หลังจากที่ข้าหาข่าวมากมายเสร็จแล้ว ข้านั้น ได้คิดทบทวนหลายๆอย่าง ข้าก็เลยทะยานตัวกลับมายังห้องพักอันหรูหรา ที่ข้านั้นพักอาศัย เมื่อมาถึงข้าก็เริ่มทำการเข้าสู่ห้วงความคิด เมื่ออยู่ในห้วงความคิดเเล้วข้าจึงมาคิดดูว่าวันนี้ข้าควรไปศึกษาในโลกแห่งหนึ่ง
คิดมิทันจบข้าพลันเดินเข้าไปยังประตูสู่โลกใหม่ ข้ากลายเป็นแค่จิตวิญญาณล่องลอยไปทั่ว เห็นการกระทำหลายๆอย่างมากมาย
จู่ๆจิตวิญญาณข้าพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อยอยู่ดีๆ ข้าก็เข้าไปอยู่ในร่างของเด็กน้อยเสียแล้ว เอ่อ... ในโลกนี้พอ อายุย่างเข้า 80 คนเราก็เริ่มที่จะเสื่อมหรือเข้าสู่การนิทรานิรันดร์ดังนั้น ถ้าข้า พลันเที่ยวเล่นในโลกแห่งนี้จนข้าสิ้นลมหายใจและกลายเป็นวิญญาณอีกครั้ง
ในโลกของข้าเวลา 80ปีในโลกนี้ก็เท่ากับ เกือบ 2 ชั่มยามในโลกของข้าสินะ ฮ่าๆๆไม่ใช่ปัญหาหละนะ
เอาหล่ะ ตอนนี้ข้าก็อายุ 15 แล้ว พลันเท่ากับโลกแห่งความเป็นจริง ไม่อยากเชื่อว่าข้าคนนนี้จะมานั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน ฮ่าๆๆ บอกใครไปใครจะเชื่อ ฮ่าาๆๆ
ในโลกสังคมการเป็นอยู่ว่ามีดีเยอะกว่าชั่ว การต่อสู้ก็น้อยมาก สำหรับคนที่มีการต่อสู้ในโลกนี้ส่วนมาก จะเป็นการที่คนนิสัยไม่ดีชอบหาเรื่อง หรือที่เรียกว่านักเลงนั้นชอบทำกัน
แต่พวกนี้ก็มีทั้งดีและชั่ว นักเลงชั่วก็เที่ยวขืนใจผู้อื่นแม้แต่ผู้หญิง ข้าเลยสั่งสอนมันไปนิสหน่อยย ฮ่าๆๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าในร่างของมนุษย์จะอ่อนแรงเช่นนี้ แต่ข้านั้นออกกำลังกายทุกวัน ดังนั้นข้าจึงพลันแข็งแกร่ง พอๆกับใน โลกที่ข้าอยู่
เพียงแต่ว่าข้าไม่มีลมปราณก็แค่นั้นแหละ !!!
ข้านั้น เกิดในครอบครัว ของเศรษฐีระดับประเทศ !! ข้าอู่ในสถานที่ ที่เรียกว่า จังหวัดสตูล ในประเทศที่ชื่อว่าประเทศไทย ซึ่ง ในโลกนี้นั้นมีหลยประเทศ ประเทศที่เป็นใหญ่อยู่ก็คือ จีน อังกฤษ อเมริกา เกาหลีเหนือ...มั้ง.!! ภายในโลกนี้หรือประเทศไทยนี้ข้าชื่อเล่น ไรเซล และชื่อจริงนามสกุลว่า "ณฤคราช อริยเจริญผล"เพื่อนๆข้ามักแปลกใจเหตุใด คนไทยแบบข้าจึงมีชื่อเล่นที่แปลกประหลาด ต่างจากวัฒนธรรมไทย
แต่ข้าก็หาได้ใส่ใจไม่ เพราะสิ่งที่ข้าทำอยู่ใช้เวลาแค่ 80 ปี กว่าๆล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ แต่ในโลกข้าแค่ เกือบๆ2ชั่วยาม ข้าใช่สิ่งที่หนักใจไม่ ข้านั้นมีใช่วันล่ะ
10000 ที่นี่เขาเรียกว่า บาท หรือก็คือ 10000 บาท แต่ในโลกนี้ประเทศแต่ล่ะประเทศใช้สกุลเงินไม่เหมือนกัน ซึ่งแตกต่างจากโลกข้าโดยสิ้นเชิง เพราะในโลกข้าทั้งโลก ก็ใช้สกุลเงิน เหรียญ ตำลึง
ชุดเสื้อผ้าในโลกนี้มีสีสันกว่าโลกที่ข้าอยู่มาก
ตั้งแต่ข้ามาโลกนี้ ข้าได้เข้าใจถึงระหว่าง คนรวย กับ คนจน ซึ่ง ถ้าคนรวยเป็นคนดีก็ว่าไป แต่คนรวยส่วนมากจะดูถูกผู้ที่ต่ำต้อยกว่า ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะคนที่ต่ำต้อยนั้น ไม่ยอมทำมาหากิน ให้ได้มีเงินในระดับเดียวกับคนนั้น ซึ่งเรื่อง มันการดีและไม่ดีสำหรับคนโลกสวย
การดีคือ ทำให้คนที่ถูกเหยียดหยามนั้น มีแรงฮึด แต่ในประเทศไทยนี้ คนขี้เกียจกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะลูกคนรวย ทุกคนๆ ยังไม่อยากไป โรงเรียนเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้านั้น เป็นที่รู้จักแทบทั้งเมืองไทย พระข้านั้นเป็นผู้ชอบใฝ่การเรียนรู้ เก่งในทุกด้าน แถมเกิดมารวดหล่ออีกด้วย
แต่สิ่งข้าต้องการจริงๆในโลกนี้มันกลับไม่มี ข้าเข้าทำงานกรม NASA ซึ่งเกี่ยงกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า มีอยู่รอบตัว ในโลกของข้า วิชายุทธคงจะเรียกว่าวิทยาศาสตร์ด้วยมั้ง ฮ่าๆๆ คงไม่ใช่ ใสใส ไสยศาสตร์ไรท์: ใส่มุกไปดิ้นั่นแน่นอน เพราะไสยศาสตร์คือสิ่งที่ไม่มีตัวตนและมองไม่เห็น ซึ่งในยุคของข้านั้นไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ มีแต่วิชา ที่เกิดเป็นรูปลักษณ์
สิ่งที่ทำให้ข้าเข้าไปยัง NASA นั้นเป็นเพราะว่า เขามาชวน !! ฮ่าาๆๆ ข้าว่าไปนั่นแหละที่จริงแล้ว ข้าก็จะเข้าอยู่แล้วหล่ะ เพราะข้าชอบเรื่องดาราศาสตร์มากเนื่องจาก ทำให้ข้ารู้ว่า โลก ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว อย่างที่ข้ามายังโลกนี้ด้วยวิธีเข้าฌาณ
ข้านั้นตอนนี้ อายุ 30 แล้ว หาได้มีภรรยาไม่ ฮ่าๆ เพราะข้าสนใจแต่การค้นหา โลกต่างๆ ข้าพยายาม อย่างมาก ในการสร้างสิ่งหลายๆ อย่างจนเลื่องชื่อ ในโลกนี้ โดยฉายาว่า ว่า "ไรเซล ผู้บุกเบิกแห่งจักรวาล" ฉายานี้ได้มาก็เพราะข้าสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า เครื่องเดินทางความเร็วแสง ซึ่งหลักการมันก็ไม่ง่าย และก็ไม่ยาก แต่คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่ามันยาก ฮ่าาๆ หลังจากนั้น ในวัย34 ปี จนถึงวัย 45ปี ข้าได้มีครอบครัวกับภรรยาเพราะต้องการผู้สือทอดตระกูล มิใช่ว่าข้าชอบนางมากหรอก ข้าได้ลูกมาถึง โหลนึง
ตอนนี้ข้านั้นได้ออกเดินทางทั่วจักรวาลและแล้วความหวังของข้าก็เป็นจริง ข้าได้พบกับ โลกใบใหม่มีชาวมนุษย์ที่รูปร่างแตกต่างจากมนุษย์แบบเราอย่างสิ้นเชิง
ความสามารถก็เช่น มนุษย์เช่นนี้ เป็นมนุษย์ที่มีเปลือกนอกเป็นโลหะ เปลือกในก็เป็นมนุษย์แบบเราๆ อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆล้ำกว่าเรามาก เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถสร้างเครื่องอวกาศความเร็วแสงได้ ฮ่าๆแต่ข้าทำได้นะ จ้างข้าได้นะ
ข้าได้ไปประสานสัมพันธ์ ในดินแดน เป็นพันธมิตร ผู้คนที่ติดตามข้ามาพร้อมกับยานนั้นมีอยู่ 16 คนรวมถึงตัวข้า พวกเขาอีก 2 ชายหญิง ต้องอยู่ในโลกแห่งนี้เพื่อเรียนรู้ต่างๆ เพราะพวกเข้าทุกคนในที่นี้ก็มีความสามารถในการสร้างยานอวกาศระดับความเร็วแสง
ข้าจึงมิคิดมากในเรื่องต่างๆ หลังจากนั้นตัวข้าก็เริ่มออกเดินทางไผยังดาวดวงต่อๆไป จนข้าเหลืออยู่กับ อิสตรีนางหนึ่ง ข้ากับนางเป็นบุคคลสุดท้ายในยานลำนี้
นางมีชื่อ เอลิซ่า เจซซี่ ชื่อนางเรียกยากมาก ข้าเลยเรียกนางว่า"เจซ" นางเป็นคนร่าเริง อายุ เพียง 39 นางยังไม่มีสามีข้าที่อายุ 48 ปี แต่หน้าตาข้าและผิวพรรณข้านั้นเท่ากับเด็กอายุ 16-18เนื่องจากการสร้างยาอายุวัฒน ซึ่งทำให้กลับมาเด็กอีกครั้งหรืออายุยืนขึ้น
ซึ่งมันเป็นผลงานที่โด่งดังมากสำหรับในโลกที่ข้าจากมา แต่ในโลกที่ข้าอยู่ มันแทบจะเป็นเรื่องปกติ มากๆฮ่าๆ
อิสตรีนางนี้นั้น ชอบข้ามากๆ ทั้งๆที่นางรู้ว่าข้ามีภรรยาแล้วก็ตามในโลกแห่งนี้การทีภรรยาหลายคนนั้นมิใช่สิ่งดีเลย ไม่มีใครชอบการกระทำแบบนี้
เพราะคนในโลกนี้นั้นรักเดียวกันทั้งนั้น แต่สำหรับคนรวยมันก็อีกแบบนึงอ่ะนะ ในเมืองไทยที่ข้าเคยอยู่เขาเรียกพวกนี้ว่า เพลย์บอย ซึ่งข้าน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ฮ่าๆ
อยู่อิสตรีในยานลำนี้ก็เดินมาหาข้าที่นอนอยู่บนเตียงในยานลำนี้ รู้สึกว่านางจะเฝ้าคอยการที่ข้ากับนางได้อยู่กันด้วยกันสองต่อสองมา นานมากแล้ว
ข้าถามเดินมาถึงเตียงข้าที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ จู่ๆนางก็ถอดเสื้อของนางออก นางนั้นเป็นคนที่สวยน่ารักมากๆ บางครั้งที่อยู่ในยานนางก็ชอบเอาส่วนล่างมาถูกับจุดภูมิศาสตร์ของข้าบางครั้งข้าก็มีอารมณ์มากๆ แต่เมื่อครานั้น ยังมีผู้คนอีกตั้งเยอะจึงไม่กล้าที่จะทำอะไรผิดแผลกไป
