“ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ”
เฉินห่าวอัพค่าสถานะให้เรียบร้อยแล้วมองไปยังสกิลใหม่ของเลเวล 100 ที่ได้รับมา
ผลของสกิลทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองเข้าใกล้อาชีพต่อสู้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากว่ามีสกิลโจมตีเพิ่มเข้ามาแล้วหลังจากรอมานานจนเลเวล 100
[ มัสเซิลอิมแพค คำอธิบาย ทุกครั้งที่โจมตีมีโอกาส 30 % ที่จะทำลายกล้ามเนื้อของคู่ต่อสู้ 50 % โดยไม่สนพลังป้องกัน ]
เฉินห่าวฉกลมด้วยท่าทางพอใจ ผลของสกิลจะแสดงอัตโนมัติเมื่อเขาทำการโจมตีออกไป ไม่ว่าจะใช้ออกด้วยหมัดหรือเท้า ผลของสกิลสามารถทำงานได้เช่นเดิมหรือว่าจะถืออาวุธก็สามารถทำงานได้เช่นเดียวกัน
“ เอาล่ะไปกันเถอะ ”
เฉินห่าวเดินออกมาหน้าร้าน ดวงจันทร์โผล่ขึ้นมาบนท้องฟ้าได้ราว 2 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ลูกสาวของเขากำลังหลับพักผ่อนอยู่กับภรรยาบนตึก เขาจึงจะใช้โอกาสนี้เดินทางไปทิศใต้เพื่อล่ามอนสเตอร์เลเวล 180
ทันทีที่ขี่หลังสิงโตมันก็ได้ใช้ออกด้วยความเร็วสูงสุดวิ่งเหยียบอากาศหายตัวขึ้นไปบนก้อนเมฆ ด้วยค่าสถานะ 10 หน่วยที่เพิ่มขึ้นมาจากการออกกำลังกายทำให้มันสามารถรับมือกับเลเวล 190 ได้สบายๆ ซึ่งเหลือค่าสถานะอีก 20 หน่วยที่จะต้องเก็บให้ครบ
“ ตระกูลใหญ่ของเขต X จากไปกันหมดแล้วสินะ ”
สายตาทั้ง 2 คู่มองลงมาจากก้อนเมฆ ตระกูลฟู่ ตระกูลเหยาและตระกูลซูเดินทางกลับกันแล้ว แม้แต่ตระกูลเกาก็ด้วยเช่นกัน
กลุ่มคนที่กำลังตั้งเต้นท์ส่วนใหญ่เป็นฮันเตอร์ไร้สังกัด แม้จะมีฮันเตอร์จากเมืองอื่นๆบ้างพวกเขากลับเลือกที่จะเข้าไปนอนพักภายในเมืองแทนการตั้งเต้นท์ข้างนอกเช่นนี้
หลังจากที่เขาตรวจสอบอาณาเขตเสร็จแล้วเฉินห่าวจึงรีบเดินทางไปยังจุดที่มีกระต่ายเลเวล 180 อาศัยอยู่
ทันทีที่มาถึงสิงโตขาวไม่รอช้าพุ่งลงมาจากฟ้าอ้าปากกางเขี้ยวเล็บหวังจะสังหารกระต่ายให้ตาย
มันสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงหลบด้วยสัญชาตญาณแต่ก็พบว่าแขนข้างหนึ่งหายไปพร้อมกับปากขนาดใหญ่ที่พุ่งผ่าน
เมื่อรู้ว่าศัตรูแข็งแกร่งกว่ามันจึงร้องคำรามด้วยท่าทางโกรธแค้นชิงชังไม่คิดว่าแขนจะขาดหายไปง่ายดายเช่นนี้
เฉินห่าวไม่ได้เข้าไปยุ่ง ต่อให้เขาจะเป็นอมตะภายในพื้นที่แห่งนี้แล้วก็ตาม กระต่ายยังคงเป็นสิ่งที่เขาฆ่ามันไม่ได้จึงปล่อยให้สิงโตขาวจัดการ จนกระทั่งผ่านไปเพียง 1 นาทีกระต่ายเลเวล 180 ที่เคยไล่ล่าเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหานและตระกูลเจียงก็ได้ล้มตัวลงไปนอนนิ่งบนพื้น โดยที่มันไม่สามารถขยับร่างกายได้เพราะถูกสิงโตกัดจนแผลเหวอะหวะ
“ โทษทีนะ ฉันขอทดลองอะไรหน่อยก็แล้วกัน ”
แม้น้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอยากจะทดลองสกิลใหม่
เมื่อมาถึงร่างกระต่ายเฉินห่าวจึงทดสอบดูว่าโอกาส 30 % จะสูงมากแค่ไหน เขาจึงต่อยกลางหน้าอกของกระต่ายไปเรื่อยๆก่อนจะพบว่าหมัดที่ 3 ทำลายกล้ามเนื้อบริเวณกลางหน้าอกของมันจนเปิดออก
“ อ้าวเฮ้ย ว่าจะทดสอบโอกาสการโจมตีติดค่าสถานะสร้างความเสียหายกล้ามเนื้อแต่ดันเจอสิ่งที่น่าตกใจกว่าเหรอเนี่ย ”
ต่อให้เขาจะสร้างความเสียหายให้กับเลเวล 180 ได้ด้วยจิตแห่งดาบ กำปั้นของเขาไม่ควรจะทำได้ แต่หมัดเมื่อครู่ทำลายกล้ามเนื้อกลางหน้าอกของกระต่ายจนสภาพย่ำแย่กว่าเดิม
แม้จะไม่ได้ทำให้บริเวณที่เขาต่อยเกิดบาดแผลเหวอะหวะ กล้ามเนื้อในส่วนนี้กลับถูกทำลายไปมากถึง 50 %
เฉินห่าวจึงลองต่อยหมัดไปตามจุดต่างๆเพื่อทดลองโอกาสดู บางครั้งเขาก็พบว่าต่อยไปมากถึง 20 ครั้งก็ยังไม่ติดสถานะสร้างความเสียหายต่อกล้ามเนื้อ 50 % แต่บางครั้งหลังจากติดสถานะนี้แล้วแค่หมัดเดียวก็มีโอกาสสร้างสถานะนี้ขึ้นมาได้
“ เอาล่ะมาลองกันว่าถ้าต่อยอีกจนครบ 100 % แกจะเป็นยังไง ”
เฉินห่าวต่อยลงไปที่กลางหน้าอกเช่นเดิมด้วยความอยากรู้อยากเห็น หมัดที่พุ่งออกไปไม่ได้ใส่เต็มแรงเพราะเขาอยากเห็นผลของสกิลไม่ใช่ผลจากแรงของตัวเอง
เมื่อหมัดที่ 13 กระแทกกลางหน้าอกของกระต่าย กล้ามเนื้อในส่วนนี้ได้ระเบิดแตกกระจายราวกับแตงโมตกจากรถบรรทุก กระต่ายที่ถูกชกในตำแหน่งเดิมไม่ตาย เพียงแค่กลางหน้าอกของมันไม่เหลือกล้ามเนื้ออยู่เลย มีเพียงกระดูกซี่โครงที่รับหมัดของเฉินห่าวเอาไว้ ภายใต้กระดูกที่มองลงไปมีอวัยวะของมันกำลังทำงาน
“ สกิลโกงเกินไปแล้ว ”
เฉินห่าวไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาสามารถสังหารมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าได้ด้วยการใช้เทคนิคการโจมตีซ้อนทับ ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมีค่าสถานะสูงส่ง ขอเพียงแค่เขาสามารถโจมตีให้ติดสถานะทำลายกล้ามเนื้อ 50 % ในจุดเดิมให้ได้ 2 ครั้งติดก็สามารถสังหารสิ่งมีชีวิตนั้นได้แล้ว
ขอเพียงแค่เขาโจมตีเข้าไปบริเวณคออีกฝ่ายจะตายในทันทีเพราะส่วนนี้มีกล้ามเนื้อหุ้มเอาไว้ ถ้าหากเขาต่อยบริเวณขามันคงเดินไม่ได้ ในส่วนของแขนคงจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะยกขึ้นมาใช้ เขาจึงตัดสินใจสังหารกระต่ายแล้วดูดซับพลังของมันเข้าใส่กระดูกเซียนส่วนขาแทนเสือดำ
พลังงานสีขาวห่อหุ้มขาราวกับมีลมอ่อนๆผุดออกมาจากผิวหนัง ร่างของเขาเบายิ่งกว่าการใช้พลังของเสือดำมาก ทันทีที่เตะเท้าไปข้างหน้ามานาส่วนหนึ่งก็ได้ก่อร่างสร้างตัวเป็นรูปเท้าพุ่งเข้าทำลายสิ่งกีดขวาง ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องใช้วรยุทธ์ใดๆเลยก็สามารถปลดปล่อยสกิลที่มีพลังทำลายมหาศาลออกจากเท้าได้ด้วยการเตะเหมือนดั่งกระต่าย
บู้ม!
เท้าทั้งสองจมลงไปในพื้นดินส่งร่างของเฉินห่าวพุ่งขึ้นฟ้าสูงจากการทดสอบแรงในการกระโดด สิงโตเห็นว่าเจ้านายกำลังร่วงตกจึงรีบวิ่งเหยียบอากาศเข้าไปรับก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าไปหาช้างที่กำลังใช้ใบหูพัดไปรอบๆเปลี่ยนพื้นที่ให้เต็มไปด้วยความร้อนเหมาะแก่การพักผ่อนของมัน
เพียงแต่ว่าจู่ๆก็มีสิงโตขาวพุ่งลงมาจากฟ้ากัดเข้าที่กลางลำคอของมันจนต้องปลดปล่อยสกิลออกมาโจมตีจนทำให้พื้นที่รอบๆเต็มไปด้วยลาวาปะทุออกมาทำลายสิ่งกีดขวางรอบๆ
เฉินห่าวไม่รอช้าพุ่งเข้าไปทดสอบสกิลกับช้างเพื่อดูว่าผลของสกิลจะใช้ได้ผลดีกับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นี้หรือเปล่า
ทันทีที่เขาซัดฝ่ามือเข้าไปที่ข้างลำตัวทางฝั่งขวามือ พื้นที่ที่สัมผัสกับฝ่ามือของเขาราว 10 เมตรถึงขั้นระเบิดออกเผยให้เห็นเครื่องในไหลทะลักออกมา
เฉินห่าวถึงขั้นยืนแข็งค้างอ้าปากกว้างเนื่องจากว่าช้างที่ควรจะสู้ได้อีก 2 - 3 นาทีตายจากการถูกฝ่ามือของเขากระแทก
“ ของดีนี่นา ”
การโจมตีเมื่อครู่แม้จะเป็นการโจมตีด้วยการฟาดฝ่ามือไปเพียงหนึ่งครั้ง เขากลับใช้วรยุทธ์พันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อนทำให้เกิดการซ้อนทับของฝ่ามือขึ้นถี่รัวนับร้อยฝ่ามือ
เขาไม่รู้ว่าฝ่ามือทั้ง 100 ติดสถานะทำลายกล้ามเนื้อไปมากเท่าไหร่ แต่จากบาดแผลที่เกิดขึ้น การโจมตีของเขาไม่ได้ทำลายกล้ามเนื้อในจุดที่สัมผัสฝ่ามือ หลังจากที่มือของเขาสัมผัสท้องมันก็ได้ทำลายกล้ามเนื้อก่อนจะพุ่งเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อต่างๆที่อยู่ถัดไปจนทะลุไปยังอีกฝั่งของร่างกายช้าง
สิงโตขาวเห็นการโจมตีของเจ้านายถึงขั้นอ้าปากค้าง การโจมตีเมื่อครู่น่ากลัวมาก มันไม่นำค่าสถานะความแข็งแกร่งมาคิดรวมเลย ขอเพียงแค่ผลของสกิลทำงานบาดแผลจะเกิดขึ้นทันที
“ ไปกันต่อเถอะ ”
เฉินห่าวเก็บพลังของช้างเอาไว้ที่กระดูกกลางลำตัวเพื่อเพิ่มพละกำลัง เขาไม่ได้ทิ้งร่างของมันเพราะสามารถส่งต่อให้เฟยหลงใช้เพิ่มเลเวลได้เช่นกัน
เมื่อมาถึงตำแหน่งที่อีแร้งอาศัยอยู่นั้น เฉินห่าวจึงสั่งให้สิ่งโตบุกเข้าไปโจมตี ส่วนตัวของเขาใช้โอกาสนี้บุกเข้าไปซัดอีแร้งด้วยพันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อน ทว่าร่างของเขากลับระเบิดออกหลังจากถูกพลังของอีแร้งเล่นงาน
“ ใช้ได้แค่กับกล้ามเนื้อเหรอ ”
เฉินห่าวลุกขึ้นยืนหลังจากคืนชีพ เขารู้ถึงจุดอ่อนของสกิลแล้ว ดูท่าจะมีเพียงกล้ามเนื้อที่ได้รับผลจากสกิลของเขา ต่อให้จะโจมตีศัตรูมากกว่าพันครั้งหากไม่ถูกกล้ามเนื้อสกิลจะไร้ผลทันที
บริเวณที่เขาโจมตีเมื่อครู่นี้คือปีกที่ปกคลุมด้วยขนหนาเขาจึงไม่สามารถสังหารมันได้เหมือนช้าง
เฉินห่าวไม่รอช้ากระโจนเข้าไปทดสอบโจมตีตำแหน่งอื่นๆก่อนที่เขาจะร่างระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายเขาก็ได้รับคำตอบ
“ ต้องเป็นกล้ามเนื้อเท่านั้นสินะ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ฆ่าผู้อาวุโสได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ”
เฉินห่าวมองไปยังร่างอีแร้งที่ถูกสังหารแล้วติดตั้งพลังของมันเข้ากับส่วนหัว เขาต้องการพลังของมันมาเพิ่มความสามารถในการมอง ทันทีที่เปิดใช้งานพลังเขาก็พบว่าตนเองมองเห็นนกตัวเล็กๆที่กำลังบินอยู่ใต้ก้อนเมฆหลังจากลองใช้ความสามารถของอีแร้งผสมกับเนตรเซียนหมื่นวิถี
“ เหลือพละกำลังแขน ”
สิงโตขาวพาเฉินห่าวไปยังรังของมดหัวเสือ แรงกัดจากปากของมันไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแรงขาที่มีขนาดใหญ่กว่ามดทั่วๆไป
เฉินห่าวจึงสั่งให้สิงโตเข้าไปโจมตีจนเกราะทั่วตัวปริแตก เขาจึงลองโจมตีมันด้วยสกิลมัสเซิลอิมแพคปรากฎว่าสกิลของเขาใช้กับสิ่งมีชีวิตที่มีเกราะหุ้มตัวไม่ได้
เพียงแต่ว่าเขาสามารถฆ่ามันได้หลังจากที่เกราะถูกทำลายไปแล้ว แค่ซัดฝ่ามือเข้าไปบริเวณบาดแผลมันก็ถูกสังหารตายในทันที
“ โห ดีกว่าขโมยกระดูกเซียนคนอื่นมาหลอมรวมเลยแฮะ ”
พลังที่พวยพุ่งออกมาจากกระดูกเซียนทั้ง 4 ส่วนเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ให้กับเขาขึ้นมหาศาล หากให้เทียบเป็นตัวเลขไม่ต่างจากอัพเลเวลขึ้นไป 5 เลเวล เมื่อรวมกับสกิลมัสเซิลเบิร์สต์แล้วเขาสามารถรีดพลังได้มากถึง 15 เลเวล
หลังจากที่เก็บพลังแล้ว เฉินห่าวไม่คิดจะไล่สังหารมอนสเตอร์เลเวล 180 ต่อ สาเหตุที่เขาทำเช่นนี้เพราะกลัวว่าการตกตายของพวกมันจะทำให้ความสนใจในพื้นที่ล่าเขต X ลดลง
ตัวตนของพวกมันคือผู้ควบคุมพื้นที่รอบๆนี้ส่งผลให้มีมอนสเตอร์แข็งแกร่งอาศัยอยู่ ถ้าพวกมันตายเหล่าฮันเตอร์จะล่าได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้เขต X ไม่ใช่พื้นที่ที่น่าจับตามองอีกต่อไป
หลังจากเพิ่มกระดูกเซียนแล้วเฉินห่าวจึงเดินทางกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากสกิลใหม่ของเขามีความโกงที่แม้เทพเซียนยังหวาดกลัวหากรู้ว่าเขาสามารถสังหารเซียนได้ด้วยการซัดฝ่ามือเบาๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งเซียนสูงสุด