงมาถึงก็ต้องร้องโอ้โหหลังจากเห็นสิ่งที่ต้องเจอที่ชั้นนี้
“โอ้โห !! ก็ว่าเคยได้ยินที่ไหนนี่ตรูหลุดมาในเรื่อง ผีชีวxx หรือไงฟระ” สตีฟร้องออกมาหลังจากเห็นภาพตรงหน้าสตีฟมองป้ายที่เขียนเอาไว้ชั้นนี้ซึ่งมันคือชั้นโรงอาหารนั่นเอง
“สงสัยตอนเกิดเรื่องจะอยู่ในช่วงพักกลางวัน ถึงได้มีคนอยู่ที่นี่เต็มไปหมด” สตีฟพูดออกมาพลางตรวจสอบ
หน้าต่างซอมบี้ Level : 18อดีตคนงานและเหล่านักวิจัยในห้องทดลองหมายเลขหกซึ่งติดเชื้อจากตุ๊กแกผีดิบ
“นี่มัน !!! เหยื่อของเจ้าตุ๊กแกเวรนั่นงั้นเรอะแล้วเลเวลแค่สิบแปดคงอ้างอิงจากก่อนตายสินะ !!!” สตีฟอุทานออกมาพลางมองไปที่ซอมบี้พวกนี้ สตีฟไล่ตรวจสอบซอมบี้แต่ละตัว พวกนี้มีเลเวลไม่เกินยี่สิบสักตัว
“แสดงว่าตุ๊กแกมันหลุดออกมาจากที่นี่จริงๆสินะหวังว่าจะไม่มีมันอีกในนี้หรอกนะไม่งั้นตรูเผ่นจริงๆด้วย” สตีฟพูดพลางรู้สึกขนลุก
“ฟู่ว !! เอาล่ะลุยกันดีกว่า” สตีฟสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะหยิบมีดออกมาเพราะจำนวนซอมบี้ที่อยู่ในชั้นนี้นั้นถ้าวัดจากสายตานั้นมีหลายร้อยเลยทีเดียวถ้าใช้ลูกแก้วสตีฟกลัวว่ามันจะหมดเสียก่อนที่จะลงไปถึงชั้นที่สิบ แต่ใช้หมัดก็ไม่อยากเพราะดูจากสภาพซอมบี้พวกนี้แล้วนั้นโคตรจะเน่า แถมกลิ่นก็ไม่น่าอภิรมณ์เท่าไหร่ดีไม่ดีพอต่อยไปเนื้อยุ่ยๆจะหลุดติดมือมาเอาดังนั้นสตีฟจึงเลือกใช้มีดที่ซื้อมาแบบเหมาโหลเอาไว้สำหรับจัดการสัตว์กลายพันธ์เอา
“จะว่าไปจุดอ่อนซอมบี้พวกนี้จะอยู่ที่หัวเหมือนในเกมส์ที่เคยเล่นตอนเด็กๆหรือเปล่านะ” สตีฟอดสงสัยไม่ได้
ฮือ !! ครืด !! ครืด !! ครืด !! เสียงเจ้าซอมบี้พวกนี้ครวญครางก่อนจะเดินไปมาพวกมันนั้นเสียประสาทสัมผัสแทบทุกอย่างไปหมดแล้ว จึงไม่รู้ว่าสตีฟนั้นยืนอยู่ที่นี่สตีฟไม่รอช้ากระชับมีดในมือก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้ทันที
ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !!ฉัวะ !! สตีฟตัดคอซอมบี้ตัวแล้วตัวเล่าไม่ถึงสามนาทีซอมบี้นับร้อยก็ถูกสตีฟจัดการเรียบก่อนจะเดินไปสับคันโยกตรงบันไดและลงชั้นต่อไปทันทีโดยสตีฟไม่ยุ่งกับศพของซอมบี้พวกนี้เลย การลงมือครั้งนี้สตีฟรู้สึกว่าขาดทุนมากเพราะฆ่าไปตั้งเยอะเลเวลก็ไม่ได้ ศพทำก็เงินไม่ได้อีกแถมยังต้องเสียมีดไปเล่มหนึ่งเพราะสตีฟไม่อยากเอากลับมาใช้เพราะสภาพของมันนั้นเต็มไปด้วยน้ำเหลืองและเนื้อยุ่ยๆติดอยู่เต็มมีดไปหมด
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่