จึงได้แค่เก็บความรู้สึก แต่..ในวันนี้มีแค่เราสองคนนางกล่าวกับข้าว่า "ฉันนั้นรอเวลานี้มานานมากแล้ว... ทำไมเราไม่ลองมีเซ็กส์กันดูหล่ะ" ในโลกนี้ภาษาอังกฤษนั้นคำว่า เซ็กส์นั้นหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์หรือมีอะไรกันนั้นแหละ
นางกล่าวจบนางก็พลันขึ้นมานั่งทับส่วนร่างของข้าทำให้เจ้าตัวน้อยตื่นซะงั้น TT แต่ข้าก็มิได้ขัดขืน เพราะนี่คือโลกที่ข้าอยฟุ่แค่ชั่วคราวเท่านั้นจะหาความสุขซักเล็กน้อยก็มิเป็นอะไร
ยังไงๆบิดาของข้าก็เคยบอกกับข้าว่า เวลาเครียดก็หาความสุขใส่ซะบ้างข้าคิดว่านี่ก็เป็นความสุขอย่างนึง
ในโลกนี้นั้นความรู้สึกทางเพศนั้นง่ายกว่าโลกของข้าเป็น สิบๆ เท่าเลยเลยเหมือนกับว่าทุกอย่างมันหยุดยากไปหมด
นางเริ่มถอดกางเกงของข้า และทำภารกิจ
เวลาผ่านไป ครึ่งชั่วยาม ข้าจึงเริ่มลุกขึ้นจากที่นอนแล้วอาบน้ำล้างตัว หลังจากนั้นข้าจึงเริ่ม สำรวจหาดวงดาวต่อๆไป
จริงๆแล้วในโลกที่ข้าจากมานั้น หรือไม่ว่าจะโลกไหนเมื่อที่ข้าไปถึงและส่งพวกคนทั้งหมดนั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้ารู้ว่าจะไม่เปลี่ยนไปก็คือ อักขระสวรรค์ !!! ไม่ว่าข้าจะไปลงจอดที่โลกไหนข้าก็จะสามารถใช้มันได้ ไม่มีใครที่ล่วงรู้เรื่องอักขระสวรรค์ของข้าในโลกนี้ทั้งสิ้น
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงดาวดวงหนึ่งซึ่งมีบาเรียแสงสีขาวเป็นลายรังผึ่ง ป้องกันดาวดวงนี้ไว้ ข้ารู้แน่ชัดเลยว่า ดาวดวงนี้คือ โลกแห่งเวทย์มนตร์ ซึ่งข้าเคยอ่านในนิยายมังงะ และดูอนิเมะ มาหลายเรื่องจากโลกที่ข้าผ่านมา
เวทย์มนตร์นั้น เป็นสิ่งที่คล้ายๆกับการท่อง อักขระสวรรค์ที่ข้าค้นพบ 999 ภาษา
เมื่อร่ายบทจบก็มีเวทย์มนตร์ออกมา ข้าบอกเจซให้รออยู่ในยานส่วนข้าขออกจากยานไปสำรวจดาวดวงนี้ผู้เดียว
ข้าออกไปโดนไม่ใส่ชุดใดๆ ข้าเพียงร่ายอักขระสวรรค์"อากาศ " จึงทำให้ข้าหายใจ ในอวกาศที่สุญญากาศได้
นางเจซที่มอง ข้าอยู่บนยานพลันมีสีหน้าบิดเบี้ยว เนื่องจากตกใจ การกระทำของข้าหล่ะ
ก็แน่หล่ะข้าไม่ได้ใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจเลยนี่ แต่ข้าก็สั่งนางไปเป็นคำสั่งต้องห้ามเลยว่าห้ามออกมายังนอกยาน
ข้าเริ่มร่ายอักขระสวรรค์ "เพิ่มความเร็วแสง" ข้าพุ่งไปยังหน้าบาเรีย ข้าแตะบาเรียเข้าไป ซึ่งข้าเข้าไปได้เนื่องจากข้าเป็นมนุษย์ พุ่งไปยุงภายในโลก
เมฆสีชมพู ? เมฆสีฟ้า ? เมฆสีฟ้า โลกนี้แปลกประหลาดมาก ข้าเริ่มสำรวจเมฆอย่างรวจเร็วจนข้าได้รู้ว่า แกนของโลกนี้นั้นคือพลังเวทย์มนตร์ซึ่งแตกต่างจากอักขระสวรรค์อย่างสิ้นเชิง ข้ามุ่งลงไปพลันถาม จิตแห่งโลก
"ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนี้คือผู้ใดหรือ ท่านโลก "ข้าถามเข้าไปในจิตใจ เสียงแห่งโลกจึงตอบข้าว่า" เทรมิส ซึ่งอยู่ทางเดียวที่เจ้ากำลังจะมุ่งสู่ เมืองนี้ผู้คนล้วนใช้พลังเวทย์ได้เนื่องจากแกนของโลกมีพลังเวทย์ ที่สร้างจากอักขระสวรรค์ ที่มีระดับผู้ใช้อยู่ที่ สีรุ้ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของผู้ใช้อักขระสวรรค์ ซึ่งก็คือระดับเดียวกับเจ้านั้นแหละ"
ข้าอึ้งกับคำบอกเล่าไปชั่วขณะ เพราะในโลกที่จ้าอยู่ในอดีตนั้น ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าระดับผู้ใช้อักขระสวรรค์เลย
เสียงแห่งโลกรู้ความคิดของป่ายซือจึงกล่าวต่อว่า"ในปัจจุบันโลกที่เจ้าอยู่นั้นก็มีระดับการเป็นผู้ใช้อักขระแล้วด้วย แต่ผู้ที่ใช้อักขระระดับสูงสุดมีแค่ระดับ สีส้มซึ่งจะปรากฏอยู่ที่ด้านหลังของเจ้าเป็นอักขระ สีตามที่เจ้ามี หรือผู้อื่นมา ซึ่งของเจ้านั้นอยู่ในระดับสีรุ้งเพราะเจ้ามีความรู้ถึงการมีของอักขระสวรรค์ทั้ง 999 ภาษาซึ่งเป็นระดับที่หาได้ยาก หรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ผู้ที่จดจำได้ 999 ภาษาเช่นเจ้า ผู้ที่อยู่ในระดับสีรุ้งส่วนมากแล้ว จะจดจำอักขระสวรรค์ได้ไม่เกิน 600 ภาษาเท่านั้น ดังนั้นเจ้าเลยกลายเป็น จ้าวแห่งอักขระสีรุ้งไปโดยปริยาย"
หลังขากท่านโลกเล่าให้ข้าฟังก็ทำให้ข้าเริ่มเข้าใจอะไรหลายๆอย่างขึ้น ทว่าข้าบรรลุ 999 ภาษา ก่อนที่ข้าจะตายป่านนี้ตระกูลข้าคงรอดแล้วสินะ~
หลังจากขบคิดสักครู่ข้าจึงเริ่ม มุ่งไปยัง ผู้ที่เป็นเป็นใหญ่ของโลกที่ชื่อว่า เทรมิส
เอลิส เจ้าสามารถค้นหาผู้ที่ชื่อว่า เทรมิส ได้หรือไม่!!ข้าถามนางไปเพราะข้าอยากรู้ความสามารถของนางซึ่งนางก็เข้าใจความคิดของข้าในตอนนี้ด้วย
นางจึงตอบว่า "เรื่องง่ายๆ" พรึบ !!! "อยู่ทางตอนเหนืออีก 200 ลี้ ที่มีปราสาทใหญ่ ตั้งอยู่ เจ้าลองทะยานัวไปดูสิ่ "
ข้าลองคิดหลังจากฟังที่นางบอก เทรมิสผู้นี้ น่าจะเป็นจักรพรรดินี อย่างแน่นอน คงไม่มีชายไหนชื่อนี้หรอกเนอะ
ผ่านไป 1 ก้านธูป
ข้ายืนอยู่หน้าปราสาทใหญ่หลังหนึ่ง มีผู้ใส่ชุดเป็นเหมือนผ้าคุมยืนอยู่ ข้างหน้าประตู 2 คน ดูเหมือนจะเป็นทหารเวทย์ล่ะมั้ง
ข้าเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ทหารเวทย์ทั้งสองจ้องมองพิจารณาข้าอยู่ชั่วครู่นึงก่อนจะถามข้าออกมาอย่างหยาบคายว่า "เด็กน้อย เจ้ามาทำอะไรแถวนี้ แต่งตัวก็ดูพิกล ฮ่าๆ"
ข้าเห็นกิริยาแบบนั้นแล้วข้าอยากจะปริปากมองบนจริงๆฮ่าๆ ข้าจึงกล่าวไปว่า " ข้าขอเข้าพบท่านเทรมิส ช่วยบอกท่านเทรมิสด้วยว่า ข้ามาจากต่างโลกขอเข้าพบ!!!"
ทหารเวทย์ทั้งสองมีสีหน้าที่อัปลักษณ์เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก เพราะในโลกนี้ยังไม่เคยค้นพบมนุษย์ต่างโลกผู้ใดเลย
ทหารเวทย์อีกคนเรียบวิ่งตรงเข้าไปยังด้านในวังก่อนจะกลับมากลับ ผู้ที่แต่งตัวคล้ายๆกันแต่รู้สึกว่าจะระดับสูงกว่าอาจจะเป็นขุนนาง
เดินออกมา 2 คน พร้อมกับ ทหารเวทย์อีกคนนึงที่เข้าไปยังปราสาทเมื่อครานั้น
ขุนนางผู้นั้นกล่าวด้วยวาจาไพเราะว่า "เชิญคุณชายเข้าไปข้างในก่อนเลยขอรับ ท่านจักพรรดินี กำลังลงมารอที่ห้องรับแขกขอรับ"
อื้ม !! ข้าตอบสั้นๆก่อนจะเดินตามขุนนางทั้งสองไปจนถึงในตัวปราสาท มีสิ่งของมากมายที่ล่องลอยอยู่แม้แต่ไม้ที่อยู่ใต้ต้นไม้
ข้าเดินจนถึงห้องรับแขก มีสาวสวยผู้หนึ่งนั่งอยู่นางมีอายุกว่า 1000 ปีแล้ว จากการที่เอลิสบบอกข้าภายในจิต
ข้าโค้งคารวะแบบชาวโลกข้า ทำให้นางนั้นตกใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า "เชิญนั่งเถอะ "
ข้าเข้าไปนั่งก่อนจะกล่าวว่า "ที่นี่คือโลกแห่งเวทย์เช่นนั้นหรือ ข้านั้นมาจากโลกแห่งเทคโนโลยีซึ่งไม่มีพลังเวทย์แบบโลกของท่าน อยากจะกระชับมิตรภาพสักหน่อย"
"ใช่แล้ว โลกแห่งนี้นั้นมีพลังเวทย์กันทั้งนั้น หากเจ้าเข้ามาโลกนี้แล้ว นั้นเท่ากับว่าเจ้าจะต้องฝึกพลังเวทย์ด้วย เนื่องจากเมื่อผู้ใดเข้ามายังสู่โลกแห่งนี้เมื่อมีพลังเวทย์แล้วจะมีติดตัวไปตลอดกาล ข้าแนะนำว่าเจ้าควรฝึกไว้นะ"จักพรรดินีกล่าว
ข้าพลันยิ้มเล็กน้อยให้ก่อนจะถามว่า โลกนี้มี ระดับแห่งเวทย์หรือไม่ ท่านจะช่วยตอบข้อสงสัยให้ข้าหน่อยได้รึเปล่า ?"
"มีสิ มีอยู่แล้ว หากเริ่มจากตอนนี้อย่างตัวเจ้า ระดับพลังเวทย์ อยฟุ่ในระดับเริ่มต้น เจ้าสามารถฝึกมันจนถึงระดับ จอมเวทย์ ได้เลยแต่อาจจะใช้เวลานานเช่นข้าสักหน่อยฮ่าๆ"
"หื้ม... ช่างน่าสนใจ แล้วมันมีกี่ระดับหรือ"ข้าถามห่อนจะหยิบถ้วยชาที่คนรับใช้ของปราสาทนำมาตั้งไว้
ข้าตรวจดูว่ามีพิษหรือ ผลคือไม่มีจึงถือว่าปลอดภัย รู้สึกว่านางจะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่นางดูเหมือนผู้ชายสะมากกว่า ห้าวๆอย่างไงก็ไม่รู้อ่ะT.T.
"อ้อ .. ในโลกนี้จัดระดับอย่างนี้ ข้าจะเรียงจากต่ำไปถึงระดับสุดท้าย มีขั้นต่ำ กลาง สูงสุดระดับเริ่มต้นระดับเวทย์ฝึกหักระดับนักเวทย์ระดับผู้เชี่ยวชาญเวทย์ระดับปรมจารย์เวทย์ระดับจอมเวทย์ระดับจักพรรดิเวทย์ระดับตำนานเทพสงคราม
ซึ่งข้านั้นอยู่ในระดับจอมเวทย์ ขั้นสูงสุด อีกสัก 200ปีข้าน่าจะทะลวงระดับจักพรรดิเวทย์ได้หล่ะมั้ง"
นางกล่าวตอบพลันยิ้มแย้ม"หื้มช่างเป็นสิ่งที่น่าถูกใจจริงๆ ถ้างั้นข้าจะขอเรียนจากท่านโดยโตรงได้รึไม่ ?"
"โฮะ โฮะ ช่างเป็นเกียรติ กับข้ายิ่งนักแต่ท่านคงมีของแลกเปลี่ยนอยู่ใช่ไหมหล่ะ"
ข้ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า "ใช่แล้ว ข้าจะมอบเทคโนโลยีการสร้างยานให้กับท่าน คิดว่าจะพอหรือไม่?"
นางเหลือกตาเล็กน้อย ดูท่านางจะสนใจกับข้าตกลงนี้เป็นอย่างมาก
"ตกลง ตกลง .. ข้อเสนอท่านช่างเป็นสิ่งที่ข้าต้องการมาก จะได้ย่นระยะเวลาจาก 200 ปีเป็นปีนี้เลยก็ดี "
"เอ๊ะ หมายความว่าไงหรือท่านจักรพรรดินีเทรมิส?"ข้ากล่าวถามด้วยงงงวยเล็กน้อย
"อ้อ เมื่อข้าสามารถทะลวงระดับจักรพรรดิเวทย์ได้ ข้าก็จะสามารถเปิดมิติได้ยังไงหล่ะ สะดวกดีมั้ยหล่ะ"
เมื่อข้าได้ยินเช่นข้ารู้สึกถึงความกระปี้กระเป่าเลยจึงกล่าวต่อไปว่า "โอเครท่างั้นข้าจะขอนำยานของเราลงจอด ในพื้นที่ของท่านด้วยได้หรือไม่ เพื่อให้ท่านศึกษาและลองทำสร้างดูใช้เวลาไม่ถึง 5 ปี ข้าเชื่อว่าท่านจะสามารถสร้างมันเสร็จได้"
"ดี ดีเลย ถ้างั้นท่านรับไปเถิดแล้วนำมาจอดข้างปราสาทข้า มีพื้นที่ว่างอยู่ ทางนั้นเป็น ด้านเทคโนโลยีเช่นกัน!!"
พอนางกล่าวจบข้าจึงทำตามมารยาทก่อนจะกลับไปยังยานด้วยการลอยขึ้นไป โดยเวทย์ลอย ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานของโลกนี้ที่นางสอนข้าแค่ 1 ก้านธูป
ข้าลอยกลับมายังยานพบเจซนั่งเขียนรายงานอยู่ ข้าจึงเรียกให้นางเปิดประตูให้ข้าเข้าไปโดยการใช้อุปกรณ์สั่นที่นางกับข้ามีอยู่คนละชิ้น นางจึงหันมาและเริ่มเดินมาเปิดประตูให้ข้าเข้าไป
หลังจากนั้นข้าก็บอกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ให้นางแล้วพายานดิ่งลงโลกแห่งเวทย์ หลังจากนั้นข้ากับจักพรรดินี ก็แลกเปลี่ยนความรู้กันจน สร้างยานให้นางเสร็จ ข้าก็อยู่ในระดับจอมเวทย์ซึ่งนางนั้นตกใจมากเพราะข้าสามารถดูดซับเวทย์ได้เร็วมากๆ
จนเวลาผ่านไป 50 ปี ข้าจึงเข้าถึงระดับตำนานเทพสงครามซึ่งนำระดับของจักพรรดินีแล้ว ซึ่งนางรู้สึกอิจฉาข้าอยู่บ้าง นางบอกอยากแต่งงานกับข้า เพราะนางยังไม่มีคู่ครอง ข้าจึงบอกนางไปว่า ข้าเหลือเวลาอีกแค่ 5 ปีข้าก็จะกลับเข้าสู่กระแสวิญญาณแล้ว นางจึงจัดงานแต่งกับข้าส่วนเจซที่มากับข้านั้นก็ได้เป็นภรรยาลับของข้ามีลูกด้วยกันแล้ว 3 คน ซึ่งจักรพรรดินีนางก็รู้ดีแต่สำหรับโลกแห่งนี้แล้วจะมีเมียกี่คนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
ข้าจึงยอมแต่งกับนาง ตามเดิมข้าก็ต้องมีอะไรกับนาง นางเป็นผู้หญิงที่หื่นกระหายมากๆซึ่งตลอด พันปีที่ นางมีชีวิตอยู่ นางยังไม่เคยเสียซิงให้ใครเลย
จึงทำให้นางในตอนนี้ ไม่ต่างกับสาวน้อยไร้เดียงสาตลอด 5 ปี ข้า ได้ ลูก แฝด 3 1ครั้ง แฝด 2 1ครั้ง และเดี่ยว 1 คน ซึ่งหลังจากลูกคนสุดท้ายเกิดข้านั้นก็ได้สิ้นชีพไปเเล้วเนื่องจากข้านั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ที่กำหนด วันตายเองได้ ที่จริงข้าควรได้ ตายตั้งแต่ 80 ปี แล้ว แต่ ข้า บังคับสังขาลมาจนถึง 100 ปี ซึ่งเจซได้สิ้นชีพเมื่อ 82 ปี นางแก่หนังเหี่ยวอย่างแท้จริงเพราะนางเป็นเพียงแค่นักเวทย์ ไม่ใช่ระดับสูงๆ ข้านั้น อาจจะอยู่ระดับสูงก็จะ อย่างระดับ
ตำนานเทพสงคราม ข้าควรมีอายุเป็น 10000 ปี แต่ข้าได้กลั่นอายุนั้น เข้ามายังร่าง ของข้าที่ข้านั่งเข้าฌาณอยู่ในโลกแห่งลมปราณ หลังจากนั้นข้าจึงปริตาตื่นขึ้น
ถึงแม้ในโลกนั้นข้าจะใช้เวลาไปตั้ง 100 ปี แต่สำหรับโลกของข้า ก็แค่ เกือบ 1 ชั่วยาม ข้าลุกจากการนั่งชาญก่อนจะลองทดสอบ การใช้เวทย์ที่ข้าได้จากการโลกแห่งเวทย์ ซึ่งมันเข้าหลอมรวมกับจิตวิญญาณข้า จึงทำให้ข้านั้น ใช้เวทย์ได้และ อยู่ในระดับตำนานเทพสงคราม เท่าเดิม!!!
ฮ่าๆๆ ข้าสามารถเปิดมิติ ได้ทุกที่ไม่ว่าจะต่างโลกหรือไร หรือแม้แต่โลกที่ข้าเพิ่งตายไป และ โลกที่ มีเมืองไทย โลกนี้เป็นโลกแห่งเทคโนโลยี คนแบบข้าไป โลกคงดับอ่ะนะ!!! ฮ่าๆ
ชดเชย 3 วันที่หยุดไป เนื้อเรื่องยาวไปอีก อิ่มใจคนอ่านแน่นวลช่วยๆกันโดเนทได้นะครับ True wallet:0645303024คนเขียนไส้แห้งแย้ววว ฮ่าๆ