นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 6

    อ๊า-!“นี้นะเหรอระดับเริ่มต้นของวิชาเอกภพ เรารู้สึกได้ถึงพละกำลังที่มากมายมหาศาลเลย” เอกยืนมองกระจกหันซ้ายหันขวามองดูตัวเองตอนนี้ร่างกายของเอกดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นกล้ามเนื้อที่ควรจะมีก็เห็นได้ชัด ทำให้ตอนนี้ถ้ามีแม่ม่ายสาวคนไหนเดินผ่านเอกละก็อย่างน้อยต้องมีเจ็ดส่วนที่หันมามองเอก“อะ นี้เช้าแล้วนี้น่าต้องรีบไปทำกับข้าวให้พวกเด็กๆ ก่อน” เมื่อเอกนึกได้ว่าต้องทำกับข้าวให้พวกเด็กๆ เขาก็รีบแต่งตัวลงไปทำกับข้าวให้ทันที“คุณพ่อค่า/คร้าบ พวกหนูหิวข้าวแล้วมีอะไรให้พวกหนูกินบ้าง” น้ำทิพย์กับไมค์ตื่นมาก็วิ่งมาหาเอกและถามถึงของกินวันนี้ว่ามีอะไรให้พวกเธอกินบ้าง“มาถึงก็หาถามของกินเลยนะเรา แล้วน้ำทิพย์กับไมค์แปรงฟันตอนเช้ารึยังลูก” เอกถามพวกเด็กๆ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้หันกลับไปมองสองตัวแสบที่กำลังเกาะแข้งเกาะขาเขาอย่างมีความสุขตั้งแต่พวกเด็กๆ ไม่ได้เจอแม่ของพวกเขาก็ดูเหมือนพวกเขาจะดูขี้อ้อนกับเขามากขึ้นดูอย่างวันนี้สิ ถ้าเป็นวันปกติตอนที่อดีตภรรยาของเขายังอยู่กับพวกเด็กๆ พวกเขาจะทำแค่หันหน้ามาทักทายอรุณสวัสดิ์ตามปกติเท่านั้น
    “ยังไม่ได้แปลงค่าๆ คุณครูที่โรงเรียนสอนน้ำทิพย์ว่าให้กินข้าวเสร็จก่อนแล้วเราค่อยแปรงฟันเพราะมันจะทำให้น้ำทิพย์เข้าห้องน้ำถ่ายจูดๆ ได้ง่ายขึ้นละ” น้ำทิพย์กอดอกอย่างภูมิใจที่เธอสามารถจำที่คุณครูสอนได้ และภายในใจของเธอก็หวังลึกๆ ให้พ่อของเธอชมเธอบ้าง“ฮ่าๆ อย่างนั้นเองเหรอ เก่งมากเลยที่น้ำทิพย์จำที่คุณครูสอนได้” เอกกล่าวชมพร้อมกับลูปหัวเธอเป็นรางวัล
    “แล้วไมค์ละ มีอะไรที่คุณครูสอนจะบอกพ่อรึเปล่า” เอกหันมาถามไมค์เพราะเขากลัวว่าคนเป็นพี่อย่างไมค์จะอิจฉาน้องเพราะเขาไม่ค่อยได้โอ๋ลูกชายของเขามากเท่าไร
    “ไม่หรอกครับ แต่คุณครูเขาบอกว่าระหว่างวันเราควร ดื่มน้ำ 1 แก้วทั้งก่อนและหลังมื้ออาหารทุกๆ มื้อด้วยละครับ” ไมค์ทำหน้าครุ่นคิดและพูดตามที่ไมค์จำได้“อ่าวทำไมละ ลูกพอรู้ไหมครับ” เอกถามอย่างสนใจเพราะเขาเองก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าการกินน้ำหนึ่งแก้วตอนเช้าที่ถูกต้อง ต้องทำยังไง“จริงสิ ผมลืมบอกว่าเราต้องดื่มน้ำอุ่นตอนเช้าเพราะจะช่วยในการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้นแถมลำไส้ของเราก็จะสะอาดมากขึ้นด้วยละครับ”“อืม เป็นแบบนี้นี่เองเก่งมากเลยครับ” เอกกล่าวชมและลูปหัวไมค์อีกคนแต่ดูเหมือนเด็กน้อยคนนี้จะอายอยู่หน่อยๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่กี่ขวบแท้ๆ“เอ๋ สุดยอดไปเลยพี่ไมค์ขนาดหนูยังจำได้ไม่หมดเลย” น้ำทิพย์พูดชมพี่ชายตัวเองแต่หลังจากที่ชมพี่ชายของเธอแล้วน้ำทิพย์ก็ทำหน้าจ๋อยเพราะตัวเธอจำที่คุณครูบอกสู้พี่ชายตัวเองไม่ได้
    เมื่อเอกเห็นน้ำทิพย์ทำหน้าจ๋อยเขาก็คิดว่าเขาควรจะพูดอะไรดี ทำให้เอกต้องใช้ความคิดอย่างหนักและหาคำพูดที่จะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น ในที่สุดเอกก็คิดออกว่าจะพูดกับเธอยังไงดี
    “เอ๋ แต่น้ำทิพย์ก็เก่งเหมือนกันน่า ที่จำส่วนที่พี่ไมค์จำไม่ได้” เอกพูดชมน้ำทิพย์ในขณะที่เขาส่งซิกไปหาลูกชายของเขาว่าให้ไมค์ช่วยเขาหน่อย ซึ่งไมค์เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าตอนนี้พ่อของเขากำลังขอความช่วยเหลือ“ใช่ๆ น้ำทิพย์ก็เก่งมากเลยนะที่จำส่วนที่พี่จำไม่ได้” ไมค์รีบพูดทันทีหลังจากที่พ่อได้ส่งไม้ต่อให้เขา“เอ๋ หนูเก่งจริงๆ เหรอ แต่ว่าพี่ไมค์จำได้เยอะกว่าหนูอีกนะ” น้ำทิพย์ทำหน้าดีใจแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ถามไมค์อย่างไม่แน่ใจ“จริงสิ ส่วนที่น้ำทิพย์พูดกับคุณพ่อเมื่อกี้พี่จำไม่ได้เลยละ” ไมค์รีบพยักหน้าตอบทันทีเขากลัวว่าน้องสาวของเขาจะไม่ยอมเชื่อ
    “เย้ๆ คุณพ่อเห็นไหมน้ำทิพย์จำส่วนที่พี่ไมค์จำไม่ได้ด้วยละ” น้ำทิพย์กระโดดอย่างดีใจและวิ่งเข้าไปขอให้เอกลูปหัวเธออีกครั้งเป็นรางวัลปลอบใจเอกลูปหัวน้ำทิพย์พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ กับลูกสาวคนนี้โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเป็นไมค์ต่างหากที่ที่ยอมให้เธอ“เอาละ น้ำทิพย์ไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วค่อยมากินข้าวที่พ่อทำโอเคไหมค่ะ” เอกว่างน้ำทิพย์งลงและให้เธอไปล้างหน้าล้างตาก่อน“โอเคค่า” น้ำทิพย์พยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับหันหลังวิ่งไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าน้ำทิพย์วิ่งเข้าห้องน้ำแล้วเขาก็หันไปหาไมค์และกล่าวว่า“พ่อขอบใจเรามากนะที่ไมค์ช่วยพ่อ พ่อต้องขอโทษด้วยที่พ่อต้องทำอย่างนี้” เอกกล่าวขอโทษไมค์จริงๆ แล้วคนที่สมควรจะถูกชมมากที่สุดควรจะเป็นไมค์“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วคนเป็นพี่อย่างผมก็ต้องเสียสละให้น้องเป็นธรรมดานี้ครับ” ไมค์ส่ายหน้ายิ้มเพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว“ไมค์ไม่โกรธพ่อเหรอ ที่พ่อโอ๋น้ำทิพย์มากกว่าเรา” เอกถามไมค์อย่างสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดีใจที่ลูกชายของเขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น“ไม่หรอกครับ อีกอย่างผมไม่อยากเห็นน้ำทิพย์ต้องทำหน้าเศร้าเหมือนตอนนั้นแล้ว” ไมค์กำหมัดแน่น ไมค์จำได้ดีตอนที่น้ำทิพย์รู้ว่าแม่ของพวกเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว ตอนนั้นน้ำทิพย์ได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย จนไมค์ต้องทำใจให้เข้มแข็งกล่าวปลอบน้ำทิพย์ ถึงตอนนั้นเขาอยากจะร้องไห้มากแค่ไหนก็ตามแต่พอมาเห็นน้องสาวตัวเองร้องไห้ต่อหน้าเขาอย่างนี้ เขาก็ทำใจร้องไห้ไม่ลง“ลูกรู้ตัวไหมว่าตัวของไมค์เก่งมากขนาดไหน” เอกกล่าวยิ้มๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ละว่าที่ไมค์พูดถึงคืออะไร เพราะวันนั้นเขาก็อยู่หน้าประตูห้องของทั้งสองคน เขาแอบฟังไมค์กล่าวปลอบน้ำทิพย์อยู่เงียบๆ ตอนนั้นเขาถึงกับกล่าวโทษตัวเอง ทั้งๆ ที่คนเป็นพ่ออย่างเขากับไม่มีความสามารถมากพอจะกล่าวปลอบใจลูกของตัวเองได้ในวันนั้นเขาพึ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นพ่อที่แย่ขนาดไหน เพราะเหตุผลนี้แหละเขาถึงตัดสินใจย้ายกลับมาที่เชียงใหม่นั้นเอง“อย่างนั้นเหรอครับ” ไมค์กล่าวตอบรับยิ้มๆ เขาไม่รู้หรอกว่าคำว่าเก่งของพ่อนั้นเก่งแบบไหนแต่เขาก็ดีใจที่พ่อเขาชมจากนั้นไม่นานน้ำทิพย์ก็วิ่งแจ้นเข้ามาหาพวกเขาที่กำลังนั่งรอเธอมากินข้าวพร้อมกัน จากนั้นไม่นานพวกเขาทั้งสามคนก็กินข้าวอย่างมีความสุข เอกไม่คิดเลยว่าการกินข้างกับพวกลูกๆ จะมีความสุขขนาดนี้โดยเฉพาะรอยยิ้มของทั้งสองคน เขาถึงกับสัญญากับตัวเองว่าเขาจะพยายามให้รอยยิ้มของพวกเขามีอยู่ทุกๆ วัน“เอาละเด็กๆ วันนี้พร้อมรึยัง เดี๋ยววันนี้พ่อจะพาพวกลูกๆ ไปเข้าโรงเรียนแห่งใหม่กัน” เอกกล่าวถามเด็กๆ“พร้อมแล้วค่า/ครับ”ดูเหมือนพวกเด็กๆ จะไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เอกรู้สึกโล่งอกที่พวกเด็กๆ กระตือรือร้นที่จะไปโรงเรียนกัน“ป่ะ ขึ้นรถได้พวกเด็กๆ” เอกกล่าวเสร็จก็พาเด็กๆ ขึ้นรถหลังจากที่เด็กๆ ขึ้นรถแล้ว อยู่ๆ น้ำทิพย์ก็ชูแขนชี้ไปข้างหน้าแล้วตะโกนขึ้นว่า“Go Go Go ไปกันเลยค่ะคุณพ่อ เย้ๆ”ณ โรงเรียนที่เอกพาลูกๆ ของเขามา“เด็กทั้งสองคนนี้เหรอคะ ที่คุณพ่อจะพาพวกเขามาอยู่ที่นี่” คุณครูกล่าวถามเอก“ใช้แล้วครับ ถึงจะเป็นกลางเทอมที่นี่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะครับ” เอกกล่าวตอบ“แน่นอนว่า ไม่มีปัญหาค่ะ ทางเราสามารถให้เด็กๆ มาเรียนวันนี้ได้เลย”คุณครูท่านนี้กล่าว“ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอฝากด้วยนะครับ” เอกกล่าว“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อสามารถจ่ายค่าเทอมได้ทางนี้เลยค่ะ” คุณครูท่านนี้กล่าวเชิญหลังจากเอกจัดการเรื่องการเรียนของพวกเด็กๆ แล้วเขาก็เตรียมตัวจะกลับบ้านไปจัดการไร่สวนของเขา“เอาละพ่อจะกลับแล้วนะ เดี๋ยวโรงเรียนเลิกพ่อจะมารับถ้าน้ำทิพย์มีปัญหาอะไร ตอนพ่อมารับเราค่อยบอกพ่อนะคะ” เอกกล่าวกับน้ำทิพย์ด้วยความเป็นห่วงส่วนคนโตเขาไม่ค่อยห่วงเท่าไรเพราะอีกฝ่ายมีความคิดมากกว่าเด็กทั่วไปอยู่แล้ว“ค่ะคุณพ่อ แต่ว่า...” น้ำทิพย์กล่าวอย่างลังเล ถึงเธอจะเตรียมใจกับเรื่องนี้แล้วก็ตาม จนทำให้เอกต้องกล่าวเตือนน้ำทิพย์อีกครั้ง“น้ำทิพย์ยังจำที่พ่อพูดได้ไหมว่าพ่อพูดอะไร อย่าลืมสิหนูยังมีพี่ไมค์อยู่ด้วยทั้งคน ถ้ามีอะไรก็ขอให้พี่ไมค์ช่วยสิ” เอกกล่าวเตือน ในที่สุดน้ำทิพย์ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังมีพี่ไมค์อยู่ทำให้เธอยิ้มออกมา“โอเคค่ะ น้ำทิพย์จำที่คุณพ่อพูดได้หมดแล้ว” น้ำทิพย์ยิ้มเมื่อคุณพ่อของเธอเตือนความจำของเธอ“เอาละพ่อไปแล้วนะ ไมค์ก็ช่วยดูน้องให้พ่อด้วยละ” เอกกระซิบกับไมค์และเตรียมตัวจะกลับ“ได้ครับ เดียวผมจะช่วยดูน้องให้” ไมค์พยักหน้ากล่าวตกลง“ถ้าอย่างนั้นพ่อไปแล้วนะ บ๊ายบาย” เอกกล่าวและโบกมือลาพวกเด็กๆ“บ๊ายบายค่า อย่ามารับน้ำทิพย์ช้านะคะ” น้ำทิพย์โบกมือตะโกนบอกพ่อตัวเองเอกได้แต่พยักหน้าตกลงอย่างช่วยไม่ได้"เลี้ยงลูกทั้งสองคนนี้ไม่ง่ายเลยแฮะ" เอกกล่าวอย่างเหนื่อยใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความสุขที่ได้ดูแลลูกๆ ของตัวเองหลังจากมาถึงบ้านได้ไม่นานเอกก็หยิบหนังสือศาสตร์วิชาหมื่นพันธุ์ไม้ปลูก+ศาสตร์ปรุงยาหมื่นเอกภพ มาศึกษาดูว่าจะพอมีอะไรบ้างที่สามารถช่วยให้เขาปลูกผักสวนครัวได้รวดเร็วขึ้นจากนั้นไม่นานเอกก็ได้ตัวช่วยมาอยู่สองสามอย่างแถมทรัพยากรที่ใช้ก็สามารถหาได้ทั่วไปอีกด้วย“เอาละ ก่อนที่เราจะเริ่มทำสวนเราควรถางหญ้าที่สูงท้วมหัวเราซะก่อน” เอกกล่าวอย่างเซ็งๆ เพราะปัญหาหญ้ารกนี้มันก็มีทุกบ้านนั่นแหละแถมมันยังเป็นหญ้าหนามอีกทำให้หลายๆ คนต้องเจ็บปวดกับมันมามากนักต่อนักแล้วแต่แล้วไงในเมื่อพี่แกมีวิธีจัดการพวกนี้อย่างเด็ดขาดละกัน“เห็นกี่ทีๆ ก็น่าเบื่อชะมัด ค่อยดูให้ดีเถอะว่าวันนี้ฉันจะจัดการพวกแกยังไงเจ้าพวกหญ้าปีศาจ” เอกกล่าวเสียงเหี้ยมพร้อมกับง้างเคียวเกี่ยวหญ้าในมือ“ย๊ากกกก....คมดาบสายลม” เอกตะโกนดังลั่นเหมือนตัวเองไปสู้กับใคร พร้อมกับกวัดแกว่งเคียวในมืออย่างรวดเร็วฉัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆหลังจากเอกเล่นจอมยุทธได้ไม่นานหญ้าที่มีอยู่เต็มไปหมดก็โดนพี่แกถางออกจนหมด“แฮกๆ เหนื่อยฉิบหายนี้ขนาดเรามีพละกำลังมากขนาดนี้ยังเหนื่อยแทบตาย” เอกนั่งพักทันทีหลังจากถางหญ้าจนหมดถ้าใครมารู้ว่าเอกจัดการหญ้าที่สูงท่วมหัวนับร้อยๆ ไร่ได้เสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงคงตกใจตาย“จริงสิ ถ้าเรารับจ้างถางหญ้าละก็เราคงรวยเละ ฮ่าๆ” เอกหัวเราะกับตัวเองเมื่อเขามีคิดอะไรแปลกๆ ให้ทำ“เอาละต่อไปก็เก็บหญ้าพวกนี้มาเป็นวัตถุดิบดีกว่า” เอกกล่าวเสร็จก็รีบไปเก็บหญ้าที่เขาตัดใส่ในแหวนมิติทันทีถึงตอนแรกเขาจะตกใจว่าหญ้าธรรมดาพวกนี้ก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการปรุงยาขึ้นมา