เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่ 51 ในมิติป่าเร้นลับ4

    ตอนที่51ในมิติป่าเร้นลับ4


         ปรากฏเงาร่างสีขาวสองสายพุ่งฉวัดเฉวียนเจ้าต่อสู้กันอยู่นั้นดูเหมือนว่าช่างบางเบาดุจไร้น้ำหนักดั่งปุยนุ่นอะไรเช่นนั้น  แต่ทว่าท่าร่างที่เคลื่อนไหวนั้นกลับรวดเร็วดุจวิหคสายฟ้าก็ปาน  กระทั่งสายตาของเล้งปวยเองยังแทบเห็นเพียงเงาร่างจางๆสองสายที่กำลังพุ่งร่างฉวัดเฉวียนพันละวันไปมาราวกับเทพเจ้าสององค์กำลังต่อสู้กันเท่าน้ัน


          เล้งปวยได้ใช้เคล็ดมังกรซ่อนมิติเพื่อปกปิดเงาร่างและพลังปราณของตนมิให้ปรากฏ  แล้วจึงเข้าไปใกล้ในระยะร้อยวา  ในยามนี้พอกวาดสายตามองไปอีกครั้งด้วยเคล็ดวิชาสัมผัสแห่งมังกรหกบรรจบจึงพอเห็นร่างที่พร่าเลือนนั้นพลันชัดแจ้งมาทันที   พลันที่มองเห็นเล้งปวยถึงกับตาลุกวาวขึ้นมาฉับพลัน


         ชายชราที่มีผมสีขาวดอกเลาใบหน้าเกลี้ยงเกลารูปร่างสันทัด  นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าสำนักหมื่นบรรพต  ท่านเย่ชิงเทียนนั่นเอง  เล้งปวยเคยเห็นมาสองครั้งย่อมจำได้เป็นอย่างดี  แต่อีกคนเป็ชายชราหน้าสามเหลี่ยมไว้เครารูปคางแพะเล็กน้อย  ตาเรียวเล็กดุจตาเหยี่ยวมีประกายวูบวาบแฝงแววเจ้าเล่ห์อย่างยิ่งอีกผู้หนึ่งนั้น  เขากลับไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย


         เห็นทั้งสองต่อสู้ขับเคี่ยวกันมาร่วมครึ่งชั่วยามแล้วยังไม่ปรากฏการเพลี่ยงพล้ำมาเลยแม้จะพอจะดูออกว่าฝ่ายของเจ้าสำนักหมื่นบรรพตพอจะมีเปรียบมาบ้างเล็กน้อยก็ตาม  แต่เห็นได้ชัดเจนว่าภายในอีกกว่าร้อยกระบวนท่าก็ย่อมไม่ปรากฏผลแพ้ชนะออกมาอย่างแน่นอน  แต่ทว่าจากนั้นไม่นาน  การต่อสู้พลันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเล็กน้อย


         เห็นชายชราคางแพะพลันกู่ก้องขึ้นมายาวๆ  ท่าร่างพลันแปรเปลี่ยนเป็นไถลลื่นปราดออกไปดุจดั่งพญาอสรพิษขนาดใหญ่  ไปยังด้านข้างๆ


    “หมื่นเงามายาเทพอสรพิษ”  มันพลันตวาดขึ้นมาด้วยเสียงก้องกังวาน


        ปรากฏเห็นมวลบรรยากาศบริเวณรอบๆตัวของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาจนระริกๆจนปรากฏรอยแยกขอมิติขึ้นมา   พลันเกิดมีร่างของมันปรากฏออกมาจากรอยแยกแห่งมิตินั้นพร้อมกันจำนวนนับพันล่องลอยอยู่ในบรรยากาศคล้ายรอจังหวะเข้าจู่โจมพร้อมกัน  เช่นนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือขนาดไหนก็อดไม่ได้เลยที่จะไม่แตกตื่นลนลานกับสภาวการณ์ที่ได้เปลี่ยนไปเช่นนี้


        “ฮ่า  ๆ    ๆ      ตาเฒ่าครานี้ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะรอดไปได้อย่างไร  ฮ่าๆๆๆๆ”  ร่างของมันพลันหัวร่อและกล่าวขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันทุกร่าง  เช่นนี้ย่อมทำให้คู่ต่อสู้  สับสนอึงอนไปหมด


         “โอ้มันถึงกับสำเร็จในวิชานอกรีดนี้ขึ้นมาแล้ว  มิน่าหละมันจึงกล้าท้าสู้กับเรา”   ฝ่ายเจ้าสำนักหมื่นบรรพตคำนึงขึ้นมา

        

          ฉับพลันนั้นคล้ายดั่งเขาไม่รู้จะทำฉันใดกับสภาพที่เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน  จึงได้แต่ยอมรับสภาพการพ่ายแพ้ขึ้นมา  โดยการยืนหลับตานิ่งอยู่กับที่รอให้อีกฝ่ายจู่โจมเข้ามาเท่านั้น


          เห็นเช่นนั้นอีกฝ่ายกลับไม่ยอมรีรอเสียโอกาสนี้ไป 


          “จงนอนลงให้กับข้า”ทุกร่างตะโกนขึ้นมาพร้อมกันแล้งพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทางกระหน่ำฝ่ามือเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างจังต่อเนื่องกันจนร่างอีกฝ่ายสะท้านขึ้นมาตลอดเวลาที่ถูกฟาดเข้าใส่


           ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


           เล้งปวยที่เฝ้าดูอยู่นั้นขณะที่กำลังจะปรากฏกายขึ้นและเข้าไปช่วยเหลือ…แต่พลันหยุดชะงักลงก่อน


           “เด็กน้อยอย่าพึ่งเคลื่อนไหวอันใด  เจ้ารอดูก่อน…คล้ายดั่งมีเลศนัยอันใดอยู่”   เสียงหลินซีพลันดังดังขึ้นมาจากห้วงจิตวิญญาณของเขา  ทำให้เขาชะงักลง


            ตอนนี้เล้งปวยพลันพบเห็นเรื่องหนึ่งขึ้นมาทันที  ทุกฝ่ามือที่แม้จะระดมเข้าใส่และทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งได้แต่คล้ายมิอาจทำอันตรายให้เขาถึงกับบาดเจ็บลงได้ในเวลาอันสั้นนี้แน่นอน  และดูเหมือนว่าเขามิได้สนใจมันเท่าใดนักคล้ายดั่งเฝ้ารออันใดอยู่


           จนกระทั่งเมื่อมีร่างๆหนึ่งของชายชราคางแพะที่สังเกตว่ามีสายตาคมกล้าที่สุดได้ในบรรดาร่างทั้งหมดนั้นก้าวเข้ามาในระยะใกล้เขาที่สุดและกำลังจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่เขาพอดีน้ัน  ก็ได้เกิดความผันแปร  ขึ้นมาอีกจนได้


           เล้งปวยพลันเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่ชายชราคางแพะกำลังจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่เจ้าสำนักหมื่นบรรพตนั้นเขาพลันลืมตาขึ้นมาแล้วผลักฝ่ามือเข้าใส่อีกฝ่ายก่อนทันที


           ตูม  ม      ม          ม       


           เสียงกัมปนาทอันสะท้านสะเทือนพลันดังขึ้นมา  เห็นร่างที่เต็มไปด้วยสายตาอันแตกตื่นของชายชราคางแพะปลิวกระเด็นออกไปราวยี่สิบกว่าวา  กระอักโลหิตออกมากองโตแล้วยังลุกไม่ขึ้น


           “เจ้าเฒ่าชั่วร้าย  เจ้ากลับสำเร็จวิชาชั่วร้ายนี้ได้  หากปล่อยไว้คงเป็นเภทภัยกับอีกหลายคนเป็นแน่”  

            สายตาเจ้าสำนักหมื่นบรรพตพลันมีรังสีอำมหิตเกิดขึ้นมา  แล้วก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย  จากนั้นรั้งฝ่ามือขึ้นแล้วฟาดลงไปทันที  แต่ฉับพลันนั้นมีเสียงวัตถุฝ่าอากาศมาจากระยะไกลๆ  


            ฟิ้ว  ว      ว          ว       



             ทันใดนั้นได้ปรากฏมีมีดสั้นขนาดเล็กที่พุ่งฝ่าอากาศมาอย่างเร็วแล้วพลันจมหายเข้าไปในกลางหลังของอีกฝ่ายจนมิดด้าม  ทำให้อีกฝ่ายเซถลาไปด้านข้างตามแรงกระชากแห่งมีดนั้นทันที


        “ฮ่ะ  ๆ    ๆ”


         พลันมีเสียงหัวร่ออันแหลมเล็กเสียดประสาทดังออกมาจากเงาไม้อีกด้านหนึ่งที่ไม่ไกลนัก  พร้อมกับเงาร่างสีดำปกปิดใบหน้าผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


         “เฒ่าบัดซบแซ่เย่  เจ้าคงคิดไม่ถึงว่าเราจะมีไม้เด็ดอันนี้กระมัง ฮ่าๆๆๆๆๆ”


         “เดียรัจฉาน!   พวกเจ้าช่างต่ำช้านัก  กลับกล้าสุมหัวทำเรื่องชั่วช้าได้อีก”


         “ฮา  ๆ    ๆขอเพียงเรื่องราวครานี้สำเร็จดอก   ชนะย่อมเป็นเจ้า  ฮา  ๆ      ๆ”


         มันก้าวเข้าหาเจ้าสำนักเย่ชิงเทียนหมายลงมือ  แต่ยังไม่ทันไรพลันมีเสียงเอื้อนเอ่ยขับขานบทกวีโบราณดังขึ้นมาอย่างก้องกังวาลด้วยเสียงแห่งพลังปราณอันแกร่งกร้าวสมบูรณ์


         “สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดแต่ใต้หล้า

         เทพอสูรมารต่างพากันระย่นย่อ

         มังกรทผันผ่านพริกทะยานขึ้นสู่ฟ้า

       ปฐพีแซ่ซ้องดุจดั่งเทพแดนสวรรค์”


         “เจ้าสำนักแซ่โอ้ว!, โอ้วเทียน!, เฒ่าโอ้ว!”   เสียงอุทานที่พลันดังออกมาด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันของคนสามคนในที่นั้น  เมื่อพวกมันมองไปทางที่มาของเสียงพลันเห็นภาพของร่างที่นั่งขัดสมาธิล่องลอยมาในอากาศนั้นมิใช่โอ้วเทียนจะเป็นผู้ใด


         เห็นเช่นนั้นคนชุดดำพลันสะท้านขึ้นมาอย่างแรง  เขารีบคว้าชายชราคางแพะทะยานร่างหายหายลับไปในดงไม้อีกด้านจนไร้ร่องรอย


         เห็นโอ้วเทียนนั้นพลันลอยตัวติดตามเข้าไปในป่าจนลับหายไป  และอีกชั่วครู่หนึ่งเล้งปวยได้ก้าวยาวๆปรากฏตัวออกมาจากป่าข้างเคียงกัน แล้วเข้าไปหาเจ้าสำนัก


         “ท่านอาจารย์เจ้าสำนัก”   มันตะโกนเรียกและทะยานเข้าไปยังชายชราที่กำลังนั่งเดินลมปราณอยู่บนโขดหินนั้น  ชายชราพลันลืมตามองไปค่อยพบเห็นเด็กหนุ่มที่แต่งกายเป็นศิษย์ของสำนักมันค่อยคลายใจลง


         “อาจารย์เจ้าสำนักศิษย์เล้งปวยจากตึกหมื่นเทพขอรับ  หากศิษย์เดามิผิดมีดสั้นต้องมีพิษแน่นอน  ขอให้ศิษย์ตรวจดูอีกครั้ง”


         “ถูกต้อง  เราสะกดพิษเอาไว้แล้ว  เอ้ะเจ้าพึ่งมาถึงไฉนจึงรู้ว่าเราผู้ชราถูกอาวุธลับหละ” ชายชรามิเสียทีที่เป็นถึงเจ้าสำนักกลับพบเห็นข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยนี้ได้อย่างรวดเร็ว

          

         ย้อนกลับไปกล่าวหากชายชรามิได้บาดเจ็บมาก่อนนั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเล้งปวยย่อมไม่อาจปกปิดหูตาของอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอนยังถือว่าโชคดีไม่น้อยเลยหลบหลีก


         “อ้อ! พอดีศิษย์มาเห็นตอนคนผู้นั้นปรากฏตัวออกมาพอดีจึงได้ยินที่มันกล่าว  อือโชคดีที่เป็นเพียงพิษธรรดาพอดีกับที่ศิษย์มียาแก้พิษมาด้วยอย่างบังเอิญ”  มันหยิบยาแก้พิษออกมา

           เขาพอกยารอบๆปากแผลเพียงไม่นานพลันหายสนิทแล้วสมกับเป็นผู้ที่มีพลังระดับขั้นเทพจุติจริงๆ




         


     


    /ฮ่าๆๆ  เมื่อเจอระดับสูงๆ  เกือบพลาดถูกจับได้ไหมหละมึง


    /ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านอย่าลืมกดให้กำลังใจนะคร้าบ

         

    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรเหนือปฐพี ที่คุณอ่าน