ตระกูลจักรพรรดิรึ!
เมื่อได้ยินคำกล่าวของซูฉางเซิงทุกคนก็กลั้นลมหายใจไปชั่วขณะ เพราะความทะเยอทะยานของบรรพบุรุษทำให้ตกตะลึง
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ตั้งคำถามใดๆ
ภายใต้อิทธิพลของกาลเวลาหลายพันปีนี้เกียรติภูมิของซูฉางเซิงในตระกูลซูเปรียบเสมือนเทพเ้าอย่างแท้จริงสมาชิกตระกูลซูทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวเขาและบูชาอย่างคลั่งไคล้
ไม่ว่าตระกูลซูจะสามารถกลายเป็ตระกูลจักรพรรดิได้หรือไม่
พวกเขาทั้งหมดเชื่อมั่นว่าซูฉางเซิงจะนำพาตระกูลซูให้เจริญรุ่งเรืองและปกครองทวีปเจินเซิ่งได้!
“ขอรับ!”
ภายในใจของซูอวิ๋นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะที่เขาขานรับด้วยความกระตือรือร้น
ในไม่ช้าเขาก็รับคำสั่งและออกจากห้องโถงใหญ่เตรียมระดมพลผู้าุโของตระกูลซูเพื่อโจมตีตระกูลกู้
ในเมื่อพวกเขาต้องออกรบเช่นนั้นก็จะทุ่มสุดตัว
“พวกเ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเช่นกันระดมพลทั้งหมด ในศึกครั้งนี้ ผู้ที่สร้างคุณงามความดีหรือสังหารศัตรูจะได้รับรางวัลสิบเท่า หากผู้ใดสังหารผู้ฝึกตนระดับนิรันดร์ได้หนึ่งหรือสองคนข้าจะลงมือด้วยตัวเอง และมอบเม็ดยาอนัตตากับเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติให้พวกเ้า หรือทรัพยากรการฝึกตนในปริมาณที่เท่ากัน!”
ซูฉางเซิงมองไปยังเหล่าผู้าุโและกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
เม็ดยาอนัตตาเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติ ประทานรางวัลสิบเท่าเช่นนั้นรึ
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้เหล่าผู้าุโต่างก็หายใจถี่กระชั้น ใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม
แม้แต่ผู้าุโสูงสุดหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตะลึงงันในใจ
เม็ดยาอนัตตาเม็ดยาหมื่นภัยพิบัติ
สิ่งเหล่านี้คือเม็ดยาที่จำเป็สำหรับผู้ฝึกตนผู้้าฝ่าทะลุระดับอนัตตาและระดับนิรันดร์ตามลำดับ
ทั้งคู่เป็สมบัติหาค่ามิได้ระดับชั้นที่หกและชั้นที่เจ็ด
เม็ดยาอนัตตาขั้นที่หกยังดีที่ในตระกูลมีอยู่บ้างและบางครั้งก็ถูกนำมาใช้เป็ทรัพยากรเพื่อจุดประสงค์เชิงกลยุทธ์
ทว่าเม็ดยาหมื่นภัยพิบัตินั้นแตกต่างออกไป
ในตระกูลซูอันยิ่งใหญ่มีเพียงสามเม็ดเท่านั้น และเป็มรดกตกทอด จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อตระกูลกำลังตกต่ำและ้าผู้ฝึกตนระดับนิรันดร์คนใหม่เท่านั้น
แต่บัดนี้ซูฉางเซิงบอกว่าจะตอบแทนพวกเขาด้วยเม็ดยาอนัตตาและเม็ดยาหมื่นภัยพิบัตินับสิบเท่า!!
ควรจะทราบว่าเม็ดยาทั้งสองนั้นไม่เพียงแต่ใช้ในการฝ่าระดับที่สำคัญเท่านั้นในเวลาเดียวกันยังใช้ในการฝ่าระดับขั้นรองได้อีกด้วย
สำหรับผู้ฝึกตนขั้นแรกของระดับนิรันดร์
ด้วยยาหมื่นภัยพิบัติห้าสิบเม็ดพวกเขาสามารถฝ่าไปถึงขั้นที่เก้าของระดับนิรันดร์ได้อย่างรวดเร็วและพยายามก้าวไปสู่ระดับกึ่งเซียนนักบุญได้ภายในสิบปี
เหตุผลที่พวกเขา้ายาห้าสิบเม็ดก็เพราะปัญหาเื่การดื้อยา เพราะยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่ง้ายาหมื่นภัยพิบัติมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีผู้ฝึกตนคนใดโง่พอที่จะใช้ยาหมื่นภัยพิบัติเพิ่มระดับการฝึกตน
สิ่งนี้ถูกแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรที่เท่าเทียมกันซึ่งเพียงพอที่จะฝึกตนไปจนถึงระดับเซียนนักบุญ
ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลซูและการสะสมนับพันปีน่าจะเทียบเท่ากับยาหมื่นภัยพิบัติเจ็ดสิบหรือแปดสิบเม็ด
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สงสัยคำพูดของซูฉางเซิงว่าจริงหรือเท็จ
ซูฉางเซิง เซียนระดับเซียนนักบุญบรรพบุรุษที่ได้รับการเคารพนับถือ จะใช้คำพูดล้อเล่นหลอกลวงพวกเขาหรอกหรือ
“ขอบคุณท่านบรรพบุรุษฉางเซิงพวกข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการสังหารศัตรูและรับใช้ตระกูลซู!”
ชั่วขณะหนึ่งเหล่าผู้าุโต่างก็ตื่นเต้น พวกเขาสูญเสียความสงบไปโดยสิ้นเชิง
แม้แต่ผู้าุโซูชิงผู้สง่างามและเ็าก็ยังหายใจถี่กระชั้นเล็กน้อยหัวใจของนางเต้นระรัว
ตอนนี้นางอยู่ในขั้นที่ห้าของระดับนิรันดร์
หากนางฝึกตนตามปกติโดยปราศจากข้อจำกัดอื่นใดแม้ว่านางจะตายด้วยอายุขัยวัยชรา นางคงไปถึงระดับที่เจ็ดหรือแปดของระดับนิรันดร์และไม่มีวันกลายเป็เซียนระดับเซียนนักบุญได้
ทว่าด้วยทรัพยากรจำนวนมากนางก็มีความหวังที่จะก้าวไปสู่ระดับเซียนนักบุญ
เมื่อนางกลายเป็เซียนนักบุญแล้วนางจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงและมีอายุยืนห้าหมื่นปี
นั่นคงจะเป็โลกใหม่เลยทีเดียว
ด้วยความคิดเช่นนี้ดวงตาของซูชิงก็แน่วแน่มั่นคง
......
“สมาชิกตระกูลซูทั้งหลายในตอนนี้ตระกูลกู้ข่มเหงกันเกินไป พวกมันปล้นสะดมทรัพย์สินของตระกูลซูสังหารอัจฉริยะและผู้าุโของตระกูลซู และค่อยๆ บีบคั้นตระกูลซูของเรา!”
“ตอนนี้พวกมันยังโจมตีโลกใบเล็กของตระกูลเรา จื่อเสวี่ยนเทียนเป็รากฐานของตระกูลเราและไม่อาจสูญเสียไปได้ ทว่าบัดนี้พวกมันกำลังโจมตีที่นั่น!”
“เห็นได้ชัดว่าตระกูลกู้้าทำลายล้างเราและไม่เหลือทางรอดให้ตระกูลซูเลือก!”
“สมาชิกตระกูลซูทั้งหลายพวกเ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไรดี”
กลางลานจัตุรัสกว้างใหญ่ของตระกูลซูซึ่งทอดยาวไปหลายร้อยลี้เป็สถานที่ที่สมาชิกตระกูลซูมักจะใช้ฝึกซ้อมและฝึกตนเป็ประจำ มันใหญ่มากพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล และปัจจุบันมีผู้คนรวมตัวกันอยู่หลายแสนคน
พวกเขาทั้งหมดเป็ทายาทสายตรงของตระกูลซู
ทุกคนมีระดับการฝึกตนโดยระดับต่ำสุดอยู่ที่ระดับทะเลปราณ
และนี่เป็เพียงสมาชิกของสายหลักนอกจากนี้ยังมีสมาชิกสายอื่นมากมายที่สนับสนุนสมบัติพัสถานต่างๆ มากมายภายนอก
นี่คือมรดกอันล้ำลึกรากฐานของสำนักกองกำลังชั้นนำและพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่โดยกองกำลังชั้นหนึ่งที่ปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลกว่าแสนลี้
ในตอนนี้ซูอวิ๋นกำลังยืนอยู่เหนือจัตุรัส รวบรวมผู้าุโ และะโด้วยความกระตือรือร้น
ภายใต้พลังศักดิ์สิทธิ์ของระดับนิรันดร์เสียงของเขาดังก้องไปหลายพันลี้ กังวานไปทั่วอาณาเขตตระกูลซูและทั่วเมืองเทียนหยวน
“สังหาร!สังหาร! ฆ่ามัน!”
“ทำลายตระกูลกู้ตระกูลซูผู้ไร้เทียมทาน!”
“สังหาร!สังหาร! ฆ่ามันเท่านั้น!”
“ทำลายตระกูลกู้ตระกูลซูอยู่ยงคงกระพัน!”
สมาชิกตระกูลซูหลายแสนคนคำรามก้องพวกเขาล้วนเป็ผู้ฝึกตน คลื่นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวสั่นะเืเก้า์เมฆาบนท้องนภาสลายหายไป
พลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นแม้แต่ผู้าุโระดับนิรันดร์ทั่วไปก็ต้องตกตะลึง
ชั่วขณะหนึ่งเมืองเทียนหยวนเกิดแรงสั่นะเื
เมืองเทียนหยวนนั้นกว้างใหญ่มากครอบคลุมพื้นที่หลายพันลี้ มีลักษณะคล้ายราชวงศ์มากกว่านครรัฐหรือเมืองเสียด้วยซ้ำ
มันเป็เมืองขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรครบครันประกอบด้วยผู้ฝึกตนและมนุษย์ธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วน ปกครองโดยตระกูลซูและยังเป็บ้านของผู้ฝึกตนกับกองกำลังต่างถิ่นจำนวนไม่น้อย
วิธีนี้เป็หลักประกันว่าจะเกิดการหมุนเวียนทรัพยากร
และในตอนนี้ผู้ฝึกตนและสำนักกองกำลังนับไม่ถ้วนในเมืองเทียนหยวนต่างก็ตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวในอาณาเขตตระกูลซู
“ดี!สมกับเป็ลูกหลานของตระกูลซู ในเมื่อเป็เช่นนั้นเราเริ่มออกเดินทางไปยังจื่อเสวี่ยนเทียน สังหารศัตรูทั้งหมดแล้วทำลายล้างตระกูลกู้ให้สิ้นซาก!”
ซูอวิ๋นโบกไม้โบกมือหัวเราะสนุกสนานเหล่าผู้าุโที่อยู่ข้างหลังเขาเดินก้าวออกมาด้านหน้าพวกเขาแต่ละคนรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง และเริ่มบังคับบัญชาส่งการสมาชิกตระกูลซู
ซุบซิบๆๆ...
ในไม่ช้าเสียงแตรโบราณอันหนักอึ้งก็ดังขึ้น นั่นคือแตรัแท้ของตระกูลซูเมื่อใดที่มันเปล่งเสียง ก็พร้อมสั่นะเืแผ่นดินเป็ระยะทางหลายพันลี้
“ปู้น...”
ธงที่มีอักษร“ซู” ปรากฏต่อเนื่องกัน
“ตึ้งๆๆ”
นอกจากนี้รถศึกและเรือรบก็ปรากฏขึ้นจากถ้ำที่ซ่อนอยู่ ูเา และแม้แต่สถานที่ต่างๆของตระกูลซู สัตว์ร้ายขนาดใหญ่ต่างคำราม ก้าวไปบนแสงสีทองขับเคลื่อนโดยอัศวินแห่งการควบคุมผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาถือหอกยาวด้วยดวงตาเย็นเยือก
กลุ่มนักรบที่สวมชุดเกราะสีดำปรากฏตัวขึ้นพวกเขาทั้งหมดเป็ผู้ฝึกตน และรวมกันเป็กองทัพขนาดมหึมา ราวกับกระแสน้ำสีดำนำโดยอัศวินแห่งการควบคุมผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเปรียบเสมือนัที่แท้จริงพร้อมสยบทุกทิศทุกทาง
“สังหารสังหาร ฆ่ามันให้หมด!”
เสียงคำรามดังกึกก้อง
ไม่เพียงแต่มีทหารนับล้านปรากฏตัวขึ้นเท่านั้นนี่คือพลังความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ของตระกูลซูเป็สำนักกองกำลังที่สะสมมาจากการฝึกฝนตลอดพันปี รุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่ลังเลที่จะลงทุนทรัพยากรจำนวนมาก คราใดที่สมควรแก่เวลาปลดปล่อยออกมาก็เพียงพอที่จะเขย่าโลกาและสั่นะเืทุกสารทิศ
“เฮือกตระกูลซูบ้าไปแล้วรึ ถึงได้ระดมพลทั้งหมดออกมา”
“นี่คือการเตรียมตัวสำหรับต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายกับตระกูลกู้พวกเขาไม่แม้แต่จะปกป้องฐานที่มั่นของตนเองด้วยซ้ำ ไม่กลัวที่จะถูกโจมตีบ้างหรือ”
“ดูเหมือนว่าตระกูลกู้ต้อนตระกูลซูจริงๆพวกเขาถึงกับต้องระดมกำลังที่ซ่อนอยู่ของพวกเขาออกมา”
“สมกับที่เป็ตระกูลที่ฝึกฝนโดยราชันดาวตกด้วยกองทัพเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงสำนักกองกำลังชั้นนำแม้ว่าจะเทียบกับสำนักกองกำลังระดับสูงสุดหรือแม้แต่กองทัพของตระกูลโบราณเ่าั้ พวกเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าเลย”
“น่าเสียดายที่จำนวนของพวกเขาน้อยเกินไปหากมีหนึ่งร้อยล้านคน พวกเขาต้องต่อสู้กับตระกูลโบราณได้เป็แน่”
“ถึงอย่างไรก็ตามตระกูลซูก็ไม่น่าจะเป็คู่ต่อสู้ของตระกูลกู้ได้ความแข็งแกร่งของตระกูลกู้ไม่ได้ปราบง่ายดายอย่างที่เห็น!”
ภายในเมืองเทียนหยวนบุคคลผู้ทรงพลังจากกองกำลังต่างๆ เฝ้าดูฉากเหล่านี้ด้วยความตะลึงงันบางคนประหลาดใจ บางคนตกตะลึง และบางคนก็เยาะเย้ย
พวกเขาล้วนเป็ผู้าุโจากสำนักกองกำลังต่างๆโดยมีข่าวกรองที่น่าทึ่ง พวกเขารู้ว่าตระกูลกู้ไม่ธรรมดาและตระกูลซูก็ด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับตระกูลกู้
ผู้นำตระกูลซูอวิ๋นและเหล่าผู้าุโไม่สนใจปฏิกิริยาของสำนักกองกำลังต่างๆในเมืองเทียนหยวนทั้งสิ้น
ในสายตาของพวกเขาด้วยการมีอยู่ของบรรพบุรุษฉางเซิง ผู้ใดก็ตามที่กล้ารุกรานตระกูลซูในเวลานี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ในตอนนี้เองซูฉางเซิงที่ถูกผู้คนตั้งความหวังไว้สูงลิ่วมีสีหน้าท่าทางแปลกไป
สาเหตุเพราะคาดไม่ถึงว่าระบบจะแจ้งเตือนเขาว่า...
[ติ๊ง!ตรวจพบว่าตระกูลกู้มีสตรีแห่งโชคชะตาที่มีโชคชะตาในระดับ [ล้ำค่า] กู้ชิงเกอจักรพรรดินีแห่งโชคชะตาจุติใหม่พร้อมโชคระดับล้ำค่า อนาคตสามารถฏ์ปัจจุบันเพิ่งปลุกตื่นขึ้น ขอแนะนำให้อภิเษกกับนาง]
[ติ๊ง!ตรวจพบว่าตระกูลซูมีสตรีแห่งโชคชะตาที่มีโชคชะตาในระดับ [ล้ำค่า] นาม ซูจื่อยวนสตรีแห่งโชคชะตาร่างปฐมกาลแห่งเต๋า์หุนหยวน เนตรเต๋านิรันดร์ ระดับล้ำค่ายังไม่ถูกปลุกตื่น แนะนำให้รับนางเป็ฮูหยิน]
การแจ้งเตือนสองครั้งติดต่อกัน
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองเป็โชคชะตาในระดับ [ล้ำค่า]ซึ่งหาได้โดยยากยิ่งกว่าสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์เสียอีก
แม้แต่ร่างของสังขารเทพศักดิ์สิทธิ์มีชะตากรรมในระดับ[สีแดง] เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีเพียงไม่กี่คนในทุกทวีป
“เป็ไปได้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ถูกเลือกให้เป็บุตรจักรพรรดิแห่งโชคชะตา”
ซูฉางเซิงอดไม่ได้ที่จะลูบคางของเขาและคิดอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่เช่นนั้นเหตุใดทันทีที่เขาเตรียมทำลายตระกูลกู้จักรพรรดินีแห่งโชคชะตาถึงถูกส่งมาถึงประตูบ้านเช่นนี้กันเล่า