D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    อุโมงค์ลำนำเทวา 4


            “หืม...” แทนทำเสียงลำคอก่อนจะแสยะยิ้ม“หมายความว่ามีประตูของไอด้วย?” เขาถามพร้อมกับเลิกคิ้วสูง

            “ใช่ค่ะมาสเตอร์มีประตูของไอด้วยที่นี่จะเป็นสถานที่ผู้ครอบครองการ์ดทั้งเจ็ดต้องผ่านการทดสอบ...” ไอที่ลอยออกกลางอากาศพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ“ดูเหมือนนอกจากเจ้านายของมาร์ชแล้วมีคนเคยผ่านที่นี่ไปแล้วสองคนนะคะ” เธอว่า

            “เอ้ย...!ไม่ได้ละ...เปิดประตูเลยไอมาสเตอร์จะไปทวงของให้!” แทนพูดเสียงดัง

            “ไม่ดีมั้งแทน...” บลานซ์พูดขึ้นทันทีแต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร

            “เอาน่า...ฉันเข้าไปแป๊บเดียวเห็นท่าไม่ดีก็หนีน่า ไอเรียกประตูออกมาเลย”เขาตอบบลานซ์ตามด้วยหันไปบอกกับไอ

            “มันเก่งนะคะมาสเตอร์...” ไอทำเสียงเป็นห่วง

            แทนเดินไปเอื้อมมือลูบหัวของเธอก่อนจะพูดขึ้น“มาสเตอร์ก็เก่งนะไอหรือไอว่าไม่เชื่อ?” ชายหนุ่มพูดติดยิ้ม

            ไอส่ายหัวทันที“ไอเชื่อ ไอเชื่อ ไอเชื่อ...!” เธอตอบเสียงเข้มพร้อมกับยกสองมือมากำไว้ระดับอก

            “งั้นเปิดโลด!” แทนพูดด้วยแววตาตื่นเต้น

            “รับทราบค่ะ!” ไอทำท่ายกมือขึ้นเสมอคิ้วเหมือนทหารทำความเคารพแล้วหลังจากนั้นเธอก็เหมือนจะร่ายเวทอะไรสักอย่างเหมือนกับที่มาร์ชทำไม่นานนักผนังหินข้างๆ ประตูที่มาร์ชเรียกออกมาก็หายไปประตูสีขาวที่มีสัญลักษณ์หอกและปีกสีฟ้าเรืองแสงก็ปรากฏขึ้น

            “มาแล้ว!” แทนมีสีหน้าดีใจ“ทำไงต่อล่ะไอ!” แทนหันไปถาม

            “ใช้การ์ดแอเรียของไอแตะไปที่ประตูนั่นค่ะแต่มาสเตอร์เข้าไปคนเดียวนะคะ มาสเตอร์บลานซ์เข้าไปด้วยไม่ได้” ไอตอบออกมา

            แทนไม่รอช้าเขาวิ่งไปที่หน้าประตูแล้วเรียกการ์ดแอเรียปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ออกมาทันทีหลังจากนั้นก็แตะการ์ดไปที่ประตูตรงหน้าแสงสว่างสีฟ้าที่สัญลักษณ์หายไปพร้อมกับประตูค่อยๆเปิดออกเหมือนกับครั้งมิร่ากับมาร์ช

            “เดี๋ยวฉันมานะ!นายกลายเป็นคนไร้ประโยชน์คนเดียวแล้วล่ะบลานซ์!” แทนพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะค่อยๆเดินเข้าประตูไป

            “รีบๆ กลับมาด้วยล่ะ!” บลานซ์ตะโกนออกไป แทนที่หายเจ้าไปในประตูแล้วถอยหลังออกมโบกมือให้ก่อนจะหายเข้าไปใหม่

            บลานซ์แตะยิ้มพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งกอดอกเหยียดขาแล้วใช้หลังพิงไปที่ผนังถ้ำเขากำหลังหัวเราะในลำคอ “ห้ามยังไงเจ้าแทนก็ไม่มีทางฟังเอาเป็นว่ารีบๆ กลับออกมาแล้วเอาพลังของไอกลับมาด้วยก็แล้วกันนะ...”

            และเมื่อแทนเข้าไปในประตูเรียบร้อยและเดินออกห่างจากประตูราวสิบเมตรประตูก็ปิดลงเสียงประกาศจากระบบดังขึ้นตามมา ขณะนี้เป้าหมายเปลี่ยนไปแล้ว

     

            ผู้เล่นต้องกำจัดดรอปเปอร์แกงเกอร์ไม่ทราบเลเวลแน่ชัดเพื่อเคลียร์เควสการทดสอบแห่งผู้ครอบครองภูติแห่งปีกและคมหอกหากผู้เล่นตายในการต่อสู้จะไม่สามารถเข้าสู่ประตูแห่งการทดสอบนี้เป็นเวลา 7วันและจะถูกส่งออกไปยังวิหารแห่งนักเดินทางที่ใกล้ที่สุด...

     

            “หึ...ตัวนี้มันฮอตฮิตติดชาร์ตเลยนะเนี่ยดอปเปอร์แกงเกอร์ภูตเงาล่ะสินะงานนี้” แทนพูดกับตัวเองก่อนจะทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูกพร้อมกับค่อยๆเดินไปด้านหน้า หลังจากเขาเดินเข้ามาด้านในของประตูแสงสว่างที่เกิดขึ้นก็แตกต่างจากเดิมไปบ้างแสงที่เคยสว่างเป็นสีออกส้มอมเหลืองในขณะนี้กลายเป็นแสงสีฟ้าอ่อนเส้นทางที่ทอดยาวไปนั้นไม่ได้ลาดชันขึ้นหรือลง มันเป็นเส้นทางตรงยาวไปด้านหน้าที่ปลายสายตามีสงสว่างจ้ารอเขาอยู่

            ชายหนุ่มค่อยๆย่างเท้าออกเดินต่อไป กลิ่นอับและความชื้นยังคงวนเวียนอยู่ระหว่างทางที่ด้านหน้านั้นแทนรู้สึกว่าเขาได้ยินเสียงน้ำแต่ไม่รู้ว่ามันเป็นลำธารหรือเป็นน้ำตก

            แต่เมื่อเขาเดินมาถึงจุดที่เป็นแสงสว่างที่ว่าเขาก็รู้ว่ามันคืออะไรมันคือน้ำตกที่ไหลเป็นสายมาจากด้านบนกระทบกับแอ่งน้ำบนพื้นหินพื้นหินที่เป็นเหมือนลานกว้างที่มีเสาหินหลายต้นคอยค้ำจุนแอ่งน้ำที่ว่าทำให้บนพื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำตื้นๆ

            แทนค่อยๆเดินลุยน้ำที่ท่วมพื้นอยู่เพียงแค่ไม่พ้นฝ่าเท้าแสงสว่างที่สว่างอยู่ในขณะนี้เจิดจ้าจนตอนแรกที่มาถึงต้องใช้มือป้องสายตาจากแสงที่ส่องเข้าใส่ส่วนแอ่งน้ำที่ไกลจากตรงนี้ออกไปราวร้อยเมตรจะเป็นแอ่งลึกลงไปแอ่งน้ำที่เกิดจากน้ำตกที่ไหลลงมารวมกันก่อนจะไหลลงไปสู่ลำธารด้านล่างที่ลึกลงไปนับร้อยเมตรแต่ในขณะที่เขากำลังตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นบางอย่างก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่

            ควันดำเริ่มก่อตัวขึ้นมันค่อยๆ รวมตัวกันก่อเป็นรูปร่างแทนมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีเพราะเขาเองระวังตัวอยู่ก่อนแล้วความมืดและเงาดำที่ก่อตัวเริ่มเห็นเป็นรูปลักษณะส่วนเท้าและขาปรากฏขึ้นเป็นอย่างแรง หลังจากนั้นก็ตามด้วยลำตัวแขนและส่วนหัวร่างนั้นถึงจะเป็นเพียงความมืด ถึงจะเป็นเงาหรือถึงจะไม่มีตัวตนแต่แทนก็รู้ได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาคืออะไรร่างของเด็กหนุ่มที่ชันเข่าลงกับพื้น มือข้างหนึ่งท้าวไปในน้ำที่เจิ่งนองและร่างเงานั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

            ร่างเของแทนไทยยืนอยู่ที่นั่น...

     

            บททดสอบแห่งผู้ครอบครองได้เริ่มขึ้นแทนไทยเลเวล 115 ปรากฏตัว...

     

            หลังจากที่ระบบประกาศการปรากฏตัวของดอปเปอร์แกงเกอร์ที่มาในรูปร่างเงาของแทนเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง...

     

            ทักษะอาชีพริกส์เบรกเกอร์ทำงานผู้เล่นแทนไทยไม่สามารถใช้การ์ดซัมมอนได้ ค่าHP SP พลังโจมตี พลังป้องกันและความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น  2 เท่า...   

     

            “ชิบ!” แทนอุทานขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากระบบเขายังไม่กล้าใช้ท่าเซคคันเชนจ์เพราะกลัวว่าผลการสุ่มอื่นจะเลวร้ายไปกว่าตอนนี้เขารีบก้มดูการ์ดของเขาทันที การ์ด 4ใบเป็นการ์ดซัมมอนในขณะที่การ์ดอีก 3ใบนั้นมีคันศรวิญญาณมังกรที่ไม่สามารถเรียกใช้ได้เนื่องจากไม่มีมังกรในสุสานและการ์ดดราก้อนฟอร์ซและดราก้อนเรจ

            “เวร...มาครบชุดแต่ดันใช้ไม่ได้” บ่นออกมาทันทีที่เห็นการ์ดในมือ

            แต่ในช่วงวินาทีที่แทนก้มหน้าลงมองการ์ดนั้นบอสตรงหน้าก็ไม่ได้รีรอมันเริ่มเรียกใช้สกิลต่างๆ ตามด้วยเรียกใช้การ์ดทันที

            “สปีดบูท! เบรท ออฟ มิราจ!” เงาของแทนเรียกใช้สกิลใช้เพิ่มความเร็วตามด้วยเบรทออฟมิราจที่จะสร้างร่างแยกออกมาแต่สกิลที่ถูกใช้ออกไปแล้วยังไม่หนักหนาเท่าที่กำลังถูกเรียกใช้อยู่ในขณะนี้

             “ไทม์ออฟอินโนว่า!” เสียงบอสเรียกใช้สกิลที่แทนไม่นึกว่าจะต้องมาพบกับความร้ายกาจของมันด้วยตัวเองสกิลที่เขาเสี่ยงชีวิตเรียนรู้มาขณะต่อสู้กับโคซี่ผู้เป็นหนึ่งในสี่อวตาร

            ร่างเงาของอายะและทากะปรากฏออกมาพร้อมกับร่างเงาของลิน ปกติท่านี้จะใช้เรียกเงาออกมาได้เพียง 2 คน แต่ในเงื่อนไขที่อายะและทากะในเกมนี้นับเป็นคนเดียวกันจึงทำให้เงาที่ปรากฏออกมานั้นมี3 เงา

            แทนเตรียมท่านี้ไว้ตั้งแต่อยู่บนยานบินที่ออกจากคาชิยารัดมุ่งหน้ามาที่เมืองดัสท์วัลเลย์ร่างเพื่อนของเขาปรากฏอยู่ตรงหน้านี่น่าจะเป็นการต่อสู้ที่แทนน่าจะต้องลำบากมากเป็นแน่

            “ชิบ! นี่มันใช้ได้กระทั่งท่านี้เลยรึ!” แทนอุทานอย่างตกใจในตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเรียกใช้สกิลเหมือนกับที่ศัตรูเรียกใช้ออกมา

            “สปีดบูท! เบรทออฟมิราจ! ไทม์ออฟอินโนว่า!” แทนเรียกใช้สกิลออกมาทันทีเงาของลิน อายะและทากะปรากฏอยู่ข้างตัวของเขาพร้อมๆ กับเงาของเขาเองที่ปรากฏออกมาจากสกิลเบรทออฟมิราจ

            “อีควิป! อีควิป!”

            “เรายังได้เปรียบถ้ามันไม่ได้การ์ดมอนสเตอร์โหดๆ” แทนพูดขึ้นในตอนนี้ในมือของเขาไม่มีการ์ดอาวุธที่ใช้ได้เลยแม้แต่ใบเดียวเขาจำเป็นต้องเรียกใช้สกิลที่มีอีกครั้ง

             “ก๊อปปี้แคท!” แทนเรียกใช้สกิลที่จะทำให้เขาก๊อปปี้ชุดการ์ดของเป้าหมายได้50%และเขาก็ได้การ์ดอาวุธที่สามารถใช้ได้ออกมา

            “อีควิป! อีควิป!” แทนเรียกใช้การ์ดดราก้อนเรจที่ไม่ได้ถูกสุ่มทิ้งไปตามด้วยคันศรยามาโนะโซระที่จะต้องสละการ์ดที่เหลือบนมือทุกใบกลับเข้าเด็คทันทีปกติแล้วคันศรนี้จะถูกเรียกใช้เมื่อการ์ดในมือถูกใช้จนหมดหรือใกล้หมดแต่ในขณะนี้ถึงการ์ดบนมือของแทนจะมีเหลืออีกถึง 5ใบแต่มันเป็นการ์ดซัมมอนทั้งหมดจึงไม่มีประโยชน์กับเขาเลยแม้แต่น้อย

     

     


     
     

     

     

     

            คันศรสีขาวราวหิมะปรากฏอยู่ในมือของแทนแต่เมื่อเขากำลังดีใจที่ได้อาวุธออกมาใช้นั้นเบื้องหน้าของเขาราวกับความสิ้นหวังกำลังรออยู่

            มังกรมิติไอเซนเกอร์3ตนและเพิร์ลดราก้อนปรากฏตัวออกมาที่ฝั่งตรงข้าม…

     

     

     

     

            “บ้าเอ้ย!” แทนตะโกนด้วยความหงุดหงิดเขาไม่คิดว่าการ์ดในมือของศัตรูจะดีถึงขนาดนี้ ดูเหมือนการ์ดในมือร่างเงาของเขาจะเป็นการ์ดซัมมอนเสียส่วนใหญ่เพราะดูแล้วยังไม่มีการเรียกใช้การ์ดอีควิปแต่อย่างใดแต่ในสภาพการ์ที่เป็นอยู่นี้...ก็หนักหนามากแล้วสำหรับแทน

            จากพลังของเพิร์ลดราก้อนทำให้ร่างของอายะถูกตรึงอยู่กับที่ฝูงมังกรพุ่งเข้าโจมตีร่างเงาของลินที่กำลังร่ายเวทแทนพยายามหลบฉากออกไปทางด้านหลังในตอนนี้สมองของเขาคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะจัดการมังกรมิติที่ออกมาถึง 3 ตัวได้

            ละอองน้ำกระเซ็นไปทั่วเมื่อทั้งผู้เล่นและซัมมอนเคลื่อนตัวน้ำที่อยู่บนพื้นก็กระจายออก ฝูงมังกรที่ถูกเรียกออกมาดุร้ายและทรงพลัง แทนชั่งใจว่าหากเขาใช้ท่าเลเวลเบรกเกอร์ออกมาพลังโจมตีน่าจะเพิ่มขึ้นแต่มันก็ไม่น่ารอดจากฝูงมอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาได้

            แทนไทยไม่มีทางเลือกเขาจำเป็นต้องใช้ท่าโจมตีที่ฝ่ายเดียวกันจะถูกลูกหลงไปด้วย แต่สามารถโจมตีได้วงกว้าง

            “โนเวมเบอร์เรน!” เขาเรียกใช้สกิลที่จะปลดปล่อยพลังของพายุลูกธนูให้โจมตีออกมาทันที  ลูกศรถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะแตกกระจายออกเป็นประกายแสงนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาสู่ด้านล่างและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

     

    “35,457!”      “35,239!”      “35,895!”       “4,681!”

    “35,286!”      “35,083!”       “35,114!”      “4,634!”

    “35,321!”      “35,258!”      “35,832!”       “4,667!”

    “35,484!”      “35,454!”      “35,276!”       “4,612!”

    “35,253!”      “35,357!”      “35,375!”       “4,647!”

     

            ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นถึงจะรุนแรงแต่ก็ยังไม่สามารถล้มศัตรูลงได้มังกรมิติทั้ง 3 ตัวรับความเสียหายไปราวตัวละ 170,000 หน่วย ส่วนเงาของลินนั้นถูกการโจมตีนี้เล่นงานไปด้วยพลังชีวิตของร่างเงาลดไปกว่าสองหมื่น

            แทนเคลื่อนตัวหลบหลีกไปมาในตอนนี้อายะที่ถูกสะกดด้วยพลังของเพิร์ลดราก้อนสามารถเคลื่อนไหวได้แล้วแต่เธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ เพราะต้องเข้าปะทะกับเงาของอายะและทากะที่ดอปเปอร์แกงเกอร์เรียกออกมา

            แทนเล็งไปที่ร่างเงาของเขาที่บอสเลียนแบบไปพร้อมกับลั่นลูกศรออกไปทันที

    “3,956!”

    “3,919!”

    “3,937!”

            ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงนักเพราะเกิดจากการโจมตีใส่ผู้เล่นแต่มันก็ลดพลังของบอสได้เกือบๆ 10%แต่เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นทุกอย่างที่แทนโจมตีใส่ก็ราวกับไร้ค่า...

             “แอเรีย!” เสียงเงาของลินจากฝ่ายศัตรูเรียกใช้การ์ดแอเรียมันคือการ์ดที่เพิ่งได้มาเมื่อครั้งจัดการเต่ายักษ์ลิควิดเชลไกอาในทะเลทรายได้

     

            “+205,986!”   “+206,290!”  “+202,593!”   

            “+20,712!”    “+20,832!”     “+20,187!”

               

            การ์ดแอเรียมที่ถูกใช้ออกมาเป็นคาถามันคือคาถาที่ใช้เพิ่มพลังให้กับฝ่ายตนเองทุกคนในปริมาณมากการ์ดแอเรียของโอเอซิสกลางทะเลทรายการ์ดที่จะแสดงผลรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ใช้มีพลังเวทสูง

            “เฮ้ย!” แทนที่กำลังเคลื่อนที่หลบหลีกไปมาตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าในขณะนั้นความเสียเปรียบของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกเมื่อเงาของลินสลายไป เนื่องจากทนการโจมตีของฝูงมังกรมิติไม่ไหวถึงเธอจะเพิ่มพลังให้ตัวเองเท่าไรก็ไม่พอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

            “เสียเปรียบสุดๆ เลยเว้ย!” แทนตะโกนพร้อมกับคิดหาทางรอดในขณะที่หลบหลีกไปมาแต่ในขณะที่เขาใช้ความคิดอยู่นั้นฝันร้ายของเขาก็เพิ่มเข้ามาอีก

            “เมจิก!” เสียงเจ้าเงาของแทนเรียกใช้การ์ดคาถาแทนรู้ดีว่าหากศัตรูใช้คาถาออกมาสถานการณ์ของเขาจะต้องย่ำแย่ลงมากแน่ๆเพราะการคาถาแต่ละใบที่เขาใส่ลงไปในเด็คนั้นทรงพลัง

            แล้วมันก็จริงอย่างที่เขาคิดไว้...

            มังกรมิติตัวที่4 ปรากฏตัวออกมาแทนรู้ทันทีว่าการ์ดที่ถูกใช้ออกไปนั้นคือการ์ดอะไรมันคือการ์ดที่เขาได้มาจากเมื่อครั้งกำจัดบอสของป้อมปราการส่วนหน้าของประสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่นที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าการการอัญเชิญแห่งความมืด การ์ดเมจิกที่จะทำให้ผู้เรียกใช้สละมอนสเตอร์ 1 ตัวแล้วเลือกมอนสเตอร์ที่ต้องการในสนาม 1ตัวแล้วการ์ดใบนี้จะทำให้มอนสเตอร์ที่ถูกเลือกเอาไว้ให้ปรากฏกายออกมา

     


     
     

     

            “ทำไมเด็คเรามันเก่งอย่างนี้ฟะ!” แทนตะโกนเสียงดังแต่เมื่อมังกรมิติปรากฏตัวออกมาพลังพิเศษของมันก็ทำงาน มังกรระดับไม่เกิน 10 ดาวถูกเรียกจากเด็คและมังกรตนที่ถูกเลือกคือมังกรไข่มุก เพิร์ลดราก้อนถูกซัมมอนออกมาทันที