สถาบันศึกษานิวอีร่า
ภายในห้องประชุมซึ่งแบ่งออกเป็ล็อกๆ บนเก้าอี้สีแดงสด เด็กๆ แต่ละคนอยู่ในอิริยาบถที่แตกต่างกันไป
บางคนนั่งหลังตรงบางคนก็นอนหงายกระทั่งนอนตะแคงก็มี ขอแค่้าเก้าอี้อัจฉริยะก็จะปรับให้
ยกเว้นก็แต่ท่าทางประหลาดๆ ที่เป็อันตรายแหละนะ
3...2...1...เริ่ม
รองครูใหญ่หัวโล้นส่งสัญญาณให้ทุกคนกดสวิทซ์ที่แว่นพร้อมกัน
พริบตานั้นพวกเด็กน้อยก็รู้สึกหวิวๆ คล้ายกับเวลาเครื่องบินตกหลุมอากาศ แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีพอเวลาผ่านไปก็พบว่ารอบๆ ตัวเปลี่ยนเป็มืดสนิทแทน
ทว่า ยังไม่ทันที่เด็กๆ จะกลัว โลโก้ผึ้งขนาดั์สีทองอร่ามแวววาวก็โผล่พ้นพื้นเบื้องหน้าขึ้นมา แสงสว่างได้สาดส่องไปทั่วบริเวณทำให้เ้าผึ้งั์ดูศักดิ์สิทธิ์ชอบกล
ถ้าเปลี่ยนเป็พระพุทธรูปแทน ชายหัวล้านคงก้มกราบสามครั้งไปแล้ว
นี่คือโฆษณายี่ห้อบริษัทนั่นเอง ต่อให้ผู้ใช้งานไม่อยากเห็นก็ต้องเห็น!?
เ้าผึ้งั์แสดงตัวอยู่พักหนึ่งจากนั้นมันก็บินจากไปทิ้งให้ความมืดสนิทกลับคืนมาอีกครั้ง
[ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ทุ่งแดนดิไลออนค่ะ]
ทันใดนั้น เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับแสงสว่างอันอบอุ่นสบาย ลมเย็นๆ หอมกลิ่นฝนตกใหม่พัดพานำความสดชื่นมาสู่ร่างกายของทุกคน
ทำให้พวกเขาพบว่าได้ยืนอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่เรียบร้อยแล้ว บนทุ่งเขียวถูกประดับดาไว้ด้วยดอกแดนดิไลออน*สีเหลืองสดนับไม่ถ้วน
ท้องฟ้าสีครามงามกระจ่าง ส่วนผืนปฐีก็มีสีเขียวสลับเหลืองตัดกันอย่างสวยงาม สายลมอ่อนๆ พัดพากลีบดอกไม้ดอกหญ้าปลิวม้วนขึ้นไปในอากาศ พร้อมๆ ด้วยกลิ่นหอมฟุ้งสบายจมูก
ยังมีทะเลสาบทซึ่งมีน้ำใสจนเห็นฝูงปลาสีสวยเบื้องล่าง บนริมฝั่งรอบๆ ก็มีต้นผลไม้นานาพันธุ์ แต่ละต้นมีผลดกจนน่าสงสัยว่ากิ่งน้อยๆ นั้นรับน้ำหนักได้ยังไง
“ว้าว”
"สวยมากๆ"
“สุดยอดเลย”
เด็กน้อยพากันอุทานไม่ขาดปาก
ความกลัวและกังวลจากการย้ายที่อยู่ในตอนแรกหายไปทันที ตอนนี้พวกเขารู้สึกโชคดีมากที่ได้มาอยู่ที่แห่งนี้
“ฉัน...ฉัน เดินได้แล้ว” เฟลิเซียอุทานออกมาพร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้ม เป็น้ำตาแห่งความยินดี
ในโลกเสมือนนั้นไม่มีที่สำหรับคนพิการ เมื่อทุกคนเข้ามายังโลกแห่งนี้ ความพิการก็จะหายไปเอง ยกเว้นแต่คนสมองพิการโดยกำเนิด
ในอนาคต ถึงเทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน แต่ก็ยังคงสร้างสมองทดแทนใหม่ทั้งหมดไม่ได้อยู่ดี ถ้าแค่บางส่วนก็ยังพอได้อยู่บ้างล่ะนะ
แอนโทนี่ปล่อยให้เด็กๆ เดินเล่นกันอยู่พักหนึ่งก่อนจะพาทุกคนเดินไปริมทะเลสาบ
ทันใดเอง บริเวณไม่ไกลออกไปตรงเนินเตี้ยๆ เขียวชอุ่มก็มีเแสงสว่างพุ่งแหวกหมู่เมฆลงมา
หลังจากแสงหายไปก็ปรากฎร่างชายหนุ่มคนหนึ่ง ั์ตาดำสนิท ผิวขาวนวล ผมสีดำพริ้วไสว บนใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ
ช่างเป็การเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
“สวัสดีเด็กๆ ฉัน ฟีเรส เอเทนีก้า เป็ครูใหญ่ของสถาบันแห่งนี้” เฟรีสพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มอ่อนโยน
เพราะว่าโลกเสมือนใช้ระบบสื่อประสาทเป็หลัก การใช้ร่างอวตารก็เลยง่ายดุจปลอกกล้วยเข้าปาก
ส่วนตัวจริงของเฟรีสก็ยืนอยู่ข้างๆ เฟลิเซียนั่นแหละ
“เอาล่ะ! ทุกคนฟังให้ดี เมื่อเป็ศิษย์ของฉันคนนี้แล้ว ถ้าเจอปัญหาทั้งในเื่เรียนหรือการใช้ชีวิตที่แก้ไขไม่ได้ จงอย่าได้ลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ
ฉันจะเป็ผู้ปกครองและดูแลพวกเธออย่างดีที่สุด พวกเราจะกลายเป็ครอบครัวเดียวกัน นี่คือคำมั่นสัญญา” เฟรีสพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขาที่เป็เด็กกำพร้ามาก่อน จึงรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งที่เด็กพวกนี้้ามากที่สุดคืออะไร นั่นก็คือครอบครัวนั่นเอง ครอบครัวที่ไม่เคยมี
แม้จะเป็เพียงคำพูดสั้นๆ แต่เมื่อรวมเข้ากับน้ำเสียงและแววตาจริงใจของผู้พูดเข้าไปด้วย มันก็ได้กระแทกเข้าไปยังหัวใจดวงน้อยๆ ของเหล่าเด็กกำพร้า
จนบางคนถึงกับน้ำตาซึมออกมา ถึงจะยังไม่มั่นใจในคำพูดมากนัก เพราะความเชื่อใจย่อมต้องอาศัยเวลาในการสร้างขึ้นมา
ทว่า แค่นี้ส่วนหนึ่งในใจของพวกเขาก็รู้สึกอบอุ่นมากแล้ว
“เอาล่ะๆ อย่ามัวแต่ซึ้งกัน" เฟรีสเองก็ถูกบรรยากาศซึ้งๆ พาไปเช่นกันจึงรีบกล่าวตัดบท คงไม่ดีแน่ถ้าเผลอทำน้ำตาเล็ดต่อหน้าพวกตัวน้อย
"ต่อไปคือเื่การแบ่งคลาสเรียน ซึ่งจะแบ่งเป็แบบธรรมดาและพิเศษ แบบธรรมดาจะใช้หลักสูตรเดิมที่กระทรวงศึกษาของไซแอนบังคับให้ทุกโรงเรียนสอน
ผู้ที่เลือกคลาสนี้ เมื่อเรียนจบประถม 6 ก็สามารถเรียนต่อมัธยมที่โรงเรียนอื่นได้ หรืออยู่ที่นี่ต่อก็ได้เช่นกัน เดี๋ยวฉันจะเปิดคลาสสอนหลักสูตรล้าหลังพวกนั้นให้เอง"
เฟรีสพูดและยิ้มอย่างเมตตา ไม่ว่าเด็กๆ เลือกอะไร เขาก็พร้อมสนับสนุนเต็มกำลัง
“ส่วนคลาสพิเศษ! หลักสูตรที่นำมาสอนจะเป็สิ่งที่ฉันปรับปรุงขึ้นใหม่ พวกเธอจะได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เช่น ดวงดาวต่างๆ หุ่นยนต์ ยานอวกาศ วิศวกรรมโคโลนี่ (Colony=อาณานิคม) รวมถึงอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าเลือกหลักสูตรนี้แล้ว จะไม่สามารถไปเรียนต่อที่อื่นได้ เพราะว่าข้างนอกนั่นเขายังไม่รับรอง” ขณะที่พูดเฟรีสก็สังเกตท่าทางเด็กๆ ไปด้วย
เมื่อเห็นเด็กบางคนมีสีหน้าลังเลสับสนจึงขยายความต่อว่า
“อ้อ เกี่ยวกับหลักสูตรพิเศษ ทางโรงเรียนเราจะเปิดสอนไปถึงมหาวิทยาลัยโน่นแหละ นอกจากนั้นยังรับประกันด้วยว่าจบไปมีงานทำ 1000%"
เฟรีสหมายความตามที่พูดจริงๆ เขา้าทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูงจำนวนมากสำหรับการปฏิวัติดาวเอิร์ทเทร่า
เอาแค่โรงงานผลิตหุ่นยนต์เพื่อรบกับพวกเพลกก็งานช้างแล้ว ทำคนเดียวไม่ไหวแน่นอน ในยุคโบราณนี้อะไรๆ ก็ลำบากไปหมด ทุกอย่างต้องเริ่มจากศูนย์ ไม่สะดวกสบายเหมือนอนาคตที่เขาจากมา
“เอาล่ะ เลือกได้!! ใครเลือกคลาสพิเศษมาอยู่ทางขวา ธรรมดาไปซ้าย ให้เวลาตัดสินใจ 15 นาที”
“อะไรดีนะ”
เด็กน้อยเริ่มจับกลุ่มซุบซิบกันด้วยความเป็กังวลเพราะมันหมายถึงอนาคตของพวกเขา
บางคนก็อยากเรียนคลาสธรรมดา เพราะถ้าเลือกคลาสพิเศษก็อาจต้องพลาดโอกาสเข้าสังคมของประเทศนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า่ที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้น เป็่ที่เหมาะแก่การสร้างคอนเน็คชั่นต่างๆ เช่น การฝึกงานในบริษัทชื่อดัง หรือเริ่มต้นธุรกิจกับเพื่อนฝูง เป็ต้น
ขณะที่เด็กๆ กำลังสองจิตสองใจ กลับมีอยู่สองคนที่ไม่ลังเลเลยสักนิด ทั้งสองจูงมือกันเดินมาฝั่งขวาทันที
“อ้อ หนูเฟลี่ลูกสาวรองครูใหญ่นี่เอง ฉันจำเธอได้ ขอบคุณที่ไว้ใจกันนะ แล้วเธอล่ะสาวน้อย ชื่ออะไร?” เฟรีสที่คอยสังเกตอยู่เอ่ยทักด้วยความสนใจ
คนแรกคือเฟลิเซียที่รู้จักอยู่แล้ว ส่วนอีกคนเป็เด็กหญิงผมแดงตัดสั้นเสมอติ่งหู ดวงตาสีฟ้าใส ผิวขาวผ่องเนียน ดูน่ารักสมวัยติดที่ว่าผอมไปหน่อย
“ทีน่า ลูมิน่า ค่ะ” ทีน่าตอบกลับด้วยท่าทางมั่นใจ ถึงจะพูดกับคนสูงวัยกว่าก็ไม่เห็นถึงความประหม่าแม้แต่น้อย
“ทำไมถึงเลือกคลาสพิเศษล่ะ? เธอก่อน ทีน่า” เฟรีสจงใจถามเสียงดังพร้อมกับเปิดโหมดขยายเสียงในระบบ
“เพื่ออนาคตของหนูค่ะ ข้างนอกนั่น เทียบไม่ได้กับที่นี่เลยแม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว” ทีน่าพูดด้วยความมั่นใจ
นับั้แ่วินาทีที่ได้เข้ามายังสถาบันแห่งนี้ เธอได้เห็นสิ่งที่น่าทึ่งจนต้องตะลึงอ้าปากค้างหลายต่อหลายครั้ง
ทั้งโรงเรียนผึ้งั์ตัวมหึมา ตลอดจนแว่นตาอัจฉริยะที่ราวกับว่าหลุดเข้ามาในความฝัน ที่สำคัญคือครูใหญ่ตรงหน้าก็ดูเป็คนจริงใจอบอุ่นอีกด้วย
ถ้ามันเป็ความฝันเธอก็ขอฝันแบบนี้ตลอดไป
‘เด็กคนนี้ใช้ได้ คิดวิเคราะห์ได้ดี มีความเป็ผู้นำสูง หืม...สอบเข้าได้ที่ 1 ด้วย เมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศชัดๆ’
เฟรีสดีใจจนแทบบ้า เขาแทบปกปิดสีหน้าเคร่งขรึมไว้ไม่อยู่
เด็กหญิงตรงหน้าต้องช่วยงานเขาได้มากในอนาคตแน่ๆ
"ตาเธอแล้ว เฟลิเซีย? ทำไมถึงเลือกมาฝั่งนี้ล่ะ" เฟรีสแกล้งถามไปอย่างนั้นเอง คำตอบก็เห็นอยู่ชัดๆ อยู่แล้วในตอนที่เธอวิ่งแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“เพราะแว่นนี่...ทำให้หนูยืนได้ ไม่สิ วิ่ง…ะโด้วย และหนู...หนู...ก็เชื่อในตัวครูใหญ่เหมือนทีน่า” เฟลิเซียพูดด้วยน้ำเสียงประหม่าอยู่บ้าง
"ขอบใจนะเด็กดี" เฟรีสลูบศีรษะเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู
ตอนนี้โรควิตกกังวลของเฟลิเซียดีขึ้นจนเกือบหายสนิทแล้ว ทำให้เธอไม่ปิดกั้นตัวเองอีกต่อไป
เมื่อความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นความสามารถหลายอย่างก็ค่อยๆ เปล่งประกายออกมา ผลสอบของเธอเป็รองแค่ทีน่าเท่านั้น
ถ้าหายสนิทเมื่อไรเผลอๆ ก็อาจแซงทีน่าก็ได้ นี่ก็เป็อีกหนึ่งเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเช่นกัน
หลังจากสัมภาษณ์สองคนเสร็จ เฟรีสก็พูดกับพวกตัวน้อยที่ยังตัดสินใจไม่ได้
“เวลาใกล้หมดแล้ว อย่าได้กังวลมากเกินไป เมื่อเลือกแล้วก็เปลี่ยนได้ทีหลังนะ แต่ฉันไม่แนะนำให้ทำแบบนั้น เพราะมันจะทำให้พวกเธอเสียเวลาเรียน”
15 นาทีผ่านไป ปรากฎว่าเด็กทุกคนเลือกคลาสพิเศษหมด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็เพราะทีน่ากับเฟลิเซีย เมื่อบรรดาเด็กได้ยินคำตอบของทั้ง 2 ก็ทำให้พวกเขาคิดได้และเลิกลังเล
“ฉันดีใจมาก ในอนาคตพวกเธอจะกลายเป็บุคลากรชั้นเลิศของดาวดวงนี้แน่นอน ฉันขอรับประกันด้วยตำแหน่งครูใหญ่เลย”
เฟรีสเองก็คิดไม่ถึง ตอนแรกเขาคาดว่าจะมีคนเลือกคลาสพิเศษกับธรรมดาครึ่งต่อครึ่งเท่านั้น การที่ทุกคนเลือกคลาสพิเศษหมดทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจฟูไม่น้อยเลย
“เอาล่ะ ต่อไปเป็การเลือกหัวหน้าประจำชั้น ฉันครูใหญ่ขอเสนอทีน่า ลูมิน่า ถ้ามีใครคัดค้านให้ยกมือขึ้น”
เมื่อเห็นว่าทั้งหมดไม่คัดค้านเฟรีสจึงประกาศเื่ต่อไป
“ดีมาก ต่อไปจะเป็ไฮไลท์ของวันนี้ รับรองว่าพวกเธอจะต้องแปลกใจ ทุกคนรู้ไหม? ที่นี่ไม่ได้มีแค่ทุ่งหญ้าหรอกนะ" เฟรีสเอ่ยและฉีกยิ้มมุมปาก
"วันนี้เราจะไปเที่ยวโลกอื่นกัน”