
ตอนที่112 ของอร่อยสุดๆ คือหอยใหญ่
กริชเพชรสะท้อนขึ้นมาในใจทันที เมื่อสัมผัสมือขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ชายหนุ่มหวนนึกถึงมือของแม่ในวัยเด็ก ที่เคยจับขณะแม่ของเขานอนอยู่ในอนามัยเล็กๆ ของอำเภอหนึ่งในภาคเหนือ พ่อและปู่เดินเท้าลงมาหาอนามัยแห่งนี้ใช้เวลาถึงสามวัน
จึงทำให้สภาพร่างกายของแม่มีอาการย่ำแย่ เพราะไข้ป่ารุมเร้า ถ้าพ่อไม่เตรียมยารักษาไข้ป่ามาฉีดรักษาไว้ ขณะที่อยู่ในป่าลึกพวกท่านคงไม่สามารถ นำแม่มาถึงอนามัยแห่งนี้ได้ มือที่เคยจับในเวลานั้นอ่อนแอเหมือนองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายไม่มีผิด
"ลูกเพชรร้องไห้ทำไม? ลูกรัก แม่ไม่เป็นอะไรอย่าร้องสิคนเก่งของแม่..."
เสียงของแม่ยังดังก้องในหูของกริชเพชร เด็กอายุสิบขวบในเวลานั้น น้ำตาของเขาไหลทะลักลงอาบแก้ม ผู้ให้กำเนิดที่แสนใจดีพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยการให้กำลังใจ
"ลูกรักของแม่..ชีวิตเป็นสิ่งสวยงามลูกต้องอยู่ให้ได้นะ..ถ้าไม่มีแม่ดูแลลูกแล้ว .."
คำพูดนี้มันตราตรึงเข้าไปในหัวใจเด็กชายจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ก้มลงกอดแขนของแม่ร้องไห้อย่างหนัก กว่าจะมีรถมารับพวกเขา พาแม่ไปโรงพยาบาลก็ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ คำพูดของมารดาประโยคนั้น คือประโยคสุดท้ายที่กริชเพชรได้ยิน
คนที่เขารักจากไปโดยไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลย กริชเพชรจึงเกลียดความตายและการพลัดพรากจนกลายเป็นคนวิตกจริต ระวังตัวเองไม่ให้อยู่ในจุดเสี่ยง
"ไม่เป็นไร? เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้พระนางเจ้าลีหงส์ท่านแม่ของท่านทานเอง.."
กริชเพชรพูดเบาๆ ขณะขยับกายลุกขึ้น องค์หญิงลีหมิงเงยหน้ามามองเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มจะทำอาหารอะไร? ส่วนมากอสูรจะกินอาหารสดๆ มากกว่า
"มารดาของข้าบาดเจ็บไม่อาจกินอาหารสดๆได้ ต้องใช้โอสถของหมอหลวง องค์ชายสิบสี่ ข้าขอร้องท่านไปนำมาจากห้องโอสถด้วย เป็นท่านพวกเขาคงไม่ปฏิเสธ.."
หญิงสาวใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาเอ่ยปากขอร้องชายหนุ่ม กริชเพชรยกยิ้มพยักหน้า แล้วเดินออกมาหน้าพระตำหนัก ที่นั่นมีบ่อน้ำพุสำหรับไว้เลี้ยงสัตว์อสูรจำพวกปลาสวยงาม แต่มันก็มีขนาดใหญ่กว่าปลาสวายที่เขาเคยเห็น
กริชเพชรพลิกข้อมือส่งพลังจิตออกไปก็ดูดปลาสวยงามตัวอ้วนขึ้นมาวางไว้บนมือ เพราะวัตถุดิบประเภทปลาของชายหนุ่มไม่มี ตอนนี้เขาอยากทําต้มยำปลาที่แม่เขาชอบทาน
ให้พระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายได้บำรุงร่างกาย เพราะชายหนุ่มเชื่อมั่น ในอาหารที่ปรุงสุกจากกระทะเกล็ดอสูรเทพ ต้องฟื้นฟูร่างกายอสูรของพระนางเจ้าลีหงษ์ได้ให้หายดีในถ้วยเดียว
กริชเพชรใช้เล็บอสูรของเขาขอดเกล็ดปลาแล้วเอาเนื้อทำเป็นชิ้นบางๆ สิบชิ้น วางลงบนจานหินอ่อนที่เขาพกติดตัวเป็นประจำ แล้วเดินเข้ามาในห้องบรรทม ของพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้าย
องค์หญิงเจ้าลีหมิงหันมามองด้วยความงงงวยในมือขององค์ชายสิบสี่ มีเนื้อขาวๆ บางๆ เหมือนเนื้อปลา วางเรียงกันอย่างสวยงามประมาณสิบ ชิ้นนางค่อยๆ ลุกขึ้นมาดูด้วยความสงสัย
"องค์ชายสิบสี่มารดาของข้าไม่อาจกินเนื้อสดพวกนี้ได้ ร่างกายของท่านอ่อนแอเกินไปท่านแม่ของข้า ต้องการโอสถรักษาอาการเป็นไข้เพราะบาดเจ็บของท่านก่อน.."
หญิงสาวอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจเพราะนางคิดว่ากริชเพชร ไม่รู้วิธีการรักษาอาการบาดเจ็บของมารดานาง
"พี่หญิงใหญ่ข้าเรียนวิชาปรุงโอสถมา เดี๋ยวข้าทำแป๊บเดียว ท่านแม่ของพี่หญิงจะได้กินร้อนๆ เนื้อปลาพวกนี้ เหมาะในการบำรุงร่างกายข้าเอาหัวเป็นประกัน พระนางทานหมดถ้วยนี้ต้องแข็งแรงยิ่งกว่าอสูรแรดแน่นอน.."
กริชเพชรพูดด้วยเสียงราบเรียบ แต่องค์หญิงเจ้าลีหมิงกลับหัวเราะออกมา
"คริ! คริ! ..ในเวลาเช่นนี้เจ้ายังกล้าว่าแม่ข้าเป็นแรดอีกเหรอ.."
กริชเพชรขมวดคิ้วสงสัยในคำพูด ของตนเองว่าแม่ของนางตรงไหน
"ป่าวๆ ..ข้าไม่ได้ว่ามารดาของพี่หญิงใหญ่ ข้าเพียงเปรียบเทียบว่านางจะแข็งแรง เหมือนอสูรแรดเท่านั้น.."
กริชเพชรยกมือปฏิเสธด้วยสีหน้าจริงจัง จนหญิงสาวต้องหัวเราะหนักกว่าเก่า เพราะนางเข้าใจแล้วว่าเขาไม่มีเจตนาพูดแบบนั้นออกมา นางคิดไปเองมากกว่า
"ไหนดูซิพ่อคนเก่ง..ลองทำยาของเจ้าให้ข้าดูทีว่าจริงอย่างคำโม้หรือเปล่า..."
กริชเพชรยกยิ้มให้หญิงสาวใบหน้าขององค์หญิงเจ้าลีหมิง ดวงตาอันแข็งกร้าวของหญิงสาวดูอ่อนโยนสดใส ส่งประกายมีเสน่ห์ออกมา จนชายหนุ่มต้องแอบกลืนน้ำลายเล็กๆ เมื่อเห็นหัวเล็กๆ สีชมพูตั้งอยู่บนเต้าอวบในชุดบางๆ ของนางขณะเดินเข้ามาหาเขา
'อ๋อย! ..สงสัยองค์หญิงใหญ่ไม่ได้ใส่ใจกับตัวเองคงเป็นห่วงแม่ของนางจนลืมใส่ชุดชั้นในเต้าสวยน่าบีบเค้นเหมือนกันนะเนี่ย..ทำอาหารก่อนสิว่ะคิดอะไรไปทั่วเลย..'
กริชเพชรใช้หลังมือเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลซึมออกมาเพราะความหื่นเกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
จนเขาต้องสงบจิตใจลงเรียกเกล็ดอาวุธเทพออกมาขยายเป็นกระทะทำการต้มยำปลาปรุงด้วยพริกและกระเทียม แบบมีวัสดุจำกัดเขาเคยค้นในตำราที่ซื้อมาจากตลาดมืด
วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเหมือนพืชสวนครัวมีมากมายในโลกอสูรเพียงแต่เขาไม่มีเวลาไปหามันเพื่อมาเพาะปลูกหรือเก็บไว้เป็นเสบียงในการปรุงอาหารที่เลิศรส
ชายหนุ่มมองต้มยำร้อนๆ ในกระทะขณะที่ใช้ช้อนตักชิมรสชาติมันยังขาดความอร่อยหลายอย่างวันหน้าเขาต้องเป็นกุ๊กฝีมือดีในโลกอสูรให้ได้จัดสรรหาเครื่องปรุงเลิศรส มาทำอาหารเพื่อบำรุงและพัฒนากายอสูรให้ยอดเยี่ยมกว่าการกินเนื้อดิบพวกนั้น
"ทำไม? มันหอมจังเลย..ข้าไม่เคยได้กลิ่นโอสถที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อน..ขอข้าชิมนิดนึงได้ไหม? เจ้าค่ะ..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าลีหมิงกล่าวด้วยความดีใจ ความหอมที่นางได้กลิ่นมันทำให้สมองของหญิงสาวกระชุ่มกระชวยกายอสูรของนางรู้สึกเต้นระริก
อยากจะลิ้มลองโอสถถ้วยนั้นที่อยู่ในมือองค์ชายสิบสี่ให้หมดในคำเดียวถ้าไม่เห็นแกว่าต้องนำมาให้มารดาทานรักษาอาการบาดเจ็บ นางต้องขอเขากินสักครึ่งถ้วย
"ได้สิพี่หญิงใหญ่ท่านชิมรสชาติดูสิ เป็นยังไงลองคอมเม้นให้ข้าได้ปรับปรุงโอสถครั้งต่อไป.."
กริชเพชรพูดพร้อมยื่นช้อนให้หญิงสาว
นางใช้ช้อนหินอ่อนของชายหนุ่มค่อยๆ ตักน้ำและเนื้อปลาขึ้นมาสูดดม กลิ่นหอมจนนางอดใจไม่ไหว พร้อมกับตักเข้าปากความหอมหวานเผ็ดร้อนที่ซาบซ่านไหลลงกระเพาะไป
เมื่อพลังบอลดวงจิตแก่นแท้กลั่นอาหารเป็นเชื้อพลังกายอสูรส่งไปในส่วนของร่างกายมันทำให้นางสดชื่นเหมือนยืนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์เป็นบรรยากาศที่ถูกใจหญิงสาวสุดๆ
"โอ้นี่มันโอสถวิเศษจริงๆ แค่คำเดียวทำไม? ให้ความรู้สึกสุดยอดแบบนี้เหมือนร่างกายของข้าล่องลอยสู่สวรรค์ก็ไม่ปาน.."
องค์หญิงเจ้าลีหมิงหลับตาส่งอาการฟินสุดๆ ออกมาจนตัวสั่นเทา กริชเพชรยกยิ้มที่มุมปาก
"พี่หญิงใหญ่ท่าน คอมเม้นได้เวอร์วังสังกะสีจริงๆ อาหารช้อนเดียวมันจะให้ความรู้สึกขนาดนั้นได้ยังไง..เฮ่อๆ .."
กริชเพชรยกอาหารไปนั่งข้างเตียงองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย องค์หญิงใหญ่รีบเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขา
เอื้อมมือไปช้อนต้นคอองค์ฮองเฮาลีหงษ์ขึ้นกระซิบข้างหูมารดา
"ท่านแม่องค์ชายสิบสี่ปรุงโอสถที่สุดยอดให้ท่านแม่ท่านรับประทานหน่อยนะ ลูกรับรองร่างกายของท่านแม่ต้องฟื้นคืนกลับมาโดยไว.."
นางรับช้อนที่ตักต้มยำปลาของกริชเพชรค่อยๆ ป้อนมารดาที่ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วแต่ยังอ่อนระโหยโรยแรง นางทำได้เพียงแต่พยักหน้าอ้าปากที่แห้งขาวซีด รับอาหารในช้อนขององค์หญิงลีหมิงกลืนลงคอไป
พระนางรู้สึกหอมสดชื่นซาบซ่านเหมือนได้โอสถทิพย์ระดับเทพในการรักษากายอสูรนางเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ รักษาตัวช้าๆ
ขณะที่รับประทานต้มยำปลาของกริชเพชรหมดถ้วย ร่างกายขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายก็คืนสู่สภาพปกติสมบูรณ์ดังเดิม อย่างกับเทพเจ้าเนรมิตรักษาให้ก็ไม่ปาน
เมื่อพระนางฟื้นคืนสติมาอย่างสมบูรณ์นางลืมตาเห็นลูกสาวที่มีอาการดีใจพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้าย ดึงลูกสาวเข้ามากอดในอ้อมอก พร้อมเหลือบตามองเห็นองค์ชายสิบสี่แบบละอาย
ตลอดเวลาที่นางนอนซมทานอาหารอยู่สติของนางรับรู้ทุกอย่าง ในสิ่งที่กริชเพชรกระทำให้กับตน แต่ไม่อาจเอ่ยปากขึ้นได้
ตอนนี้ร่างกายของนางฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว หญิงสาวจึงพยุงตัวขึ้น ตัดสินใจกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม เพราะซาบซึ้งในสิ่งที่ชายหนุ่มทำ
เขาชนะหัวใจที่เคียดแค้นและชิงชังต่อพระนางเจ้าจิงจงมารดาขององค์ชายสิบสี่จนหมดสิ้น
พระนางคิดทบทวนทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของทุกคน มันเป็นกลการเมืองที่ทำให้สามชีวิตมาบรรจบกัน สร้างความเจ็บช้ำให้ทุกฝ่าย
วันนี้นางรอดชีวิตจากความตายมาได้ ด้วยมือเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่นางมีเจตนาร้ายต่อเขาตลอดเวลา ทำไม? หรือนางจะไม่ขอบคุณเขาสักคำ
"องค์ชายสิบสี่เราขอโทษ..และขอบคุณองค์ชายที่มีความปรารถนาดี ต่อลูกสาวเราและตัวเราไม่เคยโกรธเคือง เราไม่อาจใจดำต่อเจ้าอีกต่อไป.."
พระนางลีหงษ์ก้มหน้าลงอย่างละอายขณะกล่าวคำขอโทษและขอบคุณจบลง
"ไม่เป็นไรหรอกองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าไม่ถือสาเรื่องเหล่านี้หรอกขอท่านสบายใจได้.."
องค์หญิงเจ้าลีหมิงลุกขึ้นมาคารวะองค์ชาย สิบสี่แทนมารดาของนาง
"น้องเจ้าจิงโจวพี่หญิงขอคารวะเจ้าแทนท่านแม่ ข้าขอโทษในสิ่งที่ท่านแม่ทำกับเจ้าและมารดาของเจ้า.."
กริชเพชรรีบลุกขึ้นยืนพยุงหญิงสาวขึ้นอย่างร้อนรน เพราะไม่อยากให้นางทำแบบนี้ยังไงนางก็มีศักดิ์เป็นพี่สาวเขา
"พี่หญิงใหญ่อย่ากล่าวเช่นนี้เลยยังไงเราก็คนกันเอง ท่านเคยช่วยชีวิตข้าไว้ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเต็มที่ ข้าหรือจะมีใจโกรธเคืองท่านได้อีกต่อไป.."
หญิงสาวยิ้มกริ่มเหมือนรอเวลานี้มานาน นางหันไปมองมารดา อาการของพระนางลีหงษ์ไม่น่าเป็นห่วงอีกต่อไปแล้ว องค์หญิงเจ้าลีหมิงจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางต้องการ ก่อนที่จะออกจากนครแห่งนี้
"องค์ชายสิบสี่ท่านทำอาหารอร่อยมากข้าอยากทานสักจาน แล้วอยากกินปลาที่ข้าชอบด้วย น้องท่านจะไปหามันและทำให้ข้าทานได้หรือไม่.."
กริชเพชรขมวดคิ้วสูงอย่างสงสัย นางเปลี่ยนเรื่องไวเกินเขาตั้งตัวไม่ทัน
"แล้วพี่หญิงใหญ่ไม่อยู่เฝ้าท่านแม่หรอกหรือจะให้ข้าไปผู้เดียวก็ได้ ท่านอยากทานปลาอะไรละ.."
หญิงสาวขยับมาใกล้ๆ เกาะแขนชายหนุ่มแน่นเขย่าด้วยความยินดี
"เจ้าทั้งสองไปเถอะอย่าห่วงแม่เลยแม่อยากพักผ่อน ร่างกายของแม่เป็นปกติดียอดเยี่ยมยิ่งกว่านางแรดซะอีก.."
กริชเพชรยกยิ้มแหยๆ เขารู้ได้ทันทีว่าพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้าย ได้ยินที่เขาพูดขณะปรุงอาหารอยู่
องค์หญิงและพระนางลีหมิงต่างพากันหัวเราะอย่างสบายใจทำให้กริชเพชรพลอยขำฝืดๆ ไปด้วย
"พวกเราไปกันเถอะ"
องค์หญิงเจ้าลีหมิงคว้าแขนองค์ชายสิบสี่ ออกจากห้องบรรทมของพระมารดาไป นางพาเขาไปด้วยร่างมังกรขาวทะยานนำหน้าสู่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ ที่ให้กำเนิดนาง
ที่นี่เป็นที่หวงห้ามสำหรับบุคคลภายนอก นางเป็นพระธิดาองค์โตจึงได้รับสิทธิ์พิเศษ ให้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิดเมื่อเก้าสิบปีที่แล้ว
กริชเพชรกระโดดลงจากหลังนางเมื่อนางโฉบลงพื้นดิน แล้วกลายร่างเป็นมนุษย์ ข้างน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ กว่าของที่กริชเพชรเกิดอีกเป็นสิบเท่า
หญิงสาวหันมายิ้มให้ชายหนุ่มด้วยสายตาอ่อนหวานเซ็กซี่โคตรๆ ก่อนจะหมุนตัวทีเดียวเสื้อผ้าของนางก็หายไปสิ้น เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าที่งดงามยิ่งกว่านางฟ้า อวบอั๋นไปทั้งตัว
"โอ้แม่เจ้า..!!? .."
ปรี๊ดดดดดด!! ปรี๊ดๆ ๆ ๆ!!
ตูม! ซ่าาา!!
หญิงสาวกระโดดลงน้ำด้วยร่างที่เปลือยเปล่าขาวจั๊วะเหมือนหยวกกล้วย ดุจหยกขาวเนื้อดีเล่นเอากริชเพชรเลือด กำเดาไหลพุ่งกระฉูดแบบกั้นไม่อยู่
"คริ! คริ..องค์ชายสิบสี่มัวแต่เลือดกำเดาไหลกระฉูดอยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่จะได้ปลาล่ะ..ถอดเสื้อผ้าลงมาช่วยพี่หญิงใหญ่จับเร็วๆ สิ..ที่นี่ไม่ใช่มีแต่ปลาเท่านั้นนะ.. ของอร่อยสุดๆ คือหอยใหญ่..เดี๋ยวพี่หญิงจะให้เจ้ากินให้เต็มคราบ..คิคิ!! .."
................................................................................................................................