11
เงินเดือนจากสามี
ยามโหย่ว[1]
สรุปว่าวันทั้งวันขนมผิงก็ใช้เวลาไปกับการเดินเล่นรอบเรือนรับรอง (ที่ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้เดินนัก) และเดินสำรวจห้องต่างๆในเรือน ซึ่งเข้าไปที่ไหนไม่ได้เลยนอกจากห้องครัว (ที่ใช้ทั้งทำอาหารล้างจาน และเป็ที่นั่งกินข้าว) กะห้องรับแขกเพราะเ้าของเรือนล็อกเอาไว้!!! ส่วนสาวใช้ประจำตัวก็ออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้คุณหนูของตน
ระแวงอะไรเบอร์นั้นยะ!!
กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันจีลู่ฟางก็ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อเว่ยถิงเข้ามารายงานถึงข่าวลือของนางที่ตอนนี้กำลังแพร่สะพัดไปทั่วว่าคุณหนูจีลู่ฟางหายจากอาการป่วยหลังจากเพิ่งแต่งงานและได้เข้าหอกับสามี!
เหอะ!เข้าหออย่างนั้นหรือ!?
เข้าหอบ้าบออันใดกันข้ายังเวอร์จิ้นอยู่ย่ะ!
“ไม่มีสิ่งใดทำกันหรืออย่างไร จึงต้องมาวุ่นวายอยู่กับเื่ของข้าอยู่ได้!”จีลู่ฟางบ่นอุบอิบอยู่ในห้องนอนใหม่ของตัวเองที่อยู่ในเรือนรับรองของหานิเทียน
ซึ่งอยากจะถามเหลือเกินว่าตอนนี้นางอยู่ในยุคไหนกันแน่!?
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างในเรือนรับรองของหานิเทียนผู้นี้ช่างคล้ายคลึงกับภพเดิมที่นางจากมาเหลือเกินหากมินับสไตล์ของผนังกับพื้นไม้ที่ให้กลิ่นอายความโบราณล่ะก็…ขนมผิงคงคิดว่าที่นี่เป็บ้านพักข้าราชการไปแล้ว
“แต่แบบนี้ก็ยังดีกว่าความแตกนะเ้าคะ…” เว่ยถิงเอ่ยปลอบใจ
“อืม… ดีกว่าจริงๆ แหละ” ร่างบางกล่าวพลางคิดในใจว่าต่อไปนี้ก็คงสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสรเสรีไม่ต้องกลัวโป๊ะแตกแล้ว
พลันจีลู่ฟางก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามสาวใช้ประจำตัวว่า
“เมื่อวานนี้ข้าก็ลืมถามไปเลยเหตุใดเ้าจึงรู้เื่ของคนผู้นี้ละเอียดดีจังเว่ยถิง รู้ดีกว่าข้าอีก…”
“เนื่องจากนายท่านหานิเทียนได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้อาณาจักรไท่มากมายหลายประการเ้าค่ะต้าเทียนฮ่องเต้จึงโปรดให้ประกาศเกียรติคุณของนายท่านโดยเผยแพร่ไปให้ทั่วอาณาจักรเ้าค่ะ ทำให้ข้าได้ยินตอนที่ไปจ่ายตลาดแถมได้ยินบรรดาพวกแม่ค้าคุยกันด้วย แต่ตอนนั้นเป็ตอนกลางวันเลยมิแปลกที่คุณหนูจะไม่รู้เื่เ้าค่ะ” เว่ยถิงตอบอย่างพาซื่อ
“อ้อ” จีลู่ฟางพยักหน้ารับเบาๆ
ใช่สิ!ข้าเป็ผู้ที่วันๆ ก็เอาแต่นอนซมอยู่ในห้องแล้วค่อยออกไปท่องราตรีตอนกลางคืนยังไงล่ะ!!
ก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูที่ดังมาจากข้างนอกทำให้จีลู่ฟางได้สติกลับมา ร่างบางจึงพยักพเยิดให้สาวใช้ประจำตัวไปเปิดดูว่าใครมา
“อ้าว! มีอะไรหรืออากัว!?” เว่ยถิงถามบ่าวชายตรงหน้าด้วยความสงสัย
“นายท่านบอกให้ข้ามาตามคุณหนูของเ้าไปพบที่ห้องรับแขกน่ะ” อากัวกล่าวกับอีกฝ่าย
ห้องรับแขกเลยหรือ!?ี้เีเดินชะมัด! นี่พวกเราเป็สามีภรรยาหรือแค่คนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันฮะเนี่ย!!
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!!” ไม่ต้องรอให้เว่ยถิงกลับมาบอกจีลู่ฟางที่ได้ยินก็ะโตอบ พลางลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันทีขณะเดียวกันก็นึกสงสัยว่าบุรุษผู้นี้กลับมาั้แ่เมื่อใดกันหรือว่าตัวนางทำนั่นทำนี่เพลินจนลืมดูเวลา
“คารวะท่านพี่เ้าค่ะ” จีลู่ฟางกล่าวพลางย่อตัวคารวะร่างสูงในเครื่องแบบขุนนางขั้นสี่ตามมารยาท
“อืม” หานิเทียนพยักหน้ารับเบาๆแต่สร้างความหมั่นไส้ให้คู่สนทนาเป็อย่างมาก ก่อนที่มือหนาจะส่งถุงเงินถุงเล็กๆให้ฮูหยินในนามของตน
“นี่คือเงินเดือนของเ้า”
“เงินเดือนของข้าหรือเ้าคะ!?” เมื่อเห็นท่าทีงุนงงของนางร่างสูงจึงคว้ามือเรียวของอีกฝ่ายมาแล้วเอาถุงเงินวางใส่ พร้อมกับอธิบายเสียงเรียบ
“ข้าไม่ใคร่แปลกใจที่คุณหนูซึ่งเกิดมามีบิดามารดาฐานะร่ำรวย วันๆมิต้องทำอะไรเช่นเ้าจะไม่เคยศึกษากฎหมาย คือถุงเงินที่ข้ามอบให้เ้าน่ะเป็ส่วนหนึ่งของกฎหมายที่ว่าผู้เป็สามีต้องมอบเงินประจำเดือนให้ฮูหยินของตนเอาไว้ใช้สอย”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” จีลู่ฟางกล่าวพลางยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่ายอย่างลืมตัวว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ในภพไทยแลนด์แดนแห่งการพนมมือแล้ว
“ทำท่าทางอะไรของเ้าน่ะ!?”
“กะ…ก็ขอบคุณท่านไงเ้าคะ” จีลู่ฟางกล่าวพลางยิ้มแห้งๆหานิเทียนพยักหน้าก่อนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า
“เงินนั่นจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ตามสบาย แต่หากใช้หมดแล้วอย่ามาขอละกันเพราะข้าจะให้เ้าแค่เดือนละครั้งเท่านั้น”
“เ้าค่ะ” ร่างบางเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้ผู้เป็สามีอีกครั้ง
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่ว่า…
“ข้าไม่ใคร่แปลกใจที่คุณหนูซึ่งเกิดมามีบิดามารดาฐานะร่ำรวย วันๆมิต้องทำอะไรเช่นเ้าจะไม่เคยศึกษากฎหมาย…”
บิดามันเถิด!!นี่นางถูกบุรุษผู้นั้นหลอกด่าอีกแล้ว!! แถมกว่าจะรู้ตัวขายาวๆ ทั้งสองข้างก็ก้าวออกไปนอกห้องรับแขกเป็ที่เรียบร้อยโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับนางสักคำ
เอ๊ะ!จะว่าไป…หากบุรุษผู้นี้เป็คนหน้าเงินเขาจะยอมมอบเงินให้นางหรือ!?
ไม่สิ!อาจจะเป็เพราะบทลงโทษของกฎหมายในภพนี้มันแรงก็ได้!!!
ช่างเถิดได้เงินมาก็ดีแล้วล่ะ วันพรุ่งนี้จีลู่ฟางคนนี้จะออกไปเที่ยวให้หนำใจเลย!!!
ไม่สิ! ไปั้แ่คืนนี้เลยดีกว่า!!
“คุณหนูคิดจะทำสิ่งใดหรือเ้าคะ!?”เว่ยถิงเอ่ยถามคุณหนูของตน พลางรู้สึกใจคอไม่ดีพิกลท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องของคุณหนูจีลู่ฟางเช่นนี้…หมายความว่ากำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่แน่นอน
“ตายจริง นี่อาการของข้ามันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ!?” ร่างบางถามด้วยความแปลกใจที่จริงขนมผิงสงสัยมาั้แ่เช้าแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนไม่ว่าจะคิดอะไรคนรอบตัวก็มองออกหมด
“มากเ้าค่ะ”
“ก็ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มากความ” ก่อนที่จีลู่ฟางจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูสาวใช้ประจำตัวพร้อมกับกระซิบเบาๆ ว่า
“คืนนี้พวกเราไปหอเทียนลู่ฮัวกันเถิด!” เมื่อได้ยินคำพูดของคุณหนูดวงตาทั้งสองข้างของเว่ยถิงก็เบิกกว้างทันที
์!ข้าอุตส่าห์คิดว่าหลังแต่งงานแล้วคุณหนูจะล้มเลิกความคิดในการไปหอนางโลมเสียอีก!!
“เ้าก็รู้นี่นาเว่ยถิง พวกเราไม่ได้ไปตั้งหลายอาทิตย์แล้วนับจากที่ไปครั้งล่าสุด ก็ตอนที่ลี่เสวี่ยป่วยหลังจากนั้นข้าก็ถูกจับไปขัดเกลามารยาทกุลสตรีอะไรก็มิรู้ทำให้ไม่มีเวลาขยับตัวไปไหนเลย…”ร่างบางเอ่ยหลังจากเห็นท่าทางของสาวใช้
ลี่เสวี่ยก็คงหายป่วยนานแล้วแหละแต่เพื่อความมั่นใจข้าก็อยากไปดูให้เห็นกับตานี่นา…
เหตุผลนางเอกสุดๆนั่นก็เป็ส่วนหนึ่งล่ะนะ แต่จริงๆ ก็แค่หาข้ออ้างไปฟังเสียงพิณของนางเท่านั้นแหละ!
และพูดถึงไอ้การขัดเกลามารยาทบ้าบอนี่ข้าก็ขอบ่นหน่อยเหอะ! ขนาดข้าแสร้งจะเป็ลมหลายรอบแล้วท่านแม่ก็ยังดันทุรังให้ข้าเรียนต่อจนสำเร็จมาได้ทั้งที่รู้ว่าข้าป่วย
หากข้าป่วยจริงๆป่านนี้ข้าคงตายไปแล้วกระมัง เพราะทนรับความเหนื่อยจากการฝึกไม่ได้!มีอย่างที่ไหนต้องอดข้าวอดน้ำแล้วไปนั่งคุกเข่า
ช็อตที่เกลียดที่สุดคือเคล็ดลับการเอาใจสามีตอนกินข้าวนั่นแหละมีอย่างที่ไหนมองเห็นของกินทั้งหลายอยู่ตรงหน้าแต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเพราะต้องคอยคีบอาหารป้อนสามี จนกว่าอีกฝ่ายจะอิ่มจึงจะมีสิทธิ์กินข้าวได้ ข้าจำได้ว่าตอนสอบปฏิบัติที่ต้องป้อนให้อาจารย์หญิงซึ่งสวมบทบาทเป็สามีกว่าตัวเองจะได้กิน กับข้าวทุกอย่างก็ลงไปอยู่ในท้องของอาจารย์จนเกือบหมดแล้ว!!
หิวก็หิวแต่ไม่มีสิทธิ์บ่น!!!
แต่ฝันไปเหอะว่าข้าจะเอามันมาใช้ในชีวิตจริงน่ะก็ดูสามีข้าสิ ทำตัวน่าปรนนิบัติซะที่ไหนกัน!?
“มีปัญหาอะไรหรือไม่เว่ยถิง?” ร่างบางหันมาถามสาวใช้ (ผู้น่าสงสาร) ของตน
“ปะ…เปล่าเ้าค่ะ!!” เว่ยถิงตอบด้วยท่าทางละล่ำละลักต่อให้นางบอกว่ามี สุดท้ายนางก็ต้องไปเป็เพื่อนคุณหนูอยู่ดี
หรือนางมีสิทธิ์บอกว่าไม่ไปเล่า!?
แล้วข้าเลือกอะไรได้ไหม?บอกให้คุณหนูไม่ไปได้หรือเปล่า!? หากไม่ยอมให้ไปคุณหนูจะยอมหรือเ้าคะ!? ก็ไม่!
เกิดมาเป็สาวใช้ชีวิตก็เป็เช่นนี้แล แต่อย่างน้อยชีวิตของเว่ยถิงก็ยังดีกว่าคนอื่นๆตรงที่คุณหนูไม่เคยทุบตีระบายอารมณ์หรือด่าทอนางด้วยถ้อยคำหยาบคายแม้แต่น้อยซ้ำยังไม่ถือตัว พูดคุยกับนางอย่างเป็กันเองประดุจมิตรสหายอีก
แม้จะต้องช่วยอีกฝ่ายเล่นละครตบตานายท่านเพราะตอนนั้นจีลู่ฟางขู่ว่าจะกัดลิ้นตัวเองตายหากนางบอกคนอื่นว่าคุณหนูไม่ได้ป่วยแต่เื่นี้นับว่าเล็กน้อย และตัวของเว่ยถิงก็รู้สึกว่าสนุกดี
เพราะฉะนั้นแม้จะย้อนเวลากลับไปให้เลือกเ้านายคนใหม่ได้เว่ยถิงก็ยังยืนยันที่จะขอรับใช้คุณหนูจีลู่ฟาง!!
[1]ยามโหย่ว= ่เวลา 17.00 - 18.59 น. โดยประมาณ