อี้เฉินที่พยักหน้ารับคำของชายชรา ...เขาพาหลินเฟย เดินเล่นไปรอบๆ เมืองหลวง พร้อมกับเหล่าเด็กๆ ทั้งสาม จนเหล่าเด็กๆ ที่เดินนำหน้า ไปสะดุดตาเข้ากับภาพวาด ภายในร้านจัดแสดงร้านหนึ่งจึงกล่าวพูดออกมา ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เหตุใดบุคคลภายในภาพวาดนี้ ถึงมีความละม้ายคล้ายคลึง กับอาจารย์ของพวกเราเหลือเกิน เจ้าว่าไหม สงครามน้อย” เจียวหยางเด็กตัวใหญ่ อายุเยอะที่สุดในกลุ่ม แต่ความคิดเชื่องช้า ดูทึ่มทื่อไปบ้าง กล่าวพูดออกมาด้วยความสงสัย
อาเม่ย สงครามน้อยพยักหน้าให้กัน เอ่ยตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นภาพวาด ของท่านอาจารย์อย่างแน่นอน”
ผู้คนที่มองภาพวาดจัดแสดง พวกเขาต่างก็อยากเห็นบุคคลภายในภาพวาด พวกเขาต่างก็หันขวับกลับมามอง เด็กทั้งสามด้วยสายตาลึกล้ำในทันใด
ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นเด็กทั้งสาม สวมใส่เสื้อผ้าป่าน เก่าๆ ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบออกมาทันที “เจ้าหนูพวกเจ้า คงไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะหรอกกระมัง”
ไม่นานบริเวณร้านภาพวาดก็เกิดเสียง ถกเถียงกันขึ้นมาเล็กๆ เจียวหยาง เด็กดูทึ่มทื่อ เอ่ยพูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ จนทั้งสอง ต้องอุดปาก ส่ายหัวห้ามปรามมิตรสหาย ของพวกเขา เอาไว้แน่น
ชายหนุ่มอายุ14ปีแต่งตัวภูมิฐานดี เขาหัวเราะออกมาก้อง “ฮ่าๆ เพื่อนของเจ้ายอมแพ้กันหมดแล้วนะ เจ้ายังไม่ยอมอีกเช่นนั้นหรือ เจ้าเด็กโง่” เด็กหญิงอีกหลายคน ต่างก็ป้องปากขำกันออกมาน้อยๆ แม้แต่เสียงดังนั้นยัง ไปเข้าหู จิตรกร อิงอิง ที่อยู่บนชั้นสอง
ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น สายตาเอาเรื่องของ สงครามน้อย แพร่ปราณพลังเล็ดลอดออกมาน้อยๆ มันก็ทำให้เหล่าอนุชน พวกนั้นประหลาดใจ “หืม!! ไอ้เด็กนี่อยู่ขั้นก่อกำเนิด เช่นนั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร”
พวกเด็กสาวพวกเขาเองก็รับรู้ได้ ว่าเจ้าสงครามน้อยไม่ธรรมดา เมื่อได้ยินเสียงบีบฝ่ามือเข้าหากัน ของเด็กอายุแปดปี พร้อมสายตาจะเอาเรื่อง
ทว่าจู่ๆ เสียงแค่นของอี้เฉินก็ดังออกมา “สงครามน้อยอย่าก่อเรื่อง” คำพูดนั้นต่างก็พาให้เหล่าอนุชน หันขวับไปมองที่น้ำเสียงนั้น ครั้นพวกเขาเห็นชายหนุ่มอายุ ราวๆ 18ปี เดินมาพร้อมหญิงสาวผู้งดงาม มันก็ทำให้พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตา ว่าจะมีบุคคลที่มีใบหน้าที่ ละม้ายคล้ายคลึง กับภาพวาดอยู่จริง
ก่อนน้ำเสียง เจียวหยางจะกล่าวพูดออกมา “ข้าบอกแล้วว่าท่านอาอี้เฉิน มีใบหน้าคล้ายกับภาพวาด พวกเจ้าก็ไม่เชื่อ ทีนี้เห็นกับตา เชื่อข้าหรือยัง?”
คำพูดนั้นต่างก็เข้ามาหลอกหลอน พวกเขาในทันใด ทว่าเมื่อเขาจ้องมองมาที่อี้เฉิน ชายหนุ่มที่กล่าวพูดก่อนหน้านี้ จู่ๆ เขาก็ขาสั่นเทา ออกมาน้อยๆ “เจ้า! เจ้า! แค่อายุเยอะกว่าข้านิดหน่อย อย่าคิดว่าพวกเราศิษย์ สำนักมังกรจะหวาดกลัวนะ”
ทว่าเหล่าศิษย์สตรีน้อย พวกเขาที่จ้องมองอี้เฉินตาไม่กะพริบ ต่างก็ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมา ก่อนจะรีบสืบฝีเท้าจากไป พร้อมกับศิษย์พี่
ด้านอี้เฉินที่เห็นเรื่องยุ่งวุ่นวาย ถูกคลี่คลายไปได้โดยดี เขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ ก่อนจะบอกกล่าว ชายหนุ่มใบหน้างดงาม ที่มองเขาอยู่ตลอดบนชั้นสอง ครั้นเห็นชายหนุ่ม คิดจะเอ่ยชวนพวกเขา เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว อี้เฉินชิงตัดหน้า เอ่ยพูดก่อนในทันใด “ข้าขอตัว ไม่รบกวนสถานที่ส่วนตัวของคุณชายแล้ว เช่นนั้นลาก่อน”
จิตรกร อิงอิง เขาที่เตรียมจะสืบฝีเท้า ไปต้อนรับชายหนุ่ม เขาถึงกับถอนหายใจออกมายาว เฮ้อ!! ด้วยความเสียดาย อยากจะรู้ชายหนุ่มผู้นี้เขาเป็นใครกันแน่
ด้านอี้เฉินที่พาเหล่าเด็กๆ กับหลินเฟย มายังหน้าทางเข้าสำนักมังกร ประกายตาของอี้เฉินกับหลินเฟย ต่างก็แฝงไว้ด้วยความทรงจำ ที่มีต่อสำนักมังกรกันไม่น้อย บัดนี้สำนักดูเปลี่ยนไปมาก
ทว่าเมื่อฝีเท้าของพวกเขา คิดจะก้าวเข้าไปด้านในสำนักมังกร กลับถูกพวกผู้อาวุโสชรา หยุดพวกเขาไว้ ภายนอกสำนักมังกรเสียอย่างนั้น
“สหายบัดนี้ สำนักของเรา กำลังมีแขกคนสำคัญมาเยือน โปรดพวกท่านกลับไปก่อนได้หรือไม่”
หลินเฟย คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนยื่นป้ายสำนักมังกร ที่ดูเก่าคร่ำครึออกมา “ท่านผู้อาวุโส ข้าเองก็เป็นศิษย์ของสำนักมังกร เมื่อนานมาแล้วเช่นกัน ขอข้าเข้าไปพูดคุยกับเจ้าสำนัก คนปัจจุบันหน่อยได้หรือไม่”
ก่อนน้ำเสียงผู้อาวุโสท่านหนึ่ง จะจดจำใบหน้าของหลินเฟยได้ กล่าวพูดออกมาด้วยความตกใจ “แม่นางหลินเฟย เช่นนั้นหรือ?” ก่อนชายแก่จะผสานฝ่ามือ ด้วยความนอบน้อม ครั้นเขาหันไปมองอี้เฉิน เหงื่อเขาแตกพลั่กขึ้นมาทันที
ผู้อาวุโสวัยกลางคน ขั้นเทพสวรรค์แท้จริง หัวหน้าผู้คุ้มกัน เขาไม่เคยได้ยิน ชื่อของหลินเฟยมาก่อน จึงแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมา “อย่างไรก็เข้าไม่ได้ พวกเจ้าพาเด็กสกปรก พวกนั้นกลับไปเสีย”
อี้เฉินที่เห็นพวกเด็กๆ กำฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น ลานประลองหน้าสำนักมังกร เองก็มีศิษย์ในสำนักมังกร ต่อสู้อยู่เช่นกัน
อี้เฉินจึงเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เจียวหยาง เจ้าขึ้นไปประลองกับพวกเขาดูหน่อยซิ”
น้ำเสียงนั้นของอี้เฉิน ถึงกับทำให้ หัวหน้าผู้คุ้มกัน ขั้นเทพสวรรค์ ห่างคิ้วสั่นกระตุกถี่ยิบ ยกยิ้มขึ้นมากว้างด้วยความเหี้ยมโหด
เจียวหยาง ขำแหะๆ ออกมาเล็กน้อย “ท่านอา ข้ายังไม่มีประสบการณ์ ในการต่อสู้เลยนะ”
เหล่าศิษย์อนุชนสำนักมังกรได้ยิน ต่างก็ขำกันออกมาน้อยๆ มองเด็กอายุ9ขวบทึ่มทื่อ ตัวใหญ่กว่าเพื่อน ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ในกรอบสายตาพวกเขา แม้แต่เหล่าผู้คุ้มกัน ยังยกยิ้มออกมากว้าง ไม่เข้าใจความคิด ของชายหนุ่มผมขาวผู้นี้เท่าใดนัก
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา “เจ้าไปเล่นไล่จับกับ พวกเขาหน่อยไป”
เจียวหยาง ไม่รอช้าครั้นกระโดดขึ้นไปด้านบนลานประลอง เด็ก9ขวบทึ่มทื่อ ก็ดูน่าหวาดกลัวขึ้นมาทันใด เมื่อร่างกายของเด็กน้อย ขยายใหญ่ขึ้นมา จากการบีบอัดของปราณพลัง ทำให้ตัวของเจียวหยาง เหมือนฟองน้ำที่พองขยายใหญ่ ขั้นพลังก่อกำเนิด ถูกปลดปล่อย ออกมาอย่างไม่มีเก็บออม
จนศิษย์อนุชนสำนักมังกร อายุราวๆ 12-13ปี ต้องวิ่ง ราวกับคนหนีตาย แม้จะโดดออกจากลานประลองก็ยังไม่วาย ถูกเจียวหยาง ไล่ตาม ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชนตื่นตะลึง ไม่คิดว่าเด็กอายุ 9ปี จะมีขั้นพลังอยู่ในขั้นก่อกำเนิดแล้ว
อี้เฉินเอ่ยบอกเจียวหยาง “พอแล้ว!!” ครั้นเห็นสภาพศิษย์สำนักมังกร ถูกอุ้มร่างจนตาลอย จวนแทบจะหมดสติ
หัวหน้าผู้คุ้มกัน ขั้นเทพสวรรค์ เขาเดือดดาลไม่น้อย แค่นเสียงออกมาหาอี้เฉินในทันที “ไม่เห็นหรือว่า ศิษย์ของเรา ออกจากสนามประลองแล้ว เหตุใดไอ้เด็กนั้นยังลงมืออีกเล่า”
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง “ท่านก็เห็นว่าพัฒนาการความคิด ของเขาล่าช้ากว่าคนปกติทั่วไป จะโทษเด็ก ข้าว่ามันไม่ถูกกระมัง”
หัวหน้าผู้คุ้มกัน ขั้นเทพสวรรค์ เขาหน้าดำมืดไม่น้อย ก่อนเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ส่งคนไปเรียก ศิษย์ชั้นในออกมาต่อสู้ อย่างไรเขาจะเสียหน้า ให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าไม่ได้ ทว่าไอ้เด็กพวกนี้ มันแปลกชะมัด เขาอดไม่ได้ ที่จะกล่าวพูดพึมพำออกมา
ข่าวที่หน้าสำนักมังกร เกิดความวุ่นวาย ดังเข้าไปภายในสำนักมังกร อย่างรวดเร็ว “พวกเจ้ารีบไปดูเร็วเข้า เหมือนว่าภายนอกสำนัก กำลังจะมีเรื่องสนุก ให้พวกเราได้ดูชม ข้าได้ยินว่า ศิษย์ชั้นใน ของหัวหน้าผู้คุ้มกัน ถูกเรียกตัวออกไปต่อสู้”
ศิษย์หญิงอนุชน เอ่ยพูดพึมพำ ออกมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของหมู่ชน ตามทางเดินพูดคุยกันออกมาดังก้อง “ใครกันกล้าท้าทาย สำนักมังกรของพวกเรา” ก่อนนางจะสืบฝีเท้าออกไปดูชม ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าอนุชน ระดับขั้นวีรชน ที่สืบฝีเท้าออกไปดูชมการต่อสู้ ทำให้บัดนี้หน้าสำนักมังกร ดูครึกครื้น ราวกับมีงานเลี้ยงใหญ่
ทว่าเมื่อพวกเขาเหล่าศิษย์สำนักมังกร เห็นอี้เฉินเอ่ยบอกกล่าว เด็กหญิงอายุราวๆ 8ขวบ ขึ้นไปบนสนามประลอง ศิษย์อนุชนรุ่นหนุ่มสาว ต่างก็มองไปที่อี้เฉิน กับหลินเฟย ด้วยสายตาลึกล้ำ อยากจะรู้เช่นกันว่า พวกเขาทั้งสองเป็นผู้ใด
แม้แต่ไข่มุกเม็ดงามอย่าง หงอัน ยังเอ่ยถามผู้อาวุโสออกมา “ชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันแน่” ทว่าหญิงสาว กลับไม่ได้คำตอบจากผู้อาวุโส แต่อย่างใด
เหล่าอนุชนที่พบเจออี้เฉิน ภายในร้านภาพวาด เขาไม่อยากเชื่อสายตา คนที่เขาพึ่งจะพบเจอไม่นาน บัดนี้จะมาสร้างเรื่อง อยู่หน้าสำนักมังกร ของพวกเขา “เจ้า! เจ้า!เป็นพวกเจ้าได้อย่างไร”