ตอนที่ 89: ปมของคุณหญิงไฮโซ
แสงไฟโทนอุ่นนุ่มนวลสาดส่องลงบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพงและประติมากรรมตกแต่งที่หรูหราภายในห้องบำบัดของคลินิก Secret Trance Therapy กลิ่นอายอโรมาบำบัดจางๆ โชยอบอวลสร้างบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย ทว่าบรรยากาศความอบอุ่นเหล่านั้นไม่อาจลดทอนกระแสความอึดอัดใจที่แผ่ซ่านปกคลุมอยู่รอบตัวของคนทั้งสามที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ได้เลย
ดร.น้ำฟ้า ในชุดเสื้อสูทเข้ารูปสีครีมดูเรียบหรูและน่าเชื่อถือ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้ามกับคู่สามีภรรยาระดับวีไอพี ใต้ปกเสื้อเชิ้ตไหมพรมที่สวมทับด้านในของเธอ มีปลอกคอหนังแท้สีดำสนิทซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด แผงวงจรด้านในแนบแน่นติดผิวเนื้อคอระหง พร้อมที่จะกระจายคลื่นความถี่ต่ำเพื่อเป็นเครื่องช่วยพยุงสมาธิและเกราะสกัดสัญญาณรบกวนตามการควบคุมของรินที่เฝ้ามองผ่านกระจกสองทางจากห้องควบคุมด้านหลัง
คนไข้รายใหม่ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของน้ำฟ้าคือ คุณหญิงกรองแก้ว ไฮโซสาวใหญ่วัยสี่สิบปีที่เพิ่งผ่านการดึงหน้าและดูแลผิวพรรณจนยังคงดูงดงามเปล่งปลั่งสมวัย สวมใส่เครื่องประดับเพชรแท้ประดับประกายระยิบระยับ ทว่าแววตาคู่เฉี่ยวกลับฉายแววกังวลและลนลานอยู่ลึกๆ ส่วนชายที่นั่งข้างๆ คือ ท่านพลกฤต สามีของเธอซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงวัยสี่สิบปลายๆ รูปร่างภูมิฐานในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ใบหน้าของเขาปั้นปึ่ง บูดบึ้ง และแสดงออกถึงความอับอายอย่างปิดไม่มิด
"อย่างที่เรียนให้คุณหมอทราบทางโทรศัพท์นั่นแหละค่ะ..." คุณหญิงกรองแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวที่ประดับแหวนเพชรเม็ดโตขยับบีบขยำกระเป๋าถือยี่ห้อดังในตักไปมา "ช่วงหลังมานี้... ชีวิตคู่ของเราค่อนข้างจืดชืด และฉันก็มีอาการเย็นชาทางเพศอย่างหนัก ไม่ว่าจะพยายามกระตุ้นยังไง ร่างกายของฉันก็ไม่ตอบสนองต่อสามีเลยค่ะ"
น้ำฟ้าเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองคนไข้สาวใหญ่ด้วยสายตานิ่งสงบประดุจสายน้ำนิ่งลึก เธอรับรู้ได้ทันทีถึงความขัดแย้งทางจิตวิทยาผ่านภาษากาย ปลายนิ้วที่สั่นเทา การหลบสายตาเป็นระยะ และที่สำคัญคือ ท่าทีของท่านพลกฤตที่สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมถอนหายใจยาวอย่างไม่พอใจ
"มันไม่ใช่แค่เรื่องเย็นชาธรรมดาหหรอกกรองแก้ว..." ท่านพลกฤตแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนโทสะและความอับอาย "ถ้าคุณยอมรับความจริงกับหมอตรงๆ มันคงไม่เสียเวลาเราขนาดนี้หรอก"
"ท่านคะ... กรองแก้วก็เล่าตามความจริงแล้วนี่คะ!" คุณหญิงกรองแก้วหันขวับไปขึ้นเสียงใส่สามี ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายที่ถูกหักหน้าต่อหน้าบุคคลที่สาม
"ความจริงงั้นเรอะ? ความจริงที่คุณเอาแต่จินตนาการถึงเรื่องวิปริตพวกนั้นเวลาเรามีอะไรกันน่ะหรือ!" ข้าราชการรุ่นใหญ่แผดเสียงต่ำอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ สองมือของเขากำแน่นอยู่บนตัก สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวดร้าวรวดในเกียรติยศของลูกผู้ชายที่ถูกรสนิยมทางเพศบางอย่างบดขยี้จนแหลกสลาย
น้ำฟ้านิ่งฟังการโต้ตอบของทั้งสองฝ่าย เกราะป้องกันความจริงที่คุณหญิงกรองแก้วพยายามสร้างขึ้นมาครอบงำบทสนทนานั้นหนาแน่นเกินไป ความอับอายในเกียรติยศและสถานะทางสังคมทำให้เธอเลือกที่จะโกหกและบิดเบือนปมปัญหาที่แท้จริง ซึ่งหากน้ำฟ้าไม่รู้รากเหง้าของบาดแผลในจิตใจ การสะกดจิตบำบัดพฤติกรรมในเซสชั่นจริงก็ไม่มีวันสัมฤทธิผล
'ฉันจำเป็นต้องรู้ความจริง...' น้ำฟ้าคิดในใจ
เธอรวบรวมสมาธิในเสี้ยววินาที สูดลมหายใจลึกเพื่อกระตุ้นพลังจิตพิเศษที่ตื่นขึ้นในจิตดวงในของเธอ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของคุณหญิงกรองแก้ว ปล่อยคลื่นกระแสจิตเหนี่ยวนำเจาะทะลวงผ่านม่านบังตาและเกราะป้องกันใจของไฮโซสาวใหญ่อย่างเงียบเชียบ
*วิบ...*
ในมิติจิตของน้ำฟ้า แสงไฟในห้องพลันบิดเบี้ยวเลือนรางไปชั่วขณะ คลื่นความถี่สมองของเธอพุ่งชำแรกเข้าไปในความทรงจำส่วนลึกของคุณหญิงกรองแก้ว ภาพเหตุการณ์บิดเบี้ยวในจิตใต้สำนึกของไฮโซสาวใหญ่คลี่ตัวออกฉายเป็นภาพจำลองอารมณ์ความรู้สึกอันเด่นชัด...
มันไม่ใช่ความเย็นชาทางเพศ ทว่ามันคือความปรารถนาอันเร่าร้อนและวิปริตหลุดพ้นจากจารีตประเพณี คุณหญิงกรองแก้วมีความต้องการส่วนลึกที่จะยอมสยบแทบเท้า ยินยอมทอดกายให้ชายอื่นที่ไร้ชื่อเสียงและหยาบช้าเข้ามารุมรังแกขยี้สวาทชำเราเรือนร่างของเธออย่างป่าเถื่อนต่อหน้าต่อตาสามีของเธอเอง โดยที่ท่านพลกฤตผู้เป็นสามีต้องยืนดูความอัปยศเหล่านั้นในสภาพที่ถูกพันธนาการกักขังและจำนนมองดูภรรยาสุดที่รักโดนย่ำยีกระทำชำเราอย่างเพลิดเพลิน ความสุขสมที่ปะปนกับความเสื่อมเสียเกียรติยศ ความรู้สึกเจ็บปวดบิดเบี้ยวที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วคือสิ่งเดียวที่จะปลุกไฟสวาทในตัวของคุณหญิงให้ปะทุขึ้นมาได้
นี่คือปมจิตวิทยาเสน่หาอันเข้มข้นรุนแรงและมืดบอดที่สุดเท่าที่น้ำฟ้าเคยเจาะใจมา!
ทว่า... ในวินาทีที่จิตของน้ำฟ้าดึงข้อมูลเหล่านั้นออกมา คลื่นความตัณหาอันหิวกระหายและบิดเบี้ยวของคุณหญิงกรองแก้วกลับส่งแรงสะท้อนกลับอย่างรุนแรง เมล็ดพันธุ์ราคะที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของสมองของน้ำฟ้ารับรู้ถึงประจุพลังงานความถี่ต่ำที่หอมหวาน มันตื่นตัวและตอบสนองตามสัญชาตญาณอย่างหิวกระหาย ปลุกตัวขึ้นดูดซับแรงปรารถนาชั่วช้านั้นเข้าไปเป็นสารอาหารในพริบตา!
*วูบ!...*
กระแสพลังงานปั่นป่วนสีม่วงเข้มปะทุขึ้นในโสตประสาทของน้ำฟ้าทันที ควันสีม่วงหนาทึบลอยฟุ้งขึ้นบดบังการรับรู้ในจิตใจของเธอ ร่างกายของน้ำฟ้าร้อนรุ่มราวกับถูกราดด้วยน้ำมันเดือด อุณหภูมิเนื้อกายพุ่งทะยานสูงขึ้นจนผิวเนื้อใต้เสื้อสูทขึ้นสีระเรื่อ ความต้องการสวาทที่ไร้เหตุผลแล่นพล่านบีบให้ร่องรักของเธอเริ่มหลั่งหยาดน้ำอุ่นชื้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
และท่ามกลางหมอกควันสีม่วงอันโสมมนั้น ภาพหลอนของธิดามารราคะในรูปลักษณ์ปีศาจสาวผู้เย้ายวนและน่าเกรงขามก็ปรากฏร่างขึ้นคลอเคลียอยู่ข้างกายของเธอ ใบหน้าของปีศาจร้ายประดับรอยยิ้มแฝงเขี้ยวเสน่ห์ แววตาสีม่วงเข้มเรืองรองจ้องลึกเข้ามาในสมองของน้ำฟ้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบกระซาบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยชวนเคลิบเคลิ้ม
'เห็นหรือไม่... จิตวิญญาณของมนุษย์ช่างหอมหวานและวิปริตเหลือเกิน... เจ้าอยากช่วยนางบำบัด หรือเจ้าอยากเข้าร่วมลิ้มลองรสชาติความอัปยศอันน่าพึงใจนี้กันแน่... ยอมรับตัณหานี้สิ... ปล่อยตัวปล่อยใจให้เมล็ดพันธุ์ของข้าฝังรากในตัวเจ้าเถิด...'
"อ๊ะ!..."
เสียงกระซิบอันชั่วร้ายพุ่งเสียดแทงเข้าสู่ขมับทั้งสองข้างราวกำลังถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก น้ำฟ้าสะดุ้งตัวโยนด้วยความทรมานสุดแสน ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนภาพตรงหน้าหมุนวนสับสน ร่างกายสั่นสะท้านสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างรุนแรง สติของเธอเกือบจะหลุดลอยไปกับภาพหลอนสีม่วงที่ปั่นหัวชักจูงอารมณ์
ด้วยความลนลานและทรมานจากแรงบีบคั้นของกระแสประสาท น้ำฟ้าเอนตัวไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ปัดฝ่ามือนุ่มไปโดนถ้วยน้ำชาอุ่นหรูหราที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระจกบานใหญ่จนลื่นไถลหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาดังเพล้ง!
เศษกระเบื้องเคลือบสีขาวพรายแตกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับหยดน้ำชาอุ่นสีนวลที่สาดกระเซ็นเปียกเปื้อนพรมหรูหราปลายรองเท้าของคุณหญิงกรองแก้ว
"อุ๊ย!... คุณหมอคะ!" คุณหญิงกรองแก้วสะดุ้งสุดตัวขยับเท้าหลบด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยแสดงความอึดอัดเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ส่วนท่านพลกฤตก็หันขวับมามองจิตแพทย์สาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าจู่ๆ ใบหน้าของ ดร.น้ำฟ้า ก็ซีดเผือดลงจนแทบไม่มีสีเลือด และมีเม็ดเหงื่อพรายผุดเกาะเต็มหน้าผากเรียวมน ทั้งที่ห้องปรับอากาศเย็นเฉียบ
ภายในห้องควบคุมเบื้องหลังกระจกสองทาง รินเฝ้ามองแผ่นหลังของจิตแพทย์สาวด้วยความตึงเครียด แววตาคมกริบฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ทันทีที่หน้าจอแสดงผลตรวจพบคู่คลื่นสีม่วงแฝงระเบิดปะทุวาบขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พุ่งสูงเกินร้อยละเก้าสิบในพริบตา แถบสถานะเตือนภัยระดับอันตรายกะพริบส่งสัญญาณสีม่วงรัวเร็ว ชายหนุ่มไม่รอช้า หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความกังวล รีบกดเปิดระบบส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังสมอประสาทพกพาเพื่อช่วยดึงสติของน้ำฟ้ากลับมาทันที
*ตึด...*
กระแสไฟฟ้าสถิตแผ่วเบาสั่นพ้องคลื่นความถี่เหนี่ยวนำกระตุ้นผ่านปลอกคอหนังแท้ที่ลำคอของน้ำฟ้าทันที คลื่นประคองสมาธิวิ่งตัดตรงเข้าสู่แกนสมอง ปิดสวิตช์การเชื่อมต่อกระแสจิตเข้าหาคุณหญิงกรองแก้วและเข้าสะกดกดทับประจุพลังงานสีม่วงแฝงของมารราคะให้จมดิ่งลงสู่ห้วงจิตใต้สำนึกส่วนลึกไปชั่วคราว อุณหภูมิร่างกายของเธอที่พุ่งสูงเริ่มลดระดับลงอย่างเฉียบพลัน ลมหายใจที่กระชั้นสั่นสะท้านค่อยๆ ปรับคืนสู่ปกติ
น้ำฟ้าสูดหายใจเข้าปอดลึก กะพริบตาปรับโฟกัสสายตาเรียกสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับคืนมาอย่างยากลำบาก มือบางสั่นระริกขณะลดระดับลงมาประสานกันบนตัก เธอพยายามคุมโทนเสียงและรักษากิริยานักบำบัดมืออาชีพของตนไว้อย่างสุดความสามารถ
"ขออภัยด้วยค่ะ... ดิฉันเพลียจากการทำงานติดต่อน่ะค่ะ มือเลยปัดโดนถ้วยชา..." น้ำฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นุ่มนวลสงบเงียบพลางกดปุ่มเรียกแม่บ้านเข้ามาเก็บกวาดเศษแก้ว "เดี๋ยวเราพักเซสชั่นสัมภาษณ์เบื้องต้นกันสักครู่นะคะ ดิฉันขอตัวไปล้างหน้าสักครู่ค่ะ"
น้ำฟ้าลุกขึ้นยืนช้าๆ พยายามพยุงร่างกายไม่ให้โงนเงนแล้วเดินก้าวเร็วๆ ตรงไปยังห้องน้ำส่วนตัวด้านหลัง ทิ้งให้คู่สามีภรรยาคุณหญิงไฮโซมองตามด้วยสายตาสับสนกังวล
ทันทีที่ปิดประตูห้องน้ำลง น้ำฟ้าก็ก้าวเข้ามายืนเกาะขอบอ่างล้างหน้าหินอ่อน ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะเทือนด้วยความตื่นตระหนกอย่างลึกลับ แม้ปลอกคอสมอประสาทพกพาจะช่วยระงับอาการคลั่งสะกดจิตใจไว้ได้ชั่วคราว ทว่าในโสตประสาทของเธอยังคงหลงเหลือความสั่นสะท้านจากแรงอารมณ์บิดเบี้ยวเมื่อครู่
ปมจิตบิดเบี้ยวของคุณหญิงกรองแก้วช่างเข้มข้นจนเมล็ดพันธุ์ราคะตอบสนองอย่างรุนแรง และการบำบัดจริงในเซสชั่นหน้าที่จะต้องใช้การสะกดจิตกระตุ้นประสาทสัมผัสทางกายภาพร่วมรักบำบัด จะต้องนำพาคลื่นกามารมณ์ที่หนักหน่วงป่าเถื่อนยิ่งกว่านี้เข้ามาปะทะกับตัวเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
น้ำฟ้ามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยหัวใจที่สั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวลึกๆ... การบำบัดครั้งหน้าจะเป็นการเยียวยารักษาคนไข้ หรือจะเป็นการป้อนอาหารชั้นดีให้ปีศาจราคะในหัวของเธอตื่นขึ้นมากลืนกินดวงจิตของเธอเองกันแน่!