“นี่ ขอกระซิบหน่อยนะครับ นายน้อยหวังให้คุณชายรองรีบกลับมาไว ๆ แต่คุณชายรองไม่ค่อยกลับมานอนที่นี่หรอกครับ เธอมีบ้านอีกหลังและชอบความเป็ส่วนตัว บางทีก็อาจไปที่เกาลูนเลย แล้วตอนนี้ก็ติดหิมะอยู่ที่ไหนสักแห่ง ส่วนคุณชายใหญ่ก็มีบ้านต่างหากของเธอเหมือนกัน รายนั้นไม่ค่อยกลับมาที่นี่เลยด้วยซ้ำและตอนนี้คุณชายใหญ่ก็อยู่ที่สิงคโปร์ อย่าลืมนะครับ โอกาสเป็ของคุณหนู” ร่างค่อมน้อย ๆ ของเลขาไฉ่ ผู้มีสีผมดอกเลาและใบหน้าที่เข้าสู่วัยชรา หายไปแล้ว
แต่เสียงของเลขาไฉ่ยังดังแว่วอยู่ในหู เหมือนเสียงของพ่อมดที่คอยกระซิบกระซาบอยู่ตลอดเวลาให้เธอเอาคืน เหวินหลง
************************
ญาหลันมองเห็นเมอร์ไลออนแล้วเธอกวาดตาขึ้นไปยังตึกสูง ๆ ของโรงแรมชั้นหนึ่ง สถานที่ที่เหวินหยูเหว่ยบอกไว้ ลังเลใจที่ต้องเป็ฝ่ายมาหาเขาถึงที่นี่ เธออยากรู้ว่าระหว่างเขากับบิดามีเื่ขัดแย้งอะไรกันแน่ เพราะท่าทีของบิดาเมื่อวานไม่พอใจเหวินหยูเหว่ยนัก เธอก้าวขึ้นลิฟต์ ในนั้นมีชายชาวจีนสองคน พวกเขาคุยกันเป็ภาษาจีนแต้จิ๋ว
“ได้ข่าวว่าคุณชายใหญ่เหวินหยูเหว่ยก็พักอยู่ที่นี่”
ผู้ชายตัวอ้วนสวมเสื้อคอจีนเอ่ยปากขึ้น
“เฮ่ย! งั้นรึ เขาเป็คนสั่งฆ่าถังเห่อหนันที่เกาะเรียวน่ะรู้หรือเปล่า” อีกคนก้มกระซิบเสียงเบาลง ญาหลันยืนตัวแข็งทื่อ กับเื่ไม่คาดฝัน
“จริงง่า” ชายสวมชุดจีนตัวอ้วนร้องทำตาโต
“เขาลือกันให้แซ่ดเกี่ยวกับการสร้างคาสิโนแห่งที่สอง พี่น้องตระกูลเหวิน ไม่พอใจถังเห่อหนันอย่างมากที่หันไปหากลุ่มทุนจากมาเลย์แทนอี ไม่งั้นอาคุณชายใหญ่จะมาที่นี่ทามมาย ความจริงอีควรจะอยู่แผ่นดินใหญ่มากกว่า”
คนตัวเล็กกว่าบอก
“เห็นเขาว่าตัวจริงอีหล่อหยังกับเทพบุตร”
“เหวินคังอีเก่งสร้างลูกมาแต่ละคนทั้งเก่ง ทั้งฉลาด แล้วยังหน้าตาดีทุกคน แต่ไม่น่าเป็คนโหดร้ายเลยน่า” คนพูดส่ายหน้า
“พวกเ้าพ่อก็อย่างงี้ใครขวางธุรกิจอี ตายทุกราย”
ญาหลันหูอื้ออึ้ง ตาลาย กับเื่ที่ได้ยินเต็มสองหู สาวเท้าก้าวออกจากลิฟต์ เื่ที่คนพวกนั้นพูดจริงหรือเปล่า บิดาเธอไม่เคยพูดเื่ธุรกิจให้ฟังเลย แต่จากท่าทีของบิดาและเหวินหยูเหว่ยทำให้เธอพอจะรู้อยู่บ้างในความไม่ลงลอยกัน แต่คิดไม่ถึงว่าถึงขั้นที่ เหวินหยูเหว่ยจะสั่งฆ่าบิดา แล้วพ่อรู้เื่นี้หรือเปล่า ต้องรู้ ญาหลันคิด ไม่อย่างนั้นจะแสดงท่าทีโมโหหรือ ซ้ำยังบอกว่าเหวินหยูเหว่นเป็อันตราย
เธอนึกถึงใบหน้าและแววตาของเหวินหยูเหว่ย แววตาที่อ่านยาก ลึกล้ำ....
“คุณหนูญาหลัน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ” เลขาหลี่หยงทัก มองใบหน้าเลื่อนลอย ของญาหลันอย่างสงสัย
“เอ่อฉันมาพบเหวินหยูเหว่ยน่ะค่ะ” ญาหลันเสียงเบาหวิว
“ท่านกำลังติดประชุมค่ะอยู่ที่ชั้นบน ดิฉันลืมเอกสารถึงได้ลงมา คุณหนูญาหลันจะเข้าไปรอท่านในห้องก่อนไหมค่ะ”
“ค่ะ” ญาหลันตอบรับ นึกน้อยใจเหวินหยูเหว่ยไม่ได้ตามเธอมาที่นี่หากแต่เขามีงาน และเื่ของเธอกับเขาก็อาจเป็ “งาน “ของเขาเช่นเดียวกัน เอาเถอะไหนๆ เธอก็มาเพื่อจะถามเขาให้รู้เื่มิใช่หรือ ฉะนั้นเธอก็ควรจะรอถามเขา จะต้องมีสิ่งใดให้กลัวอีก เลขาหลี่ พาเธอมายังห้องพักของเหวินหยูเหว่ย
“การประชุมังไม่เริ่ม หนึ่งชั่วโมงคงเสร็จคุณหนูญาหลัน รอก่อน นะคะ ดิฉันจะเรียนให้เ้านายทราบ”
เลขาสาวใหญ่บอกก่อนออกจากห้องไปปล่อยให้ญาหลันนั่งอยู่ตามลำพัง
หญิงสาวกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกแม้จะเตรียมใจไว้แล้วก็ตาม กวาดตามองรอบๆ ห้อง ห้องของเหวินหยูเหว่ยล้วนแต่เป็ห้องที่หรูหรา กว้างขวางแบ่งเป็สัดส่วน ดูอย่างรถที่เขาใช้แต่ละคันสิ ที่เมืองไทยเขาใช้ลีมูซีนของโรงแรม แต่พอถึงสิงค์โปร์เขามีคาดิแลค ลีมูซีนอีกเหมือนกันแต่แค่มองปราดเดียวญาหลันก็รู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของมันดีเยี่ยมแค่ไหน รถแบบนี้คนสำคัญและร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเขาใช้กัน มารอรับ เขา กับ บิดาของเธอทำธุรกิจเหมือนกัน แต่ญาหลันยังมองไม่ออกว่าการแต่งงานของเธอกับเขาจะทำประโยชน์อะไรให้เหวินหยูเหว่ยและพ่อจะเสียประโยชน์อย่างใด หากการตัดสินใจของเธอจะทำให้บิดาตกอยู่ในภาวะลำบาก ญาหลันจะไม่ทำเด็ดขาด
การพบกันและอยู่ด้วยกันกับเขาในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่อาจทำให้เธอเชื่อมั่นเขาได้เลย ยิ่งรู้ว่าเขา เป็ศัตรู กับบิดาด้วยแล้ว คนอย่างเหวินหยูเหว่ยไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกับเธอได้เลย ถ้าไม่ใช่เหตุจงใจ
ญาหลันผุดลุกผุดนั่ง สุดท้ายเธอก็เดินไปยังโต๊ะไม้เนื้อแข็งที่มีไว้สำหรับเป็โต๊ะให้แขกได้ใช้ทำงาน เธอจะไว้ใจเขาได้หรือ.... ญาหลันมองซองเอกสารที่ซ้อนๆ กันอยู่ แต่ละซองถูกเปิดเอาไว้แล้วมีแผ่นกระดาษเสียบซ้อนกัน บางซองหนา ครั้นหยิบมาเปิดดูจึงเห็นว่าเป็กำหนดการและรายละเอียดการประชุมรวมถึงแผ่นผับโบชัวที่รับแจกภายในงานซึ่งคงมิได้สำคัญนัก บางซองมีแผ่นซีดีเสียบสอดมาในซอง ญาหลันเปิดดูทุกซองจนถึงซองสีน้ำตาลบาง ๆ
มือเรียวทำงานอย่างรวดเร็วสอดหยิบแผ่นกระดาษรายงานประวัติ... ชื่อ... และ ในซองมีรูปถ่าย? หลายใบ หัวใจของญาหลันแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อเห็นภาพถ่ายชัดเจน ภาพครอบครัวเธอ ภาพของเธอที่ไหน? ฮองกง..ย่านไหนสักแห่งที่ญาหลันกำลังเดินผ่าน ตัวเธอก็จำไม่ได้แล้วเพราะเธอไปฮองกงมาเกือบสามปี นิวยอร์ก...หน้า มหาวิทยาลัย สิงคโปร์แถวประตูทางเข้าหน้าบ้านของเธอนี่เอง... มือเรียวสั่นเทิ้ม เหวินหยูเหว่ยให้คนสะกดรอยเธอมาตลอด เพื่ออะไร ในนั้นยังมีรูปของบิดา มารดา ชิงหลิน อาซันครบหมดมันหมายความว่าอย่างไร ญาหลันเก็บทุกอย่างใส่ซองสอดเก็บไว้ตามเดิมที่เดิมที่ที่มันเคยอยู่
เหงื่อเม็ดโป้งซึมบนใบหน้าเรียวงาม นึกกลัวว่าถ้าเหวินหยูเหว่ยรู้ว่าเธอรู้...เขาจะเผยธาตุแท้ออกมา เขาอาจจะฆ่าเธอก็ได้ เธอจะทำอย่างไรถ้าเขาบอกว่าทุกอย่างระหว่างเธอและเขาเป็แค่แผนการของเขา ใช่ เขาอยากฆ่าพ่อเธอและทำไม่สำเร็จจึงใช้วิธีนี้กับเธอแทน
“ตายแน่แล้ว” หญิงสาวพึมพำบอกตัวเอง หมุนตัวหันกลับไปที่ประตู เธอต้องไปก่อนที่เหวินหยูเหว่ยจะกลับมา ไปจากคนที่หวังทำลายครอบครัวเธอ แต่แล้วมือที่กำลูกบิดกลับชะงัก เธอหุนหันเกินไปหรือเปล่า ญาหลันลังเล ใจหนึ่งก็แยงว่าเธอด่วนตัดสินใจเร็วเกินไป ทำไมไม่รอถามจากปากของเหวินหยูเหว่ยถ้าเขาคิดจะทำร้ายเธอจริงๆ เธอก็จะสู้สุดฤทธิ์ไม่กลัวตาย แต่อีกเสียงหนึ่งก็ะโเยาะเย้ยมาว่า เป็เพราะเธอกลัวคำตอบที่จะออกมาใช่ไหมเพราะเธอหลงรักผู้ชายคนนี้ซะแล้ว... ญาหลันตัดสินใจบิด หมุนล็อดออกช้า ๆ เสียงเล็ก ๆ ฉุดรั้งเธอเอาไว้ เสียงแห่งเยื้อใยที่มีต่อเหวินหยูเหว่ย ญาหลันกำลูกบิดไว้แน่นและกระชากมันออก!
เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตู ญาหลันอ้าปากค้าง อยากวิ่งหนีจากตรงนั้นติดขัดตรงที่ร่างสูงใหญ่ที่ปิดทางเอาไว้จนแทบมองไม่เห็นทาง
“จะไปไหน” เสียงทุ้มเย็นถามขึ้น ญาหลันกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พยายามฝืดยิ้มทำใจดีสู้เสือ เงยหน้าแหยๆ มองคนตรงหน้า พอเห็นตัวเขาแล้วญาหลันชักใจฟ่อ แค่เขาจับเหวี่ยงเธอคงกระเด็นไปไกล อาจคอหัก หรือโชดดีแค่เคล็ดขัดยอกตามร่างกาย