ตอนที่1
ตึ๊ด ตี๊ด ตี๊ดเสียงสัญญาณเตือนจากระบบควบคุมยาน ##$%##^@*&^*%&%&$*แปลเป็ภาษาโลกได้ว่า : ข้าศึกโจมตี ยานกำลังจะตกสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนยานนั้นมีเพียง 1 ตนพยายามบังคับยานให้บินต่อแต่ไม่สามารถทำได้ ยานลำนั้นได้พุ่งลงมาที่โลก “หนีเร็ว” เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายจากคนที่เห็นเปลวไฟบนท้องฟ้า ผู้คนตื่นจากการหลับใหลในยามค่ำคืน “ตู้มมมมม”เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเมื่อยานตกลงถึงพื้น แรงะเิทำให้บ้านทุกหลังในหมู่บ้านพังลงไฟลุกท่วม เสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้าคนวิ่งหนี สสารบางอย่างเป็สีดำลอยได้พุ่งออกจากยานลำที่ตก มุ่งหน้าไปที่เปลวไฟขนาดใหญ่นั้นเพื่อพรางตัวจากสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มที่ตามล่าเขาอยู่สิ่งมีชีวิตพวกนั้นตามเข้าไปในหมู่บ้านและไล่ฆ่าผู้คนที่วิ่งไปมานั้นจนหมดเหลือเพียงเด็กน้อยเพียงคนเดียวที่สลบอยู่ในซากปรักหักพังโดยมีร่างของพ่อกับแม่บังเธอไว้ไม่ให้โดนไฟเผาสสารตนนั้นลอยมาเจอเด็กน้อยที่ยังสลบอยู่ ไม่มีเหตุผลใดๆ หรือทำไม สสารตนนั้นได้ช่วยเด็กน้อยออกจากที่นั่นเขาใช้พลังยกร่างเด็กให้ลอยขึ้นมา และพาหนีไป มีสิ่งมีชีวิตอีก 3-4 ตน ได้ไล่ตามสสารนั้นมาโดยไม่รู้ว่าตลอดทางสสารนั้นได้วางกับดักเพื่อกำจัดพวกตนอยู่สสารลอยไปมาพร้อมสร้างม่านพลังเป็รูปดาว 5 แฉกเมื่อศัตรูเข้าตำแหน่งที่้า สสารก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าจากร่างกายทำให้พวกนั้นสลายไปในทันที เสียงที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เด็กน้อยที่สลบอยู่ฟื้นขึ้นเธอมองเห็นสสารสีดำนั้นอย่างชัดเจน มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เหมือนก้อนน้ำสีดำที่เปลี่ยนรูปร่างไปมา เมื่อมองจ้องไปที่ตรงกลางก็พบว่ามีแสงสีขาวอยู่ด้านในเด็กน้อยกรีดร้องด้วยความใและกลัว สสารเห็นเช่นนั้น จึงได้วางเด็กน้อยลงและหายไปครู่หนึ่ง สสารลอยไปเพื่อหาต้นแบบ และเปลี่ยนรูปร่างตนให้เป็มนุษย์โดยการสแกนรูปลักษณ์จากคนที่พบในหมู่บ้าน สสารตนนั้นไม่ได้คัดลอกมาแค่หน้าตาของมนุษย์คนนั้นเขายังสแกนสมองจนพอเข้าใจภาษาของมนุษย์แต่เพราะเวลามีน้อยจึงคัดลอกมาได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น เขาเดินกลับมาหาเด็กน้อยอีกครั้งด้วยร่างที่เป็มนุษย์ แต่ยังคงมีแสงสีขาวส่องออกมาเหมือนเดิมแสงนั้นออกมาจากอกของเขาเด็กน้อยเห็นแสงนั้นก็รู้ได้ทันว่าเขาคือสสารที่เห็นเมื่อกี้
เด็กน้อย : คุณเป็ใคร?
สสาร : ฉันเป็ใครงั้นเหรอ? พวกเธอคงเรียกฉันว่าเอเลี่ยนหล่ะมั๊ง
เด็กน้อย : คุณจะทำร้ายหนูรึเปล่า?
สสาร : ไม่หรอก ฉันจะช่วยเธอ
เด็กน้อย : คุณชื่ออะไร?
สสาร : ฉันไม่มีชื่อหรอก
เด็กน้อย : หนูชื่อแอปปี้ เรียกคุณว่าอัลเลนได้ไหม
สสารพยักหน้าตอบรับถึงจะไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็ “อัลเลน”
แอปปี้ : ปล่อยหนูลงได้ไหมคะ
เธอยังคงลอยอยู่ในวงพลังที่อัลเลนสร้างไว้เพื่อป้องกันเธอจากศัตรูที่มาทำร้ายเขาค่อยๆ ปล่อยเธอลงพื้นอย่างเบาๆ
อัลเลน : เธออยู่ตรงนี้นะ ฉันคงต้องไปแล้ว
แอปปี้ : อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียวนะคะ หนูกลัว
อัลเลน : ฉันต้องกลับไปดูยานของฉัน ถ้าฉันอยู่ที่นี้ เธอจะไม่ปลอดภัย
เขาหายไปทันทีที่พูดจบ แอปปี้มองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเขาหายไปตอนไหนเธอใและนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ มีทั้งความหวาดกลัว ความหนาวเหน็บไม่มีที่ให้เธอไป ท่ามกลางความมืดเช่นนี้เด็กน้อยวัย 9 ขวบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
อัลเลนมาที่ยานของเขาด้วยความเร็วมากหรือจะเรียกได้ว่าหายตัวมาเลยก็ว่าได้ค่อยๆ ตรวจสอบและเข้าไปดูภายใน ยานเสียหายหนักกว่าจะซ่อมแซมได้ถึงจะมีระบบซ่อมแซมตัวเองแต่ก็ต้องใช้แร่ธาตุและพลังงานหลายอย่างเขาพยายามค้นหาว่ามีแร่ธาตุเ่าั้อยู่บนโลกนี้หรือไม่เขาใช้พลังจิตในการสื่อสารกับระบบในยานทั้งหมด ให้ระบบค้นหาธาตุต่างๆ ที่จำเป็แต่บนโลกนี้ มีธาตุที่ใช้ได้น้อยมาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะซ่อมแซมยานได้เขาจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังยานลำอื่นแต่นั่นก็ต้องใช้เวลาอีกเช่นกันเขาจึงคิดว่าคงจำเป็ที่เขาต้องซ่อนตัวที่โลกนี้สักระยะ เขาย่อส่วนยานให้เล็กมากและให้ออกไปหาแหล่งพลังงานเพื่อซ่อมแซมตัวเองจากนั้นเขาก็กลับมาที่แอปปี้อีกครั้งอย่างรวดเร็วและเห็นเธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ อัลเลนเดินเข้าไปหาแอปปี้และมองเห็นน้ำตาที่ไหลออกมา“น้ำตา” เขารู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่ทำไมมันไหลออกมานั้น เขาไม่เข้าใจแอปปี้เห็นอัลเลนที่กลับมาก็ดีใจมาก เธอลุกขึ้นและโผ่กอดเขาทันทีและดูเหมือนเธอจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม อัลเลนได้แต่ยืนนิ่ง เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเขารู้สึกสับสน และในตอนนั้น เขาก็มองเห็นร่างกายที่มีรอยไหม้หลายจุด “ร่างนี้คงทนกระแสไฟฟ้าที่ออกมาจากตัวเขาไม่ได้แน่ๆ“ เขาเห็นสร้อยของผู้หญิงและผู้ชายที่นอนตายคู่กันอยู่บนถนน ที่สร้อยห้อยจี้ที่เป็แท่งเงินหุ้มวัสดุที่เป็แก้วอยู่ด้านในอีกทีในนั้นเหมือนจะใส่ของเหลวสีแดงไว้ ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรเขาจึงหยิบสร้อยของเธอและเขาออกมา เทของเหลวในนั้นออกและถ่ายประจุพลังไฟฟ้าใส่ไว้แทนดังนั้น่ที่อยู่บนโลกนี้ เขาจะไม่สามารถใช้พลังไฟฟ้าของเขาได้ เขามองไปรอบๆและคิดว่า ยังไงก็ควรไปจากแถวนี้เสียก่อน เพราะไม่รู้ว่าพวกศัตรูยังมีอีกหรือไม่อัลเลนพาแอปปี้เดินไปเรื่อยๆ จนออกนอกหมู่บ้านไปอีกไกล พวกเขาเริ่มเหนื่อยจึงไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ทั้งคู่นั่งอยู่ที่นั่นจนเช้าโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุสักพักแล้ว แต่เขารอให้ผู้ชำนาญการมาเสียก่อนเพราะเขาคิดว่าสิ่งที่จะทำแบบนี้ได้น่าจะเกิดขอบเขตความสามารถของพวกเขาที่จะตรวจสอบ พวกรัฐบาลก็มาในอีกไม่ชา พวกเขาไม่พบยานของอัลเลนที่ตกลงมาเพราะอัลเลนย่อส่วนและซ่อนไว้ตำรวจและคนของรัฐบาลออกตามหาคนรอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นหลายศพถูกพบว่าไม่ได้เสียชีวิตจากแรงะเิหรือไฟไหม้ มีการถูกฉีกกระชากร่างรัฐบาลสันนิษฐานว่าอาจเป็การกระทำจากสิ่งที่มาจากนอกโลกมีหลุมขนาดใหญ่และแรงะเิที่เปิดวงกว้าง แต่กลับไม่พบวัตถุใดๆ ที่ทำให้เกิดการแรงแะเิและหลุมนั้นรัฐบาลส่งคนออกตามหาสาเหตุทันที มีการใช้โดรนบินไปมาบนท้องฟ้าอัลเลนคิดว่าเขาสามารถพรางตัวเพื่อหลบหลีกการตามหานี้ได้แต่เขาไม่สามารถใช้พลังนั้นกับแอปปี้ได้ เขาพรางตัวให้แอปปี้ไม่ได้หรือหากเขาจะใช้ความเร็วในการพาแอปปี้หนี นั้นจะยิ่งทำให้ร่างกายเขาได้รับาเ็มากขึ้นก็เป็ได้และอาจเป็อันตรายต่อแอปปี้ด้วย
อัลเลน : คนพวกนั้นไว้ใจได้รึเปล่า(อัลเลนหมายถึงพวกตำรวจและคนของรัฐบาลที่ออกตามหา)
แอปปี้ :(ส่ายหน้าและมีท่าทีหวาดกลัว) หนูไม่รู้
อัลเลนที่ไม่มั่นใจกับสถานการณ์นี้จึงตัดสินใจพาเธอหนีเข้าไปในป่า ยิ่งเดินลึกเข้าไปแอปปี้ยิ่งดูอ่อนแรงอัลเลนให้เธอขี่หลังและพาเดินต่อไป เขาสามารถเดินได้เร็วกว่าคนปกติหลายเท่าเขาใช้ตาสแกนตำแหน่งว่าพวกตำรวจอยู่ที่จุดไหนบ้าง และไม่นานเขาก็ออกจะระยะตามหาของพวกตำรวจได้แต่ศักยภาพทางร่างกายของมนุษย์นั้นมีเพียงน้อยนิด เขาเดินติดต่อกันนาน 4 ชั่วโมงด้วยความเร็วและแบกแอปปี้ใส่หลังไว้ด้วยทำให้เท้าของเขาแพลง จู่ๆ เขาก็เดินต่อไม่ไหวความมีความรู้สึกประหลาดหลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นตอนอยู่ในร่างสสาร“เรียกว่าเจ็บสินะ” อัลเลนรู้สึกได้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าเจ็บ
แอปปี้ : หนูหิวน้ำค่ะ
อัลเลน : น้ำเหรอ?
เขาวางแอปปี้ลง และถอดรองเท้าออกเท้าเขาบวมและแดงมากแอปปี้ใ เขาจ้องมองและพิจารณาอยู่พักใหญ่
อัลเลน : ฉันเดินต่อไม่ได้แล้ว
แอปปี้ : หนูจะไปหาน้ำมาให้นะคะ
อัลเลน : มันไม่จำเป็สำหรับฉันหรอก
แอปปี้ : คุณไม่รู้สึกเหนื่อยเหรอคะเดินจนเท้าบวมขนาดนี้แล้วน่าจะกระหายน้ำนะคะ
อัลเลนรู้สึกนิดๆ ว่าจำเป็ต้องได้บางสิ่งเข้าร่างกายบ้างและก็ไม่คิดว่าน้ำจะเพียงพอต่อร่างกายเขาในตอนนี้เขาได้แต่คิดว่าร่างมนุษย์นั้นช่างอ่อนแอเหลือเกินและคิดว่าน่าจะเจอคนที่มีศักยภาพร่างกายที่ดีกว่านี้ให้คัดลอกเขาใช้ตาสแกนหาแหล่งน้ำ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่เขาอยู่มากนักเขาบอกให้แอปปี้เดินไปตามทางหลังจากที่เขามองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งที่เป็อันตรายอยู่รอบๆแอปปี้ใช้มือตักน้ำขึ้นมาดื่มก่อนที่จะนำใบไม้ใส่น้ำและเดินถือกลับมาให้อัลเลนเขามองไปที่น้ำนั้นก็เห็นมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หลายอย่างในนั้น และก็คิดอยู่นานว่าจะดื่มหรือไม่แต่ด้วยร่างกายที่กระหายเขาจึงตัดสินใจดื่ม หลังจากดื่มน้ำแล้วเขาก็รู้สึกดีขึ้น(คงเป็แหล่งพลังงานของมนุษย์สินะ) อัลเลนคิดแบบนั้นแต่เท้าเขาบวมมากจนไม่สามารถเดินต่อได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะพักตรงนี้ก่อนแอปปี้รู้สึกหิวมาก เพราะเธอไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เมื่อคืนทั้งคู่นั่งอยู่ในป่าจนใกล้พลบค่ำ จู่ๆ ก็มีเสียงหมาเห่าขึ้นอัลเลนใมากเพราะไม่รู้ว่าเป็เสียงอะไรหมาตัวนั้นวิ่งมาอัลเลนหยิบท่อนไม้และลุกขึ้นทันที แอปปี้เอามือจับแขนเขาไว้
แอปปี้ : ไม่เป็ไรนะ แค่หมาหน่ะ
เธอเดินไปหาหมาตัวนั้นอย่างใจเย็น ค่อยๆ ก้มลง เอามือลูบหัวหมาตัวนั้นแต่อัลเลนยังคงกำไม้แน่นและจ้องไปที่หมาตัวนั้นเขาจ้องจนหมาตัวนั้นกลัวและวิ่งกลับไป เ้าของมาะโเสียงดัง
ชายแก่คนหนึ่ง : แกเป็ใครหน่ะ?
ชายคนนั้นยกปืนขึ้นเล็งไปที่อัลเลน แอปปี้วิ่งไปกอดอัลเลนด้วยความกลัวอัลเลนใช้พลังปัดปืนที่มือชายแก่คนนั้นตกลงพื้นทั้งที่ตัวเขาอยู่ไกลจากชายแก่คนนั้นมาก ชายแก่ใทำอะไรไม่ถูกอัลเลนกำลังจะพุ่งเข้าหาชายคนนั้น แต่แอปปี้เอาตัวออกมาขวาง
แอปปี้ : อย่าทำร้ายเขานะคะ (น้ำตาคลอเป้า และมองอัลเลนด้วยสีหน้าอ้อนวอน)
ชายแก่คนนั้นมองไปที่แอปปี้และอัลเลน ดูเหมือนว่าอัลเลนจะมากับเด็กเขามองลงไปที่เท้าของอัลเลนที่บวมแดงอยู่ เขารู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่ต้องหนีอะไรมา
ชายแก่ : อยากทำแผลไหม?
อัลเลนมองชายแก่พักหนึ่งก่อนหันไปมองแอปปี้ แอปปี้ที่กล้าๆ กลัวๆก็พยักหน้าตอบรับว่า้าไป เขาจึงหันไปพยักหน้าให้ชายแก่ ชายแก่เดินเข้ามาใกล้ๆและช่วยพยุงอัลเลนไปที่รถกระบะของเขา อัลเลนนั่งอยู่ด้านหลัง ส่วนแอปปี้นั่งด้านหน้าเขาขับรถพาทั้งคู่กลับไปที่บ้านที่อยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโล
ชายแก่ : เธอชื่ออะไร?
แอปปี้ : แอปปี้ค่ะ
ชายแก่ : แล้วนายคนนั้นหล่ะ
แอปปี้ : เป็พี่ชายค่ะ ชื่อออัลเลน
ชายแก่ : ดูไม่เหมือนกันเลยนะ เขาดูเหมือนคนเอเชียมากกว่า
แอปปี้ : เป็ลูกของพ่อใหม่หนูค่ะ คุณชื่ออะไรคะ?
ชายแก่ : เรียกฉันพีทแล้วกัน ฉันอยู่เมืองถัดไปนี้แหละฉันชอบออกมาล่าสัตว์ ก็เป็งานอดิเรกของคนวัยเกษียณแหละนะพวกเธอมาจากเมืองที่อุกกาบาตตกสินะ แล้วพ่อแม่หล่ะ
แอปปี้ : (เงียบ ไม่ตอบ ได้แต่นั่งนิ่งๆ)