ขณะที่เทียนจุนกำลังคิดถึงเรื่องราวตรงหน้า เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของเขา
【นี่โฮสต์กำลังเข้าใจผิด!】
【วิชามหาอำนาจนี้ไม่ได้ขาดหายไป เพราะเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่นี้ ล้วนแล้วแต่มีค่ายกลสลักของยอดเซียนโบราณประทับไว้】
【หากสังเกตดีๆ เศษกระดาษทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องนี้ แท้จริงแล้วมันคือ.. วิธีการฝึกฝนวิชาบ่มเพาะมหาอำนาจ ‘พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต’ ที่สมบูรณ์แบบ】
【แต่เพราะมันถูกฉีกขาดออกจากกัน และถูกซ่อนด้วยค่ายกลระดับสูง หากสามารถเชื่อมต่อแผ่นกระดาษที่กระจัดกระจายกันนับพันแผ่นได้สำเร็จ พวกเราก็จะได้รับคัมภีร์วิชาที่แท้จริง】
【ปัญหาก็คือ.. การจะทำเช่นนั้นได้ จะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจวิถีแห่งค่ายกลอย่างแท้จริงเท่านั้น!】
เทียนจุนพลันชะงักไปทันที
“อะไรนะ?! ค่ายกลอย่างนั้นหรือ?”
ค่ายกล เป็นหนึ่งในเส้นทางที่แยกออกมาจากศาสตร์ของผู้หลอมเซียน
พวกเขาถูกเรียกว่าผู้สลักค่ายกล และจะต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งในวิถีแห่งพลังปราณ พลังธาตุ และโครงสร้างของพลังงานในธรรมชาติ
และต้องมีจิตวิญญาณที่เฉียบคม สามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจสัมผัสได้
ผู้สลักค่ายกลถือเป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ยากลำบากมากที่สุด แม้แต่ผู้ที่ทรงพลัง หากไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ก็ไม่อาจสลักค่ายกลได้เลย
ผู้ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์นี้ สามารถทำสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นปาฏิหาริย์ได้
พวกเขาสามารถสร้างค่ายกลรวบรวมปราณเซียน ทำให้พลังเซียนจากทั่วทั้งบริเวณหลั่งไหลเข้ามายังจุดเดียว
พวกเขาสามารถสร้างค่ายกลสังหารที่ไร้ผู้ต่อต้าน เพียงแค่ก้าวเท้าผิดตำแหน่งเดียวก็อาจถูกบดขยี้จนร่างสลาย
พวกเขาสามารถสร้างค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่ง แม้แต่นครทั้งเมืองก็สามารถถูกค่ายกลป้องกันเหล่านี้ปกคลุมและคุ้มกันได้
ขุมพลังอำนาจใหญ่ๆบนโลก ล้วนแล้วแต่ต้องมีผู้สลักค่ายกลคอยช่วยเหลือ เพราะพวกเขาเปรียบเสมือนรากฐานที่แท้จริงของขุมพลัง ไม่ต่างจากผู้หลอมเซียนเลยแม้แต่น้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เทียนจุนได้ตระหนักถึงพลังที่แท้จริงของค่ายกลโบราณ
ในอดีต ตัวของเขาก็เคยได้เห็นการสลักค่ายกลมามากมาย ทว่าการที่สลักวิชาค่ายกลลงไปยังม้วนคัมภีร์โบราณที่ฉีกขาด
ทั้งยังเป็นเพียงคัมภีร์เก่าๆธรรมดา บอกเลยว่าแม้แต่เทียนจุนก็ยังไม่เคยเห็น แต่ในเวลานี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือ ความลับของค่ายกลที่แม้แต่ยอดเซียนยังไม่อาจไขปริศนาได้
“หากสามารถไขปริศนาค่ายกลนี้ได้.. ”
“หมายความว่าจะสามารถฟื้นคืนวิชามหาอำนาจที่สูญหายไปเป็นพันๆปีได้อย่างนั้นรึ?”
ระบบตอบกลับทันที
【ถูกต้อง! โฮสต์จะเป็นคนที่สามารถไขความลับของมันได้】
ทว่าเทียนจุนกลับสูดลมหายใจเข้าลึก พลางเอ่ยขึ้นในหัว
“แต่ข้าไม่เคยศึกษาเรื่องของค่ายกลมาก่อน”
“ข้าจะทำได้จริงหรือ?”
ระบบก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
【โฮสต์ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น 】
【เพราะระบบสามารถช่วยแนะนำได้! แต่โฮสต์จะต้องทำตามคำแนะนำของระบบโดยไม่ผิดพลาด】
เทียนจุนขมวดคิ้ว
ขณะที่สายตาของเขาจ้องไปยังเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง
เศษกระดาษเหล่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่เศษกระดาษธรรมดา พวกมันคือจิ๊กซอว์ของค่ายกลระดับเซียนที่แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิก็ยังตีความมันไม่ออก
“หากข้าสามารถต่อมันจนสมบูรณ์ได้..”
“วิชามหาอำนาจที่แม้แต่ชายชราผู้นี้ยังไม่สามารถเข้าใจได้ ก็จะกลับคืนสู่โลกอีกครั้ง!”
สายตาของชายหนุ่มเริ่มฉายแววแน่วแน่ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ตกลง! บอกข้ามาว่าข้าต้องทำอะไร!”
หลังจากที่ตกลงกันเสร็จ
เทียนจุนก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที เขาค่อยๆหยิบกระดาษเศษคัมภีร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องขึ้นมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็นำพวกมันมาวางเรียงต่อกันอย่างช้าๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชายชราขมวดคิ้วฉับ
“นั่นเจ้ากำลังทำอะไร?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความฉงน
“โดยปกติ ตัวอักษรโบราณที่ขาดหายไปจะต้องเชื่อมต่อกันเป็นลำดับ เหมือนดั่งภาพวาดที่ต้องเรียงเส้นให้ครบ”
“แต่ตอนนี้.. เจ้ากำลังเอากระดาษที่ไม่เข้ากัน มาวางต่อกันอย่างมั่วซั่วเช่นนั้นรึ?”
ชายชรากล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจ
ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ
กระทั่งได้เห็นว่า ตัวของเทียนจุนกำลังหยิบแผ่นคัมภีร์หลายร้อยแผ่น นำมันมาเรียงต่อกันในรูปแบบที่ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มกลับไม่ได้ตอบคำถามแม้แต่น้อย เขายังคงนิ่งเงียบ สายตามุ่งมั่น ตั้งใจทำตามคำแนะนำของระบบโดยไม่ลังเล
“เอาแผ่นนั้นมาวางตรงนี้..”
“จากนั้นก็แผ่นนี้ด้วย!”
เขาบ่นไปมาและครุ่นคิดในใจ
ก่อนจะขยับมือหยิบเศษคัมภีร์อีกแผ่นขึ้นมาจัดเรียงให้เข้ากับตำแหน่งที่ระบบชี้แนะ
ไม่นานนัก เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป จากชั่วยามหนึ่ง สู่สองชั่วยาม เหงื่อเม็ดเล็กๆค่อยๆไหลซึมลงมาตามข้างแก้มของเทียนจุน
ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ไม่แม้แต่จะปาดมันออก เขายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดพัก
ขณะที่ชายชราก็ได้แต่ยืนมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังพยายามทำอะไรกันแน่
แต่กระนั้น ชายชราเช่นเขากลับละสายตาไปจากการกระทำของเทียนจุนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
กระทั่งเวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยาม
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ทำให้ชายชราถึงกับต้องกลั้นลมหายใจ เพราะเศษกระดาษคัมภีร์นับพันแผ่นที่เคยกระจัดกระจายอยู่นั้น บัดนี้พวกมันได้มารวมตัวกันเป็นแผ่นคัมภีร์ขนาดใหญ่แผ่นเดียว
“นี่มันอะไรกัน?”
ชายชรากล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึง
และจ้องมองไปยังคัมภีร์แผ่นใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ตัวอักษรที่สลักอยู่บนคัมภีร์นี้.. ”
“ไม่ได้เชื่อมต่อกันเลยสักนิด!”
“มันยุ่งเหยิงและมั่วซั่วไปหมด!”
เมื่อพินิจมองให้ดี อักขระโบราณบนแผ่นคัมภีร์ดูเหมือนจะกระจัดกระจาย ไร้ระเบียบ ไม่มีทิศทาง ดูยังไงก็ไม่มีทางเป็นคัมภีร์วิชาได้เลย
“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?! เจ้าเอาเศษคัมภีร์มาเรียงต่อกันมั่วๆเช่นนี้รึ?”
“หรือว่าเจ้ากำลังล้อเล่นกับข้า!?”
แต่แทนที่เทียนจุนจะตอบ
เขากลับเผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
“หึ? ไม่มั่วหรอก ตาแก่!”
“ดูให้ดีเถอะ ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร”
สิ้นคำพูดนั้นเองก็พลันเกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นกับคัมภีร์แผ่นนั้น
แสงสีทองเรืองรองเริ่มส่องประกายออกมาจากรอยฉีกขาดของเศษกระดาษ
“อะไรน่ะ?!”
ชายชราตกตะลึงจนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว อ้าปากค้างออกมาเท่าไข่ห่าน
“เป็นไปได้อย่างไร!”
คัมภีร์ที่เคยดูเหมือนไร้ระเบียบ
บัดนี้ตัวอักษรที่กระจัดกระจายกลับเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง พวกมันเริ่มสลับตำแหน่งกันไปมาด้วยความรวดเร็ว ราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน!
“นะ.. นี่มัน..”
ตอนนั้นเองที่ดวงตาของชายชราถลนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า เพราะคัมภีร์ที่เคยดูเหมือนไม่สมบูรณ์ บัดนี้ตัวอักษรทั้งหมดกลับค่อยๆปรับตำแหน่งของมันเอง
และพวกมันก็มันค่อยๆจัดเรียงกันใหม่ตามหลักของค่ายกลลี้ลับ ที่ถูกฝังอยู่ภายในเศษกระดาษนับพันแผ่น
“ค่ายกลเร้นลับของยอดเซียนโบราณ!!”
ชายชราอุทานออกมาเสียงดัง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นี่ไม่ใช่เพียงแค่คัมภีร์ที่ถูกฉีกขาดธรรมดา แต่มันเป็นคัมภีร์ที่ถูกซ่อนความลับไว้ด้วยศาสตร์แห่งค่ายกลระดับสูงสุด และที่สำคัญ ตัวอักษรทั้งหมดค่อยๆเชื่อมเข้าหากันแล้ว
เทียนจุนเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ใช่แล้ว คัมภีร์นี้ไม่ได้ขาดหายไป แต่มันถูกซ่อนความจริงบางอย่างเอาไว้!”
“และบัดนี้ข้าได้ปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง! จากนี้ไป ตำนานของ 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต' จะไม่ถูกกลืนหายไปในกาลเวลาอีกต่อไป!”