ความสนใจของทุกคนขยับจากงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์มาจดจ่ออยู่ที่การพนันระหว่างตระกูลเสินเซิ่งและตระกูลเทียนเหิน
ประมุขของตระกูลต่างๆ ที่เข้าร่วมชมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ต่างอยู่ในอารมณ์ที่กำลังจะได้ชมดูการแสดงสนุกๆอย่างหนึ่ง
“ข้าได้ยินมาว่าการพนันระหว่างตระกูลเทียนเหินกับตระกูลเสินเซิ่งครั้งนี้วางเดิมพันไว้ถึงห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรเชียวนะ”
“ห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรมีแต่ตระกูลเสินเซิ่งกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษเท่านั้นหรอกจึงจะเล่นไหว ตระกูลเล็กๆเช่นตระกูลเทียนเหินไม่มีทางกล้าเล่นพนันสูงถึงปานนี้หรอก! หากไม่มีสมาคมนักปรุงยาวิเศษคอยหนุนหลังเดาว่าตระกูลเทียนเหินคงไม่กล้าเล่นอย่างแน่นอน!”
การพนันระหว่างสองยักษ์ใหญ่ ทำให้ทั้งสนามประลองเดือดพล่านขึ้นมาแล้ว
นอกจากการพนันส่วนตัวกับเนี่ยหลีแล้ว ตระกูลเสินเซิ่งยังรับเป็นเจ้ามือรับพนันทั่วไปในการประลองอีกด้วย จำนวนผู้ลงขันว่าเนี่ยหลีจะเป็นฝ่ายชนะเท่ากับหนึ่งต่อหนึ่งจุดห้าเท่าจำนวนผู้ลงขันว่าเสิ่นเฟยจะเป็นฝ่ายชนะเป็นหนึ่งต่อหนึ่งจุดสามเท่าพวกที่พนันว่าเสินเฟยจะสามารถล้มเนี่ยหลีได้ในกระบวนท่าเดียวมีจำนวนผู้ลงขันเป็นหนึ่งต่อหนึ่งจุดเก้าเท่า
เนี่ยหลีชำเลืองมองการพนันที่เกิดขึ้นมีการพนันว่าเนี่ยหลีจะชนะเสิ่นเฟยได้ภายในกระบวนท่าเดียวเช่นกันอัตราต่อรองเป็นหนึ่งต่อสิบเอ็ด
“น่าเสียดายที่การลงพนันในแต่ละครั้งทำได้สูงสุดเพียงหกล้านเหรียญจิตอสูรเท่านั้น หากไม่จำกัดตระกูลเสินเซิ่งคงต้องเสียพนันจนถึงขั้นที่ต้องถอดกางเกงแล้วเป็นแน่!” เนี่ยหลีแอบคิด พนันรอบแรกแค่เล่นสนุกกับเจ้า รอบต่อไปจึงค่อยเอาจริงกับพวกเจ้า
เนี่ยหลีให้เนี่ยไห่และคณะแอบส่งคนออกไปลงพนันเงียบๆ แยกย้ายกันไปอย่าให้เป็นที่สังเกตเกินไปนัก พนันข้างเนี่ยหลีราวสามสิบล้านเหรียญจิตอสูรบางส่วนพนันว่าเนี่ยหลีจะสามารถเอาชนะเสิ่นเฟยได้ภายในยี่สิบกระบวนท่า จำนวนผู้ลงขันเป็นหนึ่งต่อสาม
ท่ามกลางเสียงตะโกนโห่ร้องให้กำลังใจจากผู้ชมมากมายนับไม่ถ้วนทั้งสองฝ่ายตระเตรียมลงสู่สนามแล้ว
เนี่ยไห่ เนี่ยเอิน และคนจากตระกูลเทียนเหินต่างมีสีหน้าตื่นเต้น
หยางซินจ้องมองเนี่ยหลี มุมปากคลี่ขึ้นเป็นรอยยิ้มบางนางมีความรู้สึกว่าเสิ่นเฟยจะต้องพ่ายแพ้อย่างน่าเวทนาแน่นอน
เสิ่นหมิงและพวกกลับไปยังที่นั่งสำหรับตระกูลเสินเซิ่งเขาชำเลืองมองเสิ่นเฟยและพูดว่า “การประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ไม่อนุญาตให้ใช้สิ่งของเช่นชุดเกราะทว่าอนุญาตให้ใช้ยาวิเศษได้ เจ้าพกยาเสริมพลังจิตอสูรไปสักสองเม็ดเผื่อจำเป็นต้องใช้!”
ยาเสริมพลังจิตอสูรเป็นยาชนิดหนึ่งที่ปรุงโดยสมาคมนักปรุงยาวิเศษเป็นการเฉพาะสำหรับตระกูลหลักทั้งหลายปกติใช้ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกสัตว์อสูรเท่านั้นผู้ใดจะยอมใช้ยาที่มีราคาแพงลิบลิ่วกับการประลองเล็กๆ เช่นนี้กัน? ทว่าเป็นเพราะการพนันกับเนี่ยหลีครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึงห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรยาเสริมพลังจิตอสูรเม็ดหนึ่งแม้มีราคากว่าหนึ่งล้านเหรียญจิตอสูรก็ยังนับว่าคุ้มค่านัก
ยาเสริมพลังจิตอสูรสามารถบำรุงพลังให้แก่จิตอสูรได้อย่างใหญ่หลวงทว่ากลับมีผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง สามารถสร้างความเสียหายถาวรแก่จิตอสูรของตนได้แต่ไม่มีผลต่อผู้ควบคุมจิตอสูรมากนักดังนั้นสำหรับตระกูลเสินเซิ่งจึงไม่นับว่าเป็นอะไรนักต่อให้จิตอสูรของเสิ่นเฟยเสียหายตระกูลเสินเซิ่งก็สามารถหาซื้อจิตอสูรตนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมให้แก่เสิ่นเฟยได้ทันที
“อีกประการหนึ่ง จะต้องเอาชนะเนี่ยหลีหลังผ่านไปยี่สิบกระบวนท่าแล้วเช่นนี้พวกเราจึงจะทำกำไรได้!” เสิ่นหมิงจ้องมองเสิ่นเฟย
“ท่านต้องการให้ข้าเอาชนะมันหลังจากยี่สิบกระบวนท่าแล้วรึ? นี่ช่างทำได้ง่ายๆ สบายๆ เชียวล่ะ!” ดวงตาของเสิ่นเฟยฉายแววชั่วร้าย
“คุณชายเสิ่นเฟยไม่ควรดูแคลนคู่ต่อสู้ของตน!” เสิ่นหมิงจับตามองเสิ่นเฟยและพูด
“ข้าเข้าใจ!” เสิ่นเฟยพยักหน้า แม้จะพูดเช่นนี้ทว่าในใจยังคงมีความดูแคลนอยู่หลายส่วน
ประมุขของทุกตระกูลลงพนันเสร็จเรียบร้อยแล้วเกือบทุกคนล้วนพนันข้างเสิ่นเฟย หลายคนยังพนันว่าเสิ่นเฟยจะเอาชนะเนี่ยหลีได้ภายในยี่สิบกระบวนท่าแต่พวกที่พนันว่าเนี่ยหลีจะชนะก็มีไม่น้อย ไม่ว่าอย่างไร หากไม่มีความมั่นใจสมาคมนักปรุงยาวิเศษอยู่ๆคงไม่ส่งเงินถึงห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรให้แก่ตระกูลเสินเซิ่งเปล่าๆ กระมังขณะจ้องมองเนี่ยหลีและเสิ่นเฟยเดินลงสนาม ทั่วทั้งสนามก็เดือดพล่านขึ้นมาแล้วทุกคนต่างพากันตะโกนลั่น
“คุณชายเสิ่นเฟย ขยี้เนี่ยหลีจากตระกูลเทียนเหินผู้นั้นเลย!”
“คุณชายเสิ่นเฟย สู้ๆ!”
“เนี่ยหลีสู้ๆ เอาชนะตระกูลเสินเซิ่งให้ได้ เจ้าทำได้แน่นอน!”
เสียงตะโกนให้กำลังใจในสนามดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าหากเสิ่นเฟยเอาชนะเนี่ยหลีได้ พวกเขาก็จะได้เงินมากมายแล้ว
ท่ามกลางสายตามากมาย เนี่ยหลีและเสิ่นเฟยยืนอยู่บนลานประลอง
“ข้าจะทำให้เจ้าพ่ายแพ้จนยับเยินเลยทีเดียว ไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่” ใบหน้าของเสิ่นเฟยคลี่ยิ้มอย่างร้าย เขาต้องเล่นงานเนี่ยหลีให้หนักผู้ใดใช้ให้เนี่ยหลีมาแตะต้องผู้หญิงของเขา!
“คำพูดของคุณชายเสิ่นนี้ หากให้ข้าพูด ถือเป็นคำชมสำหรับข้าทีเดียวรอข้ากลับไปเมื่อไหร่ จะต้องถ่ายทอดให้หนิงเอ๋อฟังอย่างแน่นอน!” เนี่ยหลีหัวเราะคิกคักพูด
เห็นท่าทางของเนี่ยหลี เสิ่นเฟยชิงชังจนอกแทบระเบิดออกมาแล้วกดข่มความโกรธเกรี้ยวกลับลงไป เขาจดจำคำพูดของเสิ่นหมิงได้จะต้องจัดการเนี่ยหลีหลังยี่สิบกระบวนท่า
เสิ่นเฟยตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวออกมาคำหนึ่งร่างกายแผ่รังสีต่อสู้ออกมารุนแรง เหวี่ยงหมัดไปทางเนี่ยหลี เผชิญหน้ากับศัตรูเช่นเนี่ยหลีเท่านี้เขาไม่คิดจะใช้จิตอสูรตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะหากใช้จิตอสูรออกมาเมื่อไหร่เกรงว่าเนี่ยหลีคงไม่อาจรับการโจมตีจากเขาได้ไม่ต้องพูดถึงการขยี้เนี่ยหลีหลังยี่สิบกระบวนท่าไป
เห็นภาพฉากเช่นนี้ มุมปากของเนี่ยหลีก็พลันยกสูงขึ้น ‘รู้แต่แรกแล้วว่าเจ้าโง่ผู้นี้คงไม่เรียกจิตอสูรของตนออกมาข้าพนันได้เลยว่ากระบวนท่าเดียวก็กำจัดมันได้แล้ว’
‘หมดคำพูดจริงๆ เดิมทีข้ายังคิดที่จะเสแสร้งสักหน่อยทำทีเป็นเอาชนะเจ้าได้อย่างเฉียดฉิว เวลานี้ดูๆ คงไม่จำเป็นแล้วกระมัง!” เนี่ยหลีแอบคิด อาณาเขตวิญญาณผันผวนขึ้นมา “ออกมาเถอะแพนด้าเขี้ยวเสือ!”
แพนด้าเขี้ยวเสือร่างใหญ่ยักษ์ตนหนึ่งโผล่ขึ้นมากลางอากาศหลอมรวมเข้ากับเนี่ยหลี กล้ามเนื้อทั่วร่างก็พลันแข็งแกร่งขึ้นจนถึงขีดสุด
เสิ่นเฟยยังคงเหวี่ยงหมัดตรงเข้าใส่เนี่ยหลีเดิมทีเขาคิดว่าเนี่ยหลีจะใช้พละกำลังเข้าต่อสู้กับตนอีกสักพักหนึ่ง คิดไม่ถึงเนี่ยหลีกลับเรียกจิตอสูรของตนออกมาอย่างชั่วช้าหน้าไม่อายโดยไม่มีการเตือนใดๆอีกทั้งความเร็วที่เนี่ยหลีเรียกจิตอสูรของตนออกมาก็รวดเร็วยิ่งพริบตาเดียวก็สามารถหลอมรวมกับจิตอสูรได้จนเสร็จสิ้นแล้วทำให้เขาไม่อาจตอบสนองได้ทันกาลสายเกินกว่าที่จะเรียกจิตอสูรของตนออกมาในเวลานี้แล้ว
ใช้จิตอสูรระดับต่ำต้อยเช่นแพนด้าเขี้ยวเสือนี้จะมีประโยชน์อันใด? เสิ่นเฟยยังคงเชื่อมั่นในพลังของตนอย่างเต็มเปี่ยม อย่างมากที่สุด หลังประลองหมัดชุดใหญ่กับแพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีแล้วจึงค่อยถอยไปตั้งหลักและเรียกจิตอสูรของตนออกมา
ที่แท้ยังมีคนที่โง่พอที่จะหลอมรวมกับจิตอสูรระดับต่ำเช่นแพนด้าเขี้ยวเสืออยู่อีกจิตอสูรขยะเช่นแพนด้าเขี้ยวเสือนี้ เสิ่นเฟยไม่เห็นมันอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
‘ต่อให้เจ้าหลอมรวมกับจิตอสูรแล้วจะอย่างไรเล่า? จิตอสูรขยะเช่นแพนด้าเขี้ยวเสือนี้มิใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน!’ มุมปากของเสิ่นเฟยยกสูงขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกเขาต้องการหวดเนี่ยหลีจนร่วงลงกองกับพื้น จากนั้นค่อยบดขยี้ลงไปสักหลายฝ่าเท้า ระบายความเคียดแค้นชิงชังในหัวใจ!
เห็นหมัดของเสิ่นเฟยใกล้เข้ามาถึงเนี่ยหลีผู้หลอมรวมกับแพนด้าเขี้ยวเสือแล้วยิ้มขึ้นเล็กน้อยสะบัดฝ่ามือตบเข้าใส่ศีรษะของเสิ่นเฟย
ตูม!
แพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีตบใส่หน้าของเสิ่นเฟยเสิ่นเฟยถูกตบจนล้มลงกองกับพื้นลานประลองอย่างแรง บนผิวพื้นลานประลองดูเหมือนจะบังเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาทันทีด้วยฝ่ามือนี้ เสิ่นเฟยคงไม่รู้สึกดีเป็นแน่
ช่างเป็นหมัดที่รุนแรงนัก!
เสิ่นเฟยอย่างไรก็คิดไม่ถึง หมัดของเนี่ยหลีจะหนักหน่วงจนถึงระดับที่น่าประหลาดใจเพียงนี้!
แม้เนี่ยหลีจะหลอมรวมกับจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวเสือทว่าแพนด้าเขี้ยวเสือตนนี้มิใช่จิตอสูรธรรมดาทั่วไปแต่เป็นจิตอสูรที่มีอัตราการเจริญเติบโตระดับเทพมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งไม่อาจดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของมันได้
เดาว่าเสิ่นเฟยคงถูกตบจนทำตัวไม่ถูกแล้วด้านหนึ่งก็คิดว่าเนี่ยหลีก็ช่างไร้ยางอายนัก หลอมรวมกับจิตอสูรในทันทีต่อสู้กับเขาผู้ไม่มีจิตอสูรอีกด้านหนึ่งก็คิดไม่ถึงว่าจิตอสูรแพนด้าระดับต่ำที่เนี่ยหลีเรียกออกมาจะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงปานนี้ได้
ในหูของเสิ่นเฟยลั่นอื้ออึง หัวกระแทกพื้นอย่างแรงแม้วรยุทธ์ของเขานับว่าใช้ได้ ทว่าเมื่อต้องรับหมัดเช่นนี้ ย่อมต้องไม่รู้สึกดีแน่ในหัวของเขาราวกับกำลังจะระเบิด
ผู้ชมพากันตกตะลึง
“บัดซบนัก คุณชายเสิ่นคงมิใช่ตั้งใจยอมแพ้หรอกกระมัง? จึงไม่ยอมสู้ด้วยจิตอสูรของตน?”
“เนี่ยหลีผู้นั้นช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว เขาหลอมรวมกับจิตอสูรโดยไม่บอกกล่าวก่อนเลยและคุณชายเสิ่นเฟยก็ยังไม่ทันเรียกจิตอสูรของตนออกมา! นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”พวกที่พนันข้างเสิ่นเฟยตะโกนขึ้น
ในสายตาของพวกเขา หากเสิ่นเฟยไม่ประมาทคู่ต่อสู้และเนี่ยหลีไม่เรียกจิตอสูรของตนออกมาอย่างไร้ยางอายกะทันหัน หากเสิ่นเฟยรู้ตัวก่อนเขาคงไม่ต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เพิ่งจะประมือกันกระบวนท่าเดียว เสิ่นเฟยก็ประสบกับความพ่ายแพ้เข้าไปเต็มคำแล้วผู้คนทั้งตระกูลเสินเซิ่งพากันโมโหจนแทบระเบิด!
“ต่ำช้าไร้ยางอายนัก!”
“ผู้คนของตระกูลเทียนเหินไร้ยางอายเกินไปแล้ว!” คนฝ่ายตระกูลเสินเซิ่งตะโกนประจาน
ส่วนพวกที่พนันข้างเนี่ยหลี แน่นอนว่าย่อมต้องอยู่ฝ่ายเนี่ยหลีเมื่อพวกเขาเห็นเนี่ยหลีตบเสิ่นเฟยจนร่วงลงพื้นได้ในหมัดเดียวพริบตานั้นก็ตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทันที เพิ่งเริ่มการประลองก็ฉวยโอกาสเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบแล้วดูๆ ไป เนี่ยหลีอาจจะชนะเสิ่นเฟยก็เป็นได้!
“เนี่ยหลีทำเช่นนี้ผิดตรงไหน? เล่ห์เพทุบายในการสงครามไม่มีคำว่ามากเกินไป! เป็นคุณชายเสิ่นเฟยต่างหากเล่า ที่โง่งมเกินไป ดูแคลนคู่ต่อสู้ไม่สู้พร้อมจิตอสูรของตน จะโทษผู้ใดได้?”
ฝ่ายตระกูลเทียนเหิน เนี่ยไห่ เนี่ยเอินและคณะแม้จะรู้สึกว่าเนี่ยหลีไร้ยางอายอยู่บ้างทว่าพวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้ตนสูญเสียความสง่าผ่าเผย
“พวกเจ้าตระกูลเสินเซิ่งมีสายตาสูงส่ง เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรไม่เรียกจิตอสูรของตนออกมาก็พุ่งตัวเข้าใส่คู่ต่อสู้แล้วไม่เรียกว่าโง่งมแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?”
เสียงทุกอย่างดังขึ้นรอบสนาม วุ่นวายเสียจนน่ากลัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดผ่านไปทั่วทั้งลานประลองก็เงียบเสียงลง พวกเขามีเพียงปฏิกิริยากับสิ่งที่คาดไม่ถึง
“ให้ตายเถอะ ข้าเพิ่งได้เห็นอะไรกันนี่?”
“นี่มิใช่แพนด้าเขี้ยวเสือหรือ? มีคนใช้แพนด้าเขี้ยวเสือเป็นจิตอสูรของตนด้วยหรือ?”
“ตระกูลเทียนเหินยากจนข้นแค้นปานนี้เชียวหรือให้เยาวชนของตนได้แค่แพนด้าเขี้ยวเสือตนหนึ่งเท่านั้นเองหรือ?”
“แพนด้าเขี้ยวเสือจะทำอะไรได้? หากเผชิญหน้ากับจิตอสูรตนอื่นๆคงมิใช่จะมีแต่วรยุทธ์หั่นผักหรอกกระมัง?”
“เดาว่าคุณชายเสิ่นเฟยคงถูกฉวยโอกาสเล็กๆ น้อยๆ รอเขาหลอมรวมกับจิตอสูรของตนเมื่อไหร่คงได้เห็นเจ้าเด็กนั่นลำบากบ้างแล้ว!” พวกที่พนันข้างเสิ่นเฟยแต่ละคนเริ่มกระฉับกระเฉงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“ให้ตายเถอะ ดันเลือกแพนด้าเขี้ยวเสือออกมาให้ขายขี้หน้าของตนเปล่าๆฆ่าเจ้าเด็กนี่เลย!”
“ฆ่ามัน!”
เนี่ยไห่ เนี่ยเอินและพวก ทุกคนพากันเบิกตากว้าง โดยเฉพาะเนี่ยไห่เนี่ยเอินสองคน ช่วงที่ผ่านมา พวกเขาเที่ยววิ่งไปทั่วกว้านซื้อจิตอสูรมาตั้งมากมาย มีจิตอสูรหลายตนที่มีพลังสูงส่งกว่าแพนด้าเขี้ยวเสือเหตุใดเนี่ยหลีจึงเลือกแพนด้าเขี้ยวเสือที่ไร้ประโยชน์ตนนี้? นี่ออกจะไร้เหตุผลเกินไปสักหน่อย!
ไม่เพียงตระกูลเทียนเหิน แม้แต่หยางซินก็แปลกใจ เนี่ยหลีมีเงินตั้งมากมายหยางซินย่อมรู้ชัดกระทั่งนับออกมาได้ ด้วยความมั่งคั่งของเนี่ยหลีคิดจะซื้อจิตอสูรคุณภาพเยี่ยมยอดสักตนหนึ่งย่อมมิใช่เรื่องยากทว่าเนี่ยหลีกลับเลือกแพนด้าเขี้ยวเสือ? นี่ช่างทำให้ผู้คนไม่เข้าใจเอาเสียจริง!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือแพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีมิใช่แพนด้าเขี้ยวเสือทั่วไปแต่เป็นจิตอสูรที่มีอัตราการเจริญเติบโตระดับเทพ!
แม้เนี่ยหลีจะฉวยโอกาสได้เล็กน้อยจากการประมือกันรอบแรก ทว่าผู้ชมกว่าเก้าสิบส่วนในสนามมิได้คาดหวังกับเนี่ยหลีแต่ละคนสองตาเบิกกว้างรอคอยที่จะได้เห็นเสิ่นเฟยหลอมรวมกับจิตอสูรของตนและบดขยี้เนี่ยหลีให้แหลกเป็นมันบด!