ตอนที่สี่ ระบบเวทย์เมอลินเนี่ยน
“ระบบที่พวกเราศึกษาอยู่และเป็นที่ยอมรับที่สุดในปัจจุบันคือสิ่งที่เรียกว่าระบบเมอลินเนี่ยน เริ่มจากหนึ่งจุด(dot) สองจุดเส้น(line) สามเหลี่ยม(Triangle) สี่เหลี่ยม(Square) ห้าเหลี่ยม(Pentagon) หกเหลี่ยม(Hexagon)หรือเรียกอีกอย่างคือ สตาร์ star ดวงดาราแห่งเวทมนตร์ ส่วนขั้นที่เจ็ดเหลี่ยม(Heptagon) คือเมอร์ลิน Merlin ขั้นที่เป็นเป้าหมายสูงสุดให้ทุกคนได้มุ่งเป้าหมายตาม เว้นที่เอาไว้ให้กับระดับของพ่อมดในตำนานผู้นี้ที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ที่วางรากฐานของเวทมนตร์ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้”
อาจารย์อเลเสเตอร์กล่าวบรรยายถึงความหมายของระดับชั้นของเวทมนตร์ สำหรับผมที่เล่นเกมส์มามาก เข้าใจดีว่าระดับในตำนานมันคืออะไร มันคือ plot device หรือที่ผมเรียกมันว่า เครื่องมือให้เนื้อเรื่องดำเนินไปได้
ของอุปกรณ์ที่โหดโคตรโกง จะเป็นของที่มาจากบุคคลในตำนานที่คนธรรมดาไม่สามารถเลียนแบบการกระทำของพวกเขาได้ เปรียบเปรยได้ดั่งศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่โม้ว่าสามารถเสกของในเตียงให้เป็นดอกไม้มาตั้งแต่เด็กแบเบาะ
นับเป็นอัจฉริยะแม่มดที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยของเธอ แต่ดัมเบิ้ลดอร์เป็นอะไรที่เหนือไปกว่านั้น
หากเทียบกับคนที่เป็นอัจฉริยะระดับรุ่นคือดวงดารา star แล้ว
การจัดอันดับของเมอร์ลินและดัมเบิ้ลดอร์ คือการจัดวางของระดับที่ไม่สามารถเอามาตรฐานปรกติมาวัดความสามารถของพวกนี้ได้นั่นเอง
และไม้ยมทูต คือของในตำนานที่ระดับคนที่ผลิตอุปกรณ์นั้นมาต้องเป็นระดับเทพเจ้าในตำนานที่ไม่มาเดินเพ่นพ่านตามท้องถนน
เนื่องจากเคยเจอมุกพวกนี้มาก่อน ผมจะถือว่าตำนานที่เคยเล่าขานเป็นเรื่องจริงทั้งหมดนั่นเอง
“อะแฮ่ม เธอมีคำถามอะไรไหม?”
อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวเมื่อเห็นผมนิ่งครุ่นคิด ไม่ค่อยจะถามคำถามอย่างที่เคย
จะให้ถามอะไร มันไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคนี่น่า แต่เป็นเรื่องของระบบเวทย์ ผมค่อนข้างระวังในการให้ความเห็นที่อาจจะทำท่าเป็นการหลบหลู่ทฤษฎีของคนที่มีชื่อเสียงที่อยู่ในโลกนี้นะ
จะถามว่า(ระดับดาราที่จะได้เงินเดือนประจำตำแหน่งมากท่าไรครับ?) ก็ลำบากใจเพราะผมคงโดนอิทธิพลจากเคซี่มาว่าต้องทำตนให้สมกับฐานะเป็นขุนนางอย่าทำท่าโลภเงินทองแบบพ่อค้า เกียรติศักดิ์ ความสง่างามของขุนนางสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดว่าอย่างนั้น
และอีกอย่างเงินจำนวนมากมันก็ไม่สามารถซื้อปาร์ตี้สุดสวิงริงโก้ในเกาะสวรรค์ที่ห่างไกลทางใต้ได้แบบโลกปัจจุบัน
มาในโลกนี้ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตให้อ่านข้อมูลต่างๆ เป็นสิ่งบันเทิงได้ ผมไม่แปลกใจเลยที่ว่าขุนนางจะหาเรื่องสำมะเลเทเมา ดื่มเหล้าเมายาไปวันวัน
“มีใครได้ถึงระดับเมอร์ลินหรือไม่ขอรับท่านอาจารย์ หรือคนทั่วไปอยู่ที่อันดับเท่าไรกันบ้าง?”
อาจารย์อเลสเตอร์ครุ่นคิดเล็กน้อย
“คนทั่วไปที่อาจจะสนใจอยู่ที่ระดับจุดถึงเส้น แต่คนที่ทำเป็นอาชีพจริงๆต้องได้ในระดับสามเหลี่ยม ตามแนวทางของสัญลักษณ์นั่นล่ะ ที่จุดคือการเริ่มต้น เส้นคือการเดินทางต่อ ส่วนสามเหลี่ยมเป็นรูปร่างที่จะเข้าเส้นทางนี้อย่างจริงจัง ระดับสี่เหลี่ยมคือราชองครักษ์นักรบเวทย์ชั้นสูงของแต่ละอาณาจักร ห้าเหลี่ยมนั้นคือระดับวีรบุรุษของอาณาจักรและหกเหลี่ยม สตาร์มีแต่ระดับท่านจอมปราชญ์เท่านั้น ซึ่งคนระดับท่านไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวทางโลกแล้ว แต่คนทั่วไปมองว่าท่านคือคนที่เข้าใกลักับเมอร์ลินมากที่สุด แต่คนในวงการรู้กันดีว่า มันมีข้อแตกต่างระหว่างห้าเหลี่ยมกับหกเหลี่ยมที่เป็นสตาร์ดวงดารา เพราะมันคือขีดขั้นความแตกต่างระหว่างปิรามิดกับดวงดาวที่พอมีคนไต่ขึ้นไปได้ ส่วนระดับเมอรลินนั้นไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อนนอกจากท่านเมอร์ลินเท่านั้น” อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวอย่างสำรวมด้วยความเคารพ ซึ่งอย่างที่ผมเดาไว้ถูกต้อง มันต้องมีอุปกรณ์เวทมนตร์โกงๆของเมอร์ลินซ่อนอยู่ไปทั่วในโลกนี้ตามดันเจี้ยนลับ ที่คนทั่วไปไม่สามารถรับมือได้แน่นอนอยู่ในโลกใบนี้ และคนที่ได้มันไปก็จะได้ความเก่งกาจเหนือกว่าสามัญชนคนอื่นๆที่ไม่สามารถสู้กับของคนระดับ plot device ของเรื่องได้
และไอเท็มระดับ plot device นั้นก็จะเป็นไอเท็มที่ต้องแย่งกันมากว่าตามเนื้อเรื่องมากกว่าที่จะสามารถใช้ได้จริง
ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรล่ะนะ กำหนดระดับไว้แบบนี้เท่ากับว่าไอเท็มที่หายากก็ต้องมีคนแยกกันเป็นธรรมดาของเรื่องราวแบบนี้
แนวทางแบบลอร์ดออฟเดอะริงที่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องราวเบื้องหลัง เราคงไม่ต้องคิดอะไรมากมายจนกว่าจะถึงเวลาตามเนื้อเรื่องล่ะมั้ง?
“ขอบคุณครับท่านอาจารย์ ผมจะขึ้นไปถึงขั้นเมอร์ลินให้ได้ตามที่ท่านอาจารย์สั่งสอน”
อาจารย์อเลสเตอร์เช็ดแว่นของตนเองและกล่าวว่า
“เอ่อ... (ไปถึงขั้นเมอร์ลิน) น่ะคือคำกล่าวที่เหมือนคติพจน์ประจำใจน่ะ ไม่มีใครว่าอะไรหรอกถ้าเธอทำอย่างนั้นไม่ได้นะ แต่ละคนก็สามารถเลือกทางอาชีพของตนเองได้ ไม่ได้อย่างที่ต้องการก็อย่าเสียกำลังใจไป”
อ้อเข้าใจแล้ว อาจารย์ห่วงผมที่เป็นเจ้าชายต้องสาปแห่งความมืดที่อาจจะมามุกว่า(สนใจเรื่องเวทมนตร์จนกระทั่งกลายเป็นพ่อมดศาสตร์มืดที่ชั่วร้าย)แน่ๆ
“ไม่ต้องห่วงครับอาจารย์ ผมเรียนเวทมนตร์ก็เพื่อจะสร้างประโยชน์ให้กับปวงชน..ว่าแต่มีอาชีพอะไรที่ทำได้บ้างครับ?” ผมกำลังหาทางหาเงินเพิ่มเสียหน่อย
หากเราสังเกตดีดี พ่อแม่เศรษฐีที่ร่ำรวยจะให้ลูกเรียนเปียโน ขี่ม้า ตีเทนนิส ตีกอล์ฟ ภาษาต่างประเทศ จะมากจะน้อยก็จะมีทักษะพวกนี้มากกว่าคนทั่วไป จะหางานก็สามารถหางานได้ง่ายดายกว่าคนอื่นเพรามีทักษะที่ต้องใช้ทุนในการเรียนรู้สูง ผมไม่ใช่คนที่ไม่สำนึกบุญคุณ ว่าการได้เรียนกับติวเตอร์ส่วนตัวนี้ ผมก็ได้รับอภิสิทธิ์เหนือกว่าลูกชาวบ้านหลานชาวนาทั่วไปแล้ว
มันคือข้อได้เปรียบของการที่เรามีเงินทุนในการได้รับการศึกษาเพิ่มทักษะให้กับตนเองได้