หลี่ไท่หยุนที่ดูสถานการณ์เองก็ใกับเหตุการที่เห็นอยู่เช่นกันแต่ด้วยความโกรธและความอับอายที่มีอยู่มากกว่ามันพลันจ้องไปที่เฟยหรงและเสี่ยวเฟิงด้วยแววตาไม่เป็มิตรแล้วกล่าวเสียงดังว่า "เฉิงเอ๋อ กลับ!!"
"ท่านพ่อ แต่ข้า!..........."
"เ้ายังขายหน้าไม่พออีกหรือไงกลับบ้าน"กล่าวจบก็เดินออกไปในทันที ทางด้านหลี่เฉินเองก็ทำอะไรไม่ได้มันกุมมือที่เต็มไปด้วยเืของตัวเองเอาไว้แล้วมองไปที่เฟยหรงอย่างเเค้นเคืองก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ยินดีนัก
"อะแฮ่ม คุณหนูปล่อยได้แล้วมั้งหากเ้ายังคงกอดข้าอยู่เช่นนี้เกรงว่าข้าจะทนไม่ไหวเอาได้"เมื่อเหตุการณ์สงบเฟยหรงพลันกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่กอดเขาไว้แน่นพร้อมหลับตาสนิท เห็นได้ชัดเลยว่านางคิดว่าฝ่ามือนั้นคงโดนนางไปเสียแล้วอย่างแน่นอน
"อ๊ะ!"หญิงสาวอุทานออกมาก่อนจะผละตัวออกจากอ้อมกอดแล้วหันหน้าหนีเฟยหรงเพื่อไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่แดงกล่ำ ในขณะนั้นเองเสียงของเสี่ยวเฟิงก็ดังขึ้นมา
"เซียนเซียน เฟยหรง เราไปคุยกันเป็การส่วนตัวกันเถอะ"เขากล่าวออกมาเช่นนั้น แล้วเฟยหรงจะทำอะไรได้นอกจากตามเขาไปแต่โดยดี
เมื่อมาถึงยังห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์เสี่ยวเฟิงกล่าวขึ้นในทันที "ก่อนอื่นลุงต้องขอขอบคุณเ้ามากที่ช่วยเหลือเวียนเซียนเอาไว้ในวันนี้"
"ไม่เป็ไรขอรับท่านลุง ข้าเองก็ได้กำไรมาไม่น้อย"เฟยหรงกล่าวอย่างขี้เล่นทำให้เสี่ยวเซียนหน้ามุ้ยพร้อมเค้นเสียง 'หึ'เเละเบือนหน้าหนีในทันที อาการเช่นนี้มันสร้างความขบขันให้กับเสี่ยวเฟิงผู้เป็พ่อไม่น้อย
"ฮ่าๆๆ...........แต่เ้ารู้หรือไม่การกระทำนี้มันมีผลตามมาอยู่นะ"เสี่ยวเฟิงกล่าวขึ้นอีกครั้งทำให้ทั้งเฟนหรงและเสี่ยวเซียนพากันงุนงงในทันที นี่เขากำลังพูดถึงเื่ใด ในเมื่อจัดการปัญหาได้หมดสิ้นแล้วเหตุใดมันยังมีผลที่ตามมาอยู่อีกละ
"ผลที่ตามมานั่นก็คือพวกเ้าจะต้องหมั้นหมายกันจริงๆอย่างไรละ ถึงแม้ตอนนี้ตระกูลหลี่จะยอมถอยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถอยตลอดไป หากเื่โกหกนี้แดงออกไปเกรงว่าพวกมันคงโกรธจนต้องเอาให้ตายกันไปข้างเป็แน่เนื่องจากการกระทำนี้เป็การหยามเกียตริพวกมันอย่างจัง"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นทางด้านเฟยหรงและเสี่ยวเซียนต่างมองหน้าก่อนและเบือนหน้าหนีในทันทีในเวลานี้ใบหน้าทั้งสองแดงออกมาเล็กน้อย
แน่นอนว่าในตอนเด็กทั้งสองนั้นจะแกล้งกันตลอดเวลาโดยที่ส่วนใหญ่จะเป็เสี่ยวเซียนที่แกล้งเฟยหรงมากกว่า แต่ตอนนี้พวกเขาโตเป็ผู้ใหญ่แล้วดังนั้นความรู้สึกย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน
"เอ่อ.....เื่นี้ท่านลุงถามเสียวเซียนเถอะว่ายินยอมหรือไม่ ข้าเป็ผู้ชายเื่เช่นนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้วแต่เสี่ยวเซียนเป็หญิงควรจะให้ความสำคัญกับความรู้สึกของนางเป็อันดับแรก"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นแม้เขาจะไม่ได้สนใจเื่รักๆไคร่ๆมากนักในตอนนี้แต่มันก็ถือเป็รสชาติหนึ่งของชีวิต แถมมันก็เป็อย่างที่เสี่ยวเฟิงกล่าว การเล่นละครในครานี้ถือได้ว่าหากเื่แดงออกไปว่าเขาไม่ได้เป็คู่รักกับเสี่ยวเซียนจริงอีกฝ่ายคงจะไม่อยมเลิกลาโดยง่ายดังนั้นการหมั้นหมายก็ถือว่าเป็ทางออกที่ดีอย่างหนึ่ง
"ฮ่าๆๆกล่าวได้ดีๆ เซียนเซียนลูกละว่าอย่างไร ในเมื่อทุกสิ่งที่ลูกทำในวันนี้ลูกเป็คนคิดขึ้นเองจะทำให้บทละครบทนี้สูญเปล่าหรือเปล่าละ"เสี่ยวเฟิงกล่าวออกมาเชิงชี้นำ เื่นี้ไม่เพียงแต่จะตัดปัญหาได้เท่านั้น แต่ตัวเขาเองชอบใจในบุคลิกของเฟยหรงไม่น้อยที่ไม่แสดงความหวั่นเกรงแม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตรายแถมยังจัดการทุกอย่างได้อย่างง่ายดายจนไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญพ่อของเฟยหรงนั้นคือสหายรักของเขาอีกต่างหากแล้วเช่นนี้เขาจะไม่สนับสนุนได้อย่างไร
"เอ่อ....ท่านพ่อ ขะ ข้า......มะ หมั้นเ้าค่ะ"นางกล่าวด้วยท่าทีตะกุกตะกักแต่ในที่สุดก็กล่าวออกไป ซึ่งมันทำให้เฟยหรงประหลาดใจไม่น้อย เดิมทีนางเป็คนหัวแข็งเสียยิ่งกว่าอะไร ทำในตอนนี้เพียงแค่ถูกชี้นำเล็กน้อยกลับยอมเสียอย่างนั้น ในสายตาของเขาอารมณ์ของสตรีนี้ยากแท้หยั่งถึงเสียจริงๆ
"ยอดเยี่ยมๆเช่นนั้นข้าจะไปคุยเื่นี้กับท่านเฟยหงเดี๋ยวนี้"กล่าวจบเสี่ยวเฟิงก็เดินออกไปจากห้องในทันทีทิ้งไว้เพียงเสี่ยวเวียนและเฟยหรงเท่านั้น
"แม่นางน้อย มาอารมณ์ไหนถึงได้ยอมหมั้นหมายกับข้าละเนี้ย"เฟยหรงเห็นว่าบรรยากาศเงียบเกินไปจึงได้กล่าวหยอกล้อขึ้น
"หนวกหูน่า ข้าแค่ไม่อยากให้ที่ทำมาวันนี้สูญเปล่าก็แค่นั้น"นางกล่าวออกมาเช่นนั้นพร้อมหันหน้าหนีเขาอีกครา ในเวลานี้เฟยหรงได้แต่ขบขันการได้กลั่นแกล้งแม่นางน้อยนี้คืนบางมันเป็อะไรที่น่าสนุกจริงๆ
"ด้วยนิสัยของเ้าเื่เช่นนี้บังคับกันได้ด้วยหรือ เ้าคงไม่ได้ตกหลุมรักข้าหรอกใช่หรือไม่หรือการกลั่นแกล้งเมื่อวัยเด็กจะเป็วิธีแสดงความรักในแบบของเ้ากัน"เมื่อเสี่ยวเซียนได้ฟังในเวลานี้หน้าของนางพลันแดงกล่ำพร้อมขบฟันด้วยความโกรธ หญิงสาวเดินไปอยู่ตรงหน้าเฟยหรงที่กำลังกล่าวอย่างหน้าระรื่นและใช้เหยียบเข้าไปเท้าของอีกฝ่ายอย่างจังทำให้เฟยหรงถึงกับหน้าแดงด้วยความเ็ปในทันทีพร้อมมองไปที่หน้าของเสียวเซียนที่กำลังบึ้งก่อนที่นางจะเค้นเสียง 'หึ' แล้วเดินออกไปโดยไม่มองเฟยหรงเลยแม้แต่น้อย
"หนอย น้องหญิงของข้าคนนี้เหตุใดเท้าหนักนักจัง กระทืบเท้าข้าไม่พบยังขยี้อีก"เขากล่าวออกไปเช่นนั้นก่อนจะเดินออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเสี่ยวในทันที เื่ในวันนี้นับว่าเกินความคาดหมายของเขายิ่งนัก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้แต่เฟยหรงก็ไม่ได้คิดอะไรมากและถือว่ามันเป็รสชาติแห่งชีวิตอย่างหนึ่ง
"นายน้อยนี่ยังไม่ถึงเหลือเวลาอีกมากกว่าจะค่ำท่าน้าไปที่ใดต่อหรือไม่"เฟยหลินกล่าวถาม
"เอ่อ......ไปหอประมูล"เฟยหรงกล่าวสั้นๆและเดินนำทั้งสองไปในทันที ที่โรงประมูลแห่งนี้เรียกได้ว่าขายทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็สมบัติล้ำค่าหรือทาสที่โรงประมูลล้วนมีทั้งนั้น และเป้าหมายของเฟยหรงก็คือเืสัตว์อสูรประเภทงูขั้นสามหรือสี่ยี่สิบชนิดนั่นเอง เพราะเขา้าจะยกระดับกายัทองแดงให้เป็กายัเงินเสียที
"หืม!"
ในขณะที่เดินไปอยู่นั้นเฟยหรงชะงักฝีเท้าลงโดยพลัน พร้อมหันไปมองที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อสูรที่ยังมีชีวิตก่อนจะเดินเข้าไปดู เบื้องหน้าของเขาคือตู้สองตู้ที่บรรจุลูกงูสีขาวเผือกตัวน้อยกับเม้นตัวสีม่วงที่ดูอ่อนแอจนเหมือนจะตายเมื่อใดก็ได้
"นายน้อยหากท่านสนใจสัตว์เลี้ยงท่านสามารถหาตัวที่ดีกว่านี้ได้นะขอรับดูสิมันยังมีอีกมากเลยทีเดียว"เฟยเหลียงกล่าวออกมาพร้อมชี้ไปทางสัตว์ที่แข็งแรง
"ไม่ละข้าสนใจเ้าสองตัวนี้มากกว่า"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนี้ มือขวาของเขาช้อนเอาลูกงูสีขาวขึ้นมา ส่วนมือซ้ายเองก็ช้อนเอาเม้นน้อยตัวสีม่วงอ่อนขึ้นมาเช่นกันและนำไปหาพ่อค้าเพื่อคิดเงิน ซึ่งเขาได้พวกมันมาในราคาที่ถูกมากๆเพียงแค่สองผลึกปราณระดับต่ำเท่านั้นเองเนื่องจากเ้าของร้านคิดว่าพวกมันใกล้จะตายแล้วในตอนแรกพ่อค้าแทบจะให้ฟรีๆเลยด้วยซ้ำ แต่เพื่อเป็การรักษาน้ำใจกันเฟยหรงจึงให้เขาบอกราคาและก็เป็อย่างที่เห็นเขาได้พวกมันมาในราคาที่ถูกแสนถูก
'นาคากลืน์ เม่นมารเมฆากลืนมิติ คิดไม่ถึงว่าข้าจะเจอสัตว์อสูรประเภทกลืนกินที่นี่ แม้จะเป็เพียงเืผสมแต่หากดูแลมันดีๆมันอาจจะกลายเป็คู่หูที่ยอดเยี่ยม'เฟยหรงลิงโลดในใจ หากพ่อค้ารู้ว่าสัตว์ที่เขาขายไปถูกแสนถูกนั้นคืออะไรเกรงว่าจะต้องแทบกระอักเืตายเป็แน่