หอสวรรค์
หลังจากเสี่ยวเซวี่ยจากไป
เย่เทียนก็นำเอาสมบัติจำนวนมากออกมาอีกครั้งและมอบมันให้แก่น้องสาวของเขาเย่หยู
“เสี่ยวหยู นี่เป็นของขวัญบางส่วนที่พี่นำมาให้เรา”
“ตูม”
กองทรัพยากรสมบัติกองหนึ่งตกลงตรงหน้าเย่หยู เมื่อเห็นสมบัติมากมายตรงหน้า เย่หยูก็มองมันด้วยสายตาโง่งม
สมบัติทรัพยากรเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของล้ำค่ามาก มีบางสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน อาจกล่าวได้ว่าทรัพยากรจำนวนมากที่ถูกสะสมไว้ของหอสวรรค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมายังเทียบได้เพียงแค่หนึ่งส่วนของสมบัติกองนี้
“พี่คะ พี่ไปเอาสมบัติมากมายขนาดนี้มาจากไหน” เย่หยูถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เย่เทียนจึงได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เขาพบเจอตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างสั้นๆ หลังจากได้ยินประสบการณ์ของเย่เทียน เย่หยูได้เข้าใจ
ปรากฏว่าพี่ชายของเธอได้ไปยังดาวสีเงินมา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในดาวสีเงินนั้นสมบัติและทรัพยากรเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่พบได้ทั่วไป
จากนั้นเย่หยูก็เก็บสมบัติทั้งหมด เธอต้องการจัดแจงพวกมันวางไว้ในหอสวรรค์
หลายวันผ่านไป เย่เทียนใช้เวลาอยู่กับจักรพรรดิจันทราและเย่หยูน้องสาวของเขา ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของโลกคร่าวๆ
ปรากฏว่าหลังจากที่เขาจากไป โลกได้เกิดหลายสิ่งหลายอย่างขึ้น รวมไปถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่ปรากฏขึ้นจำนวนมาก เป็นผลให้จักรพรรดิจำนวนมากลงมือฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิง
ระดับจักรพรรดิของโลกตกตายไปเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงระดับจักรพรรดิของกองกำลังจากภายนอกและเผ่ามังกรเองก็ถูกฆ่าตายบ่อยครั้งเช่นกัน ในหมู่พวกเขามีแม้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ 7 ดาราหรือ 8 ดาราที่ถูกฆ่าตาย
แต่ข่าวเกี่ยวกับดินแดนพลังปราณกลับไม่ได้ถูกแพร่งพรายออกมาแม้แต่น้อย
จักรพรรดิจันทราเชื่อฟังคำแนะนำของเย่เทียนเป็นอย่างดี ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของดินแดนพลังปราณ
เย่เทียนพักผ่อนอยู่ในฐานจงไห่เป็นเวลาเจ็ดหรือแปดวัน ตอนนี้เขาต้องการที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ของดินแดนพลังปราณ
แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่มีทางรู้เรื่องนี้ มีแต่กองกำลังจากภายนอกเท่านั้น เย่เทียนจึงจำเป็นต้องสอบถามข้อมูลจากจักรพรรดิ 8 ดาราหรือ 9 ดาราของกองกำลังจากภายนอกเพื่อที่เขาจะได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมด
และในวันนี้
เย่เทียนฉีกกระชากแนวขวางกั้นระหว่างโลกเซียนปฐพีและโลกภายนอกทันที
หากเป็นบนดาวสีเงิน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำเช่นนี้ เพราะกฎแห่งสวรรค์ของดาวสีเงินนั้นแข็งแกร่งกว่าโลกมาก ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เขาจึงสามารถฉีกกระชากแนวขวางกั้นระหว่างโลกใบเล็กเพื่อเข้าสู่โลกเซียนปฐพีได้อย่างง่ายดาย
หลังจากเข้าสู่โลกเซียนปฐพี เย่เทียนก็พบสำนักงานใหญ่ของหอคอยเกียรติยศอย่างรวดเร็ว
สำนักงานใหญ่ของหอคอยเกียรติยศตั้งอยู่ในเมืองแห่งความรุ่งโรจน์ นี่คือเมืองใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยหอคอยเกียรติยศ
มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายอยู่ในเมืองแห่งความรุ่งโรจน์นี้ นอกจากนี้ยังมีระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่สำนักงานใหญ่ของหอคอยเกียรติยศ มีแม้กระทั่งตัวตนระดับครึ่งเทพอยู่ในเมือง
ในหอคอยเกียรติยศ นอกจากผู้ฝึกยุทธ์ที่คอยดูแลแล้ว ยังมีค่ายกลป้องกันและค่ายกลสังหารถูกติดตั้งไว้เป็นจำนวนมาก
อาจกล่าวได้ว่าแม้ว่ามันจะเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 ก็ไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของหอคอยเกียรติยศโดยพลการ มิฉะนั้นนอกจากเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ยังมีค่ายกลจำนวนมากมายที่สามารถสังหารพวกเขาได้ทุกเวลา
แต่เย่เทียนคือบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานระดับ 6 ดารา เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่หวาดกลัวหอคอยเกียรติยศ เขาลอบเข้าในเมืองแห่งความรุ่งโรจน์ด้วยพรสวรรค์ล่องหน
เพียงไม่นานเขาก็พบกับจักรพรรดิ 8 ดาราผู้หนึ่งที่ฝึกฝนอยู่ในวิหารของหอคอยเกียรติยศ คนคนนี้ฝึกฝนบ่มเพาะอยู่ภายในวิหารตลอดเวลา ไม่ค่อยจะออกมาข้างนอก
จากการตรวจสอบของพรสวรรค์ในการคัดลอก ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ 8 ดาราผู้นี้ก็คือจักรพรรดิซีเฉินแห่งกองกำลังหอคอยเกียรติยศ เป็นจักรพรรดิ 8 ดาราเพียงคนเดียวของหอคอยเกียรติยศที่อยู่ในโลกเซียนปฐพี
ภายในวิหาร
จักรพรรดิซีเฉินที่กำลังบ่มเพาะอยู่นั้นพลันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
เขารู้สึกว่ามีคนกำลังเข้าใกล้เขา ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็ตึงเครียดขึ้นทันที
“ใคร?” จักรพรรดิซีเฉินตะโกน
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
คนที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นนี้ย่อมเป็นเย่เทียน
จักรพรรดิซีเฉินมองไปยังเย่เทียนด้วยความหวาดกลัว วิหารแห่งนี้ถูกติดตั้งไว้ด้วยค่ายกลมากมาย ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะลอบเข้ามายังที่นี่ได้
และเย่เทียนไม่เพียงแต่เข้ามาเท่านั้น แต่เขากลับไม่ได้แตะต้องค่ายกลที่ถูกติดตั้งไว้แม้แต่น้อย วิธีการที่แปลกประหลาดเช่นนี้ทำให้จักรพรรดิซีเฉินหวาดกลัวอย่างแท้จริง
จักรพรรดิซีเฉินเพิ่งมายังโลกในช่วงสองปีที่ผ่านมา เดิมเขาเคยอยู่บนดาวเคราะห์ในปกครองของหอคอยเกียรติยศ รับหน้าที่จัดการสิ่งต่างๆ อยู่ที่นั่น
ตอนนี้ดินแดนพลังปราณกำลังจะเปิดออก เขาจึงได้เดินทางออกจากดาวเคราะห์ดวงนั้น
และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เขาไม่รู้จักเย่เทียน
“คุณเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง” จักรพรรดิซีเฉินเอ่ยถาม
“ฉันก็แค่เดินเข้ามา!” เย่เทียนยิ้มเล็กน้อย
ในความเป็นจริง เย่เทียนใช้วิธีหลบเข้าไปในห้วงมิติ เดินผ่านห้วงมิติเข้ามาในพื้นที่ของวิหาร
นั่นเป็นเหตุผลที่เย่เทียนไม่ได้แตะต้องการค่ายกลที่ถูกติดตั้งไว้ภายในวิหารแม้แต่น้อย เขาสามารถลอบเข้ามาได้อย่างเงียบๆ
จักรพรรดิซีเฉินรู้สึกว่าเย่เทียนนั้นเป็นคนที่อันตรายมาก แต่เขาก็ไม่ได้เลือกที่จะหลบหนีออกไป กลับพูดขึ้นว่า “คุณควรออกไปเดี๋ยวนี้!”
“ย่อมเป็นไปไม่ได้ ฉันต้องการที่จะสอบถามข้อมูลจากคุณสักเล็กน้อย!” เย่เทียนกล่าว
ในเวลานี้จักรพรรดิซีเฉินรู้สึกถูกคุกคามอย่างชัดเจน
วินาทีถัดมา คลื่นพลังแห่งมิติปรากฏขึ้นแช่แข็งพื้นที่โดยรอบ
“ฉัน...ขยับไม่ได้!” จักรพรรดิซีเฉินอุทานด้วยความหวาดกลัว
เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไกลเกินกว่าเขาจะรับมือได้ มิฉะนั้นอีกฝ่ายคงไม่สามารถกักขังเขาด้วยพรสวรรค์มิติง่ายๆ เช่นนี้ ความแข็งแกร่งดังกล่าวเกินกว่าระดับจักรพรรดิ 9 ดาราทั่วไปจะมีได้
“จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 หรือ...”
จักรพรรดิซีเฉินไม่กล้าคิดเกี่ยวกับมันอีกต่อไป เขาคิดว่าหากเย่เทียนไม่ใช่จักรพรรดิ 9 ดาราระดับ 1 อีกฝ่ายก็ย่อมต้องเป็นบุตรแห่งสวรรค์
แต่จักรพรรดิซีเฉินก็รู้สึกว่าไม่มีทางที่โลกเล็กๆ แห่งนี้จะมีบุตรแห่งสวรรค์ ตัวตนเช่นบุตรแห่งสวรรค์นั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากในกาแล็กซีทางช้างเผือก
“สะกดจิต”
โดยไม่รีรอเย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์สะกดจิต สะกดจิตจักรพรรดิซีเฉินทันที
เขาขี้เกียจที่จะพูดเรื่องไร้สาระกับจักรพรรดิซีเฉินต่อไป เขาจึงใช้การสะกดจิตเพื่อถามถึงความลับบางอย่างโดยตรงจากปากของจักรพรรดิซีเฉิน
“ดินแดนพลังปราณจะเปิดขึ้นเมื่อไหร่?” เย่เทียนเอ่ยถาม
จักรพรรดิซีเฉินตอบว่า “จากการคำนวณของพวกเรา ดินแดนพลังปราณจะเปิดในอีกห้าเดือนข้างหน้า”
“สถานการณ์ของเผ่ามังกรเป็นอย่างไร? พวกมันรู้เรื่องดินแดนพลังปราณแล้วหรือไม่” เย่เทียนถามซ้ำอีกครั้ง
จักรพรรดิซีเฉินจึงกล่าวว่า “เผ่ามังกรรู้ความลับของดินแดนพลังปราณแล้ว ก่อนหน้านี้พวกมันได้จับตัวหนึ่งในจักรพรรดิ 8 ดาราของเราไปสอบปากคำถึงสถานการณ์ของดินแดนพลังปราณ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างพันธมิตรกองกำลังต่างๆ ของเราและเผ่ามังกร ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก ในที่สุดพวกเราก็ยอมให้เผ่ามังกรเข้าสู่ดินแดนพลังปราณด้วยเช่นกัน”
“เผ่ามังกรรู้เรื่องนี้แล้ว?” เย่เทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ถ้าเผ่ามังกรยังคงไม่รู้ เขาแค่ต้องรับมือกับกองกำลังจากภายนอกเท่านั้น
แต่ตอนนี้เผ่ามังกรได้ล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของดินแดนพลังปราณแล้ว งั้นทุกอย่างก็จะมีปัญหาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ความกังวลเพียงอย่างเดียวที่เย่เทียนมีคือ เผ่ามังกรได้แจ้งไปยังอำนาจระดับสูงของพวกมันแล้วหรือไม่? ในกรณีนี้เผ่ามังกรอาจจะส่งบุตรแห่งสวรรค์ หรืออาจจะเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานมายังโลก หากเป็นเช่นนั้นการต่อสู้แย่งชิงก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
แต่ความเป็นไปได้นี้สมควรจะไม่เกิดขึ้น ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกรหรือมนุษย์ก็มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันอยู่ ซึ่งก็คือความเห็นแก่ตัว
สถานที่เช่นดินแดนพลังปราณย่อมอนุญาตให้คนเข้าไปจำนวนจำกัด เช่นนั้นแล้วเผ่ามังกรบนโลกคงจะไม่ส่งเรื่องนี้แก่ตัวตนระดับสูง มิฉะนั้นพวกมันอาจจะต้องสูญเสียโอกาสไป
“ดินแดนพลังปราณอยู่ที่ไหน?”
ในเรื่องนี้เดิมเย่เทียนสามารถค้นหามันด้วยตนเองได้ แต่โลกก็ยังคงมีขนาดใหญ่เกินไป การจะค้นหาดินแดนพลังปราณให้พบนั้นค่อนข้างจะต้องใช้เวลา
ดังนั้นการถามจักรพรรดิซีเฉินย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาออกค้นหาดินแดนพลังปราณด้วยตนเอง
จักรพรรดิซีเฉินตกอยู่ภายใต้อำนาจของการสะกดจิต เป็นธรรมดาที่คำกล่าวของเขาย่อมปราศจากคำโกหก
“ดินแดนพลังปราณอยู่ในเทือกเขาคุนหลุน ที่นั่นมีประตูเข้าสู่ดินแดนพลังปราณ กองกำลังของเราร่วมมือกันปิดผนึกมันไว้!” จักรพรรดิซีเฉินกล่าว
“มันกลับอยู่ที่ภูเขาคุนหลุน?”
เย่เทียนประหลาดใจเล็กน้อย เพราะภูเขาคุนหลุนเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงอย่างมากในแผ่นดินจีน เขาไม่คิดว่าดินแดนพลังปราณจะอยู่ในภูเขาคุนหลุนจริงๆ
หลังจากนั้นเย่เทียนก็ถามคำถามบางอย่างกับจักรพรรดิซีเฉินอีก ทำให้เขาได้รับข้อมูลต่างๆ จำนวนมาก เมื่อสอบถามเสร็จสิ้นเย่เทียนก็ลงมือสังหารจักรพรรดิซีเฉินทันที
เขาไม่สามารถปล่อยให้จักรพรรดิซีเฉินมีชีวิตรอดต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นตัวตนของเขาย่อมต้องถูกเปิดเผย
การสะกดจิตเป็นเพียงการควบคุมผู้อื่น มันไม่สามารถปรับเปลี่ยนความทรงจำของคนคนนั้นได้ เมื่ออำนาจของการสะกดจิตจบลง จักรพรรดิซีเฉินก็จะจำการมาถึงของเขาได้อย่างแน่นอน
เย่เทียนจึงจำเป็นต้องฆ่าจักรพรรดิซีเฉิน
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของคนพื้นเมืองของโลก กองกำลังจากภายนอกเหล่านี้เป็นผู้รุกราน การจะสังหารพวกเขาย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร