[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    37 วิเคราะห์

    “ได้มากกว่าที่คิดสินะ”


    แอนเดอร์สันบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เขาพอใจกับผลลัพธ์ของการ์ดที่ทำให้เขามีเวลาเพิ่มเป็น 1 ปี ด้วยการอ่านหนังสือเวทย์ธาตุไม้ระดับ 1 ทำให้เขาเข้าใจมันได้จนแตกฉานจนพลังเวทย์เพิ่มขึ้นมา 1 ปี ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถเข้าใจเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์อีกครึ่งหนึ่งได้ด้วย 


    ส่งผลให้เวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างของเขาแข็งแกร่งและน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก  ความน่ากลัวของมันที่เพิ่มขึ้นคือ เขาสามารถปลดปล่อยพลังเวทย์ออกจากทุกส่วนของร่างกายได้หลังจากเปิดใช้งานเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่าง ไม่เพียงเท่านั้นการกินพลังเวทย์ที่เยอะเกินกว่าปกติยังลดจำนวนลงจนไม่ต่างจากใช้เวทย์ธรรมดา


    หากเขาใช้สมาธิควบคุมเวทย์ให้สร้างศรสายลม พลังเวทย์ที่ใช้จะเท่ากับการใช้ผ่านวงเวทย์ศรสายลม เวทย์ธาตุลมอย่างอื่นก็เช่นเดียวกันการกินพลังเวทย์มากกว่าปกติและเป็นจุดอ่อนของเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างหายไปแล้ว


    สำหรับเวทย์สวนพฤกษา แอนเดอร์สันทำได้เพียงทำใจ เวลา 1 ปีในการศึกษาไม่เพียงพอให้เขาทำความเข้าใจมันจนแตกฉาน วงเวทย์สวนพฤกษาที่เขาพยายามอ่านและทำความเข้าใจมีความยุ่งยากมาก ไม่ใช่เพียงแค่ต้องทำความเข้าใจกับเวทย์หลักที่ใช้ปลูกต้นไม้ทั้ง 4 เขาต้องทำความเข้าใจกับเวทย์แกนกลางที่ใช้วางหัวใจลีลีวี่ นอกจากนี้ยังต้องศึกษาเส้นเชื่อมระหว่างวงเวทย์ทั้ง 5 นี้อีกด้วย 


    จากการใช้การ์ดใบแรกไป ส่งผลให้แอนเดอร์สันทำความเข้าใจวงเวทย์พฤกษาได้เพียง 2 ส่วนเท่านั้น ยังเหลืออีก 3 ส่วนที่ต้องทำความเข้าใจกับมัน แต่เขาขอพักเอาไว้ก่อน เนื่องจากอยากรู้ผลลัพธ์ฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณ เขาจึงเดินกลับเข้าไปในสวนพฤกษาเพื่อดูสมุนไพรต้นที่เขาปลูกลงไปในหลุมเดิมเมื่อวานนี้


    “นายน้อย คุณกำลังจะไปที่ไหนเหรอ”


    “ลุงพ่อบ้าน ผมอยากเห็นสมุนไพรต้นเมื่อวานที่ผมปลูกน่ะ มาเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”


    แอนเดอร์สันเดินผ่านแปลงสมุนไพรที่กำลังเหี่ยวเฉากระทั่งเขามาถึงตำแหน่งที่ตัวเองปลูกสมุนไพรเมื่อวาน ปรากฎว่าสมุนไพรที่เหี่ยวกว่าต้นอื่นและกำลังจะตายมันกลับมาตั้งตรงอย่างกับได้รับชีวิตใหม่


    “ลุงพ่อบ้าน ถ้าหากเป็นแบบนี้ สมุนไพรต้นนี้พอจะทำอะไรได้บ้างไหม”


    แอนเดอร์สันยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพร เขารู้เพียงแค่เวทย์ธาตุไม้เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ลุงพ่อบ้านประเมินสมุนไพรที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง


    “นายน้อย ดูเหมือนว่ามันจะกลับมาสมบูรณ์แล้ว แต่ต้นของมันก็ยังอยู่ในช่วงเติบโตไม่สามารถนำมาทำอะไรได้”


    “อยู่ในช่วงเติบโต แสดงว่ายังไม่ใช่ช่วงเก็บเกี่ยวได้สินะ”


    “ใช่ครับ แต่จากที่ผมสังเกตดูเหมือนว่ามันจะหยุดเติบโตแล้ว ต่อให้จะปล่อยไปนานกว่านี้ต้นของมันก็จะเท่านี้เช่นเดิม จำเป็นต้องปลูกในพื้นที่ที่เหมาะกับมัน”


    แอนเดอร์สันสังเกตสมุนไพรต้นที่ปลูก ฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณไม่เกินจริง แต่มันยังไม่สามารถทำให้สมุนไพรเติบโตในสถานที่ผิดแปลกไปจากที่สมุนไพรต้องการ เขาที่ปลูกมันใหม่จึงทำได้เพียงมอบความสดชื่นให้สมุนไพรกลับมาในช่วงก่อนที่มันจะเหี่ยวเฉาเท่านั้น หากจะพูดให้เข้าใจง่าย ฉายาเจ้าแห่งสมุนไพรทำให้เขารักษาสมุนไพรที่บาดเจ็บให้กลับมาเป็นปกติได้ไม่ต่างจากหมอ 


    แต่ทว่าแอนเดอร์สันไม่คิดว่าฉายาจะทำได้เพียงเท่านี้ เนื่องจากว่ามันเกี่ยวกับสมุนไพร ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่ามันจะต้องทำได้มากกว่านี้อีก  เขาจึงร่ายเวทย์ธาตุไม้เร่งการเติบโตลงไปในสมุนไพรตรงหน้า จากนั้นก็รอเวลาให้ผ่านไปอีก 1 วันเขาจะกลับมาดูว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้


    หากว่าสมุนไพรของเขาสามารถเติบโตมากกว่าวันนี้ แสดงว่าฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณไม่ได้เพียงแค่ปลูกสมุนไพรให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยังสามารถใช้ร่วมกับเวทย์ธาตุไม้เพื่อทำให้สมุนไพรเติบโตรวดเร็วกว่าปกติที่ควรจะเป็นและทำให้มันโตในสถานที่ที่ไม่ใช่ของมันได้


    “ลุงพ่อบ้าน ช่วยผมจดจำสมุนไพรต้นนี้หน่อยนะครับ พรุ่งนี้เราจะมาดูกันว่ามันจะโตกว่านี้ไหม”


    “ครับนายน้อย”


    แอนเดอร์สันเดินไปนั่งยังม้าหินอ่อนข้างสวนแล้วนำบะหมี่ออกมากิน พ่อบ้านที่เห็นบะหมี่ถูกดึงออกมาจากอากาศจึงคิดว่าเป็นเวทย์มิติ แอนเดอร์สันเห็นพ่อบ้านสนใจเขาจึงนำออกมาให้ชิมดูเพราะเขาอยากรู้ว่าถ้าตัวเองนำมันออกมาขายจะมีใครสนใจไหม


    “นายน้อย มันอยู่ในเวลาทำงานของผม”


    “ทานให้ผมหน่อย ผมคิดว่าจะลองนำไปขายดู หากไม่อร่อยผมจะได้ไม่ขาย ถือว่าช่วยผมนะ”


    พ่อบ้านพยักหน้าแล้วลองตักน้ำซุปบะหมี่สำเร็จรูปที่ได้จากระบบขึ้นมาชิมเป็นคำแรก แอนเดอร์สันสังเกตได้ถึงคิ้วของพ่อบ้านที่ย่นเข้าหากัน จากสีหน้าพ่อบ้านเขารู้ได้ในทันทีเลยว่าบะหมี่ของเขาอร่อยมาก ทันใดนั้นพ่อบ้านก็คีบเส้นขึ้นมาทานพลางแสดงสีหน้าตกใจ แอนเดอร์สันจึงฉีกยิ้ม หลังจากรู้ว่าสิ่งนี้จะทำให้เขาได้เงินมากมายถ้านำไปขายให้คนที่รวยจนไม่รู้จะนำเงินไปใช้ทำอะไร


    “ผมขออ่านหนังสือต่ออีกสักหน่อยนะครับ”


    แอนเดอร์สันกลับเข้าไปในห้องสมุดของตระกูลเฟียร์แล้วซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้มาอีก 1 ใบจากนั้นก็เริ่มทำความเข้าใจกับเวทย์สวนพฤกษา จากความคิดของเขาแอนเดอร์สันพูดกับตัวเองเอาไว้ว่า เขาจะต้องเข้าใจมันให้ได้ด้วยพลังของการ์ดใบนี้ ส่วนการ์ดอีก 1 ใบสุดท้ายเขาจะลองใช้มันวิเคราะห์วงเวทย์พฤกษาที่ตนเองเข้าใจเพื่อหาวิธีการใช้วงเวทย์แบบใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานผ่านหัวใจลีลีวี่


    —------------------------


    “ผู้นำตระกูลครับ เราเสียคนไป 15 คนจากการปะทะเมื่อคืนที่ผ่านมา”


    หนึ่งในผู้อาวุโสกลับมารายงานสถานการณ์ให้ผู้นำตระกูลเฟียร์ได้รับฟัง การระดมกำลังผู้อาวุโสและสมาชิกภายในตระกูลไปล่าหัวใจลีลีรี่นั้น ยังคงพบปัญหาเช่นเดิม ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ต้องการ ยังมีตระกูลเสาหลักสหพันธ์ รวมไปถึงคนของสหพันธ์ที่ต้องการของสิ่งนี้เช่นกัน ส่งผลให้เกิดการปะทะทั้งวันทั้งคืนจนมีผู้คนตกตาย


    “ไม่จำเป็นอย่าปะทะ เราจะรอจนกว่าปลาลีลีวี่จะโผล่ออกมาอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเปรียบ”


    “ครับ แต่ว่าผู้นำตระกูล มีเรื่องที่น่าหนักใจเกิดขึ้น”


    “อะไรคือเรื่องที่น่าหนักใจ”


    “ตระกูลโทรฟ่าต้องการหัวใจลีลีวี่เช่นเดียวกัน”


    ความวิตกเผยบนใบหน้าของผู้นำตระกูลเฟียร์ ตระกูลโทรฟ่าหนึ่งในเสาหลักและเชี่ยวชาญการวางแผนได้เข้าร่วมแย่งชิงหัวใจลีลีวี่ โอกาสที่พวกเขาจะได้ครอบครองหัวใจจึงลดน้อยลงไปอีก ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องสู้เพราะมันคือสิ่งเดียวที่จะทำให้วงเวทย์สวนพฤกษากลับมาทำงานได้อีกครั้ง การจะกู้วิกฤตตระกูลเฟียร์ให้สามารถเดินในเส้นทางสร้างยารักษามีเพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น หากขาดหัวใจลีลีวี่ไป ตระกูลเฟียร์จะต้องเปลี่ยนะธุรกิจใหม่ไปเป็นการล่าในมิติมิสเทอรี่เพื่อนำของภายในนั้นออกมาขายแทนซึ่งมันเสี่ยงมากกว่าการขายยารักษาโรค


    “แล้วหลานฉันทำอะไรบ้าง”


    “ผู้นำตระกูล” พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างรายงานเรื่องของแอนเดอร์สันจนผู้นำตระกูลเดินเข้าไปในสวนเพื่อดูสมุนไพรต้นที่แอนเดอร์สันดึงออกมาจากแปลงเมื่อวาน ปรากฎว่ามันตั้งชูชันผิดจากเพื่อนของมันที่อยู่รอบๆ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสัมผัสได้ว่ามันกำลังเจริญเติบโตขึ้นไปอีก แม้จะเป็นการเติบโตที่ไม่มากแต่ก็ทำให้เขารู้สึกมีความหวัง


    “แอนเดอร์สันเขาทำยังไง”


    “ผมเห็นนายน้อยเพียงแค่ร่ายเวทย์เร่งการเติบโตระดับ 1 เท่านั้นครับ ไม่มีอะไรต่างจากนี้เลย”


    “หืม” ผู้นำตระกูลเฟียร์ย่นคิ้ว เขาลองทำทุกหนทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใช้เวทย์น้ำ เวทย์ธาตุไม้ ทุกอย่างที่ทำลงไปกลับไม่สามารถฟื้นฟูสมุนไพรภายในสวนพฤกษาให้กลับมาเป็นแบบเดิมได้ พวกมันยิ่งมีแต่จะแย่ลงไปเท่านั้น  ทว่าแอนเดอร์สันกลับทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดความหวัง เขาจึงรอดูว่าเพียงนักเวทย์ที่มีพลังเวทย์ไม่ถึงร้อยปีจะใช้วิธีไหนในการช่วยเหลือตระกูล


    —------------------------


    “ไอ้เด็กคนนี้หายไปอีกแล้ว”


    วิเอร่ามองไปรอบๆห้องเรียน อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์แรกและเป็นอาทิตย์เดียวที่เธอจะสอน มันเป็นอาทิตย์แห่งการเปลี่ยนมุมมองเพื่อนำนักเรียนไปสู่เส้นทางนักเวทย์สมัยใหม่ ไม่ใช่เส้นทางนักเวทย์สมัยก่อนที่ต้องยืนร่ายเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับหายไป แม้จะมีนักเรียนจากตระกูลระดับกลางและตระกูลใหญ่หายไปเช่นกันในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทว่าพวกเขากลับมาหมดแล้วพร้อมกับพลังเวทย์ที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการปลดล็อกเงื่อนไขจากทางตระกูล 


    —------------------------


    “ร่ายได้ กระตุ้นการทำงานได้ แต่เปิดใช้ได้ไม่เต็มร้อยสินะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังวงเวทย์กลางอากาศที่เขาใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการขีดเขียนขึ้นมาจากความเข้าใจ แม้มันจะไม่ใช่วงเวทย์ขนาดใหญ่เหมือนที่เขียนลงไปในสวนพฤกษา แต่การใช้พื้นที่ห้องสมุดถึง 5 เมตรวาดมันขึ้นมานับว่าเป็นเวทย์วงแรกที่เขาเขียนด้วยการใช้เวลาและพื้นที่มากขนาดนี้


    อย่างไรก็ตามเขากลับพบอุปสรรค์ของการทำงาน แม้จะสามารถกระตุ้นพลังเวทย์เข้าไปในวงเวทย์จนเปิดทำงานได้ วงเวทย์กลับทำงานเพียง 10 % เท่านั้น ไม่มากพอจะทำให้สวนพฤกษากลับมามีพลัง แอนเดอร์สันจำเป็นต้องวางต้นไม้เอาไว้ในวงเวทย์หลักทั้ง 4 และวางหัวใจลีลีวี่ใจกลางวงเวทย์ให้มันได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังขาดข้อมูลในตอนที่วางต้นสมุนไพรทั้ง 4 หากจะวิเคราะห์วงเวทย์อีกครั้ง จึงได้เดินทางไปหาลุงเพื่อจะขอดูสมุนไพรทั้ง 4 ต้น เขาอยากจะได้พลังคร่าวๆจากมัน


    “แอนเดอร์สัน”


    แอนเดอร์สันหันมองไปยังประตูทางเข้าห้องสมุด เขากำลังจะเดินไปหาลุงแต่ลุงกลับเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง


    “หลานเข้าใจเวทย์สวนพฤกษา”


    “ครับ เข้าใจแล้ว แต่มันก็มีปัญหาเรื่องสมุนไพรและหัวใจลีลีวี่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนวงเวทย์ ลุงพอจะให้ผมดูต้นไม้ทั้ง 4 ได้ไหมครับ”


    “ได้สิ แต่มันยังเป็นต้นที่เล็กอยู่ ตามลุงมาเลย”


    แอนเดอร์สันเดินตามลุงของเขาไปจนถึงห้องนอน ดูเหมือนว่ามันจะสำคัญจนลุงเขาไม่ยอมปล่อยให้ห่างจากตัว


    “ลุงนอธครับ ถ้าหากว่าเราวางสมุนไพรทั้ง 4 ต้นนี้ลงไปในวงเวทย์โดยไม่มีหัวใจลีลีวี่จะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”


    “มันทั้ง 4 จะค่อยๆตายจากการถูกวงเวทย์ทำลายแกนกลาง แต่หากมีหัวใจลีลีวี่ต้นไม้ทั้ง 4 จะใช้พลังจากหัวใจลีลีวี่ในการคงสภาพตัวเองเอาไว้”


    “เป็นไปได้ไหมที่ผมจะขอทดลองใช้งานมัน”


    แอนเดอร์สันหันไปมองลุงของเขา หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นสมุนไพรทั้ง 4 ต้นจะตาย มันเป็นการเดิมพันของตระกูลเฟียร์ก็ว่าได้ ทว่าเขากลับตกใจเมื่อลุงไม่คิดเลยสักนิด แอนเดอร์สันสามารถนำสมุนไพรทั้ง 4 ไปใช้ได้ตามต้องการ


    “ลุงแน่ใจนะครับ”


    “แน่ใจ แต่จำเอาไว้ว่าพวกมันเป็นชุดสุดท้ายที่ตระกูลเฟียร์หาได้แล้ว”


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน