กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ผู้ฝึกตนระดับที่หก

            ลูกแก้วอัคคีณานเป็นสิ่งของที่สามารถให้ความร้อนได้ มีชื่อเสียงในดินแดนเหยียนหวงและพลังของมันช่างน่าอัศจรรย์

            ลูกแก้วอัคคีณานนี้เหมาะกับความต้องการของหลัวเลี่ยมากเพราะเมื่อใส่พลังภายในเข้าไปที่ลูกแก้วเพียงเล็กน้อย ลูกแก้วก็จะปล่อยความร้อนออกมาซึ่งมีประโยชน์มากในการต้านทานความหนาวเย็น

            ประโยชน์ข้อที่สอง และยังเป็นข้อที่สำคัญที่สุด คือหากใส่พลังภายในเข้าไปที่ลูกแก้วจนครบสามครั้งจะสามารถยิงลูกไฟซึ่งเกิดจากพลังที่อยู่ภายในของลูกแก้วนี้ออกมาได้และพลังของไฟจากลูกแก้วนี้ทำให้หลัวเลี่ยคิดว่าหากเขาใช้มันก็คงจะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นความหนาวเหน็บในคุกกลืนอสูรได้

            หลังจากเลือกลูกแก้วอัคคีณานแล้ว เขาไม่รีรอที่จะจากไป

            ส่วนหลิวจื่ออั๋งจะใช้วิธีไหนจัดการกับเรื่องที่ตรามังกรเงินเซียวเหยาถูกทำลายนั้นไม่ใช่ธุระของเขา

            สิ่งที่เขาต้องทำคือ

            เร็ว!

            หลังออกมาจากตราหยกเชื่อมวิญญาณได้แล้วหลัวเลี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            เมื่อเขาเก็บตราหยกเชื่อมวิญญาณแล้ว เขาก็ตั้งใจฟังเสียงรอบข้างเขาไม่ได้ยินเสียงใดเลย ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเข้ามาที่นี่

            จากนั้นเขาก็นำลูกแก้วอัคคีณานออกมา และส่งพลังภายในของตนใส่เข้าไปในลูกแก้ว

            วิ้ง!

            เกิดประกายไฟวูบวาบขึ้นภายในลูกแก้วอัคคีณาน หลังจากนั้นหลัวเลี่ยก็รู้สึกว่าอุณหภูมิโดยรอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ความหนาวเย็นที่อยู่รอบๆ เริ่มจางหายไป

            เขารู้สึกอบอุ่นและสบายขึ้น

            “สมกับเป็นสมบัติวิเศษ”

            หลัวเลี่ยเอื้อมมือไปแตะกำแพงน้ำแข็งที่อยู่ชั้นในสุดของคุกกลืนอสูรเขาพบว่ามันไม่ได้เย็นอย่างที่คิด

            เขามองไปที่กำแพงน้ำแข็ง และคิดหาทางทำลายมันเขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าต้องใช้กำลังหมัดทั้งหมดชกไปกี่ครั้งถึงจะทำลายกำแพงได้

            ยากเกินไป

            ไม่น่าแปลกใจที่คนที่ถูกวางยาพิษคนนั้นแม้เขาจะใช้พลังทั้งหมดแล้วก็ยังไม่สามารถทำลายกำแพงน้ำแข็งนี้ได้

            หลัวเลี่ยหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางลูกแก้วอัคคีณานบนฝ่ามือข้างซ้ายก่อนใช้นิ้วชี้ข้างขวาเคาะลงที่ลูกแก้วเบาๆ หลังจากนั้นพลังภายในของเขาก็พุ่งออกมาผ่านนิ้วชี้ข้างขวานั้นเขาทำเช่นนั้นติดต่อกันสามครั้ง

            วิ้ง!

            ราวกับว่ามีการร่ายเวทมนตร์ลูกแก้วอัคคีณานสั่นสะเทือนขึ้นทันที

            มันลอยขึ้นไปในอากาศ และกลายเป็นลูกแก้วสีแดงเรืองแสงเกิดประกายไฟปลิวว่อนไปรอบๆ หลังจากนั้นก็มีเปลวเพลิงพุ่งออกมา

            นี่คือเปลวไฟที่แท้จริงของลูกแก้วอัคคีณาน

            ทันใดนั้น หลัวเลี่ยก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าบนร่างกายของเขา หรือแม้แต่ผมและคิ้วกำลังจะติดไฟ

            เขารีบใช้วิชาตัวเบาพาตัวเองถอยหลังกว่าสามจั้งอย่างรวดเร็ว

            ในระหว่างที่กำลังถอย เขาเหลือบเห็นว่าน้ำแข็งบนกำแพงน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำแล้วจากนั้นก็ระเหยกลายเป็นไอ แล้วจางหายไปในที่สุด

            นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการพยายามทำลายชั้นกำแพงน้ำแข็งแล้ว

            เปลวไฟจากลูกแก้วอัคคีณานพุ่งออกไปกระทบกับชั้นน้ำแข็งตรงหน้า

            ตูม!

            มีเสียงเหมือนแผ่นดินไหวเกิดขึ้น

            หลัวเลี่ยถูกแรงสั่นสะเทือนพุ่งกระทบจนถอยหลังกรูด ไม่สามารถทรงตัวได้เขาล้มลงกับพื้นทันที และถ้าในเวลานี้เขาไม่รีบลุกขึ้น เขาอาจได้รับบาดเจ็บจากน้ำแข็งและก้อนกรวดที่ตกลงมาซึ่งอาจทับเขาจนตายได้

            เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว พุ่งไปข้างหน้าและรับลูกแก้วอัคคีณานที่หล่นลงมาจากในอากาศ

            “ซี้ด”

            หลัวเลี่ยรู้สึกแสบร้อน เขาตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด จากนั้นจึงสะบัดมือและโยนลูกแก้วอัคคีณานออกไปฝ่ามือของเขาคล้ายถูกลวก แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากหลังจากโยนออกไปแล้วเขาก็คว้าลูกแก้วกลับมาอีกครั้ง

            ไม่มีทางอื่นอีกแล้วเพราะความหนาวเย็นได้คืบคลานเข้ามาอีกครั้ง

            โชคดีที่ไฟลวกไม่นาน

            หลัวเลี่ยมองไปที่ลูกแก้วอัคคีณานน่าเสียดายที่มันล้มเหลว ซึ่งหากเปลวไฟข้างในถูกใช้แล้วมันจะไม่สามารถใช้โจมตีได้อีก ใช้ได้เพียงให้ความอบอุ่นเท่านั้น

            เขาสังเกตเห็นว่าชั้นน้ำแข็งตรงหน้าถูกเจาะจนหมด เขาเดินตรงไปยังจุดที่ลึกที่สุดในคุกกลืนอสูรโดยไม่เสียดายพลังโจมตีของลูกแก้วอัคคีณาน เขายังคงเก็บลูกแก้วไว้กับตัว เพื่อให้ความอบอุ่นป้องกันไม่ให้ร่างกายของเขาถูกแช่แข็งอยู่ที่นี่จากนั้นเขาก็ใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว

            ตลอดทางไม่มีสิ่งกีดขวาง เขาเดินเข้าไปได้อีกราวสิบจั้ง

            จากนั้นหลัวเลี่ยก็ถูกขัดขวางอีกครั้ง

            ครั้งนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย เขามาถึงชั้นกำแพงน้ำแข็งที่ลึกที่สุดของคุกกลืนอสูรอย่างแท้จริงแล้วชั้นน้ำแข็งที่กั้นนั้นบางและโปร่งใสมาก

            ทั้งหมดที่เขาเห็นในอีกด้านของกำแพงใส คือต้นไผ่บางส่วนที่เปล่งรัศมีเย็นออกมา

            ใช่แล้ว ความเย็นทั้งหมดมาจากต้นไผ่เหล่านั้น

            ต้นไผ่มีไม่มาก ไม่อาจรู้ได้ว่าปลูกมานานแค่ไหนแล้วน่าแปลกที่ต้นไผ่พวกนี้ไม่ถูกทำลาย แต่กลับถูกแช่แข็งโดยที่ตรงกลางเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่

            กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลัวเลี่ยเดินมาถูกทางแล้วแม้เขาจะเจออุปสรรคเป็นกำแพงน้ำแข็งแต่กำแพงน้ำแข็งในบริเวณนี้ก็ไม่จะหนานักเพราะมีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่

            หลัวเลี่ยรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีดังนั้นเขาจึงเอาลูกแก้วอัคคีณานออกมาแล้ววางลงบนกำแพงนี้

            เป็นความจริงที่เปลวไฟที่แท้จริงภายในลูกแก้วอัคคีณานนั้นหมดลงแล้วแต่เนื่องจากลูกแก้วอัคคีณานเป็นสมบัติวิเศษ จึงมีความสามารถอย่างอื่นนอกจากปล่อยเปลวไฟแท้จริงอีก

            หลังจากใส่พลังภายในเข้าไปในลูกแก้วเล็กน้อยลูกแก้วก็ปล่อยความอบอุ่นออกมา มันสามารถละลายน้ำแข็งได้เล็กน้อย

            หลัวเลี่ยวางลูกแก้วอัคคีณานลงในรูที่เพิ่งโดนหลอมละลายไปและปล่อยให้ชั้นกำแพงน้ำแข็งละลายอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็ใช้เคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินร่วมกับหมัดพญามังกรประจัญบานเข้าโจมตี

            การโจมตีด้วยสองพลังที่แข็งแกร่งที่สุดตรงเข้าไปกระทบกับกำแพงน้ำแข็ง

            เพราะรู้ว่าทางหอเซียวเหยาจะต้องรีบจัดการเรื่องตรามังกรเงินเซียวเหยาเขาต้องเร่งความเร็วขึ้นอีก ดังนั้นหลัวเลี่ยจึงโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

            ไม่สำคัญว่าจะทำลายได้หรือไม่

            เขาโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

            แท้จริงแล้วในตอนนี้ระดับพลังของหลัวเลี่ยก็ใกล้จะทะลวงระดับพลังถัดไปได้แล้วการใช้พลังอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้จะส่งผลให้ร่างกายเหนื่อยล้าได้ แต่ทุกครั้งหลังจากที่เขาฟื้นขึ้นจากความเหนื่อยล้าพลังงานของเขาจะกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม สิ่งนี้แสดงถึงสัญญาณของการทะลุทะลวง

            ชั้นกำแพงน้ำแข็งที่น่ากลัวนั้นแข็งแกร่งมาก และหลัวเลี่ยก็ยังไม่สามารถทะลุผ่านได้

            แต่ด้วยอุณหภูมิอบอุ่นที่ปล่อยออกมาจากลูกแก้วอัคคีณานนั้นกำลังหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งก็หมายความว่าชั้นน้ำแข็งไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้วและยังละลายอย่างต่อเนื่องอีกด้วย บวกกับพลังจากการโจมตีของเขา สักพักการทำงานอย่างหนักของเขาก็แสดงผลแล้ว

            หนึ่งวันต่อมา ภายใต้พลังการโจมตีของหลัวเลี่ย และพลังความอบอุ่นของลูกแก้วอัคคีณานในที่สุดชั้นน้ำแข็งบาง ๆ นั้นก็แตกและละลายไปมาก

            มันไม่ง่ายเลยที่จะทะลวงผ่าน

            หลังจากนั้นอีกห้าชั่วโมงหลัวเลี่ยก็นั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง

            เขาหอบหายใจอย่างหนักหลังจากที่เขาสามารถใช้พลังจากเคล็ดวิชามังกรสวรรค์ได้ ความเร็วในการฟื้นตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

            เมื่อเขาไม่รู้สึกเหนื่อย เขาก็พบว่าพลังภายในร่างกายของตนเองเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทันใดนั้นพลังภายในเส้นลมปราณของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

            และในท้ายที่สุด พลังภายในก็กลับไปที่จุดตันเถียน

            ตูม!

            มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นมา

            ทันใดนั้นร่างของหลัวเลี่ยก็สั่นสะท้าน เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งร่างกายเขาเบิกตาโพลง ขณะเดียวกันก็พบว่าเสื้อผ้าของเขาคับขึ้น เขาหมดแรงแต่ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลัง

            “ทะลวงได้แล้ว!”

            “ระดับผู้ฝึกตนระดับหก!”

            ลักษณะของระดับที่หกของเคล็ดวิชามังกรสวรรค์ คือสามารถมองเห็นในที่มืดและมีพลังที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งภูเขา!

            ความสามารถในการมองเห็นได้ในที่มืดนี้ หมายถึงว่าแม้หลัวเลี่ยจะอยู่ในที่มืดซึ่งโดยปกติแล้วไม่สามารถมองเห็นได้แม้กระทั่งนิ้วของตนเอง แต่เขาจะสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนราวกับอยู่ในเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึงนอกจากนี้เขายังสามารถมองเห็นทุกสิ่งภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรได้อย่างชัดเจน

            และการมีพลังความสามารถในการทำลายแม้กระทั่งภูเขาได้หมายถึงพละกำลังความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมากและการใช้พละกำลังทางกายถึงขั้นนี้น่ากลัวกว่าการใช้พลังภายในมากนัก

            เมื่อรวมกับความจริงที่ว่า ตอนนี้เขามีพลังภายในถึงระดับที่หกของระดับผู้ฝึกตนแล้วพลังของเขาก็ยิ่งมากขึ้น และร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เมื่อมองไปยังกำแพงน้ำแข็งที่แตกร้าวหลัวเลี่ยก็ตะโกนขึ้นมาและพุ่งออกไปราวกับมังกรคลั่ง

            ทันใดนั้นพลังจากเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินก็ปรากฏขึ้น

            ตามด้วยทักษะหมัดพญามังกรประจัญบาน

            และบวกกับพลังภายในที่เพิ่มขึ้นจากการเลื่อนระดับพลังของตนแล้วทำให้เกิดเป็นแรงปะทะขนาดใหญ่ถึงขนาดทำให้กำแพงน้ำแข็งแตกออกมา

            ตูม! ตูม! ตูม!...พรึ่บ!

            หลังจากระดมส่งหมัดออกไปห้าร้อยครั้งภายในลมหายใจเดียวในที่สุดกำแพงน้ำแข็งก็ปรากฏรอยร้าวและชั้นน้ำแข็งที่ถูกละลายโดยลูกแก้วอัคคีณานไปแล้วบางส่วนนี้ก็ถูกเขาทำให้พังทลายลงมาในที่สุด

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน