“หากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราแย่แน่!!” สเปคที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงส่งเสียงขึ้นด้วยความเจ็บปวด มันไม่เคยคาดคิดว่าสหพันธ์จะสามารถพัฒนาอาวุธแบบใหม่ออกมาได้ แถมพลังทำลายยังมากมายจนเทียบไม่ติด คลื่นทมิฬของมันถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆโดยที่ไม่สามารถชะลอลำแสงนั้นได้เลย
“ถ้างั้นพวกเราคงต้องใช้เลือดทมิฬหลบหนีเท่านั้น” อีกตนกล่าวขึ้น
“คงไม่มีทางเลือกจริงๆสินะ” สเปคที่ได้รับบาดเจ็บกล่าวด้วยความหดหู่
เลือดทมิฬหลบหนีก็เป็นไปตามชื่อของมัน โดยการสละพลังชีวิตของตัวเองส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นแรงส่งส่วนที่เหลือให้พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่มากขึ้น 100 เท่า!! ด้วยความเร็วขนาดนี้ต่อให้เป็นยานลำใหม่ของมนุษย์ก็ไม่สามารถตามมันได้ทันอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามมันมีข้อเสียนั่นก็คือเมื่อสละพลังชีวิตไปแล้วจะทำให้อ่อนแอลงและได้รับบาดเจ็บหนัก
แต่ว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกต่อให้บาดเจ็บหนักก็ยังดีกว่าต้องตาย
“จะรออะไรอยู่ล่ะ รีบหนีเร็ว!!” เมื่อเห็นว่ายานของมนุษย์กำลังจะยิงมาอีกรอบพวกมันก็รีบตัดสนิใจอย่างรวดเร็ว
ส่วนหนึ่งของเมฆทมิฬได้เกิดหมุนวนแล้วจากนั้นก็ระเบิดจนเกิดเสียงดังทึบ เพียงพริบตาเมฆทมิฬส่วนที่เหลือก็หายไปราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
……
“พวกมันหายไปแล้วครับ!!” คนที่คอยเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของสเปคกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ จู่ๆสัญญาณบนหน้าจอแสดงถึงตัวตนของสเปคได้หายไป
โจมองออกไปด้านนอกซึ่งมีกลุ่มเมฆทมิฬขนาดเล็กไม่กี่กลุ่มก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า “ทำลายพวกมันที่เหลือให้หมด”
จากนั้นไม่นานสเปคระดับล่างได้ถูกทำลายไม่เหลือซาก พวกเขารู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถจัดการสเปคระดับราชาได้
นอกจากนี้พวกเขารู้ว่าพวกสเปคได้ใช้เลือดทมิฬหลบหนี ตั้งแต่ที่เข้าร่วมกับสหพันธ์พวกเขาได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสเปคมาไม่น้อยจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากมายนัก
หลังจากนั้นสักครู่หนึ่งกองกำลังจากสหพันธ์ก็มาถึง โจได้กล่าวรายงานไปตรงๆ จากนั้นกองกำลังจากสหพันธ์ก็สำรวจบริเวณพวกสเปคเคยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจากไป
การต่อสู้ในอวกาศปัจจัยหลักๆคือต้องมียานรบที่ดีอาวุธที่ดี มันแตกต่างจากต่อสู้บนดาว หากเจอสเปคระดับราชาบนดาวแล้วล่ะก็จะต้องมีคนตายแน่นอน
การต่อสู้ในอวกาศอาจจะเอาชนะด้วยเทคโนโลยีได้ แต่ต่อสู้บนดาวเป็นอะไรที่ต่างกันมาก มันอยู่ที่ความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว หากอ่อนแอก็จะถูกฆ่าได้อย่างง่ายดาย และยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากสเปคระดับราชาที่ยกโขยงกันมาไม่ได้ต่อสู้กันในอวกาศแต่เป็นบนดาวแทน ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีคนตายมากมายเท่าไร แม้ว่าตัวโจเองจะเหนือขีดจำกัดไปแล้วแต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องทุกคน
คิดได้เช่นนั้นโจก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขาหันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังดีใจในชัยชนะครั้งนี้ เขารู้สึกยินดีที่ทุกคนไม่เป็นอะไร ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เขามีความรู้สึกผูกพันธ์กับคนเหล่านี้และไม่อยากให้ใครตาย
บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าพวกพ้อง?
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นแผนการของพวกสเปคสองตนนั้นที่อยากกำจัดราชาตนอื่นๆ อย่างไรก็ตามสุดท้ายสหพันธ์ก็เป็นผู้ได้กำไรในครั้งนี้เพราะพวกเขาสามารถกำจัดระดับราชาได้หลายร้อยตน
ลองคิดดูว่ากว่าจะสังหารราชาได้สักตนพวกเขาต้องบุกเข้าไปในอาณาเขตของราชาถึงจะสังหารได้สักตน แต่นี่พวกมันพากันมาตายง่ายๆจะไม่ให้พวกเขารู้สึกดีใจได้อย่างไร
หลังจากนั้นสหพันธ์ก็ได้มีการจัดเลี้ยงฉลองแด่ชัยชนะครั้งนี้ พวกเขาสูญเสียยานรบและกำลังพลไปเล็กน้อยแลกกับราชาร้อยกว่าตนถือว่าคุ้มค่า
นอกจากนี้ผู้ที่เสียชีวิตครอบครัวของพวกเขาได้รับทรัพย์สินจำนวนหนึ่งซึ่งพอที่จะมีกินไปจนตาย
ทุกคนเพลิดเพลินไปกับอาหารแปลกๆหลายอย่าง พวกมนุษย์มีบางอย่างที่กินได้กับกินไม่ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่กินได้ก็มีมากพอที่จะทำให้ทุกคนอิ่ม
หลังจากงานเลี้ยงจบลงทุกฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โจและคนอื่นๆไม่ได้กลับดาวโลกแต่อย่างใดและพักอยู่ในสหพันธ์ เนื่องจากผู้นำไซน๊อตได้เรียกได้ให้ทุกเผ่าพันธุ์รอคอยก่อนเพราะมีเรื่องจะประกาศในอีกไม่กี่วัน
ทุกคนต่างรู้ว่าต้องเป็นเรื่องของสงครามเสมือนอย่างแน่นอน จากเหตุการณ์ที่อยู่ๆพวกสเปคบุกมาทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันนี้ชั่วคราว อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าผู้นำไซน๊อตจะสรุปออกมาอย่างไร จะให้เริ่มแข่งใหม่หรือจบแค่นี้?
สามวันต่อมาตามเวลาโลก ทุกคนได้มารวมตัวกันที่ลานกว้าง พวกเขาต่างรวมกลุ่มใครกลุ่มมันและยืนเข้าแถวเป็นระเบียบในที่ของตน
ไซน๊อตได้มาถึงเป็นคนสุดท้าย เขาขึ้นไปบนแท่นในขณะที่ทุกคนเงียบลง
"ผมและคณะตัวแทนได้ตัดสินใจเรื่องสงครามเสมือนเป็นที่เรี่ยบร้อยแล้วว่า สงครามเสมือนครั้งนี้ให้จบลงแค่นี้และยึดลำดับตามคะแนนที่แต่ละเผ่าพันธุ์มีอยู่ในเวลานั้น เดี๋ยวอีกสักครู่พวกคุณก็เข้าไปดูในเครือข่ายแล้วกัน…มีใครคัดค้านอะไรไหม?"
ทุกคนเงียบและไม่มีใครคัดค้านแต่อย่างใด จากนั้นไซน๊อตก็พูดขึ้นต่อว่า
“และเรื่องสำคัญที่ผมจะประกาศให้ทุกคนทราบคือ สหพันธ์จะใช้โอกาสนี้ยึดอาณาเขตของพวกสเปค…ตอนนี้มีหลายร้อยอาณาเขตที่อ่อนแอเนื่องจากการตายของพวกราชา ขอให้ทุกคนมุ่งหน้าออกไปจากเขตชายแดนและยึดอาณาเขตให้ได้มากที่สุด!! เข้าใจหรือไม่?!!”
“เข้าใจครับ/ค่ะ”
“งั้นแยกย้ายได้!!”
หลังจากนั้นโจก็หันมาพูดกับคนอื่นๆ
“ดูเหมือนว่าจะกลับโลกไม่ได้ซะแล้วล่ะ”
หลายๆคนมีสีหน้าเศร้าเพราะที่โลกยังมีครอบครัวของพวกเขาอยู่ แต่ก็มีไม่กี่คนที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง คนเหล่านี้ไม่มีพันธะใดๆที่โลก
“มันเป็นหน้าที่ของพวกเรา พวกเราคือผู้เสียสละเพื่อทำให้บ้านเกิดเข้มแข็งขึ้น” มายด์กล่าวขึ้นมาให้กำลังใจทุกคน เธอเองก็มีปู่ที่แก่ขึ้นทุกวัน และตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้วตั้งแต่จากมา ไม่รู้ว่าน้องสาวของเธอและปู่จะเป็นอย่างไรกันบ้าง
“ไปกันเถอะ พวกเรามุ่งหน้าสู่ชายแดน” โจกล่าว
การไปชายแดนครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะได้พบการต่อสู้อีกมากแค่ไหน และอีกนานแค่ไหนกว่าจะมีโอกาสได้กลับโลก