“ช้าก่อน! เจ้ายังไปไม่ได้!”
เซียวยู่หลงก้าวเดินออกมาทางด้านหน้าอย่างรีบร้อนและขวางทางเซียวเช่อ
เซียวยู่หลงเดินเข้าหาเซียวเช่ออย่างรวดเร็วขณะเดียวกันก็กล่าวด้วยใบหน้าอันเที่ยงธรรมว่า “ทุกคนล้วนล่วงรู้ว่าเซียวเช่อเพียงแต่งงานได้เมื่อสี่วันก่อนและบุคคลที่มันแต่งงานด้วยก็คือโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่องบุตรสาวผู้สูงส่งจากตระกูลเซี่ย-เซี่ยชิงเยว่ทว่าทุกท่านไม่สมควรลืมเลือนเหตุผลที่เซี่ยชิงเยว่แต่งให้แก่เซียวเช่อ!ทั้งหมดล้วนเนื่องมาจากเซียวยิงบุตรชายของผู้อาวุโสห้าได้ช่วยชีวิตของนางไว้เหตุผลแรกเพื่อทดแทนบุญคุณ เหตุผลที่สองเพื่อรักษาสัญญาการหมั้นหมายสิบหกปีก่อนคนที่นางควรแต่งงานด้วยควรเป็นบุตรชายที่แท้จริงของเซียวยิง…ไม่ใช่เด็กกำพร้าซึ่งไม่มีแม้แต่สายเลือดตระกูลเซียวที่อยู่ๆปรากฏตัวจากไหนก็ไม่รู้!”
คำพูดของเซียวยู่หลงทำให้ฝูงชนระลึกขึ้นได้สาเหตุที่เซี่ยชิงเยว่แต่งให้แก่เซียวเช่อล้วนเพราะคำมั่นเมื่อสิบหกปีก่อนเมื่อเซียวเช่อมิใช่บุตรชายตามสายเลือดของเซียวยิงเช่นนั้นการแต่งงานนี้ล้วนเป็นความผิดพลาดอย่างที่สุด!
…และเมื่อมันเป็นข้อผิดพลาด เช่นนั้น…
เซียวเช่อไม่หันกลับหลังทว่าตอบคำด้วยเสียงเย็นชา “เซียวยู่หลงนี่ไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้าที่จะสอดแทรกเรื่องการแต่งงานของข้า”
“ไม่ นี่เป็นเรื่องของข้าด้วย”เซียวยู่หลงยิ้มเย้ยหยันพร้อมกล่าว “ในตอนนี้เมืองเมฆาล่องทั้งเมืองรู้ว่าโฉมงามอันดับหนึ่งของเมืองตบแต่งเข้าตระกูลเซียวเราเรื่องในวันนี้ถูกเปิดเผยทุกผู้คนล้วนล่วงรู้ว่าโฉมงามนางนั้นมิได้แต่งให้แก่ตระกูลเซียวทว่าแต่งกับลูกสำส่อนที่ตระกูลเซียวลำบากเลี้ยงดูมากว่าสิบหกปีมันจะกลายเป็นเรื่องตลกขนาดไหน!” มันเบนสายตาไปจ้องมองยังเซี่ยหงอี้ผู้ยืนเงียบงันอยู่ด้านหลังฝูงชนเซียวยู่หลงเพิ่มระดับเสียงขึ้นพร้อมกล่าวต่อว่า “อาจารย์เซี่ยจากที่ยู่หลงเคยได้ยินมา ท่านและเซียวยิงสาบานเป็นพี่น้องเป็นเวลาหลายปีและเป็นความปรารถนาของท่านที่จะให้บุตรสาวตบแต่งแก่เซียวเช่อมานาน อย่างไรก็ตามเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เซียวเช่อผู้นี้มิใช่สายเลือดตระกูลเราเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาจากที่ไหนไม่ทราบได้ข้าคาดว่าท่านคงรู้สึกสับสนและคงยอมรับได้อย่างยากลำบากอย่างแน่นอน”
เซี่ยหงอี้ยังคงเงียบงันทว่าสีหน้าของเขายับย่นอย่างที่สุด
ในตอนนี้เองเหล่าศิษย์ตระกูลเซียวซึ่งไม่อาจทนเห็นเซียวเช่อตบแต่งเซี่ยชิงเยว่ได้พบโอกาสในการปลดปล่อยความโกรธแค้นและเริ่มต้นร่ำร้องตะโกน
“เซียวยู่หลงพูดถูกแล้ว!เซี่ยชิงเยว่เป็นของตระกูลเซียวเรา ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันไม่ใช่คนในตระกูลการแต่งงานถือเป็นโมฆะ!”
“ผู้อาวุโสห้าตระหนักดีว่าเซียวเช่อมิใช่คนในตระกูลทว่ายังคงเดินหน้าตบแต่งเซี่ยชิงเยว่เข้ามา…นี่ช่างเป็นการแต่งงานผิดฝาผิดตัวที่น่าละอายอย่างที่สุด”
“เจ้าสวะไร้ราคาเช่นเซียวเช่อล้วนไม่คู่ควรกับเซี่ยชิงเยว่ตั้งแต่แรก!ยกเลิกการแต่งงานนี้ไปซะและขับมันออกไปจากตระกูลเรา!”
“อาจารย์เซี่ย! ท่านพูดอะไรบ้างสิ…ท่านไม่โกรธเคืองรึไงที่ถูกหลอกลวงโดยอาวุโสห้าและเซียวเช่อมาตั้งหลายปี? ท่านจะปล่อยให้การแต่งงานของบุตรสาวท่านกลายเป็นเพียงเรื่องตลกงั้นรึ?”
…………………………………
เสียงเย้ยหยัน วิพากษ์วิจารณ์ ยินดีปรีดาด่าทอ และแม้กระทั่งเสียงผู้คนที่คอยยุยงรอบข้างดังมาให้ได้ยิน…คนที่ริษยาในตัวเซียวเช่อที่ได้แต่งงานกับเซี่ยชิงเยว่ล้วนสามารถหาทางระบายความโกรธของพวกมันออกมาในที่สุดและด้วยเสียงตะโกนแต่ละครั้ง คำด่าทอยิ่งมายิ่งเสียดแทงใบหูผู้รับฟังเมื่อพวกมันทั้งหลายล้วนยืนอยู่บนฝั่งที่ “ถูกต้องชอบธรรม”ทุกผู้คนล้วนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยใบหน้าเที่ยงธรรมดุจดังอยู่ในการพิจารณาคดีความอันใด
ขณะนี้เองเซียวหยุนไห่ตัดสินด้วยสีหน้าเยือกเย็น “เซียวเช่อ เจ้าได้ยินทุกผู้คนแล้วเจ้าไม่มีสิทธิ์ได้ตบแต่งกับบุตรสาวผู้สูงส่งของตระกูลเซี่ยเพื่อมิให้ตระกูลเซียวเราต้องกลายเป็นตัวตลกของเมืองเมฆาล่องและเพื่อมิให้ละอายต่อตระกูลเซี่ยจงส่งมอบหนังสือแต่งงานออกมาซะก่อนที่เจ้าจะออกไปจากตระกูลเซียว”
เซียวเช่อไม่เอ่ยคำใดเมื่อชายหนุ่มสอดมือเข้าไปในอกเสื้อพร้อมนำหนังสือแต่งงานออกมา…เขาพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลาเนื่องจากจำนวนผู้คนในตระกูลเซียวที่ต้องการทำลายหนังสือแต่งงานนี้มีมากมายนับไม่ถ้วน
เมื่อเซียวยู่หลงมองเห็นหนังสือแต่งงานมันรีบพุ่งตัวเข้าหาทันทีด้วยหวังจะชิงมา ทว่าเซียวเช่อกลับขยับไปด้านข้างและยัดเยียดหนังสือนั้นลงบนฝ่ามือของเซี่ยชิงเยว่
เซี่ยชิงเยว่ถือหนังสือแต่งงานไว้ตามสัญชาตญาณดูคล้ายยังงงันอยู่บ้าง
“ในฐานะสามีภรรยาการตัดสินใจว่าเราสองควรคงอยู่หรือแยกจาก สมควรเป็นเรื่องของเราเพียงสองคนแม้แต่เทพเซียนก็ไม่มีสิทธิ์สอดแทรก” เซียวเช่อจ้องมองไปยังเซี่ยชิงเยว่สุ้มเสียงเย็นชาของชายหนุ่มสามารถได้ยินโดยทุกผู้คน ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงของเซียวเช่อแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มละมุนลงเมื่อชายหนุ่มทอดสายตาอ่อนโยนไปยังเซี่ยชิงเยว่“แต่ทว่า ณ ตอนนี้ ข้าพเจ้าไม่มีความสามารถเพียงพอในการปกป้องหนังสือแต่งงานนี้ข้าเพียงสามารถส่งมอบมันให้ท่าน…หากท่านยังคงต้องการเป็นภรรยาของข้าพเจ้าเช่นนั้นขอให้ท่านเก็บมันไว้พร้อมทั้งปกป้องมันหากท่านต้องการเป็นอิสระ…ข้าล้วนไม่มีข้อโต้แย้งอันใด ท่านจงทำลายมันทิ้งซะ”
เซี่ยชิงเยว่ “…”
แม้ชายหนุ่มจะรู้สึกเสื่อมเสียศักดิ์ศรีในฐานะบุรุษในการส่งมอบความรับผิดชอบต่อหนังสือแต่งงานและการตัดสินใจทั้งหมดต่อเซี่ยชิงเยว่ทว่า ในขณะนี้ เซียวเช่อไม่มีทางเลือกอื่นอีก
เมื่อชายหนุ่มเห็นเซี่ยชิงเยว่กระชับหนังสือแต่งงานในมือแนบแน่นชายหนุ่มแย้มยิ้มให้นางเล็กน้อยและผงกศีรษะ เซียวเช่อมองไปยังเซียวเล่ย เซียวหลิงซีและเซี่ยหงอี้เป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นเดินจากไป ชายหนุ่มไม่หันหลังกลับและก้าวออกจากประตูตึกอย่างหนักแน่นพร้อมทั้งหายไปจากสายตาของทุกผู้คน
เซียวเช่อเป็นแค่คนไร้ความหมายและเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ต้น แม้แต่ภายในตระกูลเซียวเขาเพียงเป็นส่วนเกินแต่ไหนแต่ไรแม้ว่าคำพูดของเซียวเช่อในวันนี้จะสร้างความประทับใจผู้คนอยู่บ้างทว่ายังไม่อาจเปลี่ยนความนึกคิดของผู้คนที่มีต่อมันมาเป็นเวลาอันยาวนานได้เมื่อการจากไปของชายหนุ่มล้วนนับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแทบทำให้พวกมันรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ…ทันทีนั้นความสนใจทั้งหมดล้วนมุ่งตรงไปที่หนังสือแต่งงานในมือของเซี่ยชิงเยว่ทันที
“แม่นางเซี่ยข้าคาดว่าท่านคงสับสนหลังจากได้รู้ความจริง”เซียวยู่หลงก้าวเดินเข้าหาเซี่ยชิงเยว่ พูดพร้อมหัวเราะว่า“เซียวเช่อมิเพียงหลอกลวงตระกูลเซียวเรากว่าสิบหกปีทว่ายังคงลากตระกูลเซี่ยท่านมาข้องเกี่ยวด้วย แต่ไม่เป็นไรแล้วแม่นางเซี่ยเพียงจำเป็นต้องฉีกหนังสือแต่งงานในมือท่านและทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นล้วนเป็นโมฆะเมืองเมฆาล่องเราล้วนเข้าใจในตัวท่านและสนับสนุนการตัดสินใจของท่านด้วยความงามและความสามารถของท่านแน่นอนท่านสามารถหาคนที่ดีกว่าเซียวเช่อได้เป็นร้อยพันเท่า”
ด้วยการกระทำที่น่าละอายที่ผ่านมาของเซียวยู่หลงเซี่ยชิงเยว่รู้สึกรังเกียจมาตลอด ยิ่งในชั่วขณะนี้หญิงสาวยิ่งรู้สึกขยะแขยงมากยิ่งขึ้น นางตอบกลับอย่างชาเย็นว่า“ท่านไม่เข้าใจเรื่องที่สามีข้าเพิ่งพูดหรืออย่างไร? คนนอกไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเราสามีภรรยา!”
สีหน้าของเซียวยู่หลงเปลี่ยนสี…สีหน้าของผู้คนอีกหลายคนล้วนเปลี่ยนไปเช่นกัน
แทบทุกผู้คนล้วนเข้าใจว่าที่เซี่ยชิงเยว่ยอมแต่งให้แก่เซ่ยวเช่อเพราะเพื่อตอบแทนพระคุณช่วยชีวิตทั้งยังเพื่อทำตามคำสัญญาหมั้นหมายเมื่อสิบหกปีก่อน ไม่เช่นนั้นด้วยความสามารถและรูปโฉมของนางหญิงสาวจะยินยอมแต่งให้แก่เศษขยะไร้ค่าขณะที่สามารถเลือกสรรบุรุษเปี่ยมพรสวรรค์มากมายที่หลงใหลนางไปทำไม? พวกมันล้วนลงความเห็นว่าเซี่ยชิงเยว่คงไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะทำลายหนังสือแต่งงานเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีทว่า ใครจะคาดว่านางจะกล่าวคำพูดเดียวกับเซียวเช่อด้วยความมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดทั้งยังเรียกเซียวเช่อว่า… “สามี” อีกด้วย
สีหน้าของเซียวยู่หลงพลันกลายเป็นแดงก่ำดั่งตับหมูนี่ล้วนเป็นสิ่งเหนือความคาดหมายจากละครที่มันคาดว่าจะเกิดขึ้นตอนนี้เซียวเช่อถูกขับออกจากตระกูลเซียว ตามหลัก เซี่ยชิงเยว่ไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อตระกูลเซียวอีกแล้วหากนางไม่ฉีกหนังสือแต่งงาน ตระกูลเซียวก็ไม่สามารถบีบบังคับนางได้
ดวงตาไร้ชีวิตชีวาของเซียวเล่ยทอประกายขึ้นวูบหนึ่งสายตาของชายชราที่มองมายังเซี่ยชิงเยว่พลันอ่อนโยนลงท่ามกลางการกดดันจากตระกูลเซียวและคำด่าทอทั้งหลาย นางกลับกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมาดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไปสามารถกล่าวได้ว่านางไม่ได้ทำให้เซียวเช่อต้องผิดหวัง…อย่างน้อยนางได้ปกป้องศักดิ์ศรีสุดท้ายของเซียวเช่อเอาไว้
แม้แต่เซียวหลิงซีผู้ซึ่งมีความตะขิดตะขวงใจในตัวเซี่ยชิงเยว่ด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถเอ่ยปากยังคงรู้สึกซาบซึ้งต่อการกระทำของนาง
เซี่ยหงอี้ซึ่งยืนนิ่งเงียบงันมาตลอดเองยังผงกศีรษะด้วยแววตาพึงพอใจอย่างมากบนใบหน้า
สีหน้าของเซียวกวงหยุนเองกลับกลายเป็นซีดขาวหากเซี่ยชิงเยว่ไม่ยอมทำลายหนังสือสมรส การได้ตัวนางมาจะยากเย็นยิ่งขึ้นเนื่องจากด้านหลังของมัน คือผู้ดูแลเซียวม่อซาน รองผู้ดูแลฝ่ายศิษย์ตระกูลเซียวผู้ซึ่งหัวโบราณเข้มงวด ทั้งยังเป็นบุคคลที่มันเกรงกลัวอยู่บ้างมันร่วมทางมากับเซียวกวงหยุนครั้งนี้ หนึ่งเพื่อพิทักษ์เซียวกวงหยุนสองเพื่อควบคุมดูแล และป้องกันไม่ให้เซียวกวงหยุนทำลายชื่อเสียงพรรค เซียวม่อซานอนุญาตเซียวกวงหยุนสามารถติดพันหญิงสาวตามใจชอบทว่าไม่อนุญาตให้มันแย่งชิงภรรยาผู้อื่น…แม้ว่ามันจะเป็นบุตรชายแท้ๆ ของหัวหน้าพรรคตระกูลเซียวเซียวม่อซานยังคงไม่ไว้หน้า
อย่างไรก็ตาม เซียวกวงหยุนยังคงเป็นถึงบุตรชายของพรรคตระกูลเซียวมันจะไม่มีความสามารถจัดการบุตรสาวจากตระกูลพ่อค้าธรรมดาๆได้อย่างไรมันกดคิ้วต่ำลงพร้อมออกคำสั่งว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะตัดสินใจได้!การแต่งงานนี้กระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลเซียว และเมื่อตระกูลเซียวมีต้นตอมาจากพรรคตระกูลเซียวนี่หมายความว่ามันยังคงส่งผลกระทบต่อพรรคเราด้วยเช่นกัน!ข้าจะไม่ยินยอมให้มีการแปดเปื้อนต่อชื่อเสียงของพรรคตระกูลเซียว! เซียวป้าลงมือทำลายหนังสือแต่งงานนั่นให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับนายน้อย!”
เซียวกวงหยุนร่ำร้องเหตุผลอันน่าเหลือเชื่อออกมาอย่างฉับพลันทว่าไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง เซียวม่อซานเองเช่นกันมันไม่มีปฏิกิริยาใด เซียวป้าปฏิบัติตามคำสั่งมันกระโดดลงจากเวทีและเปลี่ยนทิศทางไปยังเซี่ยชิงเยว่ เป้าหมายของมันคือหนังสือสมรสในมือหญิงสาว
แม้จะเป็นเพียงผู้ติดตามของพรรคตระกูลเซียวจะมีใครในเมืองเมฆาล่องสามารถหยุดยั้งมันได้หรือ? เมื่อทุกผู้คนล้วนคาดคิดว่าหนังสือแต่งงานในมือขอเซี่ยชิงเยว่คงไม่อาจรักษาไว้ได้เสียงลมหวืดหวือพลันดังขึ้นจากบนฟากฟ้าตามมาด้วยกลุ่มก้อนพลังความเย็นอันรุนแรงสายหนึ่ง…
วูบบบ!!
ก่อนที่เซียวป้าจะลงถึงพื้นมันกลับถึงพัดปลิวถอยกลับหลังไป คนเสียหลักนอนกางแขนกางขาอย่างไม่น่าดูบนเวทีมันยังคงนอนอยู่เช่นนั้น ทั่วร่างสั่นสะท้านและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้…หากใครได้เข้าไปมองใกล้ๆ พวกมันจะพบชั้นน้ำแข็งบางๆ ครอบคลุมบนผิวหนังทั่วทั้งร่าง
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันสร้างความแตกตื่นแก่ผู้คนเซียวม่อซานผู้หลับตามาตลอดพลันเปิดเปลือกตาขึ้นพร้อมทั้งมองขึ้นไปบนฟากฟ้า…ณขณะนั้น สุ้มเสียงสดใสเยือกเย็นดังจากเบื้องบน“พรรคตระกูลเซียวของเจ้ายิ่งมายิ่งมีความสามารถ ฮึมากจนกระทั่งกล้ายื่นมือเข้ามาจัดการพันธะการแต่งงานของศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เรา! ใครอนุญาตให้พวกเจ้าทำได้กัน?”
บนฟากฟ้าสีครามประดับด้วยเมฆสีขาวลอยล่องปรากฏหญิงสาวลอยตัวอยู่ ทั่วทั้งร่างสวมใส่ชุดสีขาวสองตามองลงยังเบื้องล่างด้วยแววตาเย็นชา นางมีผิวพรรณที่ขาวผ่องเป็นยองใยริมฝีปากสีแดงชาด เป็นโฉมงามที่ผิวพรรณเรียบลื่นผุดผ่อง นางดูไปทั้งสูงส่งทั้งศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบดุจดังเทพธิดาเหินร่อนลงจากวังจันทรา ขณะเดียวกัน นางให้ความรู้สึกเยือกเย็น เย่อหยิ่งและบริสุทธิ์ดุจบัวน้ำแข็ง
แม้ว่าลักษณะของนางจะโดดเด่นอย่างชัดเจน ทว่าไม่มีผู้ใดสามารถบ่งบอกอายุที่แท้จริงของนางได้นางดูคล้ายอยู่ในวัยยี่สิบ บางคราดูคล้ายสามสิบปีทว่ากลับดูคล้ายอยู่ในวัยแรกรุ่นในขณะเดียวกัน…ชิ้นส่วนน้ำแข็งอันเล็กละเอียดโปร่งใสสะท้อนแสงว่ายวนอยู่รอบกายนาง ดูคล้ายนางเซียนงดงามในความฝัน…
ภาพงดงามที่ปรากฏอยู่เหนือฟากฟ้าสร้างความตกตะลึงแก่ฝูงชนทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนสั่นสะท้านดังออกมาท่ามกลางผู้คน
“เคล็ด…เคล็ดวิชาเหาะ! นี่คือเคล็ดวิชาเหาะ!”
เสียงนี้เปรียบดังลูกระเบิดที่ถูกโยนลงท่ามกลางฝูงชนส่งผลให้พวกมันไม่อาจหุบปากที่อ้าค้าง สองตาแทบถลนจากเบ้า สีหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงทุกผู้คน
ใช่แล้ว!หญิงสาวผู้ซึ่งลอยตัวอยู่เหนือฟากฟ้าแน่นอนว่ามิได้ใช้วัตถุวิเศษใดในการช่วยเหลือทั้งไม่มีสัตว์วิเศษใดๆอยู่ด้านข้างนางใช้เพียงพลังลมปราณบริสุทธิ์ในการลอยตัวเพียงเท่านั้น…และผู้คนที่สามารถลอยตัวบนอากาศได้และสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาเหาะ อย่างน้อยต้องมีความสำเร็จในขั้นลมปราณฟ้า!
สตรีบนท้องฟ้าสมควรเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในตำนาน…ชั้นลมปราณฟ้า!
“เจ็ดนางเซียน…เมฆาเยือกแข็ง!” เซียวม่อซานพึมพำในเสียงหายใจทั้งจิตใจและร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นเขม็งตึงเครียด ประกายความหวาดหวั่นสะท้อนออกมาจากแววตา
“อะไรนะ? ท่านพูดว่าอะไรนะ?” เซียวกวงหยุนซึ่งกำลังหน้ามืดกับหญิงสาวบนท้องฟ้า พลันได้สติกลับคืนมาเมื่อได้ยินคำว่า “เจ็ดนางเซียนเมฆาเยือกแข็ง”…สตรีเหล่านี้คือสาเหตุที่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งรักษาชื่อเสียงในฐานะพรรคใหญ่มาอย่างยาวนานพวกนางล้วนเป็นบุคคลที่แม้แต่บิดาของตนยังต้องเกรงกลัว ข่าวลือบ่งบอกว่า ในบรรดาเจ็ดนางเซียนเมฆาเยือกแข็งผู้ที่มีพลังฝีมือต่ำสุด ล้วนอยู่ในขั้นลมปราณฟ้า! ผู้ที่มีพลังฝีมือสูงสุดถึงกับอยู่ในขั้นครึ่งก้าวสู่ลมปราณจักรพรรดิ!
สถานะของพรรคตระกูลเซียวด้อยกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งล้วนสืบเนื่องจากการคงอยู่ของเจ็ดนางเซียนเมฆาเยือกแข็งนี่เองในการแข่งขันจัดอันดับวายุครามที่ผ่านมาทั้งสามรอบพรรคตระกูลเซียวพ่ายแพ้ให้แก่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็งทั้งหมด
“นายน้อยนางคือลำดับที่ห้าในเจ็ดนางเซียนเมฆาเยือกแข็ง ฉู่เยว่หลี่ ข้าไม่รู้ว่านางมาที่นี่ได้อย่างไร…แต่ไม่ว่าอย่างไรจงอย่าได้ต่อต้านนาง แม้จะมีข้าถึงสิบคน ก็ยังไม่อาจเอาชนะนางได้!” เซียวม่อซานกระซิบแผ่วเบามันกระจ่างแก่ใจดีถึงความมักมากของเซียวกวงหยุน หากมันสร้างความโกรธเคืองให้แก่นางและเปิดเผยสันดานชั่วร้ายต่อหน้านางผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นล้วนไม่อาจคาดเดาได้!