บทที่ 38 เช่าครัวโรงเตี๊ยม
เมื่อทั้งสองตกลงกันแล้ว สะใภ้สามจึงยื่นเงินให้โจวเหล่าปา
ตามความตั้งใจของเฮ่อจือหร่าน นางอยากให้ทุกคนอยู่ห้องพักสิบคนด้วยกัน แบบนี้จะได้ดูแลซึ่งกันและกัน
หากเจออันตรายอะไร นางกับโม่จิ่วเยี่ยก็จะปกป้องได้ทันท่วงที
แต่กลับถูกสะใภ้สามจัดการตัดหน้าไปก่อน
ในเมื่อแม่สามีกับพี่สะใภ้รองเป็นคนจัดเตรียม โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้คัดค้านอะไร นางเองก็ไม่คิดจะสร้างปัญหาเพิ่ม
แค่อยู่ห้องเดียวกับโม่จิ่วเยี่ยเท่านั้น ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ นางเพียงปูที่นอนบนพื้นก็เรียบร้อยแล้ว
เผิงวั่งรับเงินจากสะใภ้สามไป แล้วหันมองคนอีกสองสามตระกูล
“ยังมีใครต้องการห้องพักอีกบ้าง”
พวกเขาล้วนอยากได้ห้องพัก ใครบ้างจะอยากอาศัยเพิงข้างนอกอยู่ เช่นนั้นแล้วมันจะต่างจากการนอนกลางแจ้งตรงไหนกัน
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีเงินสักแดง คงจ่ายค่าห้องพักไม่ไหว
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสนั้นเดินมาข้าง ๆ สะใภ้รอง และลอบยัดเงินหนึ่งตำลึงให้นาง
“พี่สะใภ้รอง ท่านไปขอห้องพักให้ตระกูลเซี่ยเถอะ!”
สะใภ้รองรับเงินหนึ่งตำลึงที่ดูไม่เห็นค่าในยามปกติ ในใจพลันรู้สึกเหมือนมันหนักเป็นพันชั่ง
“ขอบคุณเจ้าแทนพวกเขาแล้ว น้องสะใภ้เก้า”
ตอนนี้นางไม่ได้เกรงใจเฮ่อจือหร่านอีก เพราะมันเป็นสิ่งที่ตระกูลเซี่ยต้องการอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าตระกูลเซี่ยจะมีสิบกว่าชีวิต แต่การแออัดเบียดเสียดกันอยู่ คงยังดีกว่าต้องอยู่ข้างนอก
ไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่านตระหนี่ถี่เหนียว
ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเซี่ยกับสกุลโม่ ก็ยังไม่ได้ตัดขาดอย่างสมบูรณ์ และนางก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือผู้อื่น
หากในอนาคต ตระกูลเซี่ยสามารถผูกมิตรกับสกุลโม่ได้อย่างจริงใจ นางจะสอนพวกเขาเรื่องการหาเงิน อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าชีวิตนับจากนี้ของพวกเขาจะดีขึ้นบ้าง
หลังตระกูลเซี่ยได้ห้องพักสิบคนไปแล้ว ตระกูลฟางก็อิจฉาจนแทบคลั่ง
พวกเขารู้ดีว่าตระกูลเซี่ยมีบุตรสาวคนหนึ่งเป็นลูกสะใภ้ของสกุลโม่ และคงนำเงินของสกุลโม่มาช่วยจ่ายค่าห้องพัก
น่าเสียดายที่ตอนนี้ความขัดแย้งระหว่างตระกูลฟางกับสกุลโม่ยังไม่จางลง การอยากขอยืมเงินสักหน่อยจึงย่อมไม่กล้าเอ่ยปาก
เฮ่อจือหร่านมีความสามารถในการสังเกตสูง เพียงชั่วพริบตาก็เห็นสีหน้ายุ่งยากใจของคนตระกูลฟาง
ก่อนนึกถึงแหวนที่ฮูหยินฟางใช้แลกปลาในวันนี้ อย่างน้อยมันคงมีมูลค่าสักสองร้อยถึงสามร้อยตำลึง
นางไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาสจากความทุกข์ยากของคนอื่น หลังทบทวนดูแล้ว จึงแอบยัดเงินก้อนเล็ก ๆ ให้ฮูหยินฟางหนึ่งตำลึง
ตอนนี้สกุลโม่ ตระกูลเซี่ย และตระกูลฟางต่างก็มีห้องพักเป็นของตัวเองแล้ว
เหลือเพียงตระกูลเหอกับตระกูลหลี่
ตอนนี้ทั้งสองตระกูลไม่เพียงเกลียดชังสกุลโม่ แต่ยังจดจำความแค้นใจที่มีต่อตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางด้วย...
โจวเหล่าปาทำงานรวดเร็ว เขานำเงินที่ได้จากทุกคนไปเปิดห้องพัก แล้วให้พวกพี่สะใภ้ช่วยกันพยุงโม่จิ่วเยี่ยเข้าไป
เจ้าหน้าที่พวกนี้ช่างรู้จักปอกลอกเสียจริง
ห้องพักราคาห้าตำลึงต่อคืนนี้ ดูมืดมนและอับชื้น
หากเป็นการเช่าห้องพักตามปกติ คาดว่าเงินเพียงร้อยแปดสิบเหวินก็สามารถพักอยู่ได้หนึ่งคืนแล้ว และหวังว่าจะไม่เจอลูกค้าจอมจู้จี้ ไม่เช่นนั้นคนอื่นคงบ่นไม่ชอบใจ
อย่างไรก็ตาม เฮ่อจือหร่านเข้าใจหลักการที่ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนกัน แม้ว่าสภาพแวดล้อมในห้องจะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
นางช่วยจัดเตียงให้โม่จิ่วเยี่ยอย่างง่าย ๆ เพื่อให้เขานอนพักผ่อน จากนั้นจึงหันหลังเดินออกจากห้องไป
ทุกคนกินปลาย่างไปเมื่อตอนเที่ยง แต่หลังจากเดินทางมาตลอดทั้งบ่าย ตอนนี้ก็เริ่มหิวกันแล้ว
ในที่สุดก็ได้เข้าพักที่โรงเตี๊ยม นางจะต้องใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ให้ได้
ห้องพักสิบคนของฮูหยินผู้เฒ่าและสตรีคนอื่นนั้นสภาพย่ำแย่กว่า
ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นอับชื้นภายในห้อง สิ่งทั้งหมดมีเพียงเตียงนอนยาวหนึ่งเตียง หมอนสกปรกจนเห็นคราบและผ้าห่มผ้าฝ้ายสองสามผืนที่แยกแยะสีไม่ออก
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนรู้จักปรับตัว เมื่อเห็นลูกสะใภ้และบุตรสาวต่างขมวดคิ้ว นางจึงเอ่ยเตือนพวกนาง
“นึกถึงเมื่อคืนที่พวกเราต้องนอนกลางแจ้งสิ การได้พักที่นี่ควรจะพอใจแล้ว”
“ท่านแม่ พวกเราเข้าใจ จะไม่เอ่ยปากบ่นแน่นอนเจ้าค่ะ”
เฮ่อจือหร่านมาถึงห้องพักสิบคนนั้นพอดี สิ่งแรกที่เห็นคือฮูหยินผู้เฒ่ากำลังสั่งสอนพวกนางอยู่
แม้ว่าตั้งใจจะทำอาหารเย็นให้ทุกคน แต่นางคิดว่าจำเป็นต้องปรึกษากับผู้อาวุโส และต้องการความช่วยเหลือจากบรรดาพี่สะใภ้ด้วย
“ท่านแม่ ข้าคิดจะไปพูดกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยม ขอยืมห้องครัวของพวกเขา เพื่อทำอาหารเย็นให้ทุกคนทานสักหน่อย”
เมื่อได้ยินเรื่องทำอาหารเย็น แววตาของพี่สะใภ้ทั้งหลายก็ส่องประกายทันที
สะใภ้ใหญ่มีฝีมือทำอาหารยอดเยี่ยมที่สุด นางจึงรีบเอ่ยอาสาสมัคร
“น้องสะใภ้เก้า ข้าช่วยเจ้าได้นะ”
สะใภ้ห้าก็เดินเข้ามา “ข้าก็ทำได้เหมือนกัน”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ทำอาหารไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ขันอาสาจะไปช่วยเป็นลูกมือ
เมื่อเห็นครอบครัวใหญ่สามัคคีกลมเกลียวกันเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านเริ่มคิดนางมีโชคดีในโชคร้ายบ้างแล้ว
ถึงแม้จะทะลุมิติมาอยู่ในโลกอื่นอย่างไร้สาเหตุ ต้องเผชิญกับการเนรเทศอย่างยากลำบาก แต่ก็ได้พบครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักมากมายขนาดนี้ นับว่าสิ่งที่นางได้รับมามากเกินจะกล่าวแล้ว
“พี่สะใภ้ทั้งหลาย นี่เป็นแค่ความคิดของข้าเท่านั้น ยังต้องไปพูดกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมก่อน จะทำสำเร็จหรือไม่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ อีกอย่าง พวกเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คงไม่สามารถกินอาหารมื้อใหญ่ได้ มีคนมาช่วยแค่สองคนก็พอแล้ว”
หลังฟังนางพูดจบแล้ว ทุกคนก็มองไปยังพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้ห้า
เพราะทั้งสองคนค่อนข้างถนัดเรื่องการทำอาหาร พวกนางจึงไม่อยากไปก่อความวุ่นวาย
เฮ่อจือหร่านบอกความคิดของตนเสร็จแล้ว จึงออกไปพูดกับเถ้าแก่
แน่นอนว่าก่อนนางจะไปพูดคุย ก็ยังต้องไปทักทายพวกเจ้าหน้าที่ก่อน
เฮ่อจือหร่านไปหาเผิงวั่ง
เขาเคยกินปลาย่างของเฮ่อจือหร่านมาก่อน ย่อมเดาได้ว่าฝีมือของนางต้องไม่ธรรมดาแน่
นอกจากนี้ คนสกุลโม่ต่างทำอาหารอร่อย ไม่มีทางไม่แบ่งให้พวกเขาซึ่งเป็นถึงเจ้าหน้าที่
ดังนั้น เผิงวั่งจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล ส่วนจะพูดคุยกับเจ้าของโรงเตี๊ยมอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องกังวล
หลังได้รับอนุญาตจากเผิงวั่งแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไปหาเถ้าแก่
เมื่อมีเงินคิดจะทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย แม้พวกเขาจะเป็นนักโทษเนรเทศ แต่เถ้าแก่ก็ไม่สามารถปฏิเสธการล่อลวงด้วยเงินได้
เฮ่อจือหร่านจ่ายสินบนสามตำลึงให้เถ้าแก่ อีกฝ่ายยังบอกว่านางสามารถใช้ของในห้องครัวได้ตามใจชอบ
เฮ่อจือหร่านไม่ได้เรียกพี่สะใภ้ทั้งสองมาช่วยทันที นางไปยังห้องครัวตัวคนเดียวก่อน
นางเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องครัว พบว่ามีข้าวสารและแป้งขาว นอกจากนี้ยังมีต้นหอม กะหล่ำปลี หัวผักกาดและผักสดอื่น ๆ
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าในครัวมีเครื่องปรุงเพียงน้ำมันหมูและเกลือ นางจึงรีบหยิบเครื่องเทศสิบสามรส โป๊ยกั๊ก อบเชย และเครื่องเทศอื่น ๆ จากพื้นที่มิติ
จากความทรงจำของร่างเดิม นางหยิบผักบางชนิดที่มีในยุคสมัยนี้ขึ้นมา
แตงกวา ไข่ไก่ ถั่วฝักยาว และหมูสามชั้นหนึ่งชิ้น
คนที่กินข้าวมีจำนวนมาก แต่วัตถุดิบที่เก็บไว้ในตู้เย็นพื้นที่มิติมีไม่มาก นางต้องรอให้วัตถุดิบเหล่านั้นฟื้นฟูขึ้นใหม่ แล้วจึงหยิบออกมาอีกหลายครั้ง
นอกจากนี้ นางยังเทน้ำมันพืชใส่ชามและน้ำตาลทรายในปริมาณที่เหมาะสม
ส่วนบรอกโคลี ถั่วลันเตา มะเขือเทศ และวัตถุอื่น ๆ ในตู้เย็น เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้หยิบออกมา แม้นางจะอยากกินมันก็ตาม
เพราะนางยังไม่ได้คิดคำอธิบายถึงที่มาของอาหารเหล่านี้ไว้
เมื่อเตรียมข้าวของทุกอย่างพร้อมแล้ว นางจึงไปเรียกพี่สะใภ้ทั้งสองมาช่วย
พวกนางต่างมองวัตถุดิบทันทีที่มาถึง ในแววตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
“น้องสะใภ้เก้า โรงเตี๊ยมแห่งนี้ยอดเยี่ยมมาก กระทั่งผักหลากหลายชนิดก็ยังเตรียมไว้ให้”
“ใช่แล้ว พวกเขายังมีเนื้ออีกด้วย!”
ขณะพี่สะใภ้ทั้งสองพูดคุย มือไม้ก็เริ่มเด็ดและหั่นผักอย่างคล่องแคล่ว