เยี่ยนเจาเจาเงียบงันเนิ่นนาน
หลังนางครุ่นคิด สุดท้ายก็ข้ามผ่านอุปสรรคในใจตนเองได้
เมื่อนางคิดตกแล้ว สีหน้าจึงผ่อนคลายลง
ตอนนั้นเองที่ร่างกายรู้สึกเหน็ดเหนื่อย หนานหมิงเหอเห็นสาวน้อยอิงแอบเขาด้วยใบหน้าอ่อนล้าก็ตระหนักว่านางหดหู่ใจเกินไปจึงอุ้มนางกลับไปพักผ่อน
ขณะที่เยี่ยนเจาเจานอนลงบนตั่ง เพิ่งจะผล็อยหลับไป หลานเล่อที่อยู่ข้างนอกก็เคาะประตูแผ่วเบา
ปกติเขาระแวดระวังเช่นนี้น้อยครั้ง หนานหมิงเหอขมวดคิ้วไม่อยากส่งเสียงดังรบกวนเจาเจาจึงเดินออกไป
หนานหมิงเหอมีบางอย่างอยู่ในใจไม่ได้สังเกตเลยว่าเยี่ยนเจาเจาที่อยู่บนเตียงนุ่มข้างหลังลืมตาขึ้นแล้ว ดวงตาไร้ซึ่งความง่วงงุนจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังห่างออกไปของเขา นัยน์ตาแฝงอารมณ์ท้อแท้
หลานเล่อลากหนานหมิงเหอไปที่ลานเรือนใบหน้าหนานหมิงเหอไม่พึงใจเล็กน้อย “มีอะไรต้องหลบซ่อนเช่นนี้ด้วยหรือ?”
หลานเล่อก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เขาดูสับสนอย่างยิ่งใช้เวลานานกว่าจะเอ่ยออกมา “คุณหนูหกมาพบท่านขอรับ”
“นางมาหาข้าทำไม? ข้าไม่มีสิ่งใดจะกล่าวกับนาง”
หนานหมิงเหอหมุนตัวเดินกลับไป แววตาบ่งบอกถึงความขยะแขยงชัดเจน
“นางบอก นางบอกว่านางรู้เรื่องในอนาคตของคุณชาย...”
“ไร้สาระ!”
หลานเล่อยังพูดไม่ทันจบ หนานหมิงเหอก็ขัดขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ
เห็นชัดว่าเขาไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าหลานเล่อกับหยวนอีย่วนจะกล่าวสิ่งใดไม่ว่านางจะพูดสิ่งใด หนานหมิงเหอก็ไม่อยากรู้
เขาอดนึกถึงคราก่อนที่ตนตกหลุมพรางของนางแล้วโดนหลอกไปสวนดอกไม้เล็กที่เจาเจาเล่นชิงช้าช่วงแรกไม่ได้
คำพูดที่หยวนอีย่วนกล่าวคราวนั้นงมงายยิ่งนักแต่หนานหมิงเหอกลับเชื่อ
นางบอกว่ามีเรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเยี่ยนเจาเจาต้องการบอกให้เขารู้เดิมทีเขาไม่อยากจะสนใจแต่นางดันกล่าวว่านางรู้ว่าเยี่ยนเจาเจามีไฝเสน่ห์สีแดงสวยอยู่ที่กระดูกก้นกบ
หนานหมิงเหอไม่เชื่อ แต่ไม่รู้เขาคิดอะไรตอนกลับไปถึงเอ่ยถามหงซิ่วที่คอยปรนนิบัติเยี่ยนเจาเจาในชีวิตประจำวันราวกับถูกผีอำ เพื่อยืนยันว่าคำพูดของหยวนอีย่วนคือเรื่องจริง
เรื่องส่วนตัวประเภทนี้ย่อมไม่มีใครรู้นอกจากสาวใช้ข้างกายทว่าหนานหมิงเหอมั่นใจว่าทุกคำพูดทุกการกระทำของหงซิ่วอยู่ในขอบเขตการเฝ้าระวังของเขาหงซิ่วไม่มีโอกาสเดินออกไปบอกลักษณะจำเพาะบนร่างกายของเยี่ยนเจาเจาแก่หยวนอีย่วนแน่
ดังนั้นมันจึงทำให้หนานหมิงเหอลังเล
จนอดเชื่อคำลวงของหยวนอีย่วนไม่ได้และยอมไปพบนางเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยละเอียด
เมื่อพบหน้า หยวนอีย่วนก็พูดจากำกวมน่าเหลือเชื่อบางอย่างซึ่งทำเขารู้สึกระแวง
หยวนอีย่วนได้มาพบเขาผ่านเรื่องไฝเสน่ห์เอ่ยคลุมเครือว่านางรู้ว่าเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอไม่ใช่คนแซ่หยวนจนเขาเกือบเสียกิริยา ด้วยเหตุนี้เอง คราวก่อนหนานหมิงเหอถึงเตือนเจาเจาว่าหยวนอีย่วนเจ้าเล่ห์เสมือนหมาป่าไม่แน่ว่าจะไม่ลงมือกับพวกเขา
แต่ยามนั้นเขายังตรวจสอบที่มาที่ไปและข่าวคราวของหยวนอีย่วนไม่ชัดเจนจึงตอบคำถามเยี่ยนเจาเจาไม่ได้และต้องการระวังมากกว่านี้
แต่ครั้งนี้จะเหมือนเดิมหรือ?
ไม่มีทาง
ตัวเขาหนานหมิงเหอไม่เคยถูกใครข่มขู่นับประสาอะไรกับคนโง่อย่างหยวนอีย่วน
ฉะนั้นหนานหมิงเหอจึงไม่แม้แต่จะฟังคำพูดต่อไปของหลานเล่อหันหลังเตรียมจากไปทันที
หยวนอีย่วนมีข้อมูลไม่ชัดเจน ก็อยากคุยเปิดใจตรงไปตรงมากับเขายิ่งกว่านั้นนางยังต้องการหลอกใช้เจาเจา ไปฝันลมๆ แล้งๆ เอาคงเร็วกว่า
“คุณชาย คราวนี้นางบอก... บอกว่ารู้ว่าคุณหนูตายอย่างไรขอรับ”
เรื่องนี้หนานหมิงเหอไม่เคยได้ยินมาก่อน
นี่คือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของหยวนอีย่วนหรือ?
น่าขัน
อนาคตของเขาอยู่ในกำมือเขา ไม่เคยมาจากคำพูดของคนอื่น
หยวนอีย่วนต้องการกำหนดอนาคตของตนด้วยคำพูดไม่กี่คำช่างโง่เขลานัก
ทั้งยังเป็นเจาเจา เจาเจา!
หนานหมิงเหอสัมผัสได้ถึงสายตาที่ยากจะเพิกเฉยลอยมาจากข้างหลังเขาหันกลับไปในพลัน ก็เห็นว่าประตูที่อยู่ไกลด้านหลังเปิดตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
เยี่ยนเจาเจาสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ลวกๆ ยืนที่เดิมอย่างเงียบงันไม่มีร่องรอยความอบอุ่นในแววตาสักนิด
กระทั่งหนานหมิงเหอหันกลับมา นัยน์ตาของนางยังไม่สั่นไหวเลย
นางหัวเราะเยาะ “นางบอกว่านางรู้ว่าข้าจะตายอย่างไรหรือ?”
หนานหมิงเหอไม่กล้าตอบคำถามนี้
หลานเล่อก็ไม่กล้าเช่นกัน
เขาก้มหน้าจนศีรษะแทบซุกหว่างขาแล้ว
หนานหมิงเหอกดสันจมูกของตนเองด้วยความปวดหัวสายตาที่มองหลานเล่อข้างกายติดจะผิดหวังเล็กน้อย “เจ้าติดตามข้ามาหลายปียังไม่รู้ว่าเรื่องใดควรส่งมาถึงข้าเรื่องใดไม่ควรหรือ?”
หลานเล่อส่ายศีรษะ ท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ
“เจ้ากลับไปเสีย วันหลังไม่ต้องมาแล้ว”
คำพูดของหนานหมิงเหอเบาหวิวแต่หลานเล่อกลับรู้ว่าความหมายแน่นอนแล้ว หลานเล่อเงยหน้ามองเยี่ยนเจาเจา จู่ๆพลันเข้าใจเหตุผลขึ้นมา
นี่คือแก้วตาดวงใจของเจ้านายเขา แผ่นดิน หญิงงามบุญคุณความแค้นระหว่างตระกูล ไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่าไข่มุกกลางฝ่ามือเม็ดนี้
เขาควรตระหนักความจริงข้อนี้ได้ตั้งนานแล้วน่าเสียดายที่เขาเพิ่งมาเข้าใจเอาป่านนี้
คราวนี้เขาทำพลาดไปจริงๆ
ดังนั้นหลานเล่อจึงเดินออกไปอย่างเรียบร้อยไม่แก้ตัวสักประโยค
แต่เยี่ยนเจาเจาเอ่ยรั้งเขาไว้
มวยผมของเยี่ยนเจาเจาถูกคลายออกตอนกำลังจะหลับเมื่อครู่เส้นผมสีดำขลับร่วงหล่นลงมาพอดิบพอดี ขับใบหน้านางให้เรียวเล็กขาวผ่องขึ้นแต่เย็นชาไร้อารมณ์มากไม่ต่างกัน
นางเอ่ยกับหลานเล่อ สายตากลับจับจ้องไปที่หนานหมิงเหอทุกถ้อยคำราวกับเค้นลอดไรฟันออกมา
“นางไม่ได้รู้ว่าข้าตายแล้วรู้ว่าอนาคตของพี่ชายข้าเป็นอย่างไร เลยต้องการพบพี่ชายหรอกหรือถ้าอย่างนั้นก็ไปพบสิ”
กลิ่นอายอาฆาตที่แผ่ออกมาบนร่างเยี่ยนเจาเจารุนแรงยิ่งกว่าหนานหมิงเหอ
หลานเล่อจึงเผลอใช้ท่าทีที่มีต่อหนานหมิงเหอกับเยี่ยนเจาเจา“เป็นผู้น้อยทำพลาดไป ผู้น้อยตัดสินใจผิด...”
แต่เขายังเอ่ยไม่ทันจบประโยค เยี่ยนเจาเจาก็กระตุกยิ้มมุมปาก“ข้าบอกว่าพบ ก็ต้องไปพบ”
สายตานางเยือกเย็น จนหนานหมิงเหอหนาวเหน็บราวกับตกถ้ำน้ำแข็ง
เขากำลังจะเอ่ย เยี่ยนเจาเจากลับหมุนตัวเดินมาทางเขาทีละก้าวๆในดวงตาเหมือนไร้อารมณ์ แต่น้ำเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อย “พี่ชายก่อนหน้านี้ข้าถามท่าน ท่านไม่ยอมบอก เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?”
คำถามนี้ทำเอาหนานหมิงเหอน้ำท่วมปาก
ไม่ใช่อธิบายไม่ได้ แต่ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรต่างหาก เขารู้ว่าเยี่ยนเจาเจาอารมณ์อ่อนไหวและขี้ระแวงทั้งยังรู้สึกไม่ปลอดภัย
หนานหมิงเหอเลยไม่แน่ใจว่าต้องพูดอย่างไร ถึงจะทำให้เยี่ยนเจาเจาที่เหยียบเข้าจุดผิดหวังและความโดดเดี่ยวสงบลง
“พี่ชาย ท่านคิดว่านางฉลาดกว่าข้าใช่หรือไม่”
นางเดินมาตรงหน้าหนานหมิงเหอใบหน้าที่แสร้งเข้มแข็งเต็มไปด้วยความทระนงที่แตกเป็นเสี่ยงๆ
เยี่ยนเจาเจาเจ็บปวดจริงๆ
ชาติก่อนนางโดนเหลียงอินหลอกเอาความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งหมดไปสุดท้ายถูกทอดทิ้ง เสียกระทั่งชีวิต ไม่เหลือสิ่งใดเลย
เดิมทีชีวิตนี้นางไม่อยากเชื่อใจใครแต่หนานหมิงเหอกลับย่างกรายเข้ามาในใจของนาง จนนางเชื่อใจอย่างไม่รู้ตัว
ทั้งที่ตระหนักดีว่ามอบความเชื่อใจออกไปอาจสูญเสียทุกอย่างเหมือนชาติก่อนทว่ายังคงโกรธ เผลอไผล ไม่เป็นตัวของตัวเอง
นางนึกว่าความเชื่อใจที่ตนมีต่อหนานหมิงเหอจะคงอยู่ไปตลอดชีวิตกลับคาดไม่ถึงว่าหนานหมิงเหอจะเป็นเช่นนี้
มือที่ซ่อนใต้แขนเสื้อกำแน่น เล็บจิกกลางฝ่ามือจนเจ็บแสบความสิ้นหวัง น้อยอกน้อยใจแผ่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจเป็นระลอกๆกดทับหน้าอกและลำคอจนปวดร้าวไปหมดราวกับว่าการหายใจยังทรมานเหมือนโดนแล่เนื้อเถือหนัง
แต่ใจของนางเจ็บปวดเพียงใด ใบหน้ายิ่งสงบลงเท่านั้น
เยี่ยนเจาเจารู้สึกแปลกใจ หากเป็นคนอื่นนางต้องเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแน่ แต่กับหนานหมิงเหอ นางกลับรู้สึกไม่ยินยอม
เหมือนก่อนหน้านี้นางรู้อยู่แก่ใจว่าไปถามหาสาเหตุมันไร้ประโยชน์ แต่นางก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าเพราะอะไร
คล้ายกับแค่เหตุผลเดียวก็ทำให้นางสงบลงได้ทว่าเยี่ยนเจาเจากระจ่างดี หากเหตุผลไม่ตรงกับที่นางอยากฟัง คงพอจะทำลายนางจนย่อยยับเลยทีเดียว
ความเจ็บปวดที่แพร่มาจากใจและอุ้งมือ ทำให้เยี่ยนเจาเจาหายใจไม่ทันแต่นางยังพยายามรักษาสีหน้า มองหนานหมิงเหออย่างดื้อดึง
หารู้ไม่ท่าทางทำเป็นเข้มแข็งของนางทำให้หนานหมิงเหอไปต่อไม่ถูกที่สุดแล้ว
หนานหมิงเหอไม่เคยรู้สึกว่าตนเองลิ้นเก้งก้าง พูดอะไรไม่ออกไม่รู้จะปลอบประโลมแม่นางน้อยของตนอย่างไรเหมือนช่วงอึดใจนี้มาก่อน
หลานเล่อก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
คุณชายย่อมไม่อยากไปพบคุณหนูหกอยู่แล้วแต่เขาแยกไม่ออกว่าเยี่ยนเจาเจาต้องการพบคือเรื่องจริงหรือหลอก
ผ่านไปไม่รู้นานเท่าไร อาจเพียงชั่วครู่หรืออาจสักพักหนึ่งแล้ว หลานเล่อถึงได้ยินเสียงแหบต่ำของหนานหมิงเหอในที่สุด
“นางต้องการพบ ก็ตามใจนาง”
หลานเล่อรู้ว่า “นาง” คือเยี่ยนเจาเจาแน่ดังนั้นเลยไม่เอ่ยคำใด เพียงรีบวิ่งออกไป
หงซิ่วอ่านสถานการณ์เก่งที่สุดพอเห็นคุณชายกับคุณหนูทะเลาะกัน ก็รีบเดินออกไป ทิ้งทั้งลานไว้ให้เยี่ยนเจาเจา
“เจาเจา...”
หนานหมิงเหอต้องการจับมือเยี่ยนเจาเจาคาดไม่ถึงว่าเยี่ยนเจาเจาจะถอยหลังก้าวหนึ่ง ไม่ยอมให้เขาแตะตัว
ไม่รู้นางไปเลียนแบบความดื้อรั้นนี้มาจากใครทั้งที่น้ำตาใกล้ไหลลงมาจากเบ้าตาจนตาแดงก่ำเหมือนกระต่ายแล้วแต่ยังคงฝืนรักษาสีหน้าของตนเอง ไม่ยอมพูด
ความจริงใจเยี่ยนเจาเจาอยากก้าวข้ามมันไปให้ได้
พอเขาเอ่ยกับนาง สติของนางจึงกลับคืนมาทันที
เยี่ยนเจาเจาย่อมรู้ว่าหนานหมิงเหอไม่มีทางไปเล่นสกปรกกับหยวนอีย่วนเป็นตนที่อารมณ์ไม่ดีเอาเรื่องนี้มาระบายความในใจเอง
สายตาของหนานหมิงเหออ่อนลง นางอดอยากโน้มตัวไปหาเขาไม่ได้แม้ความน้อยอกน้อยใจท่วมท้นแต่ยังแทบโผเข้าไปร้องไห้ฟูมฟายในอ้อมกอดเขาแทบคว้าคอเสื้อของหนานหมิงเหอแล้วสั่งให้เขาดีต่อนางเพียงคนเดียวไปตลอดชีวิต
“เจาเจา เจ้าฟังข้าก่อน”
“ท่านก็พูดไป อย่ามาแตะข้า”
ยามนี้อารมณ์หึงหวงในใจเยี่ยนเจาเจาผุดขึ้นมากะทันหันจนความคิดฟุ้งซ่านพวยพุ่งออกมาในพริบตา
“ท่านไปจับน้องหกของท่านสิ น้องหกกล้ามาขอพบท่านท่านก็กล้าไปเจอนางลับหลังข้าแล้ว ท่านยังมาหาข้าทำไม”