[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70

    ตอนที่ 40 ผู้ช่วยของหลิวเชิ่งลี่

    ตอนที่ 40 ผู้ช่วยของหลิวเชิ่งลี่


    หลินเซียวมอง ไม่รอให้สวี่ม่ายซุ่ยพูดก็ตะโกนเสียงดัง “หลินฟานไปได้แล้ว”

    หลินฟานได้ยินก็รีบวางทรายในมือ ลุกขึ้นวิ่งไปหาพวกเขา “แม่ พี่” พูดจบก็ยื่นหัวเข้าไปมองในถัง

    สวี่ม่ายซุ่ยเห็นเขาเป็นแบบนั้น ก็จงใจหยุดให้เขามอง “เป็นไงบ้าง?”

    หลินฟาน “แม่ พวกแม่นี่สุดยอดไปเลย”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไป แม่จะกลับบ้านไปทำปลาทอดให้พวกลูก”

    หลินฟาน “เย่!”

    ผลคือสามแม่ลูกเพิ่งจะเดินถึงทางเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ไกลกันมาก หลังเห็นสวี่ม่ายซุ่ย นัยน์ตาก็ส่องประกาย เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    “สหายสวี่”


    สวี่ม่ายซุ่ยที่กำลังทำหน้ายิ้มแย้มพลันหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นหลิวเชิ่งลี่ ตอบกลับอย่างขอไปที “สหายหลิว”

    หลิวเชิ่งลี่ทำทีเหมือนไม่เห็นท่าทางขอไปทีของสวี่ม่ายซุ่ย ถามขึ้นอย่าร้อนรน “สหายสวี่ ช่วงนี้ซูเจวียนดูไม่สนใจฉันแล้ว เธอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

    สวี่ม่ายซุ่ยกลอกตาอย่างหมดคำจะพูด “ฉันไม่ได้ติดต่ออะไรกับหล่อนด้วยซ้ำ ขนาดนายยังไม่รู้ ฉันจะไปรู้ได้ไง”


    หลิวเชิ่งลี่ฟังจบก็ลูบหัว ยิ้มให้สวี่ม่ายซุ่ยอย่างซื่อ ๆ “ก็ใช่แหละ ซูเจวียนดูเหมือนไม่ชอบเธอมาก”

    สวี่ม่ายซุ่ย…

    “นายยังมีเรื่องอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีพวกฉันจะไปแล้วนะ” พูดจบก็เดินอ้อมเขาไป

    ใครจะรู้ว่าพอหลิวเชิ่งลี่เห็นก็ร้อนรนทันที หยุดสวี่ม่ายซุ่ยไว้พร้อมขอร้องว่า “สหายสวี่ เธอก็รู้ว่าฉันชอบซูเจวียน ชอบมานานแล้ว เธอช่วยฉันได้ไหม?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันไม่ถูกกับหล่อน จะไปช่วยนายได้ไง”

    หลิวเชิ่งลี่ “ฉันรู้ว่าเธอสองคนไม่ถูกกัน แต่ไม่ใช่คนเขาว่ากันไว้เหรอว่า คนที่เข้าใจคุณดีที่สุดนอกจากคนสนิทก็คือศัตรูของคุณน่ะ”

    “คนสนิทของเธออยู่ไกลเกินไป ฉันติดต่อไม่ได้ คิดไปคิดมาก็ทำได้แค่มาหาเธอ”

    สวี่ม่ายซุ่ย…


    “นายไปฟังใครเขาพูดมา?”


    หลิวเชิ่งลี่ “ใครพูดฉันก็นึกไม่ออกแล้ว”


    สวี่ม่ายซุ่ย “ต่อให้ฉันเข้าใจหล่อนที่สุด งั้นฉันจะได้อะไรถ้าช่วยนาย?”

    หลิวเชิ่งลี่ “ฉันไม่ให้เธอช่วยเปล่า ๆ หรอก เธออยากได้อะไรฉันจะช่วยเธอทั้งหมด”


    สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ลังเลอยู่นานถึงถามหลิวเชิ่งลี่ว่า “ฉันอยากได้ไก่ นายหามาให้ฉันได้ไหมล่ะ?”

    เพราะว่าในครัวเรือน ต่างก็เลี้ยงไก่ได้แค่สองตัว นานขนาดนี้สวี่ม่ายซุ่ยก็ยังซื้อไม่ได้ ถึงสหกรณ์จะมีขาย แต่เธอก็ใจไม่เด็ดพอที่จะซื้อตั๋วเนื้อพวกนั้น ที่สำคัญต้องเก็บตั๋วเนื้อไว้สำหรับหมูชิ้น


    หลิวเชิ่งลี่ได้ยินก็พยักหน้า “บ้านฉันก็มี  ถ้าเธออยากได้กลับไปฉันจะจับมาให้”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันวางแผนให้นายได้ แต่ทำได้แค่ให้นายกับเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สุดท้ายนายสองคนจะได้คบกันไหมฉันคงไม่ยุ่ง”

    หลิวเชิ่งลี่ “ได้”


    สวี่ม่ายซุ่ย “งั้นนายกลับไปก่อนเถอะ ถ้ามีข่าวเดี๋ยวฉันบอกนาย”

    หลิวเชิ่งลี่ “ได้ ๆ” 


    พูดจบก็รีบเดินไปเพราะยังต้องไปจับปลาที่ทะเล แค่เจียดเวลามาคุยกับสวี่ม่ายซุ่ยสักประโยคสองประโยค  


    พอเขาไปแล้วสวี่ม่ายซุ่ยก็ไม่ได้วางใจ จากนั้นก็พาเด็กสองคนกลับบ้าน


    เป็นเพราะว่ายังไม่ได้กินข้าวกลางวัน พอกลับถึงบ้าน สวี่ม่ายซุ่ยก็เทของทะเลไว้ในอ่างให้เด็กสองคนดู ส่วนตัวเองไปที่ห้องครัว หลินเจี้ยนเยี่ยออกไปตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ก็ยังไม่กลับ เลยไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง

    ตอนนี้บ่ายสองกว่าแล้ว เลยเวลากินข้าวมาตั้งนานแล้ว เพราะกลัวเด็กสองคนหิว สวี่ม่ายซุ่ยเลยไม่ได้ทำอะไรที่ซับซ้อนมาก ทำแค่บะหมี่ไข่สามชาม

    พอยกบะหมี่ออกมาไว้บนโต๊ะ แม่ต้าเฉียงก็รีบมา “แม่หลินเซียว”

    หลินเซียวกับหลินฟานได้ยินก็สูดดมเส้นบะหมี่ เบียดกันมองสวี่ม่ายซุ่ย เธอยังไม่ทันได้กินบะหมี่สักคำ ก็รีบวางตะเกียบ “ลูกสองคนกินไป แม่จะออกไปดูหน่อย”

    พูดจบก็เดินออกไป พอออกไปก็เห็นแม่ต้าเฉียงยืนอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก


    สวี่ม่ายซุ่ยหยิบเก้าอี้ไม้มาจากในสวนพลางเดินไป “พี่สะใภ้ พี่มีเรื่องอะไรเหรอ?”

    แม่ต้าเฉียง “อย่าพูดถึงเลย ก็ยังไม่พ้นเรื่องดูตัวของซุ่ยซุ่ยนั่นแหละ ฉันนี่ทนแทบไม่ไหว อยากจะหาคนมาพูดด้วย”


    สวี่ม่ายซุ่ยลากเก้าอี้มาไว้ด้านหน้าแม่ต้าเฉียงพร้อมพูดว่า “พี่ไม่ต้องรีบ นั่งลงก่อน ค่อย ๆ พูด”

    แม่ต้าเฉียง “เฮ้อ ได้ ๆ”

    สวี่ม่ายซุ่ยก็นั่งข้าง ๆ “งานดูตัวซุ่ยซุ่ยเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่พี่พูดว่าคู่ดูตัวคนนั้นดีมากเหรอ?”


    แม่ต้าเฉียงฟังจบก็ตอบกลับด้วยใบหน้าเหยียดหยาม “ดีอะไรล่ะ อย่าให้พูดเลย เธอรู้ไหมว่าพี่สะใภ้ฉันแนะนำใครมา?”

    สวีม่ายซุ่ย “ใครล่ะ?”


    แม้ต้าเฉียง “น้องสามีเธอ”

    สวี่ม่ายซุ่ย…

    “หลินเจี้ยนจวิน? ไม่น่าใช่มั้ง ทำไมข่าวถึงนั่นได้ พี่สะใภ้พี่เป็นคนที่ไหน?”

    แม่ต้าเฉียง “หมู่บ้านซ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านหลิน แม่สามีพี่คือพี่สาวคนโตของพี่สะใภ้ฉัน”

    สวี่ม่ายซุ่ยตกใจอย่างถึงที่สุด “พี่ไม่เคยเห็นแม่สามีฉันเหรอ? ทำไมบังเอิญขนาดนี้”


    แม่ต้าเฉียง “ก็ว่าอยู่ ทำไมหล่อนบังเอิญขนาดนี้ เรื่องนี้ต้องโทษฉัน ตอนที่พี่สะใภ้ฉันพูดว่าบ้านพวกเขามีพี่สามเป็นหัวหน้ากองร้อย ฉันก็น่าจะคิดได้”


    สวี่ม่ายซุ่ย “นี่ก็โทษพี่ไม่ได้ ยังไงซะก็ห่างกันตั้งกี่ขั้น ใครก็คิดไม่ถึง งั้นพี่วางแผนจะทำยังไงล่ะ?”

    แม่ต้าเฉียง “จะทำยังไงได้ ก็ต้องไม่เห็นด้วยน่ะสิ แม่สามีเธอคนนั้นคนบนเกาะเรา มีใครไม่รู้บ้างว่าหล่อนชอบกลั่นแกล้งลูกสะใภ้ แถมซุ่ยซุ่ยบ้านฉันก็มีนิสัยแบบนั้น ถ้าไปต้องโดนคนถลกหนังแน่”


    สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ลังเลอยู่นานถึงตอบ “ซุ่ยซุ่ยคิดยังไง?”

    แม่ต้าเฉียงได้ฟังก็ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “นี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนิสัยหล่อน ฉันพูดกับพ่อหล่อนแล้วตามนั้นคือจบ”

    สวี่ม่ายซุ่ย “พูดขนาดนี้ซุ่ยซุ่ยคงต้องตาเจี้ยนจวินแล้ว?”

    แม่ต้าเฉียงพยักหน้าอย่างฉุนเฉียว

    อันที่จริงในความประทับใจของสวี่ม่ายซุ่ยกับน้องชายคนเล็กสุดของหลินเจี้ยนเยี่ยอย่างหลินเจี้ยนจวิน นั้นคือคนดีเพียงคนเดียวในบ้าน น้องเล็กคนนี้ตั้งแต่เด็กก็ขลุกอยู่กับหลินเจี้ยนเยี่ย  ลักษณะนิสัยจึงเหมือนกับเขา ในขณะเดียวกัน ก็แทบจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของยายเฒ่าหลิน

    คนที่ยายเฒ่าหลินชอบสุดในบ้านนั้นคือลูกชายคนโต เรียกได้ว่ารักมากจนสุดก้นบึ้งของหัวใจ อะไรดีก็คิดแผนจะเอามาให้ลูกชายคนโต

    ทำให้พี่สามีเธอวัน ๆ ได้แต่เที่ยวเตร่ ไม่ได้จริงจังอะไร

    สวี่ม่ายซุ่ย “พี่สะใภ้ ฉันขอพูดอย่างไม่ปิดบังเลยว่า แม่สามีฉันยังมีพี่สามีคนโตกับคนเล็ก พี่ชายสามีไม่ใช่คนดีอะไร แต่น้องชายคนเล็กของสามีฉันเป็นคนดีคนหนึ่งจริง ๆ เป็นคนซื่อสัตย์ มีความสามารถ ความคิดถูกต้อง ไม่อย่างนั้นซุ่ยซุ่ยคงไม่ต้องตาเขาหรอก

    แม่ต้าเฉียงฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ “น้องสาว ที่เธอพูดมาฉันรู้หมด เธอจะโทษฉันก็ได้ที่พูดจาไม่น่าฟัง เรื่องนี้มีแค่เขาดีจะไปมีประโยชน์อะไร เธอมองดูคนในบ้านเธอตั้งกี่คน มีใครบ้างล่ะที่ไม่เอาถ่าน?”

    “ดูเธอเองก็ได้ สามีของเธอเป็นผู้บังคับกองร้อย ขนาดเธอได้มาอยู่ไกลปานนี้ แม่สามีกับน้องสามีเธอไม่ใช่ว่ามาก่อกวนวันเว้นวันเหรอ?”

    “เจี้ยนจวินแม้จะเป็นคนดี แต่ก็เป็นแค่ชาวไร่ชาวนา แต่งงานไปก็ต้องอยู่ด้วยกันกับผู้เฒ่าหลิน ถ้าต้องอยู่กับบ้านนั้น ซุ่ยซุ่ยที่นิสัยแบบนี้จะรับมือได้ยังไง”

    สวี่ม่ายฟังคำพูดนี้ของแม่ต้าเฉียงก็รู้ว่าหมายถึงอะไร ตอบกลับพลางยิ้ม “ที่พี่ต้องการสื่อก็คือ อันที่จริงคนที่จะแต่งงานด้วยไม่ใช่ดูแค่ผู้ชาย แต่ยังต้องดูครอบครัวด้วยสินะ”

    ……………………………………………………………………………………………………………………..

    สารจากผู้แปล


    การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคนจริง ๆ ต่อให้ตัวผู้ชายดี แต่คนในบ้านแย่ คนเป็นสะใภ้ก็ลำบากเหมือนกัน เว้นแต่จะแยกบ้านกันอยู่


    ชิวเฟิง



    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258