สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 ฝนเลือด

            ชั่วพริบตาเสียงร้องของเหล่าทหาร เสียงกรีดร้องของเหล่าทหารบาดเจ็บเสียงตะโกนของนายทหารและเสียงตัดผ่าโลหะ...เสียงแหลมคมแสบแก้วหูเขย่าขวัญวิญญาณผู้คนเสียงร้องใต้กำแพงเมืองแซมบอร์ดดังขึ้นเสมือนจัดตั้งกลุ่มซิมโฟนีแห่งความตายเสียงของมันทำลายความเงียบสงบในตอนแรกไปสิ้น

            เวลานี้ ที่กำแพงเมืองแซมบอร์ดเสียงโห่ร้องอย่างควบคุมไม่ได้ดังขึ้นในพริบตา

            ความหวาดกลัวและความกังวลทั้งหมดณ ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องกึกก้อง

            ขวานเมื่อครู่เหมือนกับจะเปิดสวรรค์แยกแผ่นดินไม่เพียงโจมตีไปที่ขบวนพลโล่หอกมังกรยังจู่โจมไปที่จิตใจของทุกคนในเมืองแซมบอร์ดอย่างหนักหน่วงราวกับจู่ๆ ก็มีเปลวไฟส่องประกายในความมืด เลือดและจิตวิญญาณของพวกเขากำลังลุกโชนขึ้นอย่างง่ายดาย

            ทุกคนบนกำแพงเมืองแซมบอร์ดใครๆ ก็รู้ว่าขวานนั่นใครเป็นคนฟัน และรู้ดีว่าใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กของบุรุษที่อยู่ด้านหน้าสุดเป็นอย่างไร

            เพราะตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้พวกเขาทุกคนได้เฝ้ามองราชาหนุ่มผู้กล้าหาญของเขาโรยตัวลงจากกำแพงด้วยเชือกหนาๆจากนั้นก็เดินไปอยู่ด้านหน้าสุดของเหล่านักรบอย่างมั่นคงหันหลังให้เหล่านักรบของของตนเอง

            และเผชิญหน้ากับเหล่าข้าศึกที่โหดเหี้ยม

            ประชาชนและทหารทุกคนบนกำแพงเมืองใบหน้าพวกเขาอาบไปด้วยน้ำตาพวกเขาโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง ชูสองแขนขึ้นโบกไปมาอย่างไม่รู้ตัวกระโดดไปมาอย่างตื่นเต้นราวกับว่าตัวเองเป็นเหล่านักรบที่เข้าโจมตีค่ายศัตรูราวกับว่าพวกเขากำลังร่วมต่อสู้ไปด้วยกันกับราชาของพวกเขา

            ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำจูลี่

            บนเนินเขาที่นูนขึ้นเล็กน้อย

            สีหน้าชายหน้ากากเงินพลันคล้ำขึ้นก่อนหน้านี้ยังมั่นอกมั่นใจกับแผนการของตนเอง ท่าทางเหมือนรอจะเห็นอะไรสนุกๆก่อนหน้านั้นก็หายวับไปทันทีท่าทางก่อนหน้านั้นที่เหมือนหมาป่ากำลังหิวอ้าปากกว้างกำลังขย้ำเหยื่อกลับพบว่าเหยื่อที่ตัวเองกัดไม่ใช่เนื้อชุ่มฉ่ำอ่อนนุ่ม แต่เป็นก้อนหินแข็งๆก้อนหนึ่งที่มันกัดจนเขี้ยวมันหลุด

            เมื่อกี้ตอนที่ขวานเขย่าฟ้าเหวี่ยงออกมาในใจของเขาเต้นโครมคราม รู้ทันทีว่าแย่แล้ว

            ขบวนทัพโล่ที่ตนเองภาคภูมิใจมาตลอดแต่ตอนนี้แค่วินาทีเดียวยังไม่อาจต้านทานการโจมตีได้และถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ฝ่ายศัตรูสามารถเข้ามาสั่งหารหมู่ทหารได้อย่างง่ายดาย...นี่มันเหมือนกับตบหน้าเขาอย่างรุนแรง

            และพลังที่น่าเกรงขามที่แฝงมากับขวานครั้งแรกก็ทำให้เขารู้สึกว่ามันคือภัยคุกคามที่น่าหวั่นเกรง

            นั่นไม่ใช่พลังของมนุษย์

            ความผันผวนของคลื่นพลังสักนิดก็ไม่มีนั่นเป็นพละกำลังแบบไหนกันแน่?

            “อัศวินเกราะดำส่งคำสั่งข้าลงไป เปลี่ยนเป็น ‘ขบวนทัพปิด’ ทิ้งขบวนทัพวุ่นวายด้านหน้าแล้วล้อมให้หมด จากนั้นก็แทงหอกเสียเว้นระยะห่างไม่ต้องโหมบุกเข้าโจมตี...”

            ชายหน้ากากเงินสั่งการลงไปอย่างเยือกเย็นเผยให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองที่ผู้บัญชาการทหารควรมี

            กวาดสายตาเพียงชั่วครู่ไม่ช้าก็มองออกว่าข้าศึกเดนตายทั้งยี่สิบกว่าคนนี้ไม่ใช่นักรบ ไม่มีคลื่นพลังแค่พึ่งพาพลังที่มีมาแต่กำเนิดในการต่อสู้เท่านั้นเวลาผ่านไปสักพัก พลังก็ต้องถดถอยเมื่อเวลานั้นมาถึงก็สามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย

            แต่ชายหน้ากากเงินไม่อยากรอต่อไป

            แม้ว่าจะถูกฝึกให้ไม่ให้แสดงสีหน้าไม่ว่าจะโกรธหรือดีใจทั้งยังได้รับการยกย่องจากทหารนับไม่ถ้วนในด้านการวางแผนและการเอาชนะใจคน ทว่าการที่ต้องมาพ่ายแพ้ซ้ำๆซากๆ อย่างคาดไม่ถึงกับฝ่ายศัตรูที่คิดว่าเป็นเพียงมดตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอ นี่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามากในที่สุดชายหน้ากากเงินก็ไม่คิดจะอดทนรอต่อไปแล้วเขาตัดสินใจว่าจะใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดโจมตีข้าศึกและเข้ายึดเมืองแซมบอร์ดเสีย

            เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสียงลอดไรฟันว่า “สั่งการลงไปให้นักรบสามดาวแรนดุ๊กไม่ต้องเฝ้าคุ้มกันเครื่องยิงหินชั่วคราวให้เขารีบไปที่ทัพหน้า ร่วมมือกับพลโล่หนึ่งร้อยนาย จัดการข้าศึกทั้งหมดให้เสร็จในเวลาสั้นๆ...กองทัพทั้งหมดเตรียมตัวให้ดีเราจะบุกโจมตีทันที”

            ชายหน้ากากเงินถ่ายทอดคำสั่งทั้งสองคำสั่งในใจก็คิดวนไปมาเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ก่อนโบกแส้ม้า ส่งสัญญาณให้อัศวินเกราะดำด้านหลังให้รีบไปถ่ายทอดคำสั่ง

            ……

            ……

            บนสะพาน

            การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป

            ซุนเฟยใช้ประโยชน์จากพละกำลังของคนเถื่อนเลเวล12 ที่ไม่มีใครเทียบได้เหวี่ยงขวานที่สั่นประสาทศัตรูฟันไปที่ขบวนทัพโล่ของเหล่าอัศวินเกราะดำเพื่อเปิดทาง เหล่านักรบทั้งยี่สิบกว่าคนเห็นช่องทางเปิดกว้างเล็กน้อยก็พากันตามหลังเขาติดๆเพียงชั่วพริบตาก็สังหารข้าศึกและทะลวงจนมาถึงตรงกลางข้าศึก

            กระบวนทัพพลโล่หอกมังกรด้านหน้าพากันตื่นตกใจเพราะแม้แต่เหล่าทหารม้าเกราะหนักก็ยังยากที่จะเข้าโจมตีได้แต่ตอนนี้ถูกฝ่ายตรงข้ามทำลายในพริบตาทหารที่อยู่หลังพลโล่สวมใส่แค่เกราะหนังไม่มีมีเกราะเหล็กปกป้องก็ถูกฆ่าตายโดยสิ้นเชิง

            เพียร์ซและดร็อกบาตามหลังซุนเฟยมาติดๆทั้งสองคนต่างเป็นบุรุษที่มีพลังมหาศาลแต่กำเนิดค้อนและขวานในมือก็ฟาดอย่างรวดเร็วและทรงพลัง โจมตีเหล่าศัตรูจนปลิวกระเด็นออกไปชายเกราะดำบ้างก็ตายทันที บ้างก็บาดเจ็บสาหัส ไม่มีหนทางที่จะต้านทานทั้งสองคนนี้ได้

            บนสะพานหินแคบๆตอนนี้เต็มไปด้วยฝนเลือด

            เนื่องด้วยภูมิประเทศแม้ว่าเหล่าอัศวินเกราะดำจะมีคนจำนวนมากแต่ก็ไม่สามารถทำการล้อมซุนเฟยและเหล่านักรบได้ บนสะพานกว้างพอจะมีคนยืนเรียงกันได้มากที่สุดไม่กี่สิบคนข้อได้เปรียบด้านกำลังพลไม่สามารถแสดงออกมาได้เต็มที่ ทั้งยังกลายเป็นข้อเสียอีกด้วย

            ท่ามกลางความวุ่นวายหัวหน้าทหารเกราะดำคนหนึ่งที่มีพลังใกล้จะถึงนักรบหนึ่งดาว เห็นว่าจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในค่ายคนตรงหน้าสุดได้ขว้างขวานที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อเข้าชนขบวนพลโล่จนแตกยับตอนนี้ไม่มีอาวุธในมือดวงตาเป็นประกาย ในใจพลันตื่นเต้น เขาเตรียมการอย่างเงียบๆหยิบหอกมังกรที่หักไปครึ่งหนึ่งบนพื้นขึ้นมา สองมือกุมมันไว้คลื่นพลังหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง มองหาโอกาสที่จะแทงออกไป

            แม้ว่าหอกมังกรจะหักครึ่งแต่มันก็หนักไม่ต่ำว่าห้าสิบหกสิบจินภายใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาสะท้อนกับหอกจนเกิดประกายเย็นเหยียบ เผยให้เห็นถึงความดุร้ายกระหายเลือดด้วยพลังของหัวหน้าอัศวินเกราะดำที่ใกล้จะถึงนักรบระดับหนึ่งดาวเขาจินตนาการถึงวินาทีที่หอกทะลุอกซุนเฟย

            “ไปตายซะ!”

            หัวหน้าอัศวินเกราะดำหัวเราะเย็นชา

            เหมือนกับว่าเขาได้เห็นฉากที่ศัตรูถูกหอกมังกรแทงทะลุจนกระอักเลือกออกมาไม่มีความลังเลใดๆ หากได้สังหารไอ้หนุ่มนั่นที่มีพลังเหมือนปีศาจ จะต้องเป็นผลงานทางทหารที่ยิ่งใหญ่และคงได้เลื่อนยศอย่างแน่นอน

            แต่...

            รอยยิ้มสาแก่ใจบนหน้าของหัวหน้าทหารก็พลันแข็งทื่อ

            และกลายเป็นสีหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว

            ในรูม่านตาดำของเขาก็ได้เห็นถึงฉากที่ไม่น่าเชื่อ

            ในมือของเด็กหนุ่มที่ไม่มีอาวุธคนนั้นหลังจากที่รู้ตัวว่าโดนซุ่มโจมตีก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวสักนิด กลับตรงกันข้ามดวงตาใต้หมวกเกราะเหล็กนั่นกลับเผยร่องรอยดูถูกและเยาะเย้ยเห็นแค่เพียงสองมือของเด็กคนนั้นปรากฏแสงสีขาวเล็กๆ ออกมาเหมือนเวทมนตร์แล้วมีขวานยักษ์น่ากลัวปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อและอยู่ในมือของเขา

            ชิ้ง!

            แล้วฟันไปด้านหน้า

            ฟันไปที่ปลายหอกมังกรเสียงโลหะกระทบกันจนเกิดประกายไฟ

            ……

            ใบมีดขวานยักษ์เปลี่ยนเป็นเส้นสีขาวในสายตาหัวหน้าทหารอัศวินเกราะดำราวกับมีดชั้นยอดกำลังตัดเค้กรสนม การปะทะกันในระดับความเร็วที่น่ากลัว ทำให้หอกมังกรที่สร้างมาจากเหล็กกล้าในมือเขาจนแยกเป็นสองส่วนไม่ใช่แค่หอกแต่ยังรวมถึงร่างเขาด้วย...

            ต่อมาก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็น

            หอกมังกร ชุดเกราะหัวหน้าทหาร...

            เมื่อขวานฟันออกไป ก็สามารถแบ่งตรงกลางออกเป็นสองส่วนได้ทั้งหมดเพียงเสี้ยววินาที

            เลือดพุ่งกระฉูดอย่างควบคุมไม่ได้

            อวัยวะภายในสีแดงสดกระดูกขาวๆ และหอกมังกรผ่าเป็นสองซีกก็หล่นลงพื้น

            เลือดพุ่งกลางอากาศเลือดอุ่นร้อนกระเด็นเปื้อนติดเศษหอกไปด้วย เสียงดังฟู่หยดเลือดกลายเป็นไอน้ำเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง แม้แต่อากาศก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

            “อา...”

            หัวหน้าทหารอัศวินเกราะดำอีกสองสามนายที่เห็นฉากนี้ก็พากันขวัญหนีดีฝ่อจิตใจเหมือนพังทลายแม้แต่หอกมังกรเหล็กยังถูกผ่าเป็นสองซีก นี่เป็นพลังปีศาจอะไร? มันโหดร้ายเกินไปแล้วมีบางคนหันหลังกรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปไม่ทันระวังก็ชนเข้ากับหอกมังกรของขบวนทัพแถวสองกลายเป็นเนื้อเคบับเสียบแขนขากระตุกปากก็ร้องโหยหวนไม่หยุด

            ซุนเฟยเรียกขวานที่มีคุณสมบัติเวทมนตร์ของคนเถื่อนเลเวล12 ออกมามันคมมาก หลังจากผ่าร่างหัวหน้าทหารที่แอบซุ่มโจมตีเขาก็หมุนควงขวานรอบหนึ่งประกายแสงเย็นเหยียบสว่างวูบวาบเหล่าทหารอัศวินเกราะดำสองสามนายตรงหน้าที่หนีไม่ทันก็ถูกผ่าเป็นสองซีกทันที

            ด้านหลังเขาเหล่านักรบอัศวินเกราะหนักก็กำลังทำการสังหารหมู่

            ด้วยชุดอัศวินเหล็กที่สวมบนร่างทำให้กระบี่และดาบของเหล่าทหารเกราะดำไม่ได้อยู่ในสายตา และขวาน ค้อนทวนที่มีรูปทรงใหญ่โตในมือพวกเขา ทุกครั้งที่วาดผ่านก็สามารถเก็บเกี่ยวชีวิตข้าศึกไปเป็นจำนวนมากด้วยพลังที่น่าหวาดกลัวทำให้ทหารเกราะดำเองก็ถูกทุบจนเละไปพร้อมกับอาวุธแม้ว่าจะมีเหล่าข้าศึกบางส่วนสามารถต้านทานได้แต่พลังมหาศาลก็ยังคงสามารถปัดพวกเขาให้กระเด็นจากพื้นได้ง่ายๆ

            นี่ก็คือพลังในการต่อสู้ของเหล่านักรบระยะประชิด

            ด้วยผลของน้ำที่ผสม ‘น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง’เหล่านักรบจึงมีพลังทนทานอย่างไร้ขีดจำกัดได้ในระยะเวลาหนึ่ง สามารถแสดงจุดเด่นของตัวเองออกมาได้ชุดเกราะหนักบนร่างและอาวุธยักษ์ในมือไม่เป็นปัญหาอะไรแก่พวกเขาสักนิดพวกเขากลายเป็นฝันร้ายของเหล่าข้าศึก พลังป้องกันที่แข็งแกร่งจนฟันแทงไม่เข้าและการโจมตีที่ทำลายล้างทุกอย่างนี่มันเป็นกลุ่มปีศาจอมตะที่ออกมาจากนรกชัดๆ

            บุรุษทั้งยี่สิบสามคนราวกับเป็นเสือร้ายที่สวมชุดเกราะกระโจนเข้ามาในฝูงลูกแกะแรกเกิดไม่มีใครสามารถต้านทานได้

            อเล็กซานเดอร์อยู่ด้านหน้าสุดของขบวนทัพรูปกรวยไม่มีข้าศึกเกราะดำคนใดต้านทานเขาได้ แทบจะพุ่งทะยานตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วขบวนทัพโล่หอกมังกรด้านหน้าสุดนับร้อยคนถูกโจมตีจนขบวนทัพรวนไปหมด

            เหล่าทหารเกราะดำพยายามที่จะรักษาขบวนทัพ

            แต่ทว่าเมื่อเหล่าทหารที่กระจัดกระจายต้องเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจกลุ่มนั้นเขาเริ่มเกลียดพ่อแม่ตัวเองที่ให้เขามาแค่สองขา พวกเขาถูกขู่จนขวัญหนีดีฝ่อและเริ่มหันหลังวิ่งหนี แม้ว่าพวกเขาจะเคยผ่านสงครามมาไม่น้อยแต่ก็ไม่เคยเจอการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ อีกทั้งพื้นที่ว่างให้ต่อสู้ก็ไม่มีแล้วจะให้สู้อย่างไร?

            แม้ว่าทุกคนจะผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีแต่เวลานี้ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวทุกคนก็คือ...

            หนี!

            หนีไปให้ไกลยิ่งไกลเท่าไรยิ่งดี!

            ต้องหนีจากพวกปีศาจฆ่าไม่ตายพวกนี้

            -------------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน