"ิญญาไม่ดับเพราะความจริงหนักเกินกว่าจะพาไปและปรากฏได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่แบกมันแทนได้"
ว่ากันว่า ราคาที่คนอื่นกำหนดและความเชื่อที่ไม่้าหลักฐาน ความจริงนั้นไม่กลัวการตั้งคำถาม มันกลัวแต่คนที่ตั้งคำถามในแบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้คำตอบที่้าเพราะคำถามที่ตั้งอย่างแยบยลนั้น บางครั้งไม่ได้มองหาความจริง มันมองหาช่องที่ความสงสัยจะเข้าไปอยู่ได้และความสงสัยนั้น เมื่อเข้าไปอยู่แล้ว ก็ยากที่จะไล่ออกด้วยตรรกะเพียงอย่างเดียวต้องไล่ออกด้วยสิ่งที่แน่ใจกว่านั้น
สิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อบอกและสิ่งที่เขาไม่บอก........
ระเบียงของพระราชวังบ่ายของวันที่สาม
เสี่ยวอวิ๋นจื่อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่ระเบียงในแบบที่คนนั่งเมื่อพวกเขาไม่รีบในแบบที่บอกว่าเขามีเวลาและรู้ว่าคนอื่นจะฟัง ไม่ว่าจะอยากฟังหรือไม่
อี้เหยียนยืนอยู่ห่างจากเขาแปดก้าวไม่นั่ง ไม่เข้าใกล้ เทียนจวินยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าวทางขวาดวงตาของเขาจับที่ชายในชุดดำตลอด
"ข้าจะเล่าในแบบที่ตรงที่สุด" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเรียบ "เพราะข้าไม่ได้ประโยชน์อะไรถ้าจะบิดเบือน"
"ข้าฟัง" อี้เหยียนพูดสั้น
เสี่ยวอวิ๋นจื่อมองออกไปที่สวนด้านล่างก่อนในแบบที่คนมองเมื่อพวกเขาเรียงลำดับสิ่งที่จะพูดในใจ
"ในชาติที่สี่" เขาเริ่ม เสียงนั้นนิ่งและวัดน้ำหนักทุกคำ "ข้าคือผู้ถือสถูปหวนชะตาในชาตินั้นข้าถือมันมาสี่สิบปี ทำงานส่งิญญา ปิดรอยแยก ดูแลพื้นที่ระหว่างโลกในแบบที่ผู้ถือสถูปทุกคนทำ"
"แต่?" อี้เหยียนพูด ในเสียงนั้นรู้ว่ามีแต่
"แต่ข้าทำสิ่งที่ผู้ถือสถูปไม่ควรทำ" เขาพูดตรง ไม่หลีก "ข้าใช้ความสามารถของสถูปเพื่อผลประโยชน์ที่เกินกว่าหน้าที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่ออยู่กับคนที่ข้ารัก"
เขาหยุดสักพัก
"ในชาตินั้นมีคนที่ข้ารักซึ่งมีราคาที่ต้องจ่ายอยู่บางอย่างราคาที่เกิดจากการกระทำเพื่อชีวิตที่ยืนยาว และครองความรักนั่นข้าใช้สถูปหาทางหลีกเลี่ยงราคานั้นแต่พลังงานที่สะสมในชีวิตนั้นไม่หายไปเพียงเพราะผู้ถือสถูป้าให้หายหรือจ่ายอยู่แต่ มันต้องถูกจ่ายโดยใครบางคน"
"และเ้ากำหนดราคาให้เซี่ยิ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
เสี่ยวอวิ๋นจื่อไม่ตอบทันทีมองมือของตัวเองบนราวระเบียง
"ข้าเสนอทางเลือก" เขาพูดช้า ๆ "ว่าถ้ามีคนสมัครใจรับราคาแทนราคานั้นจะถ่ายโอนได้ แม้จะไม่ทั้งหมด!เซี่ยิได้ยินและเลือกรับแทนคนที่เธอรัก ข้าไม่ได้บังคับแต่ข้าเป็คนนำเสนอทางเลือกนั้น"
"โดยรู้ว่าเซี่ยิจะเลือกอย่างไร" เทียนจวินพูดเสียงนิ่งเป็ครั้งแรกที่เขาพูดั้แ่เสี่ยวอวิ๋นจื่อเริ่มเล่า
เสี่ยวอวิ๋นจื่อหันมามองเขาดวงตาสีเทาเข้มอ่านเทียนจวินสักวินาที
"ใช่" เขาพูดตรง "ข้ารู้ว่านางจะเลือกอย่างไรเพราะข้ารู้จักนาง รู้ว่านางรักใครและรักแค่ไหน"
"แล้วเ้ายังเสนอ" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ ไม่มีน้ำเสียงตัดสินแต่ตรงในแบบที่เขาตรงเสมอ
"ใช่" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด เสียงนั้นเงียบ "และนั้นคือสิ่งที่ข้าแบกมาในทุกชาติหลังจากนั้นการผิดหวัง เ็ป แตกสลาย และการส่งต่อราคาของคำสาป"
ระเบียงเงียบ
"และในชาตินี้" อี้เหยียนพูดต่อ "เ้าอ้างว่าสถูปเป็ของเ้า"
เสี่ยวอวิ๋นจื่อหันมามองอี้เหยียนอย่างเต็มที่ดวงตาสีเทาเข้มมีบางอย่างที่ตรงในนั้น
"เปล่า ข้าอ้างว่าสถูปเลือกเ้าในแบบที่ไม่สมบูรณ์" เขาแก้เสียงเรียบ "เพราะสถูปนั้นในชาติก่อนถูกทำให้เสียสมดุลจากการที่ข้าใช้มันในแบบที่ไม่ควรใช้ราคาที่ถ่ายโอนไปนั้นมันไม่ควรเป็เื่ของสถูป แต่กลายเป็เื่ของสถูปเพราะข้าและในชาตินี้ สถูปนั้นเลือกเ้ามาเพราะเป็คำสาปเพื่อ 'จ่ายหนี้'ของมัน ไม่ใช่เพราะท่านเป็ผู้ถือที่แท้จริง"
"เ้าคิดว่าข้าเป็แค่เครื่องมือจ่ายหนี้" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าคิดว่าท่านสมควรรู้ความจริง" เขาพูด "ไม่ว่าความจริงนั้นจะเ็ปแค่ไหน"
เทียนจวินขยับเล็กน้อยในแบบที่คนขยับเมื่อพวกเขา้าพูดอะไรแต่กลั้นไว้ก่อน
อี้เหยียนมองเสี่ยวอวิ๋นจื่อในแสงบ่ายของพระราชวังดวงตาสีทองของเขาอ่านทุกอย่างที่อ่านได้ในใบหน้าของเขา ในพลังงานของเขา ในแบบที่ตัวเขาอ่านสิ่งที่สำคัญ
"สิ่งที่เ้าจะบอกข้าในวันนี้มีแค่นี้?" อี้เหยียนพูดในที่สุด "มีสิ่งที่เ้ายังไม่บอก"
มุมปากของเสี่ยวอวิ๋นจื่อขยับขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ยอมรับ
"มี" เขาพูดตรง "แต่สิ่งที่เหลือนั้น้าเวลาที่เหมาะสมกว่านี้และหลักฐานที่เ้ายังไม่พร้อมรับในตอนนี้ คำสาปไม่จบง่ายๆหรอกอี้เหยียน"
"เมื่อไหรเ้าถึงจะบอก?"
"เมื่อเ้าพร้อม" เขาพูด "ข้ารอได้"
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้มหัวให้ทั้งสองในระดับที่เท่ากัน แล้วก็เดินออกไปจากระเบียงในทิศที่เขามาเงียบและเรียบในแบบที่บอกว่าเขาไม่รีบ
ไม่รีบเพราะเขารู้ว่าเขาจะได้ฟังคำตอบในที่สุด
คืนที่คณะแบ่งความเห็น......
ที่พักในย่านซานเหอหลี่คืนของวันเดียวกัน
โต๊ะกลางห้องมีชาและเทียนไขสองเล่มที่ส่องแสงพอสำหรับการพูดคุยจางเว่ยเปิดสมุดบันทึกวางไว้ข้าง ๆ ในแบบที่เขาทำเสมอเมื่อมีเื่สำคัญเซินเหมยนั่งฟังในแบบที่หมอฟัง ระวัง ไม่ด่วนสรุปหลี่เซียนนั่งด้วยแส้ฟ้าพาดบนหัวเข่า ในแบบที่เขานั่งเมื่อระวังซวินฮัวนั่งตรงนิ่งในมุมห้อง
"ข้าต้องค้นคัมภีร์ก่อน" จางเว่ยพูดเสียงขรึมหลังจากได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด"ข้ออ้างของเขาเกี่ยวกับสถูปนั้นต้องมีหลักฐานในบันทึกโบราณไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับสถูปหวนชะตาที่ไม่มีร่องรอยในคัมภีร์และก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อต้องรู้ก่อนว่ามีหลักฐานรองรับหรือเปล่า"
"ข้าระวังเขา" หลี่เซียนพูดตรง "ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตามวิธีที่เขามาและวิธีที่เขาพูดนั้นออกแบบมาเพื่อให้เราลังเลไม่ใช่เพื่อให้เราเข้าใจ"
"ทั้งสองอย่างนั้นอาจเป็จริงพร้อมกัน" เซินเหมยพูดเสียงเบา "เขาระวังในการนำเสนอและสิ่งที่เขาพูดก็มีความจริงอยู่บ้าง"
"บางส่วนจริง บางส่วนไม่จริง" ซวินฮัวพูดสั้น ๆ จากมุมห้อง "เป็วิธีที่ดีที่สุดในการโกหก"
ทุกคนเงียบ
"องค์เมียวจิ" จางเว่ยหันมามองอี้เหยียน "ท่านคิดอย่างไร?"
อี้เหยียนนั่งอยู่ที่ขอบโต๊ะมือวางบนสถูปหวนชะตาที่วางอยู่หน้าเขา ไม่ได้ถือ แค่วางดวงตาสีทองมองออกไปที่เทียนไขสองเล่มที่ลุกอยู่
อี้เหยียนไม่ตอบทันทีในแบบที่เขาไม่ตอบเมื่อยังไม่พร้อมจะพูด
ทุกคนในห้องรอ
"ข้าไม่รู้ว่าเขาพูดความจริงหรือเปล่า" อี้เหยียนพูดในที่สุดเสียงเงียบแต่ชัดเจน "สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตรวจสอบได้ง่ายเื่ชาติก่อนนั้นข้าไม่มีข้อมูลครบ เฉินเหวินบอกข้าบางส่วนแต่ไม่ได้บอกทุกอย่างในชาติที่สี่"
"แล้วท่านรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขาพูด?" เซินเหมยถามเสียงเบาเสียงหมอที่ถามสิ่งที่อยู่ลึกกว่าข้อเท็จจริง
อี้เหยียนมองสถูปที่วางอยู่ต่อหน้า
"รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นออกแบบมาเพื่อให้ข้าสงสัยในตัวเอง" อี้เหยียนพูด "ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริงก็ตามผลที่้านั้นเหมือนกันคือให้ข้าตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวข้ากับสถูป"
"และมันได้ผลไหม?" หลี่เซียนถามตรง
อี้เหยียนเงียบนานกว่าปกติ
ซึ่งเป็คำตอบในตัวเอง
ทุกคนแยกย้ายไปนอนในที่สุดจางเว่ยออกไปนั่งอ่านคัมภีร์ในห้องของเขาในแบบที่เขาทำเมื่อมีเื่สำคัญหลี่เซียนออกไปตรวจรอบอาคาร เซินเหมยและซวินฮัวกลับห้อง
อี้เหยียนนั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียวในห้องโถง
เทียนจวินไม่ออกไป
เขาเดินเข้ามาที่โต๊ะนั่งลงข้างๆ ในแบบที่เขานั่งเสมอ ไม่ขอ ไม่ถาม แค่นั่งชาสองถ้วยที่ชงเมื่อสักครู่ยังอุ่นอยู่ เขาเลื่อนถ้วยหนึ่งเข้ามาหา
เขารับโดยไม่พูดอะไรดื่มสักคำ
สักพักหนึ่งที่ทั้งสองเงียบ
"สถูปนั้นเรืองขึ้นเมื่อเขาจับมัน" เทียนจวินพูดขึ้นเสียงเบาไม่มีการเกริ่น ไม่มีการตั้งนำ พูดออกมาตรงจากสิ่งที่คิด "ไม่ใช่เมื่อเขาพูดถึงมัน"
อี้เหยียนหันมามองเขา
"ข้าเชื่อสิ่งที่เ้าเป็มากกว่าสิ่งที่เขาอ้าง" เขาพูดต่อเสียงนิ่งดวงตาของเขาในแสงเทียนมองอี้เหยียนตรง ๆ ไม่หลีก
อี้เหยียนนั่งรับสิ่งที่เขาพูดในความเงียบที่ยาวกว่าปกติในแบบที่เขารับสิ่งที่สำคัญมาก ช้า ระวัง ให้มันอยู่กับตัวเขาก่อน
แสงเทียนกระพือเบาๆ ในลมที่มาจากหน้าต่างที่เปิดอยู่ ทำให้เงาของทั้งสองบนผนังห้องโถงไหวเล็กน้อย
"ขอบคุณ" อี้เหยียนพูดในที่สุด เสียงเงียบมาก เงียบกว่าที่เขาพูดปกติ"ในวันที่ข้ายังไม่แน่ใจในตัวเอง"
เทียนจวินมองเขาในแสงเทียนในดวงตาของเขานั้นมีบางอย่างที่อ่อนโยนและมั่นคงพร้อมกัน
"ความไม่แน่ใจนั้นไม่ใช่ความอ่อนแอ" เขาพูดเสียงเบา "มันเป็สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีคนพูดสิ่งที่เจาะจงเข้าไปในส่วนที่คนเราระวังมากที่สุดไม่มีใครที่ไม่รู้สึกแบบนั้นในสถานการณ์เดียวกัน"
"เ้าจะรู้สึกแบบนั้นไหม?" อี้เหยียนถามเสียงเบา
เขาคิดอยู่สักพักก่อนตอบในแบบที่เขาคิดเมื่อเขา้าตอบอย่างซื่อสัตย์
"ถ้ามีคนมาบอกข้าว่าเหตุผลที่ข้าเป็นักรบนั้นไม่ใช่เพราะฝีมือของข้าแต่เพราะหนี้ที่ต้องจ่าย" เขาพูด "ข้าก็จะรู้สึกแบบเดิมแต่แล้วก็จะนึกถึงการฝึกทุกวัน ความเ็ปทุกครั้งและการตัดสินใจทุกอย่างที่ทำมาด้วยตัวเอง สิ่งเ่าั้ไม่มีใครเอาไปจากข้าได้ไม่ว่าเขาจะพูดว่าอะไร"
อี้เหยียนมองเขา
"เ้า้าให้ข้าคิดแบบเดิม" อี้เหยียนพูดเสียงเบา ไม่ใช่คำถาม
"ข้า้าให้เ้าจำว่าสถูปนั้นเรืองขึ้นเมื่อเ้าจับมันตอนเจ็ดขวบ" เขาพูด "ก่อนที่เขาจะรู้ว่ามันคืออะไรก่อนที่ใครจะบอกว่าเ้าควรถือมัน ก่อนที่ทุกอย่างที่เขาพูดวันนี้จะเกิดขึ้นสถูปเลือกเขาก่อนที่เขาจะเลือกมันและนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากหนี้ที่ต้องจ่าย"
อี้เหยียนวางถ้วยชาลงช้าๆ มองมือของตัวเองบนโต๊ะ ข้อมือซ้ายที่มีรอยอักษรโบราณ "จงเป็"
"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "แต่ความรู้และความรู้สึกนั้นบางครั้งมันอยู่คนละห้อง"
"ใช่" เขาพูด "และในคืนที่ความรู้กับความรู้สึกอยู่คนละห้องข้าจะนั่งข้างๆ เ้าอยู่ที่นี่"
อี้เหยียนมองเขาสักพักดวงตาสีทองในแสงเทียนอ่านใบหน้าของเขา
แล้วก็หันกลับไปมองเทียนไม่พูดอะไร แต่ขยับมาใกล้เขาเล็กน้อย ในแบบที่ตัวเขาขยับเมื่อเลือก
เมียวกิที่นอนอยู่บนโต๊ะข้างๆเปิดตาขึ้นมองทั้งสอง แล้วก็หลับตาลงในแบบที่พอใจ
รุ่งเช้าและสิ่งที่จางเว่ยพบในคัมภีร์........
เช้าตรู่ของวันที่สี่
จางเว่ยไม่ได้นอน
เขานั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องของเขาพร้อมคัมภีร์สามเล่มที่เปิดอยู่พร้อมกันเทียนไขสามเล่มที่หมดลงแล้ว และสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยลายมือเล็ก ๆที่เขาเขียนตลอดคืน
เมื่ออี้เหยียนออกมาในตอนรุ่งสางเขาออกมาพร้อมกับใบหน้าของคนที่ค้นพบบางอย่างที่เขาไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี
"ข้าพบสิ่งหนึ่ง" เขาพูดก่อนที่อี้เหยียนจะถาม "แต่มันซับซ้อนกว่าที่ข้าคาด"
"บอกมา"
จางเว่ยเปิดสมุดบันทึกที่หน้าที่เขาทำเครื่องหมายไว้
"ในบันทึกโบราณเกี่ยวกับสถูปหวนชะตามีการกล่าวถึงว่าผู้ถือสถูปในแต่ละยุคนั้นเลือกโดยสถูปเอง แต่มีเงื่อนไขที่ระบุว่า'ถ้าผู้ถือคนก่อนทำให้สถูปเสียสมดุลการเลือกในยุคต่อมาอาจมีการชดเชยที่ผู้ถือใหม่ไม่รับรู้'"
ห้องเงียบ
"แต่" เขาพูดต่อ เน้นคำนั้น "บันทึกเดียวกันยังระบุด้วยว่า'การชดเชยนั้นไม่ได้ทำให้ความเป็ผู้ถือที่แท้จริงเสื่อมถอยเพราะสถูปเลือกผู้ที่สามารถทำสิ่งที่จำเป็ในยุคนั้นได้ไม่ว่าเส้นทางที่นำมานั้นจะเป็อย่างไร'"
อี้เหยียนฟังโดยไม่ขัดดวงตาสีทองอ่านจังหวะที่จางเว่ยพูดทุกคำ
"แปลว่า" อี้เหยียนพูดในที่สุด "ทั้งสิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดและสิ่งที่บันทึกระบุนั้นไม่ขัดแย้งกันอาจเป็จริงพร้อมกัน"
"ใช่" จางเว่ยพูด "สถูปอาจเลือกท่านมาเพราะเส้นทางที่ซับซ้อนแต่นั้นไม่ได้ทำให้การเลือกนั้นไม่ถูกต้อง"
"เสี่ยวอวิ๋นจื่อเลือกที่จะนำเสนอแค่ครึ่งหนึ่งของความจริง" เทียนจวินที่ออกมาฟังั้แ่เมื่อกี้พูดเสียงเงียบ"ครึ่งที่ทำให้สงสัยโดยไม่พูดครึ่งที่ตอบคำถาม"
"เพราะถ้าพูดทั้งหมด ก็ไม่มีประโยชน์ในการมา" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"แต่ยังมีสิ่งที่เขาไม่บอก" จางเว่ยพูด "และสิ่งนั้นอาจสำคัญกว่าสิ่งที่เขาบอกแล้ว"
การสืบสวนในหลงเฉิงและเส้นทางที่นำลงใต้.......
วันที่สี่ตอนบ่าย..........
คณะแบ่งออกเป็สองกลุ่มกลุ่มแรกนำโดยจางเว่ยออกสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสี่ยวอวิ๋นจื่อและสำนักเมฆาดำกลุ่มที่สองคืออี้เหยียนและเทียนจวินพร้อมลูกศิษย์สำนักสองคนกลับไปที่จิ้งเหมียนเก๋อเพื่อสืบหาต้นทางของพลังงานที่อยู่ใต้ตำหนัก
"เฉิงิจางบอกว่ามีห้องใต้ดินของพระราชวังที่ไม่ได้เปิดมาสองร้อยปี" อี้เหยียนพูดระหว่างเดินผ่านลานพระราชวัง"อยู่ตรงกลางระหว่างจิ้งเหมียนเก๋อและห้องส่วนพระองค์ขององค์จักรพรรดิ"
"ห้องที่ปิดสองร้อยปี" เทียนจวินพูด "มีเหตุผลที่ปิดมาก่อน"
"เหตุผลเดียวกับเหตุผลที่ต้องเปิดตอนนี้" อี้เหยียนพูด
เฉิงิจางที่นำทางรออยู่ที่หน้าทางลงใต้ดินทางที่มีหินปิดกั้นสองชั้นและตราสัญลักษณ์ราชวงศ์ประทับอยู่ที่กรอบ
"ข้าต้องขออนุญาตพิเศษจากองค์จักรพรรดิในการเปิด" เขาพูดเสียงเงียบ "ที่ใช้เวลาสามวัน"
"สามวันช้าเกินไป" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"พลังงานในนั้นเพิ่มขึ้นทุกคืน" อี้เหยียนอธิบาย "ถ้ารอสามวันผนังในจิ้งเหมียนเก๋อจะเริ่มส่งผลออกมานอกตำหนัก"
เฉิงิจางเงียบอยู่สักพัก
"ถ้าข้าเปิดโดยไม่มีอนุญาต—"
"ข้ารับผิดชอบ" อี้เหยียนพูดตรง "ต่อผลที่ตามมาทุกอย่าง"
เฉิงิจางมองอี้เหยียนสักพักมองในแบบที่ประเมินว่าสิ่งที่คนนี้พูดนั้นมีน้ำหนักแค่ไหน
"ตกลง" เขาพูดในที่สุด
ห้องใต้ดินของพระราชวังหลงเฉิง.......
ทางลงนั้นแคบและชันกว่าที่คาดบันไดหินเก่าที่มีรอยกร่อนจากเวลาสองร้อยปี แต่ยังแข็งแกร่งอยู่โคมที่นำลงไปนั้นสว่างพอสำหรับสามก้าวข้างหน้า
อี้เหยียนลงก่อนสถูปในมือเรืองทองเบา ๆ นำทาง เมียวกิบินอยู่เหนือหัวในพื้นที่คับแคบส่งแสงทองจากดวงตาออกมาในแบบที่สว่างพื้นที่เพิ่มขึ้น
เทียนจวินตามลงมาข้างหลังดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง พร้อมแต่ไม่รีบ
"อุณหภูมิลดลง" เขาสังเกตเสียงเบา
"พลังงานสะสมนั้นดูดความอบอุ่น" อี้เหยียนพูด "เหมือนหุบเขาเฉียนหลิงแต่เก่ากว่ามาก"
ในท้ายบันไดมีห้องใต้ดินขนาดกลางผนังหินทั้งสี่ด้าน เพดานต่ำ ในห้องนั้นว่างเปล่า ยกเว้นสิ่งหนึ่งที่อยู่กลางห้อง
แท่นหินที่มีวัตถุวางอยู่บนนั้น
วัตถุที่ดูเหมือนสถูปอีกอันแต่สีต่างออกไป ไม่ใช่สีทอง แต่เป็สีเทาเข้มเกือบดำรูปทรงเหมือนกันทุกอย่างกับสถูปหวนชะตาของอี้เหยียนแต่พลังงานที่ออกมานั้นหนักกว่า ลึกกว่า และเย็นกว่า
อี้เหยียนยืนนิ่ง
เมียวกิหยุดบินทันทีลงมาเกาะที่ไหล่ซ้าย ขนตั้งชัน แต่ไม่ร้อง
"สถูปอีกอัน" เทียนจวินพูดเสียงเบา
"ไม่ใช่สถูปธรรมดา" อี้เหยียนพูด ปล่อยสถูปของเขาอ่านพลังงานของวัตถุนั้น"มันเป็สถูปหวนชะตาอีกอันแต่ถูกทำให้กลับด้าน ถ้าสถูปของข้าทำงานส่งิญญาออกไปและปิดรอยแยกสถูปนี้ทำงานดึงพลังงานเข้ามาและเปิดรอยแยก ดูดพลัง!"
"ใครวางมันไว้ที่นี่?" เทียนจวินถาม
ก่อนที่อี้เหยียนจะตอบประตูห้องใต้ดินที่อยู่อีกมุมหนึ่งที่พวกเขาไม่ได้สังเกตเปิดออกเสียงหินเสียดกันเบา ๆ
เงาของคนออกมาจากประตูนั้น
เสี่ยวอวิ๋นจื่อ
ในชุดดำถือโคมสีดำในมือซ้าย ดวงตาสีเทาเข้มมองสถูปสีเทาดำบนแท่นหินก่อนแล้วก็มองอี้เหยียน รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
"ท่านมาเร็วกว่าที่ข้าคาด" เขาพูดเสียงเงียบ "ข้าคิดว่าต้องรออีกวันหนึ่ง"
"เ้ารู้ว่าข้าจะมาที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าวางแผนให้ท่านมา" เขาพูดตรง "เช่นเดียวกับที่วางแผนให้เ้ามาหลงเฉิง"
เทียนจวินดาบออกจากฝักเต็มที่แสงสีขาวในห้องใต้ดินที่ลึก
"เ้าทำให้ผนังในจิ้งเหมียนเก๋อเปลี่ยน ทำให้ขุนนางสองคนล้มป่วยและทำให้องค์จักรพรรดิพะวงติดในภวังค์ของในฝันร้าย" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ทั้งหมดนั้นเพื่อให้ท่านองค์เมียวจิมาที่นี่"
"เพื่อให้เ้าทั้งสองมา" เสี่ยวอวิ๋นจื่อแก้เสียงเรียบมองทั้งสอง "และเพื่อให้ท่านองค์เมียวจิพบสถูปนี้"
"สถูปหวนชะตากลับด้าน" อี้เหยียนพูด "เ้าวางมันไว้ที่นี่"
"ข้านำมันมา" เขาพูดตรง "แต่ไม่ได้วางมันอยู่ที่นี่มาก่อนข้านานมาก ข้าแค่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"
"รู้ได้ยังไง?" อี้เหยียนถาม
เสี่ยวอวิ๋นจื่อหันไปมองสถูปสีเทาดำบนแท่นหิน
"เพราะข้าวางมันไว้ที่นี่เอง" เขาพูดเสียงเงียบ "ในชาติก่อน"
ความจริงที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อเลือกเล่า......
"ในชาติที่สี่" เขาเริ่มเล่าในแสงโคมสีดำที่ห้องใต้ดินเสียงของเขาสะท้อนในพื้นที่แคบ "เมื่อข้าทำให้สถูปเสียสมดุลด้วยการถ่ายโอนคำสาปและราคาพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาในกระบวนการนั้นไม่ได้หายไป มันต้องไปอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อ........” เขาหยุดไป “ข้าต้อง แต่ไม่ถือไว้ มันต้องอยู่สักแห่ง"
"และเ้าวางไว้ในสถูปที่สอง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"ข้าสร้างสถูปที่สองเพื่อรับพลังงานนั้นไว้" เขาพูด "ในตอนนั้นมันเป็ทางออกที่ดูสมเหตุสมผลเก็บพลังงานที่เสียสมดุลไว้ในภาชนะที่ปลอดภัย"
"แต่สถูปที่รับพลังงานที่เสียสมดุลนั้นกลายเป็สถูปกลับด้าน" อี้เหยียนพูดอ่านออกจากสิ่งที่เห็นต่อหน้า
"ใช่" เขาพูด "และข้านำมันมาซ่อนในพระราชวังหลงเฉิงของยุคนั้นเพราะที่นี่มีพลังงานหลายชั้นที่กักมันไว้ไม่ให้ซึมออกมา แต่สองร้อยปีผ่านไปพลังงานที่สะสมในมันนั้นหนักพอที่จะซึมออกมาแม้จะถูกกักไว้"
"ซึมขึ้นมาในผนังของจิ้งเหมียนเก๋อ" เทียนจวินพูด
"ใช่" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "และนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้น"
"เ้า้าให้ข้ามาเพราะ?" อี้เหยียนถามตรง
เสี่ยวอวิ๋นจื่อหันมามองอี้เหยียนในดวงตาสีเทาเข้มมีบางอย่างที่ลึกและเก่ากว่าทุกสิ่งที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้า
"เพราะสถูปกลับด้านนั้นจะหยุดซึมออกมาได้ก็ต่อเมื่อพลังงานที่อยู่ในมันถูกดูดซับออกไป" เขาพูด "และสิ่งเดียวที่ดูดซับพลังงานและถูกดูดซับพลังนั้นๆได้คือสถูปที่มาจากแหล่งเดียวกันสถูปหวนชะตาของท่านผู้ ณ ขณะปัจจุบัน"
ห้องเงียบ
"ท่าน้าให้ข้าดูดซับพลังงานจากสถูปนั้น" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง
"ซึ่งเป็พลังงานที่มาจากชาติก่อนของเ้าเอง" เขาพูดเสียงเงียบ "พลังงานที่เซี่ยิจ่ายไปในชาตินั้นบางส่วนถูกกักไว้ในสถูปนี้ ถ้าท่านดูดซับออกมา มันจะไม่ซึมออกมาอีกพระราชวังจะปลอดภัย และท่านอาจจะจำสิ่งที่ท่านลืมในชาตินั้นได้บางส่วน"
เทียนจวินเดินมาข้างๆยืนในแบบที่เขายืนเมื่อเขา้าให้รู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น
"และถ้าข้าไม่ทำ?" อี้เหยียนถาม
"สถูปกลับด้านจะซึมออกมาเรื่อย ๆ" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "จิ้งเหมียนเก๋อจะเริ่มดึงคนเข้าไปในผนังไม่ใช่แค่หยุดนิ่ง แต่ดูดซับสมบูรณ์ และเมื่อผนังนั้นเต็มมันจะเริ่มซึมออกไปในพื้นที่อื่นของพระราชวังซึ่งรวมถึงห้องส่วนพระองค์ขององค์จักรพรรดิ"
"องค์จักรพรรดิอยู่ในอันตราย" เทียนจวินพูดเสียงขรึม
"ทุกคนในพระราชวังอยู่ในอันตราย" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "เมื่อพลังงานนั้นรั่วออกมาเต็มที่"
การต่อสู้ในห้องใต้ดิน.....
พอดีกับที่ประตูทางเข้าหลักที่พวกเขาลงมาด้วยกันนั้นเปิดออกอีกครั้ง
คนในชุดดำสี่คนไม่ใช่คนเดียวกับที่หนานซวี แต่พลังงานที่ออกมาจากพวกเขาเหมือนกันได้รับการเสริมจากแหล่งเดียวกัน
"สำนักเมฆาดำ" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเงียบ "พวกเขาติดตามข้ามาหลงเฉิง"
"พวกเขาเป็คนของเ้าหรือเปล่า?" เทียนจวินถามเสียงเงียบดาบพร้อม
"เป็ของสำนักเมฆาดำ" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "ซึ่งข้าไม่ใช่ผู้นำ"
อี้เหยียนไม่รอให้สถานการณ์ชัดขึ้นเขาอ่านพลังงานของคนสี่คนในพริบตา
"พวกเขา้าสถูปกลับด้าน" อี้เหยียนพูดเบา ๆให้เทียนจวินได้ยิน "และพวกเขาจะดูดซับพลังงานจากมันเพื่อเสริมกำลัง"
"ไม่ให้พวกเขาเข้าถึงแท่น" เขาพูดและพุ่งออกไปในทันที
ดาบของเทียนจวินพบกับดาบของคนแรกในเสียงโลหะที่ดังก้องในห้องใต้ดินแสงสีขาวจากดาบของเขาและแสงสีดำหม่นจากดาบของคนตรงข้ามปะทะกันเทียนจวินถอยครึ่งก้าวรับแรงแล้วเบี่ยงดาบออกด้วยท่าที่ประหยัดการเคลื่อนไหวสูงสุด
ลูกศิษย์สำนักสองคนรับสองคนที่เหลือทันที
คนที่สี่พุ่งตรงไปที่แท่นหิน
อี้เหยียนยืนอยู่ระหว่างเขาและแท่น
"เมียวกิ" อี้เหยียนพูดเงียบ
เมียวกิส่งเสียงร้องยาวขึ้นไปในพื้นที่แคบของห้องใต้ดินเสียงนั้นก้องในแบบที่บอกว่าดังกว่าที่ร่างกายของมันควรทำได้และในเสียงนั้นมีบางอย่างที่เรียกสิ่งอื่นมา
แสงสีเขียวสองจุดปรากฏขึ้นในอากาศของห้องใต้ดินภูติพิทักษ์สองดวงที่เล็กกว่าที่เรียกมาก่อนหน้า แต่เคลื่อนไหวเร็วกว่าวนรอบคนที่พุ่งเข้ามาและสร้างแนวพลังงานที่ชะลอการเคลื่อนไหวของเขาลง
สถูปในมือของเขาส่งแสงทองออกมาสองสายสายหนึ่งล็อคพลังงานที่เสริมอยู่ในตัวเขาให้นิ่งสักวินาทีสายที่สองผลักเขาออกไปจากแนวที่พุ่งมา
เขาล้มลงสามก้าวจากแท่น
เทียนจวินจัดการคนแรกในสองนาทีลูกศิษย์สำนักจัดการอีกสองคนในเวลาใกล้เคียงกันทุกคนล้มลงในแบบที่หมดแรงต่อสู้แต่ไม่มีใครเสียชีวิต
ห้องใต้ดินเงียบลง
เสี่ยวอวิ๋นจื่อยืนอยู่ที่มุมห้องตลอดการต่อสู้โคมสีดำในมือยังถือ ดวงตาสีเทาเข้มมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแบบที่บันทึก
"เ้าไม่ช่วย" เทียนจวินพูดเสียงเรียบเมื่อทุกอย่างสงบ
"ข้าสังเกต" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเรียบ "และข้าแน่ใจแล้วว่าไม่จำเป็ต้องช่วย"
"แน่ใจจากการสังเกตหรือแน่ใจเพราะรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า?" อี้เหยียนถาม
มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย
"ทั้งสอง" เขาพูด
สถูปกลับด้านและสิ่งที่อี้เหยียนตัดสินใจ.........
หลังจากคนในชุดดำถูกมัดและส่งมอบให้เฉิงิจางห้องใต้ดินเหลือสามคน อี้เหยียน เทียนจวิน และเสี่ยวอวิ๋นจื่อ
ทั้งสามยืนอยู่รอบแท่นหินที่มีสถูปกลับด้านวางอยู่
"ถ้าข้าทำสิ่งที่เ้าบอก" อี้เหยียนพูดมองสถูปสีเทาดำต่อหน้า "ผลที่ตามมาสำหรับข้าคืออะไร?"
"ข้าไม่รู้แน่ชัด" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดตรง "พลังงานที่อยู่ในสถูปนั้นคือพลังงานจากชาติก่อนของท่านถ้าท่านดูดซับมัน มันอาจกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ได้ตั้งใจจะเปิด อาจทำให้เ็ปอาจทำให้เข้าใจสิ่งที่เข้าใจยาก หรือแม้กระทั่งคำสาป"
"คำสาปจากเ้า! หรืออาจจะทั้งหมด!" อี้เหยียนพูด
"ข้าบอกความจริงในแบบที่รู้" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด
อี้เหยียนมองสถูปกลับด้านอยู่สักพักดวงตาสีทองอ่านพลังงานในมันอีกครั้ง
เ้ารู้สึกบางอย่างในพลังงานนั้นที่เ้าไม่รู้สึกตอนแรกเพราะตอนแรกตัวเขาระวัง ตั้งแนวป้องกัน แต่ตอนนี้เขาอ่านอย่างตั้งใจ
และในพลังงานที่หนักและเย็นนั้นมีบางอย่างที่คุ้นเคย ไม่ใช่คุ้นเคยในแบบที่น่ากลัว แต่คุ้นเคยในแบบที่เขารู้จักรู้จักในแบบที่คนรู้จักสิ่งที่เป็ของตัวเอง
"มันเป็พลังงานของข้า" อี้เหยียนพูดเสียงเบา ไม่ใช่คำถาม
เสี่ยวอวิ๋นจื่อพยักหน้าช้าๆ
"บางส่วนของชีวิตที่ผ่านมาของท่านนั้นอยู่ในนั้น" เขาพูดเสียงเงียบ "สิ่งที่เซี่ยิจ่ายไปนั้นไม่ได้หายไปมันแค่ถูกกักไว้ที่นี่สองร้อยปี พลัง ความทรงจำ ราคาที่ต้องจ่ายหรือคำสาป"
อี้เหยียนเอื้อมมือออกไปจับสถูปกลับด้าน
เทียนจวินพูดทันที
"เ้าแน่ใจ?"
อี้เหยียนหันมามองเขาดวงตาสีทองในความมืดของห้องใต้ดิน
"ไม่แน่ใจ" อี้เหยียนพูดตรง "แต่ข้ารู้ว่าต้องทำ"
"ต่างกัน" เขาพูดเบา ๆ รับสิ่งที่อี้เหยียนพูด
"ต่างกันมาก" อี้เหยียนพูดซ้ำ
แล้วก็จับสถูปกลับด้านขึ้นมา
ในพริบตาที่อี้เหยียนจับพลังงานออกมาทันที ไม่ใช่แสง ไม่ใช่เสียง แต่เป็ความรู้สึกความรู้สึกที่หนักและเก่าและมาจากส่วนที่ลึกกว่าความทรงจำในชาตินี้
ภาพลอยขึ้นมาในหัวของอี้เหยียนในแบบที่ไม่ใช่ฝันเป็ความทรงจำที่ชัดกว่าฝัน
ชัดเจนและเ็ปและแท้จริง
เซี่ยิยืนอยู่ในวงกลมพิธีกรรมมือัับางสิ่ง พลังงานออกมาจากร่าง และในพลังงานที่ออกไปนั้นมีสิ่งที่นางรู้ว่าหายไปรู้ว่าสูญเสีย แต่ก็รู้ว่าเลือกสูญเสียด้วยความเต็มใจ
และในภาพนั้น
มีคนหนึ่งยืนอยู่นอกวงกลมมือยื่นออกมาในแบบที่อยากจะหยุดอี้เหยียน แต่หยุดไม่ได้เพราะถ้าหยุดราคาที่ต้องจ่ายจะตกไปที่คนอื่นและคนที่ยืนอยู่นอกวงกลมนั้นรู้ดีว่าเซี่ยิจะไม่ยอม
ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่นอกวงกลมนั้น
ชัดเจน
เทียนจวินในร่างที่ต่างออกไป แต่ดวงตาเดียวกัน
อี้เหยียนรับรู้สิ่งนั้นในพริบตาแล้วพลังงานจากสถูปกลับด้านก็ออกมาเป็คลื่น
สถูปหวนชะตาในมืออีกข้างของเขาเรืองทองสว่างขึ้นในทันทีในแบบที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ออกมา ทั้งสองสถูปในมือสองข้างของเขาส่งพลังงานออกมาพบกันในตัวเขา
เขายืนนิ่งรับมันทั้งหมด ไม่ต้าน ไม่หนี แค่รับ
เทียนจวินก้าวมาข้างหลังอี้เหยียนในทันทีมือวางบนไหล่ของเขา ส่งพลังงานเข้ามาในแบบที่เขาทำในจิ้งเหมียนเก๋อ อบอุ่นสม่ำเสมอ มั่นคง ในแบบที่บอกว่า “ข้าอยู่ที่นี่”
อี้เหยียนรับพลังงานของเขาเข้ามาร่วมกับสิ่งที่ออกจากสถูปกลับด้านปล่อยให้สถูปหวนชะตาดูดซับมันออกมาในแบบที่เขาอ่านจากคัมภีร์เกี่ยวกับการชดเชยพลังงานช้า ๆ สม่ำเสมอ สะอาด
สิบนาที
สถูปกลับด้านในมือของอี้เหยียนค่อยๆ จางลงทีละน้อย สีเทาดำนั้นอ่อนลง อ่อนลง จนในที่สุดก็กลายเป็สีเทาจาง ๆที่ไม่มีพลังงานอยู่อีกต่อไป
อี้เหยียนปล่อยมือสถูปนั้นหล่นลงบนแท่นหินในเสียงที่เบาในห้องใต้ดินที่เงียบ
เทียนจวินยังไม่เอามือออกจากไหล่ของเขา
"เ้าเป็ยังไง?" เขาถามเสียงเบา
อี้เหยียนยืนนิ่งสักพักรับรู้ตัวเองว่าอยู่ที่ไหน รับรู้ว่าร่างกายเป็อย่างไร
แล้วก็พูด
"จำบางอย่างได้" เสียงของอี้เหยียนนิ่งแต่มีบางอย่างที่ต่างจากปกติ
"อะไร?"
อี้เหยียนไม่ตอบทันทีมองออกไปที่แท่นหินที่มีสถูปที่ว่างเปล่าแล้ว
"จำว่าเ้าอยู่ที่นั่นในชาติก่อน" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "ในชาติที่สี่ในวงกลมนั้น เ้าอยู่ที่นั่น"
มือที่บนไหล่ของอี้เหยียนแน่นขึ้นเล็กน้อยไม่มาก แต่พอที่จะรับรู้
"ใช่" เขาพูดเสียงเบาที่สุดเท่าที่เขาพูดได้
อี้เหยียนหันมามองเขาในแสงโคมของห้องใต้ดินดวงตาสีทองอ่านใบหน้าของเขาในแบบที่เขาอ่านทุกวันแต่คราวนี้อ่านในแบบที่รู้มากกว่าเดิม
"เ้าอยู่ที่นั่นในทุกชาติ" อี้เหยียนพูดเงียบ ๆ ไม่ใช่คำถาม
"ข้าพยายาม" เขาพูดเสียงเบา ในสองคำนั้นมีทุกอย่าง
เสี่ยวอวิ๋นจื่อที่ยืนอยู่ห่างออกไปมองทั้งสองในแสงโคมสีดำในดวงตาสีเทาเข้มมีบางอย่างที่อ่อนโยนลงในแบบที่เขาไม่ค่อยแสดงแต่แววแข็งกร้าวก็ยังคงมีอยู่ แล้วก็หันหน้าออกไปมองผนังห้องใต้ดินแทนในแบบที่ให้พื้นที่กับสิ่งที่ไม่ใช่เื่ของเขา
เมียวกิบนไหล่ซ้ายของเขาส่งเสียงร้องเบาๆ หนึ่งครั้ง ในแบบที่มันร้องเมื่อมันรู้สึกว่าทุกอย่างเดินไปในทิศที่ถูกต้อง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ราคาที่คนอื่นกำหนดและความเชื่อที่ไม่้าหลักฐาน" เพราะความสงสัยในตัวเองนั้นเข้ามาได้เสมอ เมื่อมีคนพูดสิ่งที่เจาะจงพอแต่ความเชื่อที่แท้จริงนั้น ไม่้าหลักฐาน มัน้าแค่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ และพูดในสิ่งที่เชื่อโดยไม่รอให้มีเหตุผลพอ