เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 167 เปิดผนึก

              น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยจิตสังหารอันไร้ซึ่งรูปร่างเสมือนว่าเอ่ยออกมาแล้วจะกลายเป็นความจริงก็ไม่ปาน

            น้ำเสียงนั้นเป็นเสียงที่มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่มานานจึงจะสามารถเอ่ยมันออกมาได้ เป็นน้ำเสียงที่คล้ายดั่งเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจแต่ฟ้าดินกลับปฏิบัติตามดังนั้น

            ด้านหลังของเขานั้น เมิ่งเฟยเอ๋อร์พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เขาจะต้องมาเพื่อช่วงชิงสมบัติเป็นแน่หากเขาไม่ตายก่อนพี่ใหญ่คงต้องสั่งสอนเขาเสียหน่อยว่าการเป็นคนจะต้องทำตัวเช่นไร!”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ช่วงชิงสมบัติมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

            เมิ่งอวี่หุนหัวเราะเสียงดังแล้วไม่มองเมิ่งฝานอีกต่อไปซึ่งนั่นก็ทำให้จิตสังหารที่ปกคลุมอยู่รอบกายของเมิ่งฝานหายไปในทันใด

            ทว่ารูม่านตาของเมิ่งฝานในเวลานี้กลับหดเล็กลง เขารู้ว่าจิตสังหารเมื่อครู่นั้นมาจากเมิ่งอวี่หุนที่อยู่บนยอดเขา

            หรือเขาจะรู้แล้วว่าข้าเป็นใคร?

            หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ในใจเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้ม จะช้าหรือเร็วเขาก็ต้องนำสิ่งที่ควรจะเป็นของตนเองกลับมาทั้งหมด

            เมิ่งอวี่หุนคือบุตรชายของเมิ่งเทียนเซิง หากอีกฝ่ายหลบไปให้ไกลก็ดีแต่หากปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเขาเมื่อใดเมิ่งฝานย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขารอดกลับไปได้อย่างง่ายดายเป็นแน่

            ด้านหลังของเมิ่งฝานนั้น ใบหน้าสวยของหยางเถียนมีรอยยิ้มปรากฏ จากนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“เจ้าจัดการปัญหาให้ข้าได้ไม่น้อย เจ้าคนผู้นั้นตามตื๊อข้ามาตั้งแต่เมืองซ่างจิงแล้วนึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีฝีมือไม่เลวเช่นนี้ นับว่าเหนือความคาดหมายของข้าเลยก็ว่าได้”

            นี่เป็นน้ำเสียงที่จริงใจ แม้ว่านางจะมีนิสัยที่ยากรับมือและมักมีแผนการมากมายแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฝานแข็งแกร่งกว่าที่นางคิดเอาไว้จริงๆการที่เอาชนะจอมยุทธ์น้อยแห่งตระกูลมู่เพียงลำพังคือสิ่งที่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็ไหวไหล่แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกหมดคำพูดด้วยเช่นกัน เขาสูญเสียพลังไปไม่น้อย อีกทั้งอีกไม่นานยังจะต้องเข้าไปในดินแดนแห่งสมบัติปราณประสานด้วยหากไม่ระวังตนเองคงจะต้องตายอยู่ที่นี่

            หลังจากที่การต่อสู้จบลงไปผู้คนทั้งหลายก็แยกย้ายแม้ว่าการต่อสู้เมื่อครู่จะน่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่งทั้งยังเป็นการทำให้พวกเขาได้รู้ถึงม้ามืดตัวใหม่แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง

            แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ หนึ่งชั่วยาม สองชั่วยาม...ผนึกเริ่มเจือจางผู้คนทั้งหลายต่างก็เฝ้ารออย่างเงียบงัน 

            ในที่สุดผนึกนั้นก็สามารถปิดกั้นสิ่งที่อยู่ข้างหลังมันได้เพียงเลือนรางเท่านั้นกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากภายในแล้วกระจายไปทั่วบริเวณ

            ในชั่วพริบตานี้ทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นไปตามๆ กันรวมถึงผู้ที่อยู่บนยอดเขาอย่างเมิ่งอวี่หุนด้วย เขาลืมตาขึ้นอย่างฉับพลันก่อนจะจับจ้องไปท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งนั้นอย่างไม่ละสายตา

            ไม่นานภูเขาน้ำแข็งพลันสั่นสะท้าน เกล็ดหิมะมากมายร่วงโรยลงมาดุจดั่งปรากฏการณ์หิมะถล่มก็ไม่ปานภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์สั่นสะเทือนอยู่เช่นนั้นพร้อมกับที่มีเสียงแก่ชราดังออกมา

            “เหล่าฟูไม่เคยเกรงกลัวต่อพรมแดนจตุทิศมานานนับแปดร้อยปี ในที่สุดก็ไม่อาจบรรลุขั้นพลังแล้วสิ้นชีพอยู่ณ ที่แห่งนี้ สมบัติทุกอย่างของข้าล้วนอยู่ข้างในนี้แล้วหากมีความสามารถ...ก็เข้ามาเอาไป ส่วนจะได้รับไปมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวาสนาของพวกเจ้าแต่ละคนแล้ว!”

            เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ สั่นสะท้านไปทั้งแก้วหู เป็นปณิธานแกร่งกล้าคล้ายดั่งสามารถทะลวงได้ทุกสรรพสิ่งสีหน้าของผู้คนทั้งหลายบนภูเขาน้ำแข็งต่างก็เปลี่ยนไปถึงขั้นที่มีบางคนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

            เสียงนั้นก็คือ...เสียงของยอดฝีมือขั้นปราณประสาน ผู้อาวุโสซวง แม้เขาจะเหลือไว้เพียงปณิธานแต่แค่หนึ่งเส้นพลังก็ยังแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อเสียงนั้นแผ่ซ่านไปก็ทำให้ผู้คนที่ได้ยินมีความรู้สึกที่อยากจะก้มลงกราบกรานยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นปราณประสานนั้นทรงอานุภาพดังสามารถปิดบังท้องฟ้าได้ด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียวมองทุกสรรพสิ่งบนโลกเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย

            เมิ่งฝานสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจพร้อมกับสยบเลือดลมในร่างกายให้สงบลง ขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ว่าความน่าสะพรึงกลัวของผู้อาวุโสซวงผู้นี้ไม่ต่างไปจากจักรพรรดินีเท่าใดนัก!

            จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งระดับนี้คือสิ่งที่เมิ่งฝานแทบไม่ได้พบเจอ เพียงปณิธาณเล็กน้อยก็คล้ายดั่งสามารถทำให้เขาต้องสิ้นสลายหากจักรพรรดินีนิพพานเสร็จสิ้นคงจะมีอานุภาพที่น่าสะพรึงเช่นนี้

            เมื่อนึกได้ว่าตนเองเคยลูบเส้นผมของจอมยุทธ์ผู้ทรงพลังระดับนี้มาก่อนซ้ำยังคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยมุมปากของเมิ่งฝานพลันกระตุกขึ้นก่อนจะมองไปยังสถานที่ของผนึก

            ในที่สุดกลิ่นอายพลังโบราณก็ได้แผ่ซ่านออกมาแล้ว รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมายังใจกลางของผนึกซ้ำยังมีกลิ่นอายพลังที่สามารถทำให้อากาศรอบกายสั่นสะท้านไปอีกด้วย

            ด้านหลังของรอยร้าวนั้นก็คือเส้นทางที่จะนำไปสู่ภายในของภูเขาน้ำแข็งแต่ไม่ว่าผู้ใดก็สำรวจได้!

            “ไป!”

            เพียงชั่วพริบตาพลันมีเงาร่างของผู้คนมากมายทะยานเข้าไปภายในโดยพวกเขาทั้งหลายต่างก็ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

            นี่เป็นถึงสมบัติปราณประสานเป็นโอกาสที่จะทำให้ได้ก้าวขึ้นสวรรค์ในก้าวเดียว แล้วในชั่วพริบตาต่อมาเงาของผู้คนมากมายก็ทะยานเข้าไปภายในอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าโดยรอบเต็มไปด้วยพลังปราณที่ถูกระเบิดออกมาเพื่อทะยานเข้าไปในรอยร้าว

            พึ่บ พึ่บ!

            และในเวลานี้สองตระกูลใหญ่ที่อยู่บนยอดเขาก็ไม่อาจเฝ้ารอได้อีกต่อไป

            แม้ว่าในตระกูลจะมีทรัพยากรในการบำเพ็ญตนอยู่มากมายนับไม่ถ้วนแต่วิชายุทธ์อันแข็งแกร่งที่แท้จริงกลับเป็นสิ่งที่หาได้ยากจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย

            เพียงชั่วพริบตาเงาร่างของใครหลายคนพลันทะยานเข้าไปภายในซึ่งเมื่อพวกเขาทะยานเข้าไปก็หายวับไปกับตา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นด้านหลังรอยร้าวนั้น

            ทางฝั่งของเมิ่งฝานก็ไม่อาจอดทนรอได้เช่นกัน เขากับหยางเถียนมาอยู่ที่เบื้องหน้าของผนึก

            “จับข้าไว้!”

            เมิ่งฝานเอ่ยเสียงเข้ม จากนั้นเขาจึงก้าวออกไปเบื้องหน้าในเมื่อมาถึงแล้วต่อให้เบื้องหน้าเป็นถ้ำเสือก็ต้องลองบุกทะลวงเข้าไป

            เพียงไม่กี่อึดใจเมิ่งฝานกับหยางเถียนจึงก้าวเข้าไปในรอยร้าว พลันมีพลังแห่งมิติทมิฬถาโถมเข้ามาพร้อมกับอากาศรอบกายที่บิดเบี้ยวไปในทันใด

            ขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่โดยรอบพวกเขาก็ก้าวเข้ามาด้วย ยามนี้พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องการต่อสู้เพราะเมื่อใดผนึกถูกเปิดออกย่อมต้องเข้าไปแสวงหาสมบัติภายในเสียก่อน

            หากต่อสู้กันในยามนี้มีแต่จะทำให้เสียเวลาในการตามหาของล้ำค่าเสียเปล่า

            เมื่ออยู่ท่ามกลางพลังแห่งมิติทมิฬ ทั้งเมิ่งฝานและหยางเถียนต่างก็สัมผัสได้ว่าพลังนั้นถาโถมเข้ามาคล้ายดั่งต้องการฉีกร่างให้ขาดสะบั้นจึงเคลื่อนพลังปราณออกมาคุ้มกันร่างกายตนเองเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาพลันถูกพลังอันยิ่งใหญ่ผลักเข้ามาภายในของภูเขาน้ำแข็ง

            เมื่อสัมผัสได้ถึงพื้นใต้ฝ่าเท้าเมิ่งฝานจึงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เมื่อเขาทอดสายตามองไปรอบกายก็พบว่ามีพลังแห่งฟ้าดินมากมายลอยล่องอยู่

            มันเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่และมีผู้คนอยู่มากมาย เสียงที่ดังเอะอะกระจายไปทั่วบริเวณบ่งบอกได้ว่าพวกเขาตื่นเต้นเพียงใด

            “ภายในภูเขาน้ำแข็งนี้...มีผลเหมันต์หยกด้วยอย่างนั้นหรือ!”

            หลังจากที่ยืนหยัดอยู่ได้หยางเถียนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยภายในถ้ำเป็นดั่งห้องน้ำแข็งซึ่งมีอุณหภูมิต่ำจนร่างกายสั่นสะท้าน ทว่าภายในกลับมีสิ่งที่คล้ายกับผลไม้สีขาวลอยอยู่

            ผลไม้สีขาวนั้นคล้ายดั่งว่าเป็นสิ่งโปร่งแสงก็ไม่ปานสวยสดแวววับซ้ำยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยออกมาเห็นได้ชัดว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งโลก

            รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง เพราะสิ่งที่เขาสนใจก็คือพลังความเย็นภายในผลเหมันต์หยกซึ่งถือได้ว่าเป็นการรวบรวมความเย็นมากมายเอาไว้ และจอมยุทธ์ผู้บำเพ็ญตนก็สามารถกลืนกินได้ทันที

            เมื่อใดที่ได้ดูดกลืนพลังของมันก็จะมีส่วนช่วยในการบำเพ็ญตนแม้ว่าสรรพคุณของผลเหมันต์หยกมีเพียงไม่มากแต่ภายในสถานที่แห่งนี้กลับมีผลเหมันต์หยกอยู่มากมายนับพันนับหมื่นลูก

            ของสิ่งนี้ หากกลืนกินเข้าไปจำนวนมากย่อมต้องทำให้พลังปราณแห่งการบำเพ็ญตนพัฒนาขึ้นโดยตรงหรืออาจทำให้บรรลุระดับพลังได้เลยด้วยซ้ำไป

            เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงเสียจริง!

            แม้แต่เมิ่งฝานก็ยังมองด้วยความสนใจ นัยน์ตาของเขามีความชอบใจปรากฏขึ้นสมบัติแห่งจอมยุทธ์ในขั้นปราณประสานนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด เวลานี้ผู้คนทั้งหลายทั่วทั้งบริเวณต่างก็ดีใจจนแสดงออกบนใบหน้าพร้อมกับทะยานขึ้นไปในอากาศเพื่อช่วงชิงผลเหมันต์หยก

            มันเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีสรรพคุณอยู่ในระดับสองแต่ถึงกระนั้นก็หาได้คว้ามาโดยง่ายไม่ เพราะมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

            ทว่าในชั่วพริบตาต่อมาจอมยุทธ์ที่ได้เข้ามาภายในพลันเคลื่อนทะยานไปตามผลเหมันต์หยกทั่วสารทิศเงาร่างของพวกเขาเคลื่อนไหวไปมาตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายราวกับเป็นบ้าก็ไม่ปาน

            “ให้ตายสิ ผลเหมันต์หยกมากมายเสียจริง พวกเจ้ากล้าช่วงชิงกับข้าอย่างนั้นหรือ!”

            ใบหน้าของหยางเถียนบ่งบอกถึงความเดือดดาลเป็นที่สุดคล้ายดั่งว่าผลเหมันต์หยกภายในสถานที่แห่งนี้จะต้องเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวก็ไม่ปาน

            โดยรอบนั้น ผู้คนมากมายทะยานขึ้นไปช่วงชิงผลเหมันต์หยกที่อยู่ในอากาศ

            เมื่อพวกเขาแสดงพลังออกมาก็ทำให้เหตุการณ์ภายในอุโมงค์น้ำแข็งแห่งนี้วุ่นวายเป็นอย่างยิ่งดูเหมือนว่าทุกคนต่างลืมเรื่องอื่นไปแล้วและสนใจเพียงผลเหมันต์หยกที่ลอยอยู่ในอากาศเพียงเท่านั้นพยายามอย่างสุดกำลังทั้งยังแสดงฝีมือทั้งหมดออกมาอีกด้วย

            แต่เพราะเนื้อมีน้อยแต่คนรอกินมีจำนวนมาก ฉะนั้นจึงทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งเป็นใหญ่ผู้ที่ลอยอยู่ในอากาศจำนวนหนึ่งเพิ่งจะคว้าผลเหมันต์หยกเอาไว้ได้ก็มีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งลอยเข้ามาใช้ฝ่ามือฟันไปเบื้องหน้าพร้อมกับปล่อยพลังปราณอันแข็งแกร่งออกไป

            ปัง!

            เมื่อพลังฝ่ามือระเบิดออกมาพวกเขาเหล่านั้นพลันกระเด็นออกไปผลเหมันต์หยกกลับไปลอยอยู่ในอากาศแล้วกลายเป็นของบุรุษวัยกลางคนผู้นั้นไป

            บุรษผู้นั้นถือผลเหมันต์หยกเอาไว้ในมือด้วยความชอบใจรอยยิ้มนั้นมีความโหดร้ายแฝงอยู่ด้วย จากนั้นเขาก็ทะยานไปยังกลุ่มคน หากพบเจอกับจอมยุทธ์ที่อ่อนแอกว่าก็จะเข้าไปช่วงชิงผลเหมันต์หยกทันที

            เห็นได้ชัดว่าการอาศัยพลังรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่านั้น คือวิธีในการช่วงชิงผลเหมันต์หยกที่ดีอย่างหนึ่ง!

            “หึ หากยังไม่ลงมือแม้แต่น้ำแกงพวกเราก็จะไม่ได้ดื่มด้วยซ้ำไป!”

            หยางเถียนกระตุกยิ้ม ก่อนที่ร่างบางอรชรจะทะยานขึ้นไปในอากาศเส้นผมยาวสวยโบกสะบัด ร่างอรชรในอากาศนั้นน่าหลงไหลเป็นอย่างยิ่ง

            หากไม่ใช่เพราะคนอื่นๆ มัวแต่สนใจผลเหมันต์หยกก็คงจะมองไปยังหยางเถียนที่อยู่ในอากาศทั้งสิ้นทว่าภายในร่างอรชรนั้นกลับแฝงไปด้วยพลังจิตอันแปลกประหลาดที่กำลังแผ่ซ่านออกมา

            “เทวะควบคุม มายา!”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นพลังจิตพลันแผ่ซ่านออกไปโดยมีนางเป็นศูนย์กลางทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบชะงักงันคล้ายดั่งถูกสายฟ้าฟาดเข้าไปในสมองก็ไม่ปาน เมื่อมีภาพมายาปรากฏขึ้นในหัวพวกเขาจึงชะงักงันอยู่กลางอากาศ

            ในวินาทีต่อมา ฝ่ามืออันสวยงามดุจเนื้อหยกของหยางเถียนพลันขยับ จากนั้นก็มีแรงดึงดูดปรากฏขึ้นในอากาศก่อนผลเหมันต์หยกจำนวนมากจะลอยไปหานาง

            เพียงไม่กี่อึดใจหยางเถียนก็ได้รับผลเหมันต์ผลมาในจำนวนไม่น้อยก่อนจะหันกลับมามองเมิ่งฝานที่สองมือยังคงว่างเปล่าแล้วหัวเราะเสียงเบาเสน่ห์อันยั่วยวนปรากฏขึ้นมาพร้อมกับเสียงอันราบเรียบของนาง “เมิ่งฝาน พวกเรามาเดิมพันกันสักครั้งดีกว่า เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่ว่าใครจะได้ผลเหมันต์หยกมากกว่ากัน!”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้คนที่อยู่โดยรอบจึงมองไปยังเมิ่งฝานนัยน์ตาของพวกเขาล้วนแต่แฝงไปด้วยความอิจฉาและริษยา

            นึกไม่ถึงว่าสตรีงามเช่นนี้จะไปอยู่ข้างกายของเมิ่งฝานพวกเขาเหล่านั้นต่างน้ำลายหกไปตามๆ กันทว่าสำหรับเมิ่งฝานแล้วกลับรู้สึกจนปัญญาขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่รู้เลยว่าปีศาจสาวตนนี้วางแผนใดเอาไว้อีก

            เมิ่งฝานก้าวออกไปเบื้องหน้า จากนั้นจึงเอ่ยถามอย่างจนปัญญา “ใช้สิ่งใดเป็นของเดิมพัน?”

            “หากเจ้าแพ้...วันข้างหน้าจะต้องช่วยข้าหนึ่งเรื่อง ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามแต่หากเจ้าชนะข้าก็จะช่วยเจ้าหนึ่งเรื่อง ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด!”

            กลางอากาศนั้น หยางเถียนเอ่ยพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงตนซ้ำยังมองเมิ่งฝานอย่างท้าทาย

            ท่าทีเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่มากด้วยเสน่ห์โดนเฉพาะประโยคท้ายที่นางกำชับอย่างหนักแน่นนั้นทำให้ผู้ฟังคิดไปไกล!

            เมิ่งฝานยืนอยู่กับที่ รูม่านตาของเขาหดเล็กลงและสบตากับหยางเถียนหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ยขึ้นเสียงดังฟังชัด “ไม่ทราบว่าท่านคิดจะทำสิ่งใดอีกแต่ข้าบอกไว้เลยว่าข้าไม่ค่อยจะเดิมพันกับผู้ใด แต่หลังจากที่เดิมพันไปแล้วก็ไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อนไม่ว่า...จะเป็นผู้ใดก็ตาม!”

            เสียงนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน