ตอนที่ 96 เท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยง
‘เอื้อก’
เสียงเรอด้วยความอิ่มหนำของเหล่าองครักษ์ได้ดังไปทั่วทั้งโต๊ะ ด้วยรสสชาติของอาหารที่อร่อย ทั้งที่กินง่ายและเรียบง่าย บ้านๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรให้มากความ ส่งให้เหล่าองครักษ์ต่างก็กินข้าวแกงกันไปคนละ 2-3 จาน
“โชคดีจริงๆ ที่เลือกติดตามท่านคาห์นมากินอาหารเที่ยงที่ร้านนี้” หนึ่งในทหารองครักษ์ที่ได้เข้ามาทักกับคาห์นในตอนแรก ต่างยิ้มออกมาอย่างมีความสุข มือหนึ่งลูบท้องที่แน่นตึงไปพลางๆ
“ฉันเชื่อแล้วว่าทำไม ร้านอาหารแห่งนี้ ถึงจำเป็นต้องจองโต๊ะก่อนล่วงหน้า ดูสิป่านนี้แล้วยังมีนักผจญภัยยืนต่อแถวอยู่ที่หน้าร้านกันยู่เลย”
เหล่าองครักษ์ถึงแม้จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสชาติของอาหาร จนแทบจะโบยบินขึ้นฟ้า แต่ด้วยสัญชาตญาณของพวกเขาที่เป็นถึงองครักษ์ ย่อมต้องคอยสังเกตการณ์สิ่งรอบๆ ข้างอยู่เสมอๆ
พวกเขาเหลือบไปมองยังหน้าร้านอาหารที่มีนักผจญภัยยืนต่อแถวกันอยู่หลายสิบคน ด้วยความโล่งใจที่ตนเองไม่ต้องไปยืนตากแดดตากลมกันแบบนั้น เพราะได้จองโต๊ะเอาไว้ก่อนแล้ว
ผ่านไปสักพัก จากความโล่งใจก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ เมื่อแถวของลูกค้าที่อยู่ภายนอกร้าน กลับไม่ลดลงเลย ซ้ำยังเพิ่มเติมมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 2-3 เท่า
จวบจนกระทั่งพวกเขากินกันจนอิ่มท้องไป 2-3 จานแล้ว แถวดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่ จนพวกเขาเริ่ม กริ่งเกรง เกรงใจลูกค้าคนอื่นที่กำลังรอโต๊ะอยู่ด้านนอกเลยทีเดียว
“เป็นแบบนี้ทุกวันแหละ ฉันถึงต้องรีบร้อนออกมาจองโต๊ะล่วงหน้า มิเช่นนั้นชะตากรรมของพวกเราก็คงจะต้องไปยืนรอเหมือนกับนักผจญภัยที่อยู่หน้าร้านและยิ่งไปกว่านั้น มื้อเย็น พวกนายก็จะได้เห็นอะไรแบบนี้อีกอย่างแน่นอน...ฉะนั้นจงทำใจให้ชินเสียเถอะ” คาห์นพูดออกมา ก่อนจะลุกเดินออกไปจ่ายค่าอาหาร ที่ครั้งนี้คุณตาและคุณยายให้กลุ่มของคาห์นที่มากันหลายคน เลือกจ่ายเงินที่หลัง
“จริงเหรอครับ! ที่มื้อเย็นจะต้องมาต่อแถวใหม่อีกครั้ง?”
“จริงสิ! ฉันขอบอกได้เลยมื้อเย็นของร้านนี้ นั้นเด็ดดวงสมกับชื่อของร้านพวกเขาจริงๆ” ครั้งนี้เป็นหัวหน้าหน่วยที่บอกเล่าให้กับกลุ่มองครักษ์ได้ฟังบ้าง
ซึ่งกลุ่มองครักษ์เมื่อเดินออกมาจากร้าน พวกเขาก็ต่างแหงนหน้ามองชื่อของร้านอาหารที่ในตอนแรก ไม่ได้สังเกต ก่อนจะพบเห็นป้ายชื่อร้านที่สลักอยู่บนแผ่นไม้ ที่มีวัชพืชเกาะกุมอยู่ตามจุดต่างๆ ‘ร้านอาหารสามเวลา’
“เอ๊ะ? ท่านคาห์นถือห่ออะไรกลับมาด้วยเหรอครับ” ทุกคนต่างมองไปที่มือของคาห์นที่กำลังถือห่อใบไม้ห่อหนึ่งเอาไว้อยู่ข้างตัว
ซึ่งคาห์นก็พยายามจะหลบซ่อนห่อใบไม้นี้จากคนอื่นๆ อยู่เช่นกัน แต่ก็ดูจะสายเกินไป เมื่อทุกคนต่างก็เห็นมันหมดแล้ว จึงทำได้แต่ต้องยอมรับบอกความจริงกับทุกคน ว่าตนเองได้ขอซื้อ หมูทอดกระเทียมจากไลท์ มากินเล่น เนื่องจากเงินที่ได้รับมาจากไวทเคานต์นิคนั้นพอจะเหลืออยู่บ้าง 2-3 เหรียญทองมณีนั่นเอง
“เป็นอย่างนั้นเองสินะ เอาไว้แบ่งฉันกินตอนพักจากการประชุมด้วยนะ ท่านคาห์น” หัวหน้าหน่วยกระทุ้งศอกเบาๆ ก่อนจะขยิบตาให้ในเชิงรู้กัน
ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้กลุ่มองครักษ์จะดู อยากจะกินหมูทอดกระเทียมนี้เช่นเดียวกัน เพราะยังติดใจกับรสชาติที่แสนอร่อย แต่พวกเขาก็ไม่ได้โต้แย้งอันใด...เพราะอาหารที่แสนอร่อยในมื้อนี้ พวกเขาไม่ได้เสียเงินไปเลยสักเหรียญเดียว
และดูจาก รสชาติของอาหารที่แสนอร่อยด้วยแล้ว พวกเขานั้นปักใจเชื่อว่า อย่างน้อยๆ อาหารที่พวกเขากินไปคนละ 2-3 จาน
อย่างต่ำๆ คงมากกว่า 10 เหรียญทองมณีแน่ๆ ไม่สิ 50 เหรียญทองมณีก็ไม่เกินเลยไปเลย หากเทียบกับความอร่อยและราคาที่ต้องจ่ายในเมืองหลวง
“เอาหน่าๆ คิดเหรอว่าเงินของท่านไวทเคานต์ที่ให้มา 200 เหรียญทองมณี จะเพียงพอต่อค่าอาหารในมื้อนี้ ท่านคาห์นคงจะใช้เงินส่วนตัวของตัวเอง เลี้ยงอาหารพวกเราแน่ๆ ฉะนั้นอย่าได้โลภมากกันเลย”
“ท่านไวทเคานต์ให้เงินมา 200 เหรียญทองมณีเชียวเหรอ?!” คราวนี้น้ำเสียงของหัวหน้าหน่วยดูจะตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะหันมาถามกับคาห์นและกลุ่มองครักษ์ด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง
“ใช่แล้วครับ...ท่านไวทเคานต์เห็นว่าพวกเรา จะออกไปรับประทานอาหารกันที่ร้าน จึงมอบเงิน 200 เหรียญทองมณีให้กับท่านคาห์นเอาไว้เลี้ยงอาหารพวกเราครับ” สิ้นเสียงคำพูดของกลุ่มองครักษ์
หัวหน้าหน่วยก็หันขวับไปทาง ท่านคาห์นที่รีบสาวเท้าเดินหนีไปในทันที
“หากได้เงินจากท่านไวทเคานต์มาขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมซื้อ หมูทอดกระเทียม มาให้เยอะกว่านี้ล่ะ!”
“ก็เงินมันเหลือพอจะซื้อได้แค่นี้ อีกอย่างข้าอยากจะเหลือเงินกลับไปคืนให้กับท่านไวทเคานต์นิค ท่านจะได้ไม่มาดุด่าพวกเราว่ากินสุรุ่ยสุร่าย ก็แค่นั้น”
เหลือเงินกลับไปคืน?
ได้ยินเพียงประโยคนี้ กลุ่มองครักษ์ก็เริ่มตั้งข้อสงสัยกันแล้ว ว่าค่าอาหารที่พวกเขากินกันไป มันมีราคาเท่าไหร่กันแน่
“ค่าอาหารที่พวกนายกินไป ราคาต่อจานจะอยู่ราว 5-10 เหรียญทองมณีเท่านั้น” หัวหน้าหน่วยที่ดูเหมือนจะยอมแพ้กับคาห์น หันมาตอบกลับเหล่าองครักษ์อีกครั้ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ต่างตกตกลึงของกลุ่มองครักษ์
ความขุ่นเคืองที่มีต่อท่านคาห์นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
“5-10 เหรียญทองมณี?! ราคาเพียงแค่นี้ แลกกับอาหารที่รสชาติอร่อยกว่าร้านอาหารในเมืองหลายจนแทบจะเทียบไม่ติด มันถูกเกินไปแล้ว!” กลุ่มองครักษ์กว่า 15 คน ต่างนิ่งอึ้ง ยืนชะงักงัน แข็งค้าง ราวกับไม่เชื่อในราคาที่หัวหน้าหน่วยบอกเล่า
“ถูกมากใช่ไหมล่ะ? ตอนแรกพวกเราก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน...แต่มันคือเรื่องจริง”
ร้านอาหารสามเวลา พ่อครัวที่ชื่อว่าไลท์?! ช่างยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว ป่าดาราฉาย ฉันและครอบครัวอยากจะย้ายมาประจำการอยู่ที่นี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
หลังจากผ่านพ้นมื้ออาหารกลางวันไปเป็นที่เรียบร้อย ก็มีทั้งฝ่ายที่สุดแสนจะมีความสุขกับฝ่ายที่ดูจะอมทุกข์ ปะป่นกันอยู่ในกระโจมใหญ่ ที่จัดตั้งเป็นห้องประชุม
โดยฝ่ายที่สุดแสนจะมีความสุขก็เป็น คาห์น หัวหน้าหน่วยและกลุ่มองครักษ์ที่ได้กินอาหารที่ร้านอาหารสามเวลา เมื่อครู่ที่ผ่านมา
ส่วนผู้ที่ดูอมทุกข์ จนใบหน้าหม่นหมองก็ไม่ใช่ใครอื่น ไวทเคานต์นิค ขุนนางต้องทนกินเนื้อแห้งที่นำมาอุ่นร้อน จากพ่อครัวประจำตระกูลที่นำติดตัวมา หวังจะได้กินอาหารที่ถูกปากนั่นเอง
อย่างไรก็ตามก่อนที่การประชุมในภาคบ่ายถึงการรับมือกับ สัตว์อสูรหมาป่าสีชาดในป่าดาราฉายจะเริ่มต้นขึ้น ทางด้านไวทเคานต์นิคก็ได้เรียกตัว คาห์นและหัวหน้าหน่วยเข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว เพื่อแจ้งบอกถึงจุดประสงค์ที่กามินอยากจะขอยืมใช้ครัวของร้านอาหารสามเวลาในเย็นวันนี้ หรือ วันต่อไปๆ
“คาห์น เจ้าได้บอกใช่ไหว่าเจ้าพอจะรู้จัก สนิทสนมกับเจ้าของร้านอาหารสามเวลาแห่งนั้น งั้นช่วยเป็นสื่อกลางบอกพวกเขาที ว่าข้านั้นอยากจะขอยืมใช้ห้องครัวของพวกเขา ถ้าเป็นไปได้ ระยะเวลาเอาเป็นทุกวันที่ข้านั้นพักอาศัยอยู่ที่นี่เลยก็ได้ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง วันละ 1000 เหรียญทองมณี ข้าก็ไม่เกี่ยง...ข้าและครอบครัวทนกินเนื้อแห้งพวกนี้ไม่ไหวแล้ว” พูดจบไวทเคานต์นิคก็โยนเนื้อแห้ง ลงบนโต๊ะ ด้วยความสะอิดสะเอียน
เนื้อแห้งนั้นมีร่องรอยของการกินไปแล้วในบางส่วน แต่จากปริมาณที่กินเข้าไป ก็ดูจะน้อยมากอยู่ดี หากเทียบกับปริมาณที่ยังเหลืออยู่ของมัน
“เรื่องนั้น ข้าน้อยรับปากว่าจะไปพูดกับพวกเขาให้...แต่ข้าน้อยทั้งสองคน ไม่สัญญาว่าจะได้ตามที่ร้องขอหรือไม่นะขอรับ เพราะร้านอาหารสามเวลาเป็นเพียงร้านเดียว ที่นักผจญภัยใช้เป็นที่ฝากท้อง หากพวกเขาหยิบยกและมอบห้องครัวให้กับพ่อครัวกามินได้ใช้งาน แล้วนักผจญภัยเหล่านั้นจะกินอะไรกัน?!” คาห์นนั้นก็แอบสงสารไวทเคานต์นิคอยู่ไม่น้อย เพราะดูจากใบหน้าที่ซูบเซียวของตัวขุนนางวัยกลางคน
ก็พอจะบ่งบอกได้ว่า อีกฝ่ายไม่น่าจะได้กินอาหารให้อิ่มท้องมาหลายวันแล้วและด้วยความสงสารนี้เอง
คาห์นจึงหยิบห่อใบไม้ที่มีหมูทอดกระเทียมอยู่ด้านใน ที่คาห์นได้ซื้อมาจากไลท์ ส่งมันให้กับไวทเคานต์นิคได้รับประทาน เป็นอาหารรองท้อง
‘สิ่งนี้คืออะไร?’ ไวทเคานต์นิคเอ่ยถาม เมื่อเห็นห่อใบไม้ถูกยื่นมาให้กับตน
“มันคือหมูทอดกระเทียมจากร้านอาหารสามเวลา ข้าน้อยซื้อมันไว้เพื่อกินเล่นขอรับ” คาห์นตอบกลับ พลางเอื้อมมือไปแกะห่อใบไม้ จนคลีกลางออก เผยให้เห็นหมูทอดสีน้ำตาลทองจำนวนหลายสิบชิ้นวางอยู่ในนั้น พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ ที่กองอยู่ด้านล่าง ด้านข้างมีแตงกวา ที่หั่นเป็นแว่นๆ สวยงามอยู่เคียงคู่
“นี้มันอาหารว่างของเจ้าไม่ใช่เหรอ? ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก อึก” ไวทเคานต์นิคพยายามที่จะปฏิเสธ แต่แล้วกลิ่นของหมูทอดกระเทียมก็ได้ลอยเชย เตะจมูกขุนนางผู้นี้เข้าอย่างจัง
‘หอม น่ากินมากจริงๆ’
ความคิดแวบแรก หลังจากที่ได้กลิ่นหอมของหมูทอดกระเทียม ความอยากอาหารของไวทเคานต์นิคก็พุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา
แน่นอนว่าความอยากอาหารของไวทเคานต์นิค นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเนื้อแห้งที่ถูกหมางเมินอยู่บนโต๊ะนี้เลยด้วยซ้ำ
“ถ้าเจ้าตั้งใจมอบให้กับข้าจริงๆ งั้นข้าก็จะขอรับมันเอาไว้ด้วยความเต็มใจ” เพียงชั่วพริบตา ความเกรงใจที่มีก็ไม่เหลืออยู่อีกแล้ว มันได้พ่ายแพ้ให้กับกลิ่นของหมูทอดกระเทียมและข้าวที่อยู่ด้านในนั้นไปหมดแล้ว
และไม่ให้รอช้า ด้วยความหิว ผนวกกับความหอมที่ชวนให้รับประทาน ทางด้านของไวทเคานต์นิคก็ได้ใช้มือเปล่าๆ ของตนเอง หยิบหมูทอดกระเทียมขึ้นมากินในทันที โดยไม่สนว่าการกินในลักษณะนี้จะเป็น มารยาทที่ไม่สมควร
เพราะถึงอย่างไรแล้ว บุคคลที่อยู่ในกระโจมนี้ก็มี คาห์น หัวหน้าหน่วย องครักษ์และตนเอง ที่ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็น ทหาร ด้วยกันทั้งนั้น
ทหารและนักรบ ไม่มีเวลามานั่ง กังวลเกี่ยวกับมารยาทในการทานอาหารกันอยู่แล้ว มีเท่าไหนพวกเขาก็กินกันเท่านั้น สกปรกเพียงใด พวกเขาก็ไม่อาจเลือกได้ ฉะนั้นถึงการกินของไวทเคานต์นิคจะดูไม่เหมาะสมกับชื่อชั้นขุนนาง แต่ทว่า...คนที่อยู่ในห้องก็ไม่มีใครถือสา หรือ ค่อนแคะการกินของขุนนางผู้นี้
เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาในตอนนี้กำลังให้ความสนใจกับการนึกถึง รสชาติที่ยังคงติดปากพวกเขาเสียมากกว่า
กรวม~! หอม นุ่มแต่ก็เหนียวพอให้เคี้ยวสนุก รสชาติเค็มไปนิดหน่อย แต่เมื่อกินคู่กับข้าว ความเค็มที่โดดออกมากลับกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว แถมยังมีกลิ่นของกระเทียมโดดออกมาช่วยเสริมให้หมูทอดกระเทียมนี้โดดเด่นขึ้นมากจริงๆ
แต่เอ๊ะ! หมดแล้วเหรอ! มันหมดไปตอนไหนกันเนี่ย?
บ้าน่า ฉันกินมันหมดโดยที่ไม่รู้ตัวเชียวเหรอ...แล้วนี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ดูดนิ้วมืออย่างนั้นเหรอ?
บ้าไปแล้ว...หมูทอดกระเทียมห่อนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว มันอร่อยเสียจนหยุดไม่ได้ อร่อยจนแทบจะลืมหายใจ อร่อยจนหลงลืมวันและเวลา
ไม่ได้การแล้ว “คาห์น ข้าวห่อนี้ราคาเท่าไหร่ รีบเอาเงินของฉันไปซื้อมันมาเดี๋ยวนี้ นี้คือคำสั่ง!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย
หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy