บทที่ 43
กรรีบตอบรับคำของเดวิดทันที และหันมาเพื่อกล่าวลากับเมล่อน แต่เหมือนว่าเธอก็เข้าใจว่าชายหนุ่มก็มีภาระหน้าที่เช่นกัน“กลับไปทำงานเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันก็อารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณคุณกรมากเลยที่พาฉันมาเดินเที่ยวแบบนี้ แค่นี้ก็เป็นความทรงจำดีๆก่อนที่ฉันจะต้องไปเก็บตัวที่ต่างจังหวัดแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างจริงใจให้กับบาทหลวงหนุ่ม แม้ว่ากรจะไม่เห็นดวงตาภายใต้แว่นกันแดดสีดำที่ปิดบังไว้ แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าสีหน้าที่แสดงออกมาของเมล่อนนั้นเป็นความขอบคุณจากใจจริง“ขอบคุณนะครับที่คุณเมล่อนเข้าใจ ถ้างั้น...” ในขณะที่กรกำลังจะกล่าวอำลาเพื่อแยกย้ายจากหญิงสาว“แต่ว่าฉันก็สนใจเกี่ยวลัทธิไลเทน่าอยู่นะคะ ถ้านักบวช และผู้ศรัทธาในความเชื่อนี้เป็นคนดีเหมือนกับคุณกร โลกของเราคงเต็มไปด้วยคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ถ้าฉันจะเข้าไปรับฟังคำสอนด้วยจะได้ไหมคะ?” เมล่อนแสดงความต้องการที่จะตามบาทหลวงหนุ่มไปที่บูธด้วย“เอิ่ม...ถ้าคุณเมล่อนสนใจก็เชิญได้เลยครับพวกเรายินดีต้อนรับเสมอ” กรตอบรับด้วยรอยยิ้ม ถึงสิ่งที่หญิงสาวกล่าวจะเป็นเพียงข้ออ้างที่จะได้อยู่ด้วยกันต่ออีกนิด แต่กรก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่เธอจะทำอย่างนี้ และเหมือนว่าภายในจิตใจลึกๆของกามเทพหนุ่มก็ไม่ได้อยากจะจากเธอไปในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ตัวเองก็ตาม ในขณะที่หนุ่มสาวทั้งสองกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่บูธของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งไลเทน่า ด้านหน้าร้านค้าไม่ใกล้ไม่ไกลนักหญิงสาวคนหนึ่ง และชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งกำลังจับตามองกร และเมล่อนอย่างสนอกสนใจ“ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่ายัยเมจะชอบบาทหลวงเคร่งศาสนาแบบนั้น” หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวสะดุดตาหรือก็คือมิลค์พิธีกรสาวชื่อดังกล่าวขึ้นกับคนด้านข้าง“พวกนักบวชของลัทธิไลเทน่าแต่งงานได้นะครับ เขาก็ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนธรรมดานี่แหละ แต่จากคำให้การของคุณเมล่อนเมื่อวันก่อนไม่เห็นพูดถึงบาทหลวงคนนี้เลยนะครับ” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นกับหญิงสาวอย่างแปลกใจ“ผู้กองพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอคะ?” มิลค์รู้สึกไม่พอใจในคำกล่าวของตำรวจนอกเครื่องแบบตรงหน้าเธอ เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นเหมือนกับตั้งใจจะบอกว่า น้องสาวของเธอกำลังปกปิดข้อมูลบางอย่างไว้“เอ่อ...ผมก็ไม่ได้จะบอกว่าคุณเมล่อนเธอปกปิดข้อมูลอะไรหรอกนะครับ แต่ท่าทางที่สนิทกันแบบนั้น และบูธของไลเทน่าก็อยู่ใกล้ๆ ความจริงอย่างน้อยเขาน่าจะมาปลอบใจเธอกับเรื่องที่เกิดขึ้น และหากเขาอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น” นายตำรวจกล่าวข้อสันนิษฐานของเขาให้พิธีกรสาวสวยได้คิดตาม“นั่นก็แปลว่าเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในงานในวันนั้นก็ได้นี่คะ ผู้กองก็ระแวงเกินไป” มิลค์เถียงกลับพร้อมแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ท่าทางของเธอไม่คล้ายกับโกรธตำรวจตรงหน้าเลยสักนิด ออกจะเหมือนงอนเสียมากกว่า“คร้าบๆ ผมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ แต่พวกเขาสนิทกันโดยที่คุณมิลค์ไม่รู้นั่นก็อาจจะแปลว่าเพิ่งรู้จักกันก็ได้ ซึ่งเหตุการณ์ก็ประจวบเหมาะพอดิบพอดีเกินไป ยังไงผมก็ขอสืบเรื่องของบาทหลวงคนนั้นสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ ถือว่าเป็นการสแกนผู้ชายที่อาจจะกลายเป็นน้องเขยของคุณมิลค์ในอนาคตก็ได้” นายตำรวจกล่าวทีเล่นทีจริงกับหญิงสาว จากท่าทางที่ทั้งสองคนแสดงออกมานั้นไม่ว่าใครดูก็รู้ว่าไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา“ค่ะๆ เอาตามที่คุณว่าก็แล้วกัน แต่อย่าทำอะไรรุนแรงล่ะ” พิธีกรสาวขี้เกียจจะเถียงกับเพื่อนชายนายตำรวจของเธอแล้วจึงตอบปัดๆไป เพราะที่เธอมาจับตาดูน้องสาวในเวลานี้ก็เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยจากผู้มีอิทธิพลเท่านั้น“โธ่! คุณเห็นว่าผมเป็นคนยังไงกันเนี่ย...” ผู้กองวัยกลางคนได้แต่บ่นประท้วงออกมาอย่างท้อแท้ ทางด้านของเมล่อนที่ขอเข้ามารับฟังคำแนะนำจากทวยเทพนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เพียงเพราะเธอต้องการตามมาอยู่ใกล้ชิดกับกรเท่านั้น แต่ความสนใจในลัทธิไลเทน่านั้นก็มีมากด้วยเช่นกัน ระหว่างที่เธออยู่ที่บูธนี้เดวิดผู้เป็นนักบวชชั้นสูงเป็นคนให้คำปรึกษา และตอบคำถามของเมล่อนตลอดหลายชั่วโมงด้วยตัวเอง ส่วนกรนั้นก็ทำงานแจกใบปลิวของเขาไปตามปกติโดยที่ไม่ได้คุยกับหญิงสาวเลยสักคำ แต่นี่ก็ทำให้กามเทพฝึกหัดได้เข้าใจในตัวของเมล่อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเธอมีความตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วก็จะทำอย่างจริงจังเต็มที่ หากเธอต้องการศึกษาในพระธรรมคำสอนแห่งทวยเทพเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่เช่นกัน แม้เวลาจะยาวนานแต่มันก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดการให้คำแนะนำของเดวิดของจบลงพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขของเมล่อน กรไม่ได้ตั้งใจฟังบทสนทนาของทั้งสองมากนัก แต่ก็พอจับใจความได้ว่าเธอมีเป้าหมายการเป็นนางแบบระดับโลก แต่ก็ขาดซึ่งความมั่นใจในตัวเอง อย่างไรก็ตามทุกอย่างก็จบลงด้วยดี“ต้องขอบคุณบราเตอร์เดวิดมากนะคะที่ให้คำแนะนำ ตอนนี้ฉันมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย แล้วก็ขอบคุณเรื่องวันก่อนที่ช่วยชีวิตของฉันไว้ด้วย” เมล่อนกล่าวขอบคุณออกมาจากใจอีกครั้งหนึ่ง“อะแฮ่มๆ วันก่อนผมก็แค่ให้คำแนะนำเล็กน้อยเท่านั้นแหละครับ จริงไหมคุณกร” เดวิดรีบตอบปฏิเสธแบบเนียน เพราะเขาต้องการจะบอกหญิงสาวว่าเรื่องนี้เป็นความลับที่รู้กันแค่สามคนในที่นี้“ครับๆ ใช่แล้วครับคุณเมล่อน แค่คำแนะนำเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่มันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นก็เพราะคำแนะนำจากทวยเทพนั้นเป็นสิ่งจริงแท้หนึ่งเดียวในโลกยังไงล่ะครับ” กรที่กำลังยืนแจกใบปลิวหันมาตอบกลับด้วยบทพูดที่ถังลู่เป็นคนสอนมาด้วยตัวเอง“อ่า...นั่นสินะคะ ฮ่ะๆๆ” เมื่อบาทหลวงทั้งสองส่งสัญญาณที่เป็นอันรู้กัน หญิงสาวก็เข้าใจได้ทันทีว่าเรื่องในวันนั้นต้องปกปิดเป็นความลับ และนี่ก็เป็นเวลาที่ประจวบเหมาะพอดี เมื่อมิลค์ และผู้กองนอกเครื่องแบบเดินเข้ามาถึงที่ด้านหน้าบูธของโบสถ์ ซึ่งมันก็หมายความว่าเวลาของเมล่อนที่จะได้อยู่ที่นี่หมดลงแล้ว แต่สีหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับว่าไม่ได้เสียดายเวลาอันน้อยนิดที่จะได้อยู่ใกล้ๆกับกรอีกแล้ว“คุณกรคะ ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ฉัน แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่สำหรับฉันแล้วมันมีค่ามากจริงๆ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนพวกเราจะได้พบกันอีก แต่ฉันหวังว่าคุณจะรอฉันกลับมาจนกว่าจะถึงวันนั้น” หญิงสาวผู้ที่แทบจะสิ้นหวังในวันวาน ตอนนี้เธอมีกำลังใจที่จะก้าวเดินอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือจากบาทหลวงหนุ่มตรงหน้า“เราจะได้เจอกันอีกแน่นอนครับ ใช้เวลาในช่วงต่อจากนี้พักผ่อนให้เต็มที่ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเป้าหมายที่ฝันไว้หลังจากนี้ด้วยนะครับ ผมจะเป็นกำลังใจให้คุณ ขอให้ทวยเทพคุ้มครอง” กรตอบรับพร้อมรอยยิ้มจากใจ เขารู้สึกยินดีที่เคยได้ช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ และก็อยากที่จะสนับสนุนเธอต่อไป แม้ไม่รู้ว่าจะได้พบกับเธออีกหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มอันอบอุ่นจากบาทหลวงหนุ่มนั้นตราตรึงอยู่ในใจของหญิงสาว และมันทำให้น้ำตาของเธอคลอขึ้นมา อย่างไรก็ตามเมล่อนยังคงตระหนักได้ถึงความเป็นจริงในตอนนี้ ที่ชีวิตของเธอ และพี่สาวยังไม่ปลอดภัย การจากลาที่ไม่รู้วันหวนกลับนั้นช่างแสนจะทุกข์ทรมาน แต่เธอก็ตัดสินใจหันหลังจากไปพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน กรที่ยืนนิ่งมองเมล่อนค่อยๆเดินห่างไกลออกไปจนลับสายตา เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นมาในจิตใจ มันไม่ได้เจ็บแต่มันทรมานอย่างบอกไม่ถูก สีหน้าของเหล่านักบวชที่ยืนเงียบเป็นตัวประกอบอยู่นาน ก็อดที่จะเศร้าไปด้วยไม่ได้กับฉากการพรากจากอันแสนตราตรึงนี้“คุณกร คุณคงเข้าใจในภาระหน้าที่ของพวกเราสินะ” เดวิดกล่าวออกมาด้วยคำที่แฝงความนัย ที่หมายความว่าพวกเขานั้นเป็นเทพไม่ใช่มนุษย์“ครับ..ผมเข้าใจ